<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>86408</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/12/2020 15:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/12/2020 15:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ซีพีแรมช่วยปลูกป่า คืนพื้นที่สีเขียว&quot;ขอนแก่น    &quot;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;

&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ในระบบนิเวศน์ ป่าไม้ นับว่ามีความสำคัญอย่างยิ่งต่อสิ่งแวดล้อม เพราะป่าถือว่าเป็นเกราะป้องกันปัญหาน้ำท่วม ชะลอการชะล้างล้างพังทะลายของหน้าดิน เป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่า อีกทั้งยังสร้างอากาศบริสุทธิ์ &amp;nbsp;และอีกด้านมีผลประโยชน์ต่อราะบบเศรษฐกิจ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับในประเทศไทยทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน ต่างหันมาให้ความสนใจกับปัญหาผืนป่ามากขึ้น มีการรณรงค์การปลูกป่า เพื่อสร้างพื้นที่สีเขียวให้ประเทศเพิ่มขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
เมื่อเร็วๆนี้ บริษัท ซีพีแรม จำกัด (ขอนแก่น) ด้พาคณะสื่อมวลชน และพนักงานบริษัท พร้อมชาวบ้าน มาร่วมทำกิจกรรม ปลูกต้นไม้ สร้างจิตสำนึกเพื่อรักษาสิ่งแวดล้อม ภายใต้โครงการ CPRAM GREEN LIFE #ปลูกเพื่อโลกยั่งยืน ที่ วัดแสงศรีนิยม บ้านหนองนิยม ต.ท่าพระ อ.เมือง จ.ขอนแก่น ซึ่งเมื่อก่อนยังไม่ค่อยมีต้นไม้ใหญ่ จึงได้เล็งเห็นความสำคัญการปลูกป่า อีกทั้งพื้นที่วัดก็อยู่ในบริเวณพื้นที่บริษัท ที่จะช่วยสร้างพื้นที่เขียว ด้วยการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วนอย่างยั่งยืน
สำหรับพื้นที่ป่าไม้ในเขตจังหวัดขอนแก่นมีทั้งหมดกว่า &amp;nbsp;2.2 ล้านไร่ &amp;nbsp;สภาพป่าส่วนใหญ่เป็น ป่าดิบเขา ป่าดิบแล้ง ป่าเบญจพรรณ และป่าเต็งรัง แน่นอนว่าก็ยังพบปัญหาป่าเสื่อมโทรม ทั้งไฟป่า หรือการบุกรุกตัดไม้เพื่อตัดไม้แปรรูป หรือประชาชนบางส่วนที่ตัดไม้ ถางป่าเป็นพื้นที่ทำกิน ปัจจุบันภาครัฐ ได้ให้ความสำคัญในการจัดการทำให้สภาพป่าดีขึ้น &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; สมศักดิ์ จังตระกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น กล่าวว่า โครงการปลูกเพื่อโลกยั่งยืน &amp;nbsp;เป็นส่วนหนึ่งที่ได้เข้ามาช่วยแลูกต้นไม้ในชุมชน โดยทั้งพนักงานบริษัท ภาครัฐ เอกชน และประชาชนในพื้นที่ได้เข้ามามีส่วนร่วม ได้ตระหนักถึงประโยชน์ของต้นไม้ และปัญหาของโลกร้อนมากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังสอดคล้องกับเจตนารมณ์ของจังหวัดที่มุ่งมั่นดำเนินการปลูกต้นไม้ 2 ล้านต้น ภายใน 3 ปี ซึ่งได้ดำเนินการมาแล้วกว่า 5 แสนต้น เพื่อป้องกันและบรรเทาปัญหาฝุ่น PM 2.5 เพิ่มพื้นที่สีเขียว ชะลอน้ำท่วม เพราะปัจจุบันพื้นที่ป่าไม้ของจังหวัดเหลือเพียง 12% ต่อพื้นที่ทั้งจังหวัดประมาณ 10,000 ตร.กม. ดังนั้นสิ่งสำคัญคือการช่วยกันในการเพิ่มพื้นที่สีเขียวเพื่อสิ่งแวดล้อม คุณภาพชีวิต และอนาคตของลูกหลานที่ได้อยู่ในสิ่งแวดล้อมที่สมบูรณ์

&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;อาภาภรณ์ พรหมเชยธีระ ผู้จัดการทั่วไปอาวุโส บริษัท ซีพีแรม จำกัด (ขอนแก่น) กล่าวว่า การขับเคลื่อนโครงการด้านความยั่งยืนขององค์กรนับส่วนหนึ่งในนโยบายที่ให้ความสำคัญ โดยโครงการ CPRAM GREEN LIFE #ปลูกเพื่อโลกยั่งยืน เป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์ของการดำเนินการด้านความยั่งยืน เพื่อมุ่งหวังเพิ่มพื้นที่สีเขียวในประเทศไทย เสริมสร้างระบบนิเวศที่สมบูรณ์ และยังสามารถดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ สาเหตุสำคัญที่ส่งผลต่อปัญหาก๊าซเรือนกระจกของโลก อีกทั้งยังช่วยผลิตก๊าซออกซิเจนบริสุทธิ์ให้มนุษย์ และสิ่งมีชีวิตบนโลกใบนี้ดำรงชีวิตอยู่ได้อย่างสมดุล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;อีกหนึ่งเป้าหมาย คือ การบรรลุเป้าหมายการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์สุทธิเป็นศูนย์ภายในปี 2573 ซึ่งในพื้นที่ภาคอีสาน จังหวัดขอนแก่นเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่เราให้ความสำคัญ เพราะเป็นหนึ่งในที่ตั้งของบริษัท จึงได้เลือกปลูกต้นไม้ ที่วัดแสงศรีนิยม จำนวน 11 ไร่ &amp;nbsp;โดยเราได้ดำเนินการปลูกต้นไม้มาอย่างต่อเนื่อง และปีนี้ก็เป็นครั้งที่ 3 จำนวน 400 ต้น รวมแล้วกว่า 700 ต้น อาทิ ต้นพะยุง ต้นสัก &amp;nbsp;ต้นประดู่ ต้นยางนา และต้นแค เป็นต้น &amp;nbsp;โดยทางเจ้าอาวาส และคนในชุมชนก็ช่วยกันดูแลอย่างดี ต้นไม้ที่ปลูกไปตั้งแต่ปีแรกก็ค่อยๆเจริญเติบโต และคาดว่าจะขยายผลครอบคลุมในพื้นที่ที่บริษัทตั้งอยู่ &amp;nbsp;ทุกภูมิภาคทั่วประเทศ&amp;rdquo; อาภาภรณ์ ทิ้งท้าย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/86408</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ.ขอนแก่น, บริษัท ซีพีแรม จำกัด, ปลูกป่า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201206/image_big_5fcc92bfa350c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>75251</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/08/2020 20:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/08/2020 09:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฟื้นฟูป่าเขามดง่าม 150 ไร่ สร้างสีเขียวจังหวัดชลบุรี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; หลายคนอาจจะไม่รู้ว่าจังหวัดชลบุรีไม่ได้มีแต่ทะเล ภูเขา การเป็นเมืองท่องเที่ยวเท่านั้น แต่ยังมีทรัพยากรป่าสงวนอีกกว่า 9 แสนไร่ ซึ่งประสบปัญหาถูกบุกรุก ตัดไม้ทำลายป่า อย่างในพื้นที่ที่ป่าบ้านเขามดง่าม ต.คลองพลู อ.หนองใหญ่ จ.ชลบุรี เนื้อที่ประมาณ 200 ไร่ มีลักษณะเป็นที่ราบสลับเนินเขาสูงและมีพื้นที่ป่าไม้ที่เป็นเขตป่าสงวนอยู่ด้วย อีกทั้งยังเป็นป่าต้นน้ำคลองประแส จ.ระยอง โดยสภาพป่าแม้จะไม่ได้มีการถูกบุกรุกจากนายทุนเหมือนกับป่าเนื้อที่ขนาดใหญ่ แต่ก็ประสบปัญหาในเรื่องของไฟป่าอยู่บ่อยครั้ง ไม้ใหญ่ไม่หลงเหลือ มีแต่เพียงต้นกล้วย และไม้เล็กขึ้นแซมประปราย จึงจัดเป็นป่าเสื่อมโทรมกินพื้นที่ 150 ไร่ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ด้วยเหตุนี้ บริษัท ซีพีแรม จำกัด ร่วมกับ กรมป่าไม้, การนิคมอุตสาหกรรมลาดกระบัง และชุมชนในเขตลาดกระบัง กรุงเทพฯ ขับเคลื่อนโครงการ &amp;quot;CPRAM Forest best for life. ปีที่ 1 ปลูกเพื่อชีวิตที่ดีกว่า&amp;quot; โดยได้มาดำเนินการปลูกป่า 10 ไร่ ในพื้นที่เขามดง่าม อำเภอหนองใหญ่ จังหวัดชลบุรี จำนวน 2,000 ต้น เพื่อฟื้นฟูสภาพป่าเสื่อมโทรม ให้กลับมามีสภาพป่าเหมือนเดิมมากที่สุด และอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพให้มีความยั่งยืนสืบไป&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ธีรพันธุ์ ลักษณาภิรมย์ ร่วมกิจกรรมปลูกป่าเพิ่มพื้นที่สีเขียว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ธีรพันธุ์ ลักษณาภิรมย์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีพีแรม จำกัด กล่าวว่า จุดประสงค์ของการทำโครงการในครั้งนี้ ถือว่าสอดคล้องแนวทางการขับเคลื่อน การส่งเสริมความยั่งยืนขององค์กร ภายใต้โครงการ CPRAM GREEN LIFE # ปลูกเพื่อโลกยั่งยืน ที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่อง มุ่งหวังเพิ่มพื้นที่สีเขียวบนผืนแผ่นดินไทย เสริมสร้างระบบนิเวศที่สมบูรณ์ สร้างแหล่งกักเก็บก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ สาเหตุสำคัญที่ส่งผลต่อปัญหาก๊าซ เรือนกระจกของโลก ซึ่งเป็นเป้าหมายขององค์กรที่จะปล่อยก๊าซคาร์บอนเป็นศูนย์ หรือ Carbon Neutral อันเป็นแนวทางสำคัญในการแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมและลดวิกฤติโลกร้อน ทั้งนี้ ประเทศไทยมีพันธสัญญาในการลดก๊าซเรือนกระจกตามเจตจำนงที่แสดงต่ออนุสัญญา UNFCCC ในการลดก๊าซเรือนกระจก 20-25% ภายในปี 2573 &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot; การดำเนินการปลูกป่าครั้งนี้จึงเป็นอีกส่วนหนึ่งที่จะช่วยเพิ่มพื้นที่สีเขียว โดยจะเลือกพื้นที่ในเขตป่าสงวน และสนับสนุนงบประมาณและกำลังคนในการปลูกป่า อย่างในพื้นที่ป่าบ้านเขามดง่าม ถือว่าเป็นป่าต้นน้ำ และเป็นชายขอบป่าที่มีความอุดมสมบูรณ์ ซึ่งการปลูกป่าก็จะสามารถช่วยป้องกันการบุกรุกป่า เพราะได้นำต้นไม้ใหญ่มาปลูก ส่วนแผนในระยะต่อไป เบื้องต้นก็จะทำในพื้นที่นี้ไปอีก 5 ปี&amp;nbsp; ฟื้นฟูประมาณ 150 ไร่ นอกจากนี้ความสำคัญคือการมีส่วนร่วมของชาวบ้านในการรับหน้าที่ดูแลป่าร่วมกับเรา และการส่งต่อไปยังเยาวชนให้ตระหนักถึงความสำคัญและประโยชน์ของป่าไม้&amp;quot; ธีรพันธุ์กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; ด้านนายสมชาติ ด้วงประเสริฐ ผู้อำนวยการส่วนส่งเสริมการป่าไม้ จังหวัดชลบุรี กล่าวว่า เดิมในพื้นที่ป่าบ้านเขามดง่าม มีป่าไม้ที่อุดมสมบูรณ์ และยังเป็นป่าต้นน้ำคลองประแส จ.ระยอง ทำให้มีนายทุนเข้าไปบุกรุกปลูกยางพารา รวมไปถึงการเกิดปัญหาไฟไหมทำให้ป่าได้รับความเสียหาย หลังจากที่เราได้ทำการยึดคืนป่ากลับมาได้ก็พบว่าป่ามีความเสียหายไปเกือบ 200 ไร่ ในส่วนของป่าไม้ก็ได้มีการเริ่มฟื้นฟูเมื่อต้นปี ซึ่งโครงการนี้นับว่าเป็นอีกส่วนหนึ่งที่เข้ามาช่วยฟื้นฟูสร้างแนวกั้นป่าให้กลับมาอีกครั้ง ซึ่งเป็นการปลูกฟื้นฟูระบบนิเวศ ที่จะเน้นการปลูกต้นประดูป่า ต้นพะยูง ต้นยางนาง ต้นตะเคียน ที่เป็นต้นไม้ใหญ่หลายๆ ชนิด ซึ่งก็จะให้ชุมชนมีส่วนร่วมในกานดูแลเพื่อให้รับรู้ถึงคุณค่าของป่าด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/75251</URL_LINK>
                <HASHTAG>CPRAM Forest best for life, จ.ชลบุรี, บริษัท ซีพีแรม จำกัด, เขามดง่าม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200822/image_big_5f4117b392b82.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>44337</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/08/2019 15:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/08/2019 19:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> “คนรุ่นใหม่ไร้ Food Waste” โครงการประกวดคลิปที่ไม่ใช่เรื่องเล็กๆ   </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;การทิ้งอาหารที่เรียกว่า food waste&amp;nbsp; (ภาพจาก ft.com)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ข้าวทุกจาน อาหารทุกอย่าง อย่ากินทิ้งขว้าง เป็นของมีค่า&amp;rdquo; บทอาขยานที่เราเคยท่องกันมาตั้งแต่วัยเด็ก โดยเฉพาะก่อนรับประทานอาหารในโรงเรียน หรือแม้กระทั่งประโยคที่ผู้ใหญ่มักสอนเราว่า &amp;ldquo;กินข้าวให้หมดนะ นึกคนที่ไม่มีกิน&amp;rdquo; แล้วก็อีกหลายประโยคที่ล้วนแต่เป็นบทช่วยปลูกฝังให้ทุกคนรู้จักคุณค่าของอาหาร แต่ความจริงแล้วแม้จะท่องหรือเข้าใจกันมากแค่ไหน คนเราก็ยังคงกินอาหารทิ้งขว้างกันเป็นจำนวนมาก อาจเป็นเพราะไม่อร่อย อิ่ม เหลือเสีย ฯลฯ ยกตัวอย่างเช่น มีขนมอยู่หนึ่งชิ้น เรากัดกินไปหนึ่งครั้ง เหลือแล้ววางไว้ไม่กินต่อ กลายเป็นขยะอาหารที่เราเรียกกันว่า &amp;ldquo;Food Waste&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บริษัท ซีพีแรม จำกัด ในฐานะผู้ผลิตอาหาร ได้ตระหนักถึงปัญหานี้จึงได้ร่วมกับ สาขาวิชามีเดียอาตส์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี เปิดตัวโครงการ การประกวดคลิปวิดีโอ &amp;ldquo;คนรุ่นใหม่ไร้ Food Waste&amp;rdquo; ปีที่ 2 เชิญชวนนักเรียน - นักศึกษาทั่วประเทศ แชร์ไอเดียสร้างพลังผ่านคลิปวีดีโอความยาว 3 นาที เพื่อสร้างความตระหนักในเรื่องลดความสูญเปล่าทางอาหารในกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่มีส่วนสำคัญในการร่วมสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงพฤติกรรม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประเภทอาหารที่ก่อให้เกิดปัญหา Food Waste&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วิเศษ วิศิษฏ์วิญญู กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีพีแรม จำกัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายวิเศษ วิศิษฏ์วิญญู กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีพีแรม จำกัด เปิดเผยว่า ปัญหาความสูญเปล่าทางอาหาร หรือ Food Waste ส่งผลกระทบต่อทุกคนในวงกว้างทั้งในมิติเศรษฐกิจ มิติสิ่งแวดล้อม และความมั่นคงทางอาหารของโลก ถึงเวลาแล้วที่เราจะร่วมกันแก้ไขปัญหานี้อย่างจริงจัง &amp;nbsp;เพื่อให้ตระหนักถึงผลเสียที่ก่อเกิดจากอาหารที่ถูกทิ้งอย่างสูญเปล่า ที่มีแนวโน้มรุนแรงมากยิ่งขึ้นในอนาคต หากทุกคนสามารถลดปริมาณความสูญเปล่าทางอาหาร และบริโภคอาหารอย่างสมดุล นอกจากจะสามารถลดรายจ่ายค่าอาหารในครัวเรือนอย่างยิ่งยวดแล้ว ยังช่วยทำให้ระดับความมั่นคงทางอาหารของคนบนโลกมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นด้วย ส่วนมิติสิ่งแวดล้อมนั้น การกำจัดความสูญเปล่าทางอาหารที่ถูกทิ้งส่งผลเสียต่อสิ่งแวดล้อมหลายด้าน ทำให้เกิดขยะ และเกิดก๊าซมีเทน (methane) ก๊าซเรือนกระจก ที่ส่งผลให้เกิดสภาวะเรือนกระจกที่รุนแรงยิ่งกว่าคาร์บอนไดออกไซด์ถึง 25 เท่า ส่งผลเสียต่อชั้นบรรยากาศของโลกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิเศษ กล่าวต่อว่า ในไทยยังไม่มีข้อมูลสถิติแน่ชัด แต่จากข้อมูลโครงการสิ่งแวดล้อมของสหประชาชาติ (UNEP) ระบุว่า 1 ใน 3 ของอาหารที่ผลิตขึ้นทั่วโลกในแต่ละปี หรือประมาณ 1.3 พันล้านตัน จะกลายเป็นความสูญเปล่าทางอาหาร และถูกปล่อยให้เน่าเสียไปอย่างเปล่าประโยชน์ &amp;nbsp;ซึ่งอาจก่อให้เกิดปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์มากถึง 3.3 พันล้านตันต่อปี จำนวนอาหารที่ถูกทิ้งขว้างเหล่านี้มีมูลค่ารวมกันกว่า 1 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ หรือคิดเป็นเงินไทยราว 31 ล้านล้านบาท &amp;nbsp;ซึ่งเพียงพอนำไปเลี้ยงดูผู้คนที่หิวโหยได้มากถึง 870 ล้านคน และจากสถานการณ์ขาดแคลนอาหารของประชากรโลก ผู้คนที่อดอยากหิวโหยจำนวน 870 ล้านคนนั้น จำนวนเกินกว่าครึ่งหรือราว 552 ล้านคน อาศัยอยู่ในภูมิเอเชียแปซิฟิค ซึ่งนับรวมประเทศไทยด้วยเช่นกัน &amp;nbsp;สาเหตุที่ทำให้เกิดวิกฤติความสูญเปล่าทางอาหารเกิดจาก ระบบการจำหน่ายมีกระบวนการควบคุมที่ไม่เหมาะสม การซื้อสินค้า และการเตรียมอาหารที่มากเกินจำเป็น ไปจนถึงความสูญเปล่าทางอาหารจากการบริโภค ทั้งในส่วนที่เหลือทาน และเลือกบริโภค รวมถึงสหประชาชาติ ยังตั้งเป้าลดความสูญเปล่าทางอาหารของโลกลงครึ่งหนึ่งในระดับค้าปลีกและผู้บริโภค และลดการสูญเสียอาหารจากกระบวนการผลิต และห่วงโซ่อุปทาน รวมถึงการสูญเสียหลังการเก็บเกี่ยว ภายในปี 2573&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ปัญหาขยะอาหารไม่ใช่แค่เพียงสิ่งที่เรากินเหลือ แต่มันเกิดขึ้นตั้งแต่จุดเริ่มต้นของระบบ คือในฟาร์มและในครัว พืชผักจำนวนมากที่เก็บเกี่ยวมาแล้วถูกคัดทิ้งเพราะรูปร่างไม่สวย หรือการทิ้งบางส่วนของพืชที่เราไม่นิยมนำมาทำอาหาร ซึ่งเรียกว่า Food Loss &amp;nbsp;หรือ การสูญเสียทางอาหาร ประเด็นนี้อาจจะจัดการได้ในฐานะผู้ผลิต แต่สิ่งที่ควรตระหนักมันอยู่ที่ เมื่อมันกลายเป็นอาหารพร้อมบริโภคแล้ว ถ้ากินไม่หมด หรือเน่าเสียก็จะกลายเป็น Food Waste ตรงนี้ต้องช่วยกัน จริงๆ แล้ว อาหารถ้าไม่กินแล้ว สามารถนำไปเป็นอาหารสัตว์ได้ แต่ถ้ามันเสียจนสัตว์กินไม่ได้ก็นำไปทำเป็นไบโอแก๊สได้ ตอนนี้เราไม่มีการรวบรวมเศษ ถ้าสมัยก่อนตามตลาดจะมีถังให้ทิ้ง แล้วก็จะนำไปทำให้แห้ง ทำเป็นเม็ดอาหารปลาดุก แต่ตอนนี้ไม่ค่อยมี เราก็ควรจะตระหนักด้วยตนเอง และการประกวดโครงการนี้ก็จะช่วยทำให้คนรุ่นใหม่ตระหนัก ฯลฯ&amp;rdquo; นายวิเศษ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านผศ.บุญเลี้ยง แก้วนาพันธ์ ประธานสาขาวิชามีเดียอาตส์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี กล่าวว่า ถึงเวลาที่เราต้องร่วมกันขับเคลื่อนการสร้างความตระหนักในเรื่องลดความสูญเปล่าทางอาหารอย่างจริงจัง เพื่อลูกหลานของเราในอนาคต การสร้างสรรค์สื่อเพื่อสร้างความตระหนักในเรื่องดังกล่าวเป็นสิ่งสำคัญ และเป็นสิ่งสะท้อนความจริงที่เกิดขึ้นจริงในโลกใบนี้ เป็นการบูรณาการศาสตร์ด้านการผลิตสื่อสร้างสรรค์ กับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นเราอาจจะไม่สามารถหยุดเหตุกาณ์อันเลวร้ายนี้ได้ แต่เราเป็นจุดเล็กๆ ที่ผสานรวมกันจนเกิดพลังอันยิ่งใหญ่ที่จะทำให้เหตุกาณ์ดังกล่าวชะลอการเกิดขึ้นได้ และหวังว่าถ้าคนที่ได้เห็นผลงานสร้างสรรค์ดังกล่าวจะส่งผลให้มีความตระหนักและเปลี่ยนแปลงเชิงพฤติกรรมในการลดความสูญเปล่าทางอาหาร จนสามารถสร้างความอิมแพคในสังคม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผศ.บุญเลี้ยง &amp;nbsp;กล่าวอีกว่า ปีนี้ตนอยากให้เนื้อหาวิดิโอมีความเข้มข้นในสาระมากขึ้น แต่ต้องมีความสนุกผสมผสานกันไป เริ่มต้นจากการตั้งคำถามจากสิ่งที่เราเห็นจากอาหารในจานที่เราทานไม่หมด กองขยะตรงหน้าที่มีแต่เศษอาหาร เหลือจากการกิน &amp;nbsp; หรือแม้แต่ผักและผลไม้ที่เน่าเสียอยู่ในตู้เย็น ประกอบกับการพูดถึงคนทั้งโลก รวมถึงองค์กรยูนิเซฟถึงความยากจน การโหยหาอาหาร ความหิวโหยของเด็กน้อยในแอฟริกา หรือประเทศที่อยู่ในสภาวะสงคราม ที่ทำให้ขาดแคลนอาหาร &amp;nbsp; รวมทั้งการเกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติที่มนุษย์ไม่สามารถควบคุมได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; แม้แต่ในประเทศไทยเองที่ได้ชื่อว่าเป็นแผ่นดินทอง เมืองอู่ข้าวอู่น้ำ อยู่ที่ไหนไม่อดตาย แต่ก็ยังมีในหลายพื้นที่ห่างไกล ที่ยังขาดแคลนอาหาร อาหารไม่เพียงพอ เข้าถึงอาหารไม่ครบตามหลักโภชนาการ มีให้เห็นในข่าวอยู่บ่อยครั้ง ทั้งนี้เพื่อสร้างความตระหนักในเรื่องความสูญเปล่าทางอาหารในกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่มีส่วนสำคัญ ในการร่วมสร้างการเปลี่ยนแปลง และลดความสูญเปล่าทางอาหาร รวมถึงการเปลี่ยนแปลงเชิงพฤติกรรม ซึ่งปีที่ผ่านมาได้รับความสนใจจากนักเรียน นักศึกษาทั่วประเทศ เป็นอย่างมาก ส่งผลงานเข้าร่วมโครงการกว่า 259 ผลงาน ในสถาบันการศึกษาทั่วประเทศกว่า &amp;nbsp;20 แห่ง และคาดว่าปีนี้จะมีมากถึง 500 ผลงานเข้าร่วม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ฌาณัฐย์ สิทธิปรีดานันท์ ผู้เข้าร่วมโครงการปีที่1&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ นายฌาณัฐย์ สิทธิปรีดานันท์ นักศึกษาชั้นปี 1 คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ตัวแทนทีม ABSTRACT ที่เคยนำผลงาน ETT-EAT Time Trash รับประทาน กาลเวลา อนาคต คว้ารางวัลชนะเลิศโครงการในปีที่ 1 มาแล้ว เขากล่าวว่า ตนเติบโตมาในครอบครัวที่คอยสั่งสอนเรื่อง Food Waste มาตลอด คุณย่ามักจะบอกเสมอว่าเวลากินข้าว อย่าให้ข้าวเหลือ โดยสอนมาเรื่อยๆ จนกระทั่งอายุ 5-6 ขวบ พ่อให้เข้าค่ายในป่าฝึกปฎิบัติ จนเรื่องนี้ซึมซับอยู่ข้างใน จนวันหนึ่งเดือนผ่านห้องไอซีที ก็เลยเจอโครงการนี้ ตอนนั้นเรียนชั้นม.6 สาธิต มศว. ปทุมวัน เลยชักชวนรุ่นน้องประกวด ชวนกันทำเรื่อง Food waste เพราะเห็นว่าเราอยู่ในยุคที่กินอาหารได้ง่ายมาก ไม่ว่าจะสั่ง food panda แม่แต่พี่วินยังไปซื้อข้าวมันไก่ให้เราได้ เลยคิดว่าเป็นหัวข้อที่น่าสนใจสำหรับเรา เลยตัดสินใจเข้าร่วมโครงการ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การณรงค์ไม่ให้ทิ้งอาหารอย่างสูญเปล่า ในโซเชียลมีเดีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ซึ่งหลังจากที่ประกวดเราได้รับอะไรมากมาย แบ่งออกเป็น 2 อย่างคือ อย่างแรกคือเทคนิคในด้านการทำหนัง ทีมเราไม่ค่อยอยู่กับการทำหนัง ตอนแรกคิดว่า การทำคลิปวิดิโอเพียง 3 นาทีเป็นอะไรที่ง่ายมาก เหมือนกับโฆษณาสั้นๆ แต่ความสั้นค่อนข้างอันตรายมาก เพราะเรามีสิ่งที่อยากจะพูดเยอะ แต่เวลาให้พูดมันน้อย ตอนนี้เราก็เลยได้ทักษะการแก้ปัญหาร่วมกับการทำงานเป็นทีม ถ้าเราได้เจอการแก้ปัญหาเยอะ เราก็ยิ่งได้สกิลในการแก้ปัญหาเยอะเช่นกัน ต่อมาคือเรื่อง Food waste มันกลายเป็นเรื่องสนุกในทีม เช่น เวลาที่ไปกินข้าวเราก็มักจะคุยกันว่า เราเคยไปทำอะไรด้วยกันมานะ ก็เป็นเหมือนกับการแทงใจดำว่าคุณเคยไปชนะประกวดเรื่อง Food waste มาแล้วนะ ถ้าทานเหลือมันก็ขัดแย้งกัน ฉะนั้นเราจะกินข้าวกันโดยที่ห้ามเหลือแม้แต่อะตอมเดียว โมเลกุลเดียว&amp;rdquo; นายฌาณัฐย์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ โครงการ การประกวดคลิปวิดีโอ &amp;ldquo;คนรุ่นใหม่ไร้ Food Waste&amp;rdquo; เปิดรับสมัครตั้งแต่ 1 ส.ค. -31 ต.ค. 2562 ชิงเงินรางวัลรวมกว่า 360,000 บาท พร้อมใบประกาศเกียรติคุณ ผู้สนใจเข้าร่วมส่งผลงานและติดตามรายละเอียดการสมัครได้ที่ เฟซบุ๊ค foodwasteclipcontest.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซีพีแรม ร่วมกับ มจธ.ชวนคนรุ่นใหม่ประกวดคลิปวิดิโอ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/44337</URL_LINK>
                <HASHTAG>Food Waste, คนรุ่นใหม่ไร้ Food Waste”, บริษัท ซีพีแรม จำกัด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190826/image_big_5d63d224514ff.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
