<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>106057</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/06/2021 18:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/06/2021 18:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ดอยคำบริจาคกล่องกระดาษให้SCGPผลิตเตียงสนามช่วยผู้ป่วยโควิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p class=&quot;MsoBodyText&quot; style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoBodyText&quot; style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoBodyText&quot; style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoBodyText&quot; style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ระลอกใหม่ ที่ประเทศไทยเผชิญอยู่ในขณะนี้ พบว่ามีผู้ป่วยและผู้มีความเสี่ยงติดเชื้อเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องในพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศ ในขณะที่โรงพยาบาลทั้งภาครัฐและเอกชนไม่สามารถรองรับจำนวนผู้ป่วยได้ จึงต้องมีการจัดตั้งโรงพยาบาลสนามขึ้นทั้งในพื้นที่กรุงเทพฯ และต่างจังหวัด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoBodyText&quot; style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; บริษัท ดอยคำผลิตภัณฑ์อาหาร จำกัด ต้นแบบธุรกิจเพื่อสังคม เล็งเห็นความสำคัญของการร่วมมือร่วมใจระหว่างภาคธุรกิจ เพื่อผ่านวิกฤตินี้ไปด้วยกัน ร่วมบริจาคกล่องกระดาษมอบให้กับ บริษัท ผลิตภัณฑ์กระดาษไทย จำกัด (SCGP) ซึ่งเป็นหน่วยงานที่จัดทำเตียงสำหรับโรงพยาบาลสนาม ผ่านร้านดอยคำ ทุกสาขา เพื่อนำไปรีไซเคิลผลิตเป็นเตียงสนาม และแจกจ่ายให้กับโรงพยาบาลสนามต่อไป&amp;nbsp; โดยยอดบริจาคครั้งนี้เป็นยอดระหว่างวันที่ 24 &amp;ndash; 31 พฤษภาคม 2564 จำนวน 440 กิโลกรัม&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoBodyText&quot; style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoBodyText&quot; style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoBodyText&quot; style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในขณะเดียวกัน ดอยคำ ยังร่วมสนับสนุนให้คนไทยฉีดวัคซีนเพื่อป้องกัน และลดการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 โดยส่ง มอบกำลังใจผ่านเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพภายใต้แบรนด์ &amp;ldquo;ดอยคำ&amp;rdquo; สำหรับผู้ที่เข้ารับการฉีดวัคซีน ณ บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) หรือ SCG บางซื่อ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoBodyText&quot; style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoBodyText&quot; style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้&amp;nbsp;ยังมอบสิทธิพิเศษให้กับ ผู้ที่ผ่านการฉีดวัคซีนโควิด-19 เพียงแสดงหลักฐานการฉีดวัคซีน รับฟรี ผลไม้อบแห้ง(ซองเล็ก) จำนวน 1 ซอง ต่อ 1 คน&amp;nbsp;&amp;nbsp;อาทิ ฝรั่งอบแห้ง&amp;nbsp; บ๊วยหวานอบนุ่มฯ โดยนำหลักฐานการฉีดวัคซีนมาแสดงด้วยตนเอง ที่ ร้านดอยคำ ทุกสาขา ถึงวันที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2564 หรือจนกว่าสินค้าจะหมด&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoBodyText&quot; style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoBodyText&quot; style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoBodyText&quot; style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoBodyText&quot; style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoBodyText&quot; style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;

&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/106057</URL_LINK>
                <HASHTAG>บริษัท ดอยคำผลิตภัณฑ์อาหาร จำกัด, บริษัท เอสซีจี แพคเกจจิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ SCGP, เตียงสนามกระดาษ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210611/image_big_60c34457aed1e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>99248</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/04/2021 10:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/04/2021 10:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> “Plastic Footprint” เครื่องมือใหม่  วัดระดับใครลดขยะพลาสติกได้มากกว่ากัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;
&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;วิกฤติขยะพลาสติกในทะเลไทย มีการแก้ปัญหาผ่านโรดแมปการจัดการขยะพลาสติก พ.ศ.2561-2573 ตั้งเป้าเลิกใช้ถุงพลาสติกหูหิ้ว ที่มีความหนาน้อยกว่า 36 ไมครอน กล่องโฟมใส่อาหาร หลอดและแก้วพลาสติกชนิดบางแบบใช้ครั้งเดียว ภายในปี 2565 รวมถึงการนำขยะพลาสติกเป้าหมายกลับมาใช้ใหม่ ร้อยละ 100 ภายในปี 2570 &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ความพยายามคุมเข้มใช้พลาสติกและลดปริมาณขยะพลาสติก ทำให้ไทยปรับลดอันดับประเทศที่มีขยะพลาสติกในทะเลสูงสุดในโลกจากอันดับ 6 เป็นอันดับที่ 10 ลดปริมาณการใช้ถุงพลาสติกได้กว่า 25,284 ล้านใบ หรือ 228,820 ตัน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;SWAT ผนึก 12 องค์กรขับเคลื่อนโครงการ &amp;quot;ลดพลาสติกฟุตปรินต์- Plastic footprint&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เท่านั้นไม่พอ เส้นทางลดขยะพลาสติกของไทยยังขับเคลื่อนไปอีกระดับ โดยกลุ่มผู้เชี่ยวชาญด้านจัดการของเสีย ภายใต้สมาคมการจัดการของเสีย (ประเทศไทย) หรือ SWAT เปิดโครงการ &amp;quot;ลดพลาสติกฟุตปรินต์-Plastic&amp;nbsp; footprint&amp;rdquo; ตามแนวทางขององค์การด้านสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp; Ocean Recovery Alliance (ORA) ภายใต้ชุดโครงการ SEA circular ของโครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ&amp;nbsp; เพิ่มประสิทธิภาพในการลดขยะพลาสติก วิธีนี้คิดค้นโดยสหรัฐและฮ่องกง ซึ่งแตกต่างจาก &amp;ldquo;คาร์บอนฟุตปรินต์&amp;rdquo; ซึ่งหมายถึงการวัดปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่ปล่อยออกมาจากผลิตภัณฑ์แต่ละหน่วย ตลอดวัฏจักรชีวิตของผลิตภัณฑ์ ตั้งแต่การได้มาซึ่งวัตถุดิบ การขนส่ง การประกอบชิ้นส่วน การใช้งาน และการจัดการซากผลิตภัณฑ์หลังใช้งาน โดยคำนวณออกมาในรูปของคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;พลาสติกฟุตปรินต์&amp;rdquo; ถือเป็นเครื่องมือใหม่ ยังไม่เคยนำมาใช้ในประเทศไทย แต่ในสถานการณ์ที่การนำขยะพลาสติกกลับมาใช้ประโยชน์ยังไม่กระเตื้อง การสนับสนุนแนวทางใหม่จึงจำเป็น ตอนนี้สมาคมจับมือกับบริษัทและองค์กรต่างๆ จำนวน 12 องค์กร ผลักดันโครงการดังกล่าว&amp;nbsp; จัดพิธีลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ ณ โรงแรมสุโกศล หวังจะเกิดผลรูปธรรมในการลดขยะพลาสติกในทะเล ซึ่งแต่ละปีขยะพลาสติกกว่า 8 ล้านตันไหลลงสู่ทะเลและมหาสมุทร ส่งผลกระทบรุนแรงต่อสัตว์น้ำและสภาพแวดล้อม มีการคาดการณ์ว่า ภายในปี พ.ศ.2593 จะมีปริมาณพลาสติกในมหาสมุทรมากกว่าจำนวนปลา&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ภัทรพล ตุลารักษ์ ผู้จัดการโครงการและเลขาธิการสมาคม SWAT ให้ภาพการศึกษาพลาสติกฟุตปรินต์ขององค์กรว่า เป็นการศึกษาข้อมูลพื้นฐานในปัจจุบันของการใช้ การเก็บรวบรวม การรีไซเคิล และการใช้ประโยชน์จากพลาสติกรีไซเคิลขององค์กร โดยพิจารณาข้อมูลทั้งชนิด ปริมาณ และเชิงคุณภาพ เพื่อให้สามารถเข้าใจได้ว่าการดำเนินงานขององค์กรส่วนใดที่มีการใช้หรือการทิ้งพลาสติกมากเกินไป และจะสามารถลดพลาสติกฟุตปรินต์ได้อย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;ยกตัวอย่างธุรกิจอาหาร จะศึกษา 2 ส่วน คือ การใช้ ดูปริมาณการใช้ เยอะหรือน้อย รวมถึงสัดส่วนของชนิดพลาสติกที่ใช้ บางทีใช้ปริมาณมาก แต่เป็นพลาสติกที่รีไซเคิลได้ทั้งหมด พลาสติกฟุตปรินต์ก็จะดีกว่า บางองค์กรใช้น้อยแต่รีไซเคิลไม่ได้เลย ส่วนการทิ้ง หากขยะพลาสติกไปหลุมฝังกลบถือว่าแย่สุด แต่ถ้านำไปใช้ในธุรกิจพลังงานหรือรีไซเคิลเป็นบรรจุภัณฑ์อีกครั้ง ผลประเมินพลาสติกฟุตปรินต์ดีกว่า ซึ่ง 12 องค์กรที่ลงนาม MOU ส่วนหนึ่งมีข้อมูลทั้งสองส่วนละเอียด แต่บางองค์กรยังไม่ชัดเจน ใช้พลาสติกประเภทไหนบ้าง&amp;quot; ภัทรพลอธิบาย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หากผลจากการศึกษาพลาสติกฟุตปรินต์ออกมา&amp;nbsp;&amp;nbsp; ภัทรพลบอกว่า จะให้ความรู้ความเข้าใจกับมีผู้เกี่ยวข้องที่มีบทบาทในการจัดการพลาสติกฟุตปรินต์ ตั้งแต่ลูกค้า พนักงาน ผู้บริหาร นักลงทุน ฝ่ายจัดซื้อ ฝ่ายออกแบบผลิตภัณฑ์ เป็นต้น และเมื่อเห็นข้อมูลทั้งหมดแล้วก็จะสามารถวางแผนบริหารจัดการให้เกิดการหมุนเวียนทรัพยากรตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียนได้ หากใช้พลาสติกที่รีไซเคิลยาก ต้องปรับเปลี่ยนบรรจุภัณฑ์อาหารที่ง่ายต่อการรีไซเคิล รวมถึงแก้ความเข้าใจผิดเปลี่ยนมาใช้ถุงผ้าสปันบอนด์ ผลิตจากพลาสติกเปื่อยง่าย สลายเป็นไมโครพลาสติก อันตรายต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อมกว่าถุงพลาสติกอีก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;เราจะหาจุดปรับปรุง ลดใช้ ลดทิ้ง เพิ่มอัตรารีไซเคิล โดยช่วยแนะนำแนวทาง บางอย่างเป็นเรื่องเทคนิค บางอย่างต้องลงทุน เปลี่ยนแปลงกระบวนการจัดการ โดยบริษัทจะตัดสินใจใช้มาตรการที่เหมาะสมกับองค์กร ผมเห็นด้วยที่เสนอให้รัฐบาลออกกฎหมายกำหนดให้ผู้ผลิตต้องรับผิดชอบในการรีไซเคิลบรรจุภัณฑ์ที่ตนผลิต อดีตผู้ผลิตต่อต้าน ปัจจุบันผู้ประกอบการรายใหญ่เห็นตรงกัน&amp;quot;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อย่างไรก็ตาม ผู้จัดการโครงการระบุแนวทางของ ORA ยังไม่เคยถูกนำมาใช้ในบ้านเรา จึงยังไม่มีผลการศึกษาก่อนหน้านี้ และผลที่ได้อาจจะยังไม่สามารถเปรียบเทียบในอุตสาหกรรมเดียวกันหรือใกล้เคียงกันได้ เพราะจำนวนผู้ร่วมโครงการยังไม่เป็นตัวแทนของอุตสาหกรรมนั้นๆ ได้ เฟสต่อไปจะพัฒนาสู่มาตรฐานระบบสำหรับ&amp;nbsp; ORA มาร่วมกับ UNEP เมื่อปี 2561 เพื่อดำเนินโครงการในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ประเทศมาเลเซียเริ่มใช้ก่อนไทยไม่นาน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ศ.ดร.อรทัย ชวาลภาฤทธิ์ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ด้าน ศ.ดร.อรทัย ชวาลภาฤทธิ์ นายกสมาคม SWAT กล่าวว่า เป้าหมายสำคัญของโครงการพลาสติกฟุตปรินต์ คือ ลดการใช้พลาสติกและเพิ่มการนำขยะพลาสติกกลับมาใช้ประโยชน์ให้มากที่สุด เพื่อสนับสนุนเศรษฐกิจหมุนเวียน ซึ่งสมาคมจะดำเนินโครงการนี้ร่วมกับบริษัทและองค์กรในไทย เพื่อช่วยศึกษาการใช้และทิ้งพลาสติกในปัจจุบัน ก่อนนำเสนอแนวทางลดใช้ผ่านมาตรการต่างๆ เพื่อสนับสนุนให้หน่วยงานต่างๆ ซึ่งมีธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม ผู้ผลิตพลาสติกและบรรจุภัณฑ์ ตลอดจนภาคบริการ และภาคการศึกษา นำสู่ปฏิบัติให้เกิดผลเป็นรูปธรรม โครงการนี้มีความสำคัญสำหรับการจัดการสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืนในไทย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;12 บริษัทสมัครใจนำร่องร่วมลดพลาสติก มีทั้งลงมือแก้ไขปัญหาขยะพลาสติกในองค์กรจนประสบผลสำเร็จและบริษัทที่ใส่ใจ แต่ยังขาดระบบจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ&amp;nbsp; ตั้งเป้าถอดบทเรียนจากองค์กรต่างๆ โดยใช้ตัวชี้วัดพลาสติกฟุตปรินต์ เพื่อเป็นไกด์ไลน์ภาคโรงงาน ภาคการศึกษา ภาคบริการ จะต้องทำอย่างไร ข้อมูลจากโครงการจะมาจัดเวทีประชุมเชิงปฏิบัติการเพิ่มเติมภายในเดือนสิงหาคมนี้ การแลกเปลี่ยนความคิดเห็น เรียนรู้ร่วมกันสำคัญ เพื่อยกระดับการจัดการของเสียขยะพลาสติกของไทย ซึ่งสมาคมยังส่งเสริมงานวิชาการจัดการขยะอาหารและของเสียชุมชนอีกด้วย&amp;quot; ศ.ดร.อรทัยกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;กล่องสแน็กบ็อกซ์จากกระดาษคราฟต์ของ S&amp;amp;P ลดใช้พลาสติก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; บริษัทและองค์กรที่ร่วมจุดประกาย &amp;quot;พลาสติกฟุตปรินต์&amp;rdquo; มีธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มชื่อดัง ผู้ผลิตพลาสติกและบรรจุภัณฑ์ ตลอดจนภาคบริการ และภาคการศึกษา ประกอบด้วย บริษัท เอส แอนด์ พี ซินดิเคท จำกัด (มหาชน), บริษัท เซ็ปเป้ จำกัด (มหาชน), บริษัท คอสมอสบริวเวอรี่ (ประเทศไทย) จำกัด, บริษัท ทีพีบีไอ จำกัด (มหาชน), โรงแรม เดอะ สุโกศล, โรงแรมซิกเซ้นส์ รีสอร์ท สปาร์, บริษัท ดอยคำผลิตภัณฑ์อาหาร จำกัด, บริษัท ซีเท็กซ์อินดัสตรีคอร์ปอเรชั่น จำกัด, เทศบาลตำบลเวียงเทิง จ.เชียงราย, มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง, โรงเรียนวัดสร้อยทอง และโรงเรียนมาแตร์เดอีวิทยาลัย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; กำธร ศิลาอ่อน กรรมการผู้จัดการใหญ่สายการผลิตและการเงิน บริษัท เอส แอนด์ พีฯ กล่าวว่า เราตั้งเป้าหมายลดใช้บรรจุภัณฑ์พลาสติกสำหรับสินค้าหน้าร้าน ให้รีไซเคิลได้ 100% ภายในปี 2565 รวมถึงผลักดันแผนงานพัฒนาอย่างยั่งยืน ธุรกิจอาหารและเบเกอรี่ยังจำเป็นต้องใช้บรรจุภัณฑ์พลาสติกบางประเภทในการกระบวนการผลิต เพื่อส่งมอบแก่ผู้บริโภค เพราะพลาสติกยังเป็นบรรจุภัณฑ์ถนอมอาหารที่มีประสิทธิภาพ และปลอดภัยต่อผู้บริโภค แต่เราตระหนักปัญหาขยะพลาสติกสร้างผลกระทบสิ่งแวดล้อม ทำให้ปรับปรุงกระบวนการทำงาน และกำจัดขยะอย่างเป็นระบบ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;เราปรับลดพลาสติกที่ใช้บรรจุภัณฑ์ตั้งแต่ปี 61-63 ไปได้ถึง 299 ตัน เปลี่ยนมาใช้หลอดกระดาษ กล่องไหว้พระจันทร์รักษ์โลก กล่องสแน็กบ็อกซ์จากกระดาษคราฟต์&amp;nbsp;&amp;nbsp; กล่องอาหารจากเยื่อกระดาษขึ้นรูป รายการที่ยังต้องใช้บรรจุภัณฑ์พลาสติกได้ปรับเป็นพลาสติกชนิดเดียว ให้รีไซเคิลได้ ส่วนถุงพลาสติกหูหิ้วไม่ใช้แล้วนำไปรีไซเคิล แปรรูปเป็นเสื้อพนักงาน S&amp;amp;P รวมถึงขอความร่วมมือลูกค้าพกถุงผ้ามาใช้บริการที่ร้าน&amp;quot; กำธรกล่าว และว่า ความร่วมมือครั้งนี้ เพื่อช่วยให้โลกน่าอยู่ต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนภาคการผลิต พิพัฒพงศ์ อิศรเสนา ณ อยุธยา กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ดอยคำผลิตภัณฑ์อาหาร จำกัด กล่าวว่า ดอยคำ ดำเนินธุรกิจตามแนวพระราชดำริ ในหลวงรัชกาลที่ 9 ให้ความสำคัญกับการจัดการของเสียทุกมิติ นโยบายบริษัทมุ่ง GO GREEN จึงร่วมโครงการพลาสติกฟุตปรินต์นี้&amp;nbsp;&amp;nbsp; เราปลูกฝังให้พนักงานดอยคำมีแนวคิดสีเขียว หรือปลูกป่าในใจคน สร้างจิตสำนึกที่ดี นำไปสู่การลงมือปฏิบัติ เราทำโครงการแกะ ล้าง เก็บ เพื่อลดขยะพลาสติกและนำขยะพลาสติกกลับมาใช้ประโยชน์ ในฐานะผู้ผลิต ต้องกำจัดขยะเอง นำมาสู่การสร้างระบบเรียกคืนบรรจุภัณฑ์พลาสติกที่ผลิต สังคมจะเป็นสีเขียวได้ คนและองค์กรในสังคมต้องมีความรับผิดชอบ หากทุกคนช่วยจะเกิดการเปลี่ยนแปลงที่ดีในบ้านเราต่อไป.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/99248</URL_LINK>
                <HASHTAG>Plastic footprint, บริษัท ดอยคำผลิตภัณฑ์อาหาร จำกัด, บริษัท เอส แอนด์ พีฯ, สมาคม SWAT</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210412/image_big_6073c2b54fe4a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>93156</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/02/2021 22:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/02/2021 22:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ดอยคำชวนลดขยะกับ &quot;แกะ ล้าง เก็บ&quot; มุ่งสู่สังคม Zero Waste  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;การส่งเสริมให้คนไทยมีส่วนร่วมจัดการขยะเป็นสิ่งจำเป็น เพราะทุกวันนี้มีคนจำนวนมากไม่แยกขยะ ทั้งที่หากมีการแยกขยะอย่างเหมาะสม จะทำให้สามารถจัดการขยะได้ง่ายขึ้น ที่สำคัญขยะจะถูกนำไปรีไซเคิล ซึ่งจะทำให้มีรายได้กลับคืนมา หรือสร้างสิ่งของใหม่ๆ จากขยะเหลือใช้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เดือนกุมภาพันธ์นี้ ดอยคำเริ่มกิจกรรม &amp;ldquo;แกะ ล้าง เก็บ&amp;rdquo; อีกครั้ง หลังจากประสบผลสำเร็จ ช่วยลดปริมาณขยะด้วยแนวทางแบบเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) โดยนำวัตถุดิบกลับมาใช้ใหม่เป็นวงจรไม่รู้จบ แทนการผลิตใช้แล้วทิ้ง เพื่อมุ่งสู่สังคมไร้ขยะ (Zero Waste) อย่างจริงจัง สร้างความสุขที่ยั่งยืน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;กิจกรรมนี้รวบรวมกล่องยูเอชทีตราดอยคำที่ทำความสะอาด มาเข้าสู่กิจกรรมพิเศษ แกะ ล้าง เก็บ เพื่อนำเข้าสู่กระบวนการการรีไซเคิล (Recycle) และอัพไซเคิล(Upcycle) พร้อมแปรรูปมาเป็นผลิตภัณฑ์สีเขียว ทั้งพาเลทไม้สังเคราะห์, เก้าอี้อเนกประสงค์, กระถางปลูกต้นไม้ หรือแม้กระทั่งกรวยจราจร ผลิตภัณฑ์แปรรูปทุกชิ้นนำกลับมาใช้ประโยชน์ภายในโรงงานหลวงฯ ทั้ง 3 แห่ง รวมถึงส่งมอบให้หน่วยงานต่างๆ ใช้งานอย่างมีประสิทธิภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นอกจากนี้ ดอยคำได้ส่งมอบกล่องยูเอชทีที่ร่วมกิจกรรม แกะ ล้าง เก็บ ภายใต้แบรนด์ดอยคำ ให้โครงการ &amp;ldquo;หลังคาเขียว&amp;rdquo; มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย นำไปใช้ประโยชน์ และส่งมอบให้กับชุมชนต่อไป &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จากการศึกษาปริมาณกล่องน้ำผลไม้ดอยคำทุก 1,000 กิโลกรัม สามารถลดการตัดต้นไม้ใหญ่ได้ถึง 24 ต้น ช่วยดูดซึมก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่ปล่อยสู่บรรยากาศได้ถึง 112 กิโลกรัม ถือเป็นอีกกิจกรรมลดอุณหภูมิโลกที่ทุกคนร่วมด้วยช่วยกันคนละไม้คนละมือเพื่อสร้างโลกสีเขียว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หากสนใจกิจกรรม แกะ ล้าง เก็บ กล่องน้ำผลไม้และน้ำสมุนไพรพร้อมดื่มตราดอยคำที่ผ่านขบวนการแกะ ล้าง เก็บ 1 กล่อง มีมูลค่า 1 บาท แลกรับส่วนลดแทนเงินสด โดยซื้อผลิตภัณฑ์ดอยคำและเครื่องดื่มชงเท่านั้น จำกัดแลกรับส่วนลดสูงสุด 20 บาท ต่อ 1 ใบเสร็จ โดยใบเสร็จมีมูลค่า 100 บาทขึ้นไป ปัจจุบันกล่องยูเอชทีน้ำผลไม้และน้ำสมุนไพรพร้อมดื่ม ตรา &amp;ldquo;ดอยคำ&amp;rdquo; มีตั้งแต่ขนาด 200 มล. 500 มล. และ 1,000 มล. สิทธิพิเศษนี้สามารถใช้ได้ ตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2564&amp;ndash;30 มิถุนายน 2564 ณ ร้านดอยคำ และร้านครอบครัวดอยคำ ทุกสาขา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ดอยคำแนะนำกล่องยูเอชทีที่แกะ ล้าง เก็บ อย่างสมบูรณ์ สามารถนำมาบริจาคได้ 1.แกะฝากล่อง 2.ดึงมุมกล่อง 4 มุม บน-ล่าง และรีดให้แบน 3.ตัดด้านบน ตัดด้านข้างตัดด้านล่าง 4.ล้างน้ำให้สะอาด 5.เช็ดกล่องให้แห้ง และ 6.เก็บเพื่อต่อยอด เป็นอีกโครงการที่เอกชนร่วมมือกับประชาชนจัดการขยะเพื่อสุขภาวะและสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน&amp;nbsp; โดยใช้หลักการเศรษฐกิจหมุนเวียน มีการใช้ซ้ำ ลดการเกิดใหม่ของขยะ.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/93156</URL_LINK>
                <HASHTAG>นสพ.ไทยโพสต์, บริษัท ดอยคำผลิตภัณฑ์อาหาร จำกัด, แกะ ล้าง เก็บ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210215/image_big_602a8eb200624.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>86091</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/12/2020 12:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/12/2020 12:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เส้นทางต่อสู้กว่าจะเป็น &#039;สตรอว์เบอร์รีดอยคำ&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;กว่าจะได้สตรอว์เบอร์รีสดลูกใหญ่คัดพิเศษ พันธุ์พระราชทาน 80 ปราศจากสารตกค้าง ส่งตรงมายังผู้บริโภคทุกวันในช่วงเดือนมกราคม - กุมภาพันธ์ของทุกปี กลุ่มเกษตรกรสวนสตรอว์เบอร์รีโครงการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำแม่งอน อันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี อ.ฝาง จ.เชียงใหม่&amp;nbsp; ต้องดูแลเอาใจใส่ ประคบประหงมสตรอว์เบอร์รีในแปลงไม่ให้เสียหาย ซึ่งถ้าผลผลิตออกมาดี นั่นหมายถึง ความอยู่ดี กินดีในปีนั้นของเกษตรกร เพราะบริษัท ดอยคำผลิตภัณฑ์อาหาร จำกัด ซึ่งส่งเสริมให้เกษตรกรปลูก จะรับซื้อผลผลิตในราคาที่เป็นธรรม ตามคุณภาพของผลผลิต&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;สตรอว์เบอร์รีพรีเมียม พันธุ์พระราชทาน 80 สร้างอาชีพ รายได้มั่นคง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เส้นทางสตรอว์เบอร์รีผลสีแดง สวย รสชาติแสนอร่อยนั้น มีเบื้องหลังที่ต้องต่อสู้กับอุปสรรคและปัญหา ผลผลิตเสียหายจำนวนมากจากสภาพอากาศที่แปรปรวน ซึ่งเป็นผลพวงจากอุณหภูมิโลกที่สูงขึ้น อีกทั้งปัจจัยจากสภาพแวดล้อมที่ไม่สามารถควบคุมได้ หลายแปลงถูกแมลงศัตรูพืชบุกถล่ม ไม่รวมโรคพืชระบาด นอกจากนี้ การที่เกษตรกรผลิตต้นพันธุ์เองในแต่ละฤดูกาล ทำให้ต้นพันธุ์มีปัญหาไม่ปลอดโรค แสดงลักษณะด้อย ให้ผลผลิตต่ำ คุณภาพไม่สม่ำเสมอ เกษตรกรบางคนต้องยอมทิ้งสวน ทิ้งอาชีพเพราะขาดทุนอย่างหนัก &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;โรงเรือนควบคุมสภาพแวดล้อม 14 หลัง ช่วยแก้ปัญหาของเกษตรกรชาวฝาง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทางดอยคำไม่นิ่งนอนใจ เข้าช่วยเหลือเกษตรกร โดยใช้ความรู้ทางวิชาการเกษตร โดยสร้างโรงปฏิบัติการวิจัยทางพืช เพื่อผลิตต้นพันธุ์สตรอว์เบอร์รีปลอดโรค ตลอดจนพัฒนาเทคนิค เทคโนโลยีทันสมัย มาเพิ่มปริมาณ และคุณภาพผลผลิต จนปัจจุบันดอยคำสามารถควบคุมผลผลิตสตรอว์เบอร์รีตราดอยคำ ให้มีคุณภาพระดับเกรดพรีเมียม&amp;nbsp; ทำให้เกษตรกรบนพื้นที่สูงมีสภาพความเป็นอยู่ที่ลืมตาอ้าปาก ถึงขั้นกินดีอยู่ดีเลยทีเดียว ปัจจุบันภายในโรงปฏิบัติการฯ มีการก่อสร้างโรงเรือนควบคุมสภาพแวดล้อมจำนวน 14 หลัง บนที่ดิน 13 ไร่ ให้กับกลุ่มเกษตรกร ภายใต้ &amp;quot;โครงการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำแม่งอนฯ&amp;quot; ทดลองปลูกสตรอว์เบอร์รีในโรงเรือนตั้งแต่ปี 2562 โดยมีนักวิชาการดอยคำและหน่วยงานต่างๆ เป็นผู้แนะนำ และร่วมคิดค้นทดลองหาทางเอาชนะธรรมชาติ โรคแมลง และความไม่แน่นอนของสภาพอากาศจนเป็นผลสำเร็จ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;กรมสมเด็จพระเทพฯ ทรงตรวจสอบโรคพืชด้วยเทคนิคอณูชีววิทยา ในการเสด็จฯ เปิดโรงเรือนควบคุมสภาพแวดล้อม ที่โรงงานหลวงฯ ที่ 1 (ฝาง) จ.เชียงใหม่ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เมื่อเร็วๆ นี้ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเป็นประธานพิธีเปิดโรงเรือนควบคุมสภาพแวดล้อมและโรงคัดบรรจุ ณ โรงเก็บผลิตภัณฑ์เกษตรและโรงปฏิบัติการวิจัยทางพืช โรงงานหลวงอาหารสำเร็จรูปที่ 1 (ฝาง) จ.เชียงใหม่ เสด็จทอดพระเนตรกิจกรรมต่างๆ ในโรงเรือน เช่น การทดลองปลูกสตรอว์เบอร์รี ห้องเพาะเลี้ยงต้นพันธุ์พืชปลอดโรค ห้องปฏิบัติการอณูชีววิทยา (Molecular Laboratory) ทรงตรวจสอบโรคพืชด้วยเทคนิคอณูชีววิทยา (RNA) ทรงได้รับการถวายรายงานความก้าวหน้าในการดำเนินงานจากนายพิพัฒพงศ์ อิศรเสนา ณ อยุธยา&amp;nbsp; กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ดอยคำผลิตภัณฑ์อาหาร จำกัด นักวิชาการดอยคำ และเกษตรกรที่ร่วมโครงการ พระองค์สนพระทัยและทรงมีข้อซักถามหรือข้อคิดเห็นเพื่อให้งานสมบูรณ์ยิ่งขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นายพิพัฒพงศ์ อิศรเสนา ณ อยุธยา กรรมการผู้จัดการใหญ่ ดอยคำ กล่าวว่า การพัฒนาสายพันธุ์และการปลูกสตรอว์เบอร์รีในโรงเรือนควบคุมสภาพแวดล้อม เป็นอีกแนวทางหนึ่งที่จะสามารถควบคุมผลผลิตสตรอว์เบอร์รีให้มีคุณภาพดี ลดการใช้สารเคมีในระบบการผลิต ปลอดภัยทั้งต่อเกษตรกรและผู้บริโภค อีกทั้งเพิ่มปริมาณผลผลิต รวมถึงยังสามารถผลิตต้นพันธุ์ที่ปลอดโรคเพื่อนำไปจำหน่ายให้แก่เกษตรกรหรือผู้ที่สนใจ ปลูกในฤดูกาลถัดไป และเป็นต้นแบบของแหล่งการเรียนรู้การผลิตสตรอว์เบอร์รีแบบ Smart Farmer อีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;นายนิวัฒน์ ขันโท ผู้จัดการฝ่ายนวัตกรรมเกษตร &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ด้าน นายนิวัฒน์ ขันโท ผู้จัดการฝ่ายนวัตกรรมเกษตร ได้มีโอกาสถวายรายงาน กล่าวว่า สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี รับสั่งว่า เทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านการเกษตรดำเนินการคืบหน้าไปมากน้อยแค่ไหน รวมถึงเรื่องความปลอดภัยในการผลิตอาหารจากพืช โดยเฉพาะสตรอว์เบอร์รี รับสั่งว่ามีคนทูลว่า มีการใช้สารเคมีผลิตสตรอว์เบอร์รีเยอะ ตนถวายรายงาน ดอยคำทำต้นพันธุ์พืชปลอดโรคอยู่ ผลิตต้นพันธุ์พืชที่แข็งแรง จะช่วยลดการใช้สารเคมี โดยใช้ในการกำจัดศัตรูพืชเท่านั้น ส่วนการป้องกันไม่ใช้ เพราะควบคุมศัตรูพืชโดยชีววิทยา (IPM) ส่วนด้านเทคโนโลยีถวายรายงานมีการทำเมล็ดเทียม เป็นการรักษาเซลล์พืชที่มีชีวิตอยู่อีก 6 เดือนถึง 1 ปี เพื่อนำมาใช้ใหม่ พระองค์ท่านสนพระทัยเป็นพิเศษ ทรงตรวจสอบโรคพืชด้วยเทคนิคอณูชีววิทยาในห้องทดลอง ซึ่งดอยคำจะนำต้นพันธุ์พืชปลอดโรคทดลองของพระองค์ไปขยายพันธุ์และส่งเสริมให้เกษตรกรต่อไปด้วย&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ทดลองปลูกสตรอว์เบอร์รีในโรงเรือน ด้วยต้นพันธุ์ปลอดโรค &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สำหรับโครงการพัฒนาการผลิตสตรอว์เบอร์รีในโรงเรือนควบคุมสภาพแวดล้อม ผู้เชี่ยวชาญด้านพัฒนาพันธุ์สตรอว์เบอร์รี กล่าวว่า ปัจจุบันเกษตรกรยังเข้าถึงข้อมูลและเทคโนโลยีได้ยาก ยังคงใช้รูปแบบการเพาะปลูกแบบเก่ากันอยู่มาก เช่น ใช้ต้นพันธุ์ที่ขยายพันธุ์กันเองต่อเนื่องมายาวนาน ทำให้ต้นพันธุ์ที่เกษตรกรผลิตได้ไม่ปลอดโรคและอ่อนแอ เกิดการสะสมเชื้ออันเป็นสาเหตุโรคพืชในพื้นที่ปลูก อีกทั้งปัญหาการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศที่เปลี่ยนไปในทุกๆ ปี จากสภาวะโลกร้อน ส่งผลให้พืชผลทางการเกษตรแปรผันไปตามสภาพแวดล้อม ทำให้ปริมาณและคุณภาพของผลผลิตลดลง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo; ปัจจุบันเกษตรกรต้องรับมือโรคสตรอว์เบอร์รี ส่วนใหญ่เป็นโรคแอนแทรคโนส เชื้อไวรัสทำลายทุกส่วนของพืช ใบ ลำต้น ก้าน ดอก ผล ทำให้ต้นตาย ถ้าเข้าผลผลิต ทำให้ผลสตรอว์เบอร์รีมีแผล ไม่มีคุณภาพ ถ้าระบาดต้องทิ้งทั้งแปลง ส่วนโรคราสีเทาจะขึ้นผลผลิต โรคราแป้งพบในแปลงปลูก ผลผลิตจะเสียหายทั้งหมด ฉะนั้น ในแล็ปดอยคำ ผลิตต้นพันธุ์พืชปลอดโรค ปลอดทั้งเชื้อราและแบคทีเรียสาเหตุโรคพืช รวมถึงไวรัสที่ไม่สามารถมองเห็นด้วยตาเปล่าได้ อย่างไรก็ตาม ต้นพันธุ์สตรอว์เบอร์รีปลอดโรคเมื่อนำไปปลูกในแปลงธรรมชาติ จะแข็งแรงกว่าต้นพันธุ์ทั่วไป โรคแมลงทำร้ายน้อยลง เหมือนเพิ่มวัคซีนให้ต้นพันธุ์ แต่ยังมีโอกาสป่วยด้วยโรคพืชได้อยู่ขึ้นกับสภาพแวดล้อมและการดูแลจัดการแปลงปลูกของเกษตรกร&amp;quot; นายนิวัฒน์ ให้ข้อมูล&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;โรงปฏิบัติการวิจัยทางพืช&amp;nbsp;เป็นแหล่งวิจัย ปรับปรุง&amp;nbsp;พัฒนาพันธุ์พืชสตรอว์เบอร์รี&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่เป้าหมายสำคัญนอกจากการทำให้สตรอว์เบอร์รี&amp;nbsp;ปลอดโรคแล้ว การวิจัยและปรับปรุงสายพันธุ์สตรอว์เบอร์รี ยังเน้นพัฒนาให้ได้ผลผลิตต่อไร่สูง ตั้งเป้าผลผลิต 1 กิโลกรัมต่อต้น ซึ่งตอนนี้ได้ประมาณ 500 กรัมต่อต้น และ ปีนี้เป็นปีแรกที่ดอยคำผลิตต้นพันธุ์พืชที่ปลอดโรคส่งเสริมกลุ่มเกษตรกรฯ ปลูก จำหน่ายให้กลุ่มเกษตรกรแล้วกว่า 50,000 ต้น ราคา 5 บาทต่อต้น โดยมีเจ้าหน้าที่ส่งเสริมเกษตรจากดอยคำ เป็นผู้แนะนำ วางแผน และให้ความรู้แก่เกษตรกร ปัจจุบันต้นพันธุ์สตรอว์เบอร์รีปลอดโรคเริ่มให้ผลผลิตฤดูกาลแรกแล้ว แต่ยังไม่เพียงพอจำหน่ายผลสด ทางดอยคำส่งเข้าโรงงานหลวงฯ เพื่อแปรรูป โดยจะเริ่มทำสตรอว์เบอร์รีพรีเมียมตั้งแต่มกราคม-มีนาคม 2564 เป็นต้นไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นอกจากนี้ ดอยคำเริ่มผลิตต้นพันธุ์เสาวรสปลอดโรค ดำเนินการมา 4 เดือนแล้ว เพราะเกษตรกรพบปัญหาการระบาดโรคไวรัสสูง โดยมีเพลี้ยอ่อนเป็นพาหะ แค่มีไวรัสต้นเดียว เพลี้ยอ่อนไปดูดกิน แล้วเกาะกินต้นอื่น ทำให้ระบาด ต้องผ่านกระบวนการทดสอบ วิจัย และทดลองปลูก ก่อนส่งเสริมสู่เกษตรกร&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo; การสร้างโรงปฏิบัติการวิจัยทางพืช จะแก้ปัญหาสตรอว์เบอร์รีเป็นอันดับแรก ต้นพันธุ์เสาวรสอันดับสอง เพื่อส่งเสริมเกษตรกรผลิตส่งให้โรงงานหลวงฯ ที่ 2 แม่จัน จ.เชียงราย พืชลำดับที่ 3 ต้นพันธุ์มะเขือเทศปลอดโรค เพื่อสนับสนับโรงงานหลวงฯ ที่ 3 เต่างอย จ.สกลนคร ส่วนโรงงานหลวงฯ แห่งที่ 4 ซึ่งจะเกิดขึ้นที่ละหานทราย จ.บุรีรัมย์ เกษตรกรปลูกเสาวรส ก็จะได้ประโยชน์จากสายพันธุ์ที่พัฒนาเช่นกัน เพื่อลดการใช้สารเคมีในประเทศ คุณภาพสิ่งแวดล้อมดีขึ้น เป็นการพัฒนาเกษตรแบบยั่งยืน&amp;quot; นายนิวัฒน์กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปัจจัยที่ทำให้สตรอว์เบอร์รีมีรสชาติและรสสัมผัสที่นุ่มกำลังดี นายนิวัฒน์บอกว่า ขึ้นกับสภาพอากาศ ประเทศไทยมีความแตกต่างของสภาพอากาศระหว่างวันสูงมาก กลางคืนต่ำสุด 10 องศา กลางวัน 30 องศา ปริมาณฝนมากก็มีผลต่อรสชาติ การปลูกในโรงเรือนควบคุมสภาพแวดล้อมมีระบบควบคุมแสง อุณหภูมิ ความชื้น โดยอุณหภูมิที่เหมาะสมในการออกดอกสตรอว์เบอร์รีอยู่ระหว่าง 5-28 องศา อย่างพันธุ์พระราชทาน 80 ใช้เวลา 80&amp;nbsp; ชั่วโมงในช่วงอุณหภูมิดังกล่าว จะกระตุ้นให้เกิดตาดอก ถ้าต่ำกว่า 5 องศา จะจำศีล เกิน 28 องศา ตาดอกจะกลายเป็นต้นไหลแทน ไม่เกิดผล สำหรับเกษตรกรที่สนใจสร้างโรงเรือนควบคุมสภาพแวดล้อม ดอยคำสามารถแนะนำทั้งระบบและพื้นที่ที่เหมาะสมได้ อย่างไรก็ตาม งบประมาณก่อสร้างโรงเรือนประมาณ 3 ล้านบาทต่อโรง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;นางประภาวัลย์ ปัญญา และเกษตรกรชาวฝางที่ร่วมทดลองเพาะปลูกสตรอว์เบอร์รีในโรงเรือน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เกษตรกรที่ได้รับการส่งเสริมการเกษตรจากบริษัท เข้าร่วมโครงการทดลองการผลิตสตรอว์เบอร์รีในโรงเรือนจำนวน 6 ราย ใช้พื้นที่ในโรงเรือน 10 หลัง และบริษัท ใช้พื้นที่โรงเรือนจำนวน 4 หลัง ทดลองปลูกสตรอว์เบอร์รีที่ได้ปรับปรุงสายพันธุ์ ประภาวัลย์ ปัญญา เกษตรกรชาวฝาง อายุ 49 ปี ที่เข้าร่วมโครงการวิจัยปลูกในโรงเรือน บอกว่า&amp;nbsp; เดิมทำสวนลิ้นจี่ แต่ผลผลิตตกต่ำ ก่อนจะมาปลูกสตรอว์เบอร์รีพันธุ์พระราชทาน 80 โดยเป็นสมาชิกกลุ่มเกษตรกรสวนสตรอว์เบอร์รีโครงการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำแม่งอนฯ ผลผลิตสตรอว์เบอร์รีฤดูกาลหนึ่งสร้างรายได้หลักแสน ทำให้ชีวิตดีขึ้น มีอาชีพ มีรายได้มั่นคง ส่งเสียลูกเรียนจนจบปริญญา ส่วนการปลูกโรงเรือน โรค แก้ปัญหาโรค ไม่มีแมลงรบกวน ทำเกษตรได้สะดวกขึ้น ลดต้นทุนสารเคมีและค่าแรงในการกำจัดวัชพืช หญ้าในแปลง จากแต่ก่อนปลูกในแปลงธรรมชาติ มีปัญหาโรคพืช และแมลง&amp;nbsp; ต้องใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืช แต่ใช้ไม่เกินค่ามาตรฐาน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo; การทดลองปลูกเรายังต้องเรียนรู้ ลองผิดลองถูกไป&amp;nbsp; เพราะเป็นเรื่องใหม่ คาดหวังให้การปลูกสตรอว์เบอร์รีประสบผลสำเร็จ ถ้าทำได้เท่ากับได้พัฒนาตัวเอง ก้าวไปอีกขั้นหนึ่ง ผมก็ไม่เข้าใจหรอกว่า สมาร์ทฟาร์มเมอร์คืออะไร แต่ถ้าปลูกแล้วไม่ต้องใช้สารเคมี ได้พันธุ์ดี ได้ผลสตรอว์เบอร์รีพรีเมียม เราไม่เสี่ยงอันตรายจากสารพิษ คนกินก็ปลอดภัย จะลุยต่อไม่ย่อท้อ&amp;quot; นางประภาวัลย์กล่าวด้วยรอยยิ้มแห่งความหวังและภาคภูมิใจที่ได้ดูแลสิ่งแวดล้อม.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/86091</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมสมเด็จพระเทพฯ, บริษัท ดอยคำผลิตภัณฑ์อาหาร จำกัด, สตรอว์เบอร์รีพรีเมียม, โรงงานหลวงฯที่1ฝาง, โรงเรือนควบคุมสภาพแวดล้อม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201206/image_big_5fcc6cd34f8d0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>83147</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/11/2020 10:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/11/2020 10:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มิติใหม่&#039;กฐินสีเขียว&#039; ดอยคำนำร่องสู่ชุมชน ลดขยะพลาสติก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;lsquo;ผ้าไตรจีวร&amp;rsquo;จนถึงผ้าคลุมเก้าอี้ผืนใหม่ในงานกฐิน ทำจากขวดพลาสติกชนิดใสเหลือใช้ เป็นเครื่องบริวารกฐินสามัคคีปีนี้ ที่ &amp;quot;ดอยคำ&amp;quot; เป็นเจ้าภาพนำไปถวายวัดของชุมชนจำนวน 4 แห่ง ภาคเหนือ วัดทุ่งจำลอง อ.ฝาง ใกล้โรงงานหลวงอาหารสำเร็จรูปที่ 1 (ฝาง) จ.เชียงใหม่, วัดป่าห้า (เบญจพัฒนมงคล) อ.แม่จัน ใกล้โรงงานหลวงฯ ที่ 2 (แม่จัน) จ.เชียงราย ส่วนภาคอีสาน วัดนางอย ใกล้โรงงานหลวงฯ ที่ 3 (เต่างอย) จ.สกลนคร และวัดซับสมบูรณ์ ใกล้โรงงานหลวงฯ ที่ 4 (ละหานทราย) จ.บุรีรัมย์ ด้วยจุดมุ่งหมายสืบสานประเพณีงานบุญใหญ่ตามหลักพระพุทธศาสนา พร้อมกับ &amp;quot;เพาะเมล็ดพันธุ์รักษ์สิ่งแวดล้อม&amp;quot; สู่หัวใจชาวบ้าน พนักงานดอยคำ และเยาวชนคนรุ่นใหม่&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ขบวนกฐินดอยคำแห่รอบอุโบสถวัดทุ่งจำลอง ถวายผ้าไตรจีวรแปรรูปจากขวดพลาสติกใส &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เครื่องบริวารกฐินที่ทำจากขวดพลาสติกชนิดใสเหลือใช้เหล่านี้ เป็นผลจากความร่วมมือระหว่าง &amp;quot;ดอยคำ&amp;quot; ที่จับมือกับชุมชนรอบโรงงาน บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) และศูนย์การเรียนรู้สิ่งแวดล้อม วัดจากแดง จ.สมุทรปราการ นำขยะพลาสติกภายในหมู่บ้านที่ผ่านการคัดแยกอย่างถูกต้อง เข้าสู่กระบวนการแปรรูปเป็นวัตถุดิบโพลีเอสเตอร์ในการผลิตเป็นผืนผ้า ปั่นเป็นเส้นใยสำเร็จรูป แล้วถักทอเป็นผืนผ้า ตัดเย็บเป็นจีวรสำหรับพระภิกษุสงฆ์สามเณร ซึ่งผ้าจีวร 1 ผืนใช้ขวดพลาสติกใส(PET) รีไซเคิล 15 ขวด ขณะที่ผ้าไตรจีวร 1 ชุด ใช้ขวดพลาสติกใส 60 ขวด กฐินดอยคำประจำปี 2563 และผ้าป่าสามัคคี สามารถลดการทิ้งขวดพลาสติกไป 720 ขวด หรือขยะพลาสติกกว่า 22 กิโลกรัม &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ดอยคำ ร่วมกับชุมชน วัด ใกล้โรงงานหลวงฯ และ GC ขับเคลื่อนกฐินสีเขียว&amp;nbsp; ลดขยะในชุมชน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พิพัฒพงศ์ อิศรเสนา ณ อยุธยา กรรมการผู้จัดใหญ่ บริษัท ดอยคำผลิตภัณฑ์อาหาร จำกัด กล่าวหลังพิธีการทอดกฐินที่วัดทุ่งจำลอง จ.เชียงใหม่ ว่า กิจกรรมกฐินสามัคคี ดอยคำจัดต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงภายในวัด มีการพัฒนาอย่างถูกต้องเหมาะสมผ่านกองทุนกฐินดอยคำภายใต้โครงการ &amp;rdquo;วัดของเรา วัดของชุมชน&amp;rdquo; ปีนี้ดอยคำขับเคลื่อนกฐินสีเขียว ภายใต้โครงการดอยคำเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ต่อยอดสู่ชุมชน ทุกวัดจะถวายจีวรที่นำขวดพลาสติกใสมาแปรรูป ทั้งยังได้จัดนิทรรศการให้ความรู้กิจกรรมรับบริจาคขวดพลาสติกใสที่วัด ซึ่งชุมชนให้ความสนใจ กฐินสีเขียวสร้างความตระหนักรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม เข้ากับยุคสมัย และส่งเสริมให้เกิดระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน นำเอาทรัพยากรธรรมชาติกลับมาหมุนเวียนใช้ สร้างขยะให้น้อยที่สุด ถือเป็นโมเดลจัดกิจกรรมกฐินเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมที่ชุมชนต่างๆ นำไปต่อยอดและขยายผลได้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;รมร ธนะโสภณ ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่สายสังคมและพัฒนา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ด้าน รมร ธนะโสภณ ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่สายสังคมและพัฒนา กล่าวว่า ดอยคำเป็นธุรกิจสีเขียว เพื่อสร้างความยั่งยืนแก่บริษัทและสังคม มีโครงการสร้างโลกสีเขียวกับกิจกรรม &amp;rdquo;แกะ ล้าง เก็บ&amp;rdquo; สานต่อแนวพระราชดำริรัชกาลที่ 9 เรื่องการใช้ประโยชน์จากขยะ ลดปริมาณของเสีย โดยชวนพนักงานดอยคำและลูกค้าดอยคำ นำกล่องยูเอชที ดอยคำ และกล่องชนิดอื่นๆ มาเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิล ไปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ เช่น พาเลท ที่รองแก้ว กระถางตอนไหลสตอว์เบอร์รี เก้าอี้ ได้ทั้งสิ้น 42,100 กล่อง ข้อมูลนี้ถึงเดือน ก.ย.2563 จากนั้นขยับมาทำโครงการ &amp;rdquo;ดอยคำเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ต่อยอดสู่ชุมชน&amp;rdquo;&amp;nbsp; สร้างความร่วมมือระหว่างบ้าน วัด โรงเรียน และโรงงาน&amp;nbsp; เริ่มด้วยกิจกรรม &amp;rdquo;เก็บขวดแยก แลกชุดกีฬา&amp;rdquo; ที่บ้านยาง จ.เชียงราย ผ่านกิจกรรมกีฬาซึ่งใกล้ตัวเยาวชน ทุกสัปดาห์กลุ่มเยาวชนบ้านยางจะสะสมและรวบรวมขวดพลาสติกมาให้เรา เพื่อส่งต่อพีทีที โกลบอล เคมิคอล แปรรูปเป็นชุดกีฬา เก็บได้แล้ว 234 กิโลกรัม เทียบเป็นขวดทั้งสิ้น 7,722 ขวด นอกจากลดขยะ ยังพัฒนาศักยภาพเยาวชน ส่งเสริมกีฬาเยาวชน มีชุดกีฬาใช้แข่งขันแล้ว 200 ชุด จากนั้นขยายผลสู่กิจกรรมกฐินดอยคำ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;&amp;nbsp;ดอยคำมีความร่วมมือพัฒนาผลิตภัณฑ์จากขวดพลาสติกเพื่อใช้ประโยชน์ให้แก่วัด เช่น ผ้าจีวร ผ้าคลุมเก้าอี้ อิฐบล็อก อย่างกฐินที่วัดป่าห้า ใช้อิฐบล็อกรีไซเคิลปรับปรุงถนนภายในวัด ด้านวัดทุ่งจำลอง เจ้าอาวาสวัดสนใจใช้อิฐบล็อกปรับปรุงพื้นที่ให้สวยงาม ขณะที่วัดทางอีสานเตรียมใช้ผลิตภัณฑ์หลังคาจากขวดพลาสติกใส&amp;nbsp;&amp;nbsp; ภาพรวมส่วนใหญ่ชุมชนรอบโรงงานหลวงฯ ลงมือคัดแยกขยะในชุมชน รู้ว่าขยะมีมูลค่า นำกลับมาใช้ใหม่ได้ กิจกรรมต่างๆ ปลูกฝังความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมให้อยู่ในใจคน และจะมีการพัฒนาผลิตภัณฑ์ร่วมกันต่อเนื่อง&amp;ldquo;&amp;nbsp; รมร กล่าว&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;วัดป่าห้า 1 ใน 4 วัดใกล้โรงงานหลวงฯ นำอิฐบล็อกรีไซเคิลปูถนนภายในวัด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; กฐินสีเขียวมิติใหม่สืบสานบุญประเพณีคราวนี้ จะเกิดขึ้นได้เพราะได้รับความร่วมมือด้านผลิตภัณฑ์ Upcycling จากบริษัทพีทีที โกลบอล เคมิคอล หรือ GC กสิณา สำแดงเดช ผู้บริหาร GC เล่าถึงการสนับสนุนชุดผ้าไตรจีวรว่า สำหรับวัดทุ่งจำลอง วัดป่าห้า และวัดซับสมบูรณ์ ผ้าไตรจีวรที่ถวาย มีที่มาจากโครงการขุดทองจากกองขยะ นำขวดพลาสติกใสมาแปรรูปเป็นผ้าจีวรพระสงฆ์&amp;nbsp; โดยการถักทอด้วยเส้นใยรีไซเคิล โพลีเอสเตอร์ ผสมกับเส้นใยคอตตอน และเส้นใยรีไซเคิล โพลีเอสเตอร์ ซิงค์ มีคุณสมบัติพิเศษช่วยลดกลิ่นอับด้วยคุณสมบัติแอนตีแบคทีเรีย ทำให้ผ้าที่ใช้นุ่งห่มสบาย ไม่ร้อน ไม่อับชื้น ซักแห้งไว ไม่ยับง่าย ซึ่งชุดผ้าไตรจีวร 1 ชุด เท่ากับขวดพลาสติก 15 ขวด &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ผ้าคลุมเก้าอี้ผืนใหม่จากขวดพลาสติก PET ใช้ในงานกฐินดอยคำปีนี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนผ้าคลุมเก้าอี้ ผู้บริหาร GC บอกผลิตด้วยผ้ารีไซเคิล 100% โพลีเอสเตอร์ พร้อมคุณสมบัติกันน้ำซึม ผ้าคลุมเก้าอี้ 1 ผืน เท่ากับ 13 ขวด ส่วนคอนกรีตปูพื้น ผสมเศษฝาขวดน้ำพลาสติก 50% มีความแข็งแรงทนทาน อีกผลิตภัณฑ์เป็นเสื่อ PDM ทำจากพลาสติกไพลีโพรพิลีน รีไซเคิล 80% และสารปกป้องแสงยูวี ใช้กลางแจ้งได้ เนื้อไม่กรอบ สีคงทน ใช้งานได้นานหลายปี สำหรับชุดกีฬาเป็นผ้ารีไซเคิล 100% โพลีเอสเตอร์ 1 ชุดเท่ากับ 24 ขวด &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;&amp;nbsp;การสร้างระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน แน่นอนว่าต้องเริ่มต้นจากตัวเอง รู้คุณค่าขยะ คัดแยก และนำไปพัฒนา การทำโครงการร่วมกับดอยคำ จะควบคู่กับให้ความรู้เยาวชนในชุมชนต่างๆ ว่า ใช้ถูกต้อง ทิ้งถูกที่ ต่อยอดถูกทาง ซึ่งสร้างภาพจำใหม่ ขยะไม่ใช่ขยะ ขยะพลาสติกกลับมาหมุนเวียนใช้ใหม่&amp;ldquo; กสิณากล่าว และย้ำกฐินสีเขียวเป็นการให้ความสนใจกับการจัดการขยะภายในชุมชน เป็นจุดเล็กๆ ที่หลายชุมชนอาจจะมองข้าม &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แน่นอนว่า จุดเริ่มต้นกฐินสีเขียวมาจากดอยคำ แต่ถ้าไม่มีความร่วมมือจากชุมชน ก็คงไม่ได้ดูแลสิ่งแวดล้อมตามเป้าหมาย และนี่คือพลังแห่งความสำเร็จของบริษัทและหน่วยงานภาคีในกิจกรรมกฐินสามัคคีนี้.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/83147</URL_LINK>
                <HASHTAG>กฐินดอยคำ, บริษัท ดอยคำผลิตภัณฑ์อาหาร จำกัด, บริษัทพีทีที โกลบอล เคมิคอล, พิพัฒพงศ์ อิศรเสนา ณ อยุธยา, วัดทุ่งจำลอง, โรงงานหลวงฯ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201108/image_big_5fa766662d060.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>81892</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/10/2020 22:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/10/2020 22:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>  ‘กฐินดอยคำ’สานต่อเศรษฐกิจพอเพียงสู่โมเดลพัฒนาวัดที่ยั่งยืน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชาวดอยคำและคนในชุมชนพร้อมใจแต่งองค์กฐินและเตรียมเครื่องบริวารกฐินในวันสมโภชกฐินดอยคำ วัดทุ่งจำลอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;การพัฒนาวัดของชุมชน ทั้งฟื้นฟูประเพณี วัฒนธรรมที่ดีงาม และบูรณปฏิสังขรณ์วัดอย่างถูกต้องเหมาะสมตามหลักพุทธสถาน ทำให้เกิดประโยชน์มากมายต่อวิถีชุมชนและสังคมที่อุดมด้วยสีสันประเพณี วัฒนธรรมที่น่าสนใจ&amp;nbsp;&amp;nbsp;เหตุนี้ บริษัท ดอยคำผลิตภัณฑ์อาหาร จำกัด ซึ่งมุ่งเป็นธุรกิจเพื่อสังคมพัฒนาชุมชนรอบโรงงานหลวงอาหารสำเร็จรูปตามหลักการบ้านวัดโรงเรียนและโรงงานหลวงฯ (บ-ว-ร-ร) จัดทำโครงการวัดของเรา วัดของชุมชน เพื่อบูรณะและปรับปรุงทัศนียภาพวัดของชุมชนจำนวน 4 แห่ง ภาคเหนือ วัดทุ่งจำลอง อ.ฝาง ใกล้โรงงานหลวงอาหารสำเร็จรูปที่&amp;nbsp;1 (ฝาง) จ.เชียงใหม่, วัดป่าห้า (เบญจพัฒนมงคล) อ.แม่จัน ใกล้โรงงานหลวงฯ ที่ 2 (แม่จัน) จ.เชียงราย ส่วนภาคอีสาน วัดนางอย ใกล้โรงงานหลวงฯ ที่ 3 (เต่างอย) จ.สกลนคร และวัดซับสมบูรณ์ ใกล้ที่ตั้งโรงงานหลวงฯ ที่ 4 (ละหานทราย) จ.บุรีรัมย์&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; กิจกรรมใหญ่ภายใต้โครงการวัดของเรา วัดของชุมชน เป็นการจัด &amp;quot;กฐินดอยคำ ประจำปี 2563&amp;quot; เพื่อสืบสานประเพณีสำคัญหลังออกพรรษาของชาวพุทธ ทำนุบำรุงวัดใกล้โรงงานหลวงฯ ให้เป็นศูนย์รวมจิตใจและสถานที่ถ่ายทอดประเพณีหลักธรรมคำสอนสู่คนในชุมชน โดยเฉพาะปลูกฝังศีลธรรมกับเยาวชนคนรุ่นใหม่ให้มีภูมิคุ้มกันรู้เท่าทันการเปลี่ยนแปลง รู้จักผิดชอบชั่วดี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วัดทุ่งจำลอง 1 ใน 4 วัดนำร่องในโครงการวัดของเรา วัดของชุมชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เส้นทางบุญแรก ดอยคำยกกองผ้าป่าขึ้นดินแดนล้านนาที่วัดทุ่งจำลอง เริ่มด้วยการแต่งองค์กฐินและเตรียมเครื่องบริวารกฐินในวันสมโภชกฐินตามประเพณีค่ำคืนวันที่ 26 ต.ค. ก่อนจะมีการทอดกฐินในเช้าวันรุ่งขึ้น 27 ต.ค. โดยมีชาวดอยคำ หน่วยงานภาคีและชุมชนร่วมสืบสานประเพณี เข้าขบวนแห่และร่วมในพิธีอย่างคึกคักด้วยศรัทธาอันแรงกล้า &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กฐินดอยคำ สืบสานวัฒนธรรมประเพณีอันดีงาม&amp;nbsp; เน้นอานิสงส์ของการทอดกฐิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นายพิพัฒพงศ์ อิศรเสนา ณ อยุธยา กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ดอยคำผลิตภัณฑ์อาหาร จำกัด กล่าวว่า โครงการวัดของเรา วัดของชุมชน ดอยคำมีความร่วมมือกับวัดภายในชุมชนใกล้โรงงานหลวงฯ และเป็นวัดที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 เคยเสด็จฯ มาทรงเยี่ยมพสกนิกร การพัฒนาวัดจะผ่านกองทุนกฐินดอยคำเพื่อร่วมปรับปรุงพื้นที่ภายในวัดทั้ง 4 แห่งให้มีเขตพุทธาวาส สังฆาวาส และธรณีสงฆ์ที่ถูกต้อง มีภูมิทัศน์ที่สวยงามเหมาะสมกับการจัดกิจกรรมต่างๆ ของชุมชน วัดในภาคเหนือร่วมกับคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ออกแบบพื้นที่ให้ถูกต้องตามประเพณีล้านนา ส่วนวัดในภาคอีสานร่วมกับคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ ผังเมืองและนฤมิตศิลป์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ออกแบบปรับปรุง พร้อมกันนี้ยังให้วัดของเรา วัดของชุมชน พัฒนาสมองและสร้างปัญญาแก่ชาวชุมชน อย่างวัดทุ่งจำลองที่ร่วมพัฒนาตั้งแต่ปี 2559 ทุกเดือนในวันธรรมะสวนะ หรือวันพระ สนับสนุนให้ชาวบ้าน พนักงานดอยคำและเยาวชนในพื้นที่มาอบรมบ่มเพาะหลักธรรมซึ่งขาดหายไปในคนยุคนี้ เช่น ศีล 5, อริยสัจสี่, พรหมวิหารสี่ รวมถึงธรรมสำหรับผู้ปกครองบ้านเมือง หรือทศพิธราชธรรม ก่อนจะฝึกปฏิบัตินั่งสมาธิ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo; ดอยคำมุ่งมั่นสร้างวัดที่เป็นต้นแบบการพัฒนาวัดที่ยั่งยืน เป็นสถานที่เผยแผ่พระธรรมคำสอนและประกอบพิธีกรรมทางศาสนาอย่างถูกต้องตามหลักพุทธศาสนา เพื่อดึงวัฒนธรรมที่ดีงามกลับคืนมา และสานต่อปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง รวมถึงมีบทบาทเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ศิลปวัฒนธรรมของชุมชนด้วย หากโครงการสำเร็จ โมเดลนี้จะขยายผลกับวัดอื่นๆ ต่อไป&amp;quot; นายพิพัฒพงศ์กล่าว และว่า ยอดกฐินดอยคำรวมกว่า 1.3 ล้านบาทจะใช้พัฒนาทั้ง 4 วัด โดยมีแผนงานบริหารจัดการร่วมกันเป็นระยะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พิพัฒพงศ์ อิศรเสนา ณ อยุธยา กรรมการผู้จัดการใหญ่ บ.ดอยคำผลิตภัณฑ์อาหาร จำกัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พระครูโกวิทพัฒน์วิเชียร เจ้าอาวาสวัดทุ่งจำลอง จ.เชียงใหม่ กล่าวว่า วัดของเราเก่าแก่กว่า 100 ปี อยู่คู่กับ ต.แม่งอน อ.ฝาง เป็นศูนย์รวมใจของชาวบ้าน 3 หมู่บ้าน ได้แก่ บ้านทุ่งหลุก, บ้านใหม่ทุ่งเจริญ และบ้านใหม่หลวง ก่อนหน้านี้โรงงานหลวงฯ ร่วมทำกิจกรรมและช่วยเหลือชาวบ้านแนะนำความรู้ด้านการเกษตร รับซื้อผลผลิตสร้างงาน สร้างรายได้ จนปี 59 วัดร่วมโครงการวัดของเราฯ เพราะยึดเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวง ร.9 ในการพัฒนาเหมือนกัน นำมาสู่การตั้งกองทุนกฐินดอยคำ ซึ่งใช้ปรับปรุงถนน ร่องระบายน้ำ เพิ่มแสงสว่างภายในวัด ปรับภูมิทัศน์ เพิ่มพื้นที่สีเขียว ซ่อมแซมพื้นไม้ รวมถึงปูพื้นไม้ศาลาปฏิบัติธรรม ซึ่งคนจาก 3 หมู่บ้านใช้เป็นสถานที่อบรมธรรมะ โดยค่าใช้จ่ายในการพัฒนามีความโปร่งใส ตั้งคณะกรรมการร่วมกันดูแลตรวจสอบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;การพัฒนาวัดไม่เน้นสิ่งปลูกสร้าง แต่มุ่งสร้างสติปัญญาให้กับชุมชน มาวัดไม่ต้องมีเงินก็ได้ ทำให้ชาวบ้านสบายใจ วัดต้องเป็นที่พึ่งชุมชน ผลการพัฒนาสร้างความสามัคคีและระเบียบวินัยให้เกิดขึ้นในชุมชน ปรับสู่ประเพณีปลอดเหล้า กฐินดอยคำจัดแบบเรียบง่าย ไม่ได้หวังยอดเงิน แต่ช่วยรักษาอานิสงส์ทำบุญกฐินไว้ช่วยสืบทอดพุทธศาสนาและทำให้จิตบริสุทธิ์ ผ่องใส ทางวัดวางแนวทางสู่วัดเศรษฐกิจพอเพียงและศูนย์กลางการเรียนรู้เกษตรทฤษฎีใหม่ ตลอดจนเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศวัฒนธรรมอยู่คู่กับชุมชน ช่วยแก้ปัญหาชุมชน&amp;quot; พระครูโกวิทพัฒน์วิเชียร กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พระครูโกวิทพัฒน์วิเชียร เจ้าอาวาสวัดทุ่งจำลอง จ.เชียงใหม่
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สำหรับกิจกรรมกฐินดอยคำปีนี้ยึดมั่นในวัฒนธรรม ประเพณี และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ภายในงานยังมีนิทรรศการ &amp;quot;โครงการดอยคำเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมต่อยอดสู่ชุมชน : กิจกรรมรับบริจาคขวดพลาสติก PET&amp;quot; ซึ่งร่วมกับบริษัท พีทีทีโกลบอลเคมิคอล จำกัด (มหาชน) สร้างความตระหนักรู้เรื่องการจัดการขยะภายในชุมชน และนำขยะพลาสติกกลับมาใช้ประโยชน์ให้คุ้มค่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เส้นทางร่วมบุญกฐินครั้งต่อไปวันที่ 29 ต.ค. ยกกองไปที่วัดป่าห้า จ.เชียงราย ก่อนไปสายอีสานวันที่ 3 พ.ย. ที่วัดนางอย จ.สกลนคร และวันที่ 5 พ.ย. ที่วัดซับสมบูรณ์ จ.บุรีรัมย์ ประชาชนที่สนใจสามารถร่วมงานทอดกฐินได้ ร่วมสร้างความยั่งยืนการพัฒนาวัดและชุมชนไปด้วยกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/81892</URL_LINK>
                <HASHTAG>กฐินดอยคำ, นสพ.ไทยโพสต์, บริษัท ดอยคำผลิตภัณฑ์อาหาร จำกัด, วัดของเรา วัดของชุมชน, วัดซับสมบูรณ์, วัดทุ่งจำลอง, วัดนางอย, วัดป่าห้า, โรงงานหลวงฯ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201026/image_big_5f96ecdcd26d4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>77771</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/09/2020 23:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/09/2020 19:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ดอยคำเปิดแคมเปญใหม่&#039;มะเขือเทศที่รัก&#039;  ยกเส้นทางสายมะเขือเทศสู่เมือง ชวนเช็คอิน! </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;​&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปักหมุดนิทรรศการ &amp;ldquo;Discover Doi: FROM FARM TO CITY&amp;rdquo; ตามรอยเส้นทางสายมะเขือเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;เปิดแคมเปญใหม่ &amp;ldquo; มะเขือเทศที่รัก&amp;rdquo; ลบภาพจำเก่าๆ ของมะเขือเทศ ดอยคำ ในกลุ่มผู้ใหญ่ กลายเป็นผลิตภัณฑ์สำหรับกลุ่มคนรุ่นใหม่ และหนุ่มสาวในยุคดิจิตอล หรือเรียกว่า คนเจน-ซี เพราะปรับภาพลักษณ์แบรนด์ ปรับฉลากผลิตภัณฑ์ให้มีความทันสมัย ด้วยลายเส้นภาพวาดที่สื่อเรื่องราวเส้นทางมะเขือเทศ &amp;nbsp;แค่เห็นครั้งแรกก็หลงรักกันเลยทีเดียว &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;พิพัฒพงศ์ อิศรเสนา ณ อยุธยา กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ดอยคำผลิตภัณฑ์อาหาร จำกัด ลุยเนรมิตพื้นที่ส่วนหนึ่งใน &amp;nbsp;Co-Creation Space ชั้น 3 สยามดิสคัฟเวอรี่ ดิเอ็กซ์พลอราทอเรี่ยม ร่วมกับสยามดิสคัฟเวอรี่ ให้กลายเป็นแปลงเพาะปลูกมะเขือเทศแสนอุดมสมบูรณ์เสมือนจริงด้วยนิทรรศการ &amp;ldquo;&amp;nbsp;Discover Doi : FROM FARM TO CITY &amp;rdquo; หนึ่งในกิจกรรมใหญ่จากแคมเปญใหม่ &amp;quot;มะเขือเทศที่รัก&amp;quot; ซึ่งเต็มไปด้วยเรื่องราวเส้นทางมะเขือเทศดอยคำ ทั้งภาพวาดลายเส้นไร่มะเขือเทศในเขตอีสานตอนบน ภาพวิธีปลูกผลผลิตมะเขือเทศแบบแนวตั้ง ช่วยให้ได้ผลผลิตมากขึ้น ที่สำคัญมะเขือเทศผลใหญ่ เนื้อแน่น สีแดงสด หวานฉ่ำ&amp;nbsp; &amp;nbsp;และภาพรถอีแต็ก&amp;nbsp;ยานพาหนะที่เป็นเอกลักษณ์เกษตรกรภาคอีสานตอนบน&amp;nbsp;ใช้บรรทุกมะเขือเทศสุก พร้อมนำเข้าสู่กระบวนการแปรรูปเป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์ครอบครัวมะเขือเทศให้กับชาวเมือง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพลิดเพลินกับเรื่องราวมะเขือเทศ ดอยคำ ผลผลิตแห่งความภาคภูมิใจ และสร้างรายได้เกษตรกรไทย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งยังมีนิทรรศการให้ความรู้ดีๆ ยืนยันมะเขือเทศเป็นทางเลือกอันดับต้นๆ ของสายเฮลตี้ เพราะอุดมด้วยวิตามินเอ ไลโคปีน ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยชะลอริ้วรอยก่อนวัย จากประโยชน์มากมายของมะเขือเทศ เพลิดเพลินกับนิทรรศการแล้ว ชวนมารับประสบการณ์ใหม่ของน้ำมะเขือเทศแท้ 100% จากมะเขือเทศต้นฤดูกาล และน้ำมะเขือเทศ 3 สูตรพิเศษ เริ่มจาก Tomato Sunrise ความสดชื่นให้ร่างกายรู้สึกกระปรี้กระเปร่า กับสูตรลับน้ำมะเขือเทศแท้ ผสานรสชาติเผ็ดจัดจ้านจากสมุนไพรเผ็ดร้อน และซอสพริกทาบาสโก เพิ่มสีสันด้วยพริกลูกชุบสีแดงสด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพลักษณ์ผลิตภัณฑ์มะเขือเทศ ดอยคำ ปรับให้ทันสมัย ถูกใจกลุ่มคนรุ่นใหม่ #มะเขือเทศที่รัก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ถัดมา Tomato Sunshine &amp;nbsp;จากสูตรน้ำมะเขือเทศรสชาติยอดนิยมของร้านดอยคำ &amp;nbsp;ผสมผสานความเปรี้ยวอมหวานและกลิ่นหอมอันเป็นเอกลักษณ์จากน้ำเสาวรสแท้ เพิ่มรสสัมผัสนุ่มละมุนด้วยวิปครีมกลิ่นวานิลลา และ Tomato Sunset&amp;nbsp; &amp;nbsp;น้ำมะเขือเทศสีม่วงเข้ม จากการผสมผสานรสชาติเอกลักษณ์ของน้ำมัลเบอร์รีแท้ พร้อมสัมผัสมิติแห่งการผ่อนคลาย ด้วยกลิ่นหอมแห่งสมุนไพรนานาชาติหลากชนิด พร้อมตกแต่งด้วยมะเขือเทศเชอร์รีอบแห้ง จำหน่ายราคา 80 บาทต่อแก้ว &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เปิดประสบการณ์ใหม่ของน้ำมะเขือเทศแท้ 100% จากมะเขือเทศต้นฤดูกาล และน้ำมะเขือเทศ 3 สูตรพิเศษ ในงาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ในงานยังมีตลาดนัดสินค้าดอยคำ (Pop-Up Market) พร้อมโปรโมชั่นพิเศษซื้อสินค้าดอยคำภายในงาน ตั้งแต่ 350 บาท รับฟรี หน้ากากอนามัย&amp;lrm;แบบผ้าลวดลายมะเมือเทศที่รัก &amp;nbsp;มีบูธเกมที่นำเทคโนโลยีภาพเสมือนจริง หรือ &amp;ldquo;AR&amp;rdquo; (Augmented Reality) มาใช้เป็นสื่อกลางในรูปแบบ AR Games เกม &amp;ldquo;งับมะเขือเทศ&amp;rdquo; และ VDO 3มิติ บอกเล่าเรื่องราวเส้นทางมะเขือเทศ &amp;nbsp;3 เรื่องราว ได้แก่ ของขวัญธรรมชาติ พืชผลล้ำค่าจากแดนไกล, เส้นทางสายมะเขือเทศแห่งแดนอีสาน และ ที่ 1 แห่งความภาคภูมิใจ ผลผลิตที่หล่อเลี้ยงทุกชีวิตให้ กินดี&amp;hellip;อยู่ดี โดยสามารถร่วมกิจกกรมได้เพียง Add Line@DoiKham &amp;nbsp;เรียกว่า บรรยากาศคึกคักกันตั้งแต่วันเปิดงาน ซึ่งจัดตั้งแต่วันนี้ ถึงวันที่ 8 ตุลาคม 2563&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;พิพัฒพงศ์ อิศรเสนา ณ อยุธยา กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ดอยคำผลิตภัณฑ์อาหาร จำกัด กล่าวว่า การเปิดตัวแคมเปญ &amp;ldquo;มะเขือเทศที่รัก&amp;rdquo; เพื่อถ่ายทอดเรื่องราวของมะเขือเทศไปยังกลุ่มคนรุ่นใหม่ กลุ่มเด็กเยาวชน ตอกย้ำภาพลักษณ์แบรนด์ผลิตภัณฑ์ครอบครัวมะเขือเทศ อันดับ 1 แห่งความภาคภูมิใจ ครอบครัวมะเขือเทศดอยคำเป็นครอบครัวที่ใหญ่ที่สุด สร้างรายได้ให้บริษัท ดอยคำฯ มากกว่าร้อยละ 30 &amp;nbsp;มีผลิตภัณฑ์จากมะเขือเทศหลากหลายกว่า 12 รายการ เราวางแผนจะเป็นเจ้าแห่งมะเขือเทศในประเทศไทย แคมเปญนี้ตอกย้ำเรื่องราวมะเขือเทศผลผลิตที่ดอยคำภาคภูมิใจ และสร้างความผูกพันระหว่างเกษตรกรไทยกับชาวเมือง&amp;nbsp; มะเขือเทศเป็นผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ มีประโยชน์ต่อร่างกาย วัตถุดิบหลักมาจากเกษตรกร ซึ่งปีนี้เกษตรกรเผชิญปัญหา &amp;nbsp;ได้รับผลกระทบมาก อีกทั้งใกล้ฤดูกาลขายผลผลิตมะเขือเทศรอบใหม่ การอุดหนุนผลิตภัณฑ์มะเขือเทศ ดอยคำ หมายถึง การช่วยเหลือเกษตรกร เพราะดอยคำจะรับซื้อผลผลิตมะเขือเทศจากเกษตรกรได้เพิ่มมากขึ้นเพื่อเป็นวัตถุดิบในการแปรรูปหลายผลิตภัณฑ์&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo; การบริโภคน้ำมะเขือเทศ ดอยคำ ไม่ใช่แค่ผู้บริโภคได้ประโยชน์ แต่สร้างอาชีพ สร้างรายได้แก่เกษตรกรให้กินดีอยู่มากว่า 38 ปี&amp;nbsp; &amp;nbsp;การดูแลและพัฒนาเกษตรกรภายใต้โครงการส่งเสริมเกษตรฯ ของโรงงานหลวงฯ สิ่งนี้เราทำอยู่และจะเดินหน้าต่อไป ส่วนการปรับภาพลักษณ์แบรนด์ดอยคำให้ดูเด็กลง เพราะอยากเข้าถึงกลุ่มคนรุ่นใหม่ ซึ่งจะสร้างกลุ่มผู้บริโภคสำคัญในอนาคต&amp;nbsp;เราพัฒนาต่อยอดผลิตภัณฑ์มะเขือเทศให้หลากหลาย รสชาติเป็นที่ยอมรับ และเตรียมจะมีผลิตภัณฑ์ใหม่ออกมาในอนาคตใกล้นี้ มะเขือเทศ ดอยคำเป็นเส้นเลือดใหญ่ที่หล่อเลี้ยงดอยคำให้แข็งแรง นิทรรศการมีชีวิตครั้งนี้ส่งตรงถึงคนเมือง ทุกคนจะได้ตามรอยเส้นทางสายมะเขือเทศ และได้เรียนรู้ศาสตร์พระราชา น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณในหลวง รัชกาลที่ 9 ทรงงานเพื่อเกษตรกรไทย ให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีและสร้างชุมชนเติบโตอย่างยั่งยืน &amp;ldquo; &amp;nbsp;พิพัฒพงศ์ กล่าว &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;พิพัฒพงศ์ อิศรเสนา ณ อยุธยา กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ดอยคำผลิตภัณฑ์อาหาร จำกัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับบรรยากาศภายในงานเปิดนิทรรศการ &amp;ldquo;Discover Doi: FROM FARM TO CITY&amp;rdquo; วันนี้วันแรก อบอุ่นไปด้วยเหล่าคนดังสายเฮลตี้ พร้อมใจกันตามรอยเส้นทางมะเขือเทศและไม่พลาดร่วมพิสูจน์ความอร่อยของเครื่องดื่มสูตรพิเศษทั้ง 3 สูตร รวมถึงเมนูแสนอร่อยของหนุ่มหล่อ เต-ตะวัน วิหครัตน์ และ เชฟหนุ่มหล่อ แม็ค-อนุชา พัฒนาศิริรักษ์ มาสาธิตวิธีการทำอาหารเมนู &amp;ldquo;ผัดไทยไข่โสร่ง&amp;rdquo; ซึ่งใช้น้ำมะเขือเทศแท้ 100% ที่ใช้ผลผลิตมะเขือเทศต้นฤดูกาลมีรสชาติดีที่สุด เป็นหัวใจหลักของซอสผัดไทย นำมาผสมกับ เต้าหู้ยี้, น้ำตาลปี๊บ, หอมแดงซอย, น้ำปลา และเพิ่มมิติของรสชาติหวานนิดเผ็ดหน่อย ด้วยมะเขือเทศทาขนมปัง ช่วยชูรสชาติผัดไทยจานนี้โดดเด่นยิ่งขึ้น งานนี้ ใครที่ได้ชิมต่างชมเป็นเสียงเดียวว่า อร่อยและสุขภาพดีอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ เต -ตะวัน วิหครัตน์ บอกว่า ตอนนี้ดื่มน้ำมะเขือเทศดอยคำเป็นประจำ ทำให้ผิวพรรณดี หน้าใส ตอนแรกก็รู้สึกว่ารสชาติไม่ถูกปาก แต่น้ำมะเขือเทศดอยคำเป็นที่นิยมมากในกลุ่มคนรักสุขภาพ คิดว่า ดื่มแล้วมีประโยชน์ต่อร่างกาย ก็ดื่มประจำ จนคุ้นเคยกับรสชาติ กลายเป็นครอบครัวดอยคำแล้ววันนี้ แฟนคลับเมื่อรู้ว่าตนชอบดื่มน้ำมะเขือเทศดอยคำก็นำมาเป็นของฝาก ตนก็ชวนให้ทุกคนดื่ม เพื่อให้มีสุขภาพดีเหมือนตัวเอง&amp;nbsp;&amp;nbsp;ดีใจได้มาร่วมกิจกรรมในแคมเปญมะเขือเทศที่รัก ทำให้รู้ว่าผลิตภัณฑ์แปรรูปจากมะเขือเทศดอยคำ สามารถนำไปรังสรรค์เมนูอร่อยๆ รวมถึงเครื่องดื่มสูตรพิเศษอีกด้วย ตอบโจทย์ไลฟสไตล์คนรุ่นใหม่&amp;nbsp;อีกความรู้ มะเขือเทศที่ผ่านความร้อนจากการแปรรูปมีไลโคปีนมากกว่ามะเขือเทศสด&amp;nbsp;&amp;nbsp;ร่างกายดูดซึมไลโคปีนไปใช้ดีขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;เต-ตะวัน วิหครัตน์ -&amp;nbsp;เชฟแม็ค-อนุชา พัฒนาศิริรักษ์ ปรุงเมนู &amp;ldquo;ผัดไทยไข่โสร่ง&amp;rdquo; ใช้น้ำมะเขือเทศแท้ 100% ที่ใช้ผลผลิตมะเขือเทศต้นฤดูกาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ปักหมุดไปเช็คอินนิทรรศการ &amp;ldquo;Discover Doi: FROM FARM TO CITY&amp;rdquo; คอนเทนด์และกิจกรรมมากมายจะเปลี่ยนภาพจำของมะเขือเทศดอยคำ ในมุมที่หลายคนไม่เคยรู้มาก่อน มาร่วมตามรอยเส้นทางมะเขือเทศ และเปิดประสบการณ์รสสัมผัสที่แตกต่างของน้ำมะเขือเทศกัน นิทรรศการมีถึง 8 ต.ค.ตั้งแต่เวลา 10.00&amp;ndash;20.00 น. ณ Co-Creation Space ชั้น 3 สยามดิสคัฟเวอรี่ ดิเอ็กซ์พลอราทอเรี่ยม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/77771</URL_LINK>
                <HASHTAG>Discover Doi: FROM FARM TO CITY, บริษัท ดอยคำผลิตภัณฑ์อาหาร จำกัด, พิพัฒพงศ์ อิศรเสนา ณ อยุธยา, มะเขือเทศที่รัก, สยามดิสคัฟเวอรี่ ดิเอ็กซ์พลอราทอเรี่ยม, เต-ตะวัน วิหครัตน์, เส้นทางสายมะเขือเทศ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200917/image_big_5f63528096198.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
