<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>99948</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/04/2021 13:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/04/2021 13:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ราล์ฟ ลอเรน รุกแฟชั่นรักษ์โลก ผนึก Dow ชูนวัตกรรมย้อมผ้าประหยัดน้ำ  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; แบรนด์แฟชั่นชื่อดัง ราล์ฟ ลอเรน (Ralph Lauren) ประกาศใช้เทคโนโลยีการย้อมผ้าฝ้ายแบบยั่งยืน ลดใช้เคมี ประหยัดน้ำและพลังงาน แต่ยังคงคุณภาพและความสวยงามของสีย้อม โดยใช้นวัตกรรมน้ำยาปรับสภาพผ้าการันตีรางวัลระดับโลก &amp;ldquo;ECOFAST&amp;trade;&amp;rdquo; จากบริษัท ดาว (Dow) ซึ่งช่วยลดการใช้น้ำได้ถึง 40% ตั้งเป้าลดน้ำเสียในกระบวนการย้อมจนเป็นศูนย์ในอนาคต พร้อมวางจำหน่ายเอาใจผู้รักสิ่งแวดล้อมทั่วโลกภายในปลายปีนี้ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เพื่อลดปัญหาการขาดแคลนน้ำและมลพิษจากการย้อมผ้า ตามรายงานขององค์การสหประชาชาติที่ระบุว่าอุตสาหกรรมการผลิตเครื่องนุ่งห่มในปัจจุบันก่อให้เกิดการปล่อยคาร์บอนทั่วโลกมากถึง 10% และยังก่อให้เกิดน้ำเสียถึง 20% ของโลก ราล์ฟ ลอเรนในฐานะบริษัทแฟชั่นชั้นนำที่จำหน่ายเสื้อโปโล เสื้อยืด และกางเกงยีนส์หลายล้านตัวในแต่ละปีจึงสร้างสรรค์กระบวนการย้อมผ้าแบบใหม่ เรียกว่า &amp;ldquo;Color On Demand&amp;rdquo; โดยตั้งเป้าจะเป็นระบบการย้อมผ้าฝ้ายแบบไร้น้ำเสียขนาดใหญ่ระบบแรกของโลก &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ในเฟสแรกได้นำนวัตกรรมน้ำยาปรับสภาพผ้า ECOFAST&amp;trade; จากบริษัท ดาว (Dow) มาใช้ ซึ่งช่วยเพิ่มการดูดซับสี ลดการใช้น้ำ 40% ลดการใช้สารเคมี 85% ลดการใช้พลังงาน 90% และ ลดการปลดปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในกระบวนการย้อมลง 60%&amp;nbsp; ซึ่งจากคุณสมบัติดังกล่าวทำให้ ECOFAST&amp;trade; ได้รับรางวัลระดับนานาชาติมากมาย อาทิ Sustainability Award และ BIG Innovation Awards จาก Business Intelligence Group ในปี 2563 รางวัล Edison Awards ในปี 2562 และ RD 100 Awards จากนิตยสาร R&amp;amp;D World ในปี 2561 &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ในเฟสต่อๆ มาจะมีการปรับเปลี่ยนเครื่องจักรและเทคโนโลยีการผสมสี เพื่อนำไปสู่กระบวนการย้อมผ้าฝ้ายที่ไม่ก่อให้เกิดน้ำเสียเลยในที่สุด โดย ราล์ฟ ลอเรนได้รับความร่วมมือจากผู้เชี่ยวชาญถึง 4 บริษัท ได้แก่ Dow, Huntsman Corp, Corob และ Jeanologia&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นอกจากการลดใช้ทรัพยากรอย่างมากแล้ว การย้อมผ้าระบบใหม่นี้ยังช่วยลดเวลาที่ต้องใช้ในการผลิตและจัดส่งเสื้อผ้า จากปัจจุบัน ราล์ฟ ลอเรนจะต้องตัดสินใจการย้อมสีผ้าล่วงหน้าหกเดือน กระบวนการใหม่นี้จะสามารถย้อมสีผ้าได้ภายในหนึ่งเดือนก่อนที่จะวางจำหน่ายในร้านค้า และจะนำมาใช้กับผลิตภัณฑ์ผ้าฝ้ายของราล์ฟ ลอเรนจำนวน 80% ภายในปี 2568 &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นางฮาไลด์ อาลากอส ประธานบริหารฝ่ายผลิตภัณฑ์และเจ้าหน้าที่ด้านความยั่งยืนของ ราล์ฟ ลอเรน กล่าวว่า &amp;ldquo;กระบวนการย้อมผ้าแบบเก่าก่อให้เกิดมลพิษมากมาย ในฐานะของแบรนด์ระดับโลก เราเห็นว่ามีความจำเป็นที่จะต้องหาทางแก้ไขอย่างจริงจังและได้ผลในวงกว้าง เราจึงเลือกที่จะปรับกระบวนการย้อมผ้าฝ้ายเพราะคิดเป็นมากกว่า 80% ของผลิตภัณฑ์ทั้งหมดที่บริษัทจำหน่าย ขณะนี้เราได้นำร่องโครงการนี้แล้วกับซัพพลายเออร์ในสหรัฐอเมริกา กัวเตมาลา และเวียดนาม และจะวางจำหน่ายเสื้อผ้าที่ย้อมด้วยกระบวนการใหม่ภายในปลายปีนี้&amp;rdquo; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นายวิชาญ ตั้งเคียงศิริสิน ผู้อำนวยการฝ่ายการค้าโซลูชันอุตสาหกรรม กลุ่มบริษัท ดาว ประเทศไทย กล่าวว่า &amp;quot;เราภูมิใจที่ความเชี่ยวชาญด้านวัสดุศาตร์ของเราได้ช่วยสนับสนุน ราล์ฟ ลอเรน ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้นำของวงการแฟชั่นในการบุกเบิกกระบวนการย้อมผ้าอย่างยั่งยืน&amp;nbsp; ความร่วมมือในครั้งนี้ตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นต่อความยั่งยืนที่ทั้ง ดาว และ ราล์ฟ ลอเรนมีร่วมกัน และเราหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ในอนาคต แบรนด์อื่นๆ จะหันมาให้ความสำคัญกับการย้อมผ้าอย่างเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเช่นเดียวกัน&amp;quot; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับนวัตกรรม ECOFAST&amp;trade; ได้ที่&amp;nbsp; www.dow.com/ecofast&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/99948</URL_LINK>
                <HASHTAG>BIG Innovation Awards, Business Intelligence Group, Color On Demand, Corob, Dow, ECOFAST, Edison Awards, Huntsman Corp, Jeanologia, Ralph Lauren, RD 100 Awards, Sustainability Award, นวัตกรรมน้ำยาปรับสภาพผ้า, นางฮาไลด์ อาลากอส, นายวิชาญ ตั้งเคียงศิริสิน, บริษัท ดาว, บริษัท ดาว ประเทศไทย, ราล์ฟ ลอเรน, องค์การสหประชาชาติ, เทคโนโลยีการย้อมผ้าฝ้าย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210419/image_big_607d1ef554331.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>14042</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/07/2018 21:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/07/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รีไซเคิลขยะลดมลพิษ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปัญหาขยะมูลฝอย ที่เกิดจากการอุปโภค บริโภค กิจกรรมทั้งหลายของมนุษย์ ไม่ว่าจะเป็นบ้านเรือน ชุมชน ตลาด ร้านค้า และโรงงาน ถือว่าเป็นปัญหาใหญ่ของทั่วโลก โดยเฉพาะประเทศไทย ที่ทำให้เกิดปัญหาทางสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่องทั้งทางน้ำและทางอากาศ ไม่ว่าจะเป็นการเกิดก๊าซเรือนกระจก ที่มีสาเหตุจากขยะเทกอง ที่ปล่อยก๊าซมีเทน ซัลเฟอร์กับคาร์บอนไดออกไซด์ออกมา ปัญหาขยะในทะเลที่ส่งผล กระทบต่อสภาพแวดล้อมและชีวิตความเป็นอยู่ของสัตว์ในทะเล&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สิ่งเหล่านี้ล้วนแล้วแต่เกิดมาจากพฤติกรรมการบริโภคและการแยกขยะจากต้นทางการจัดการขยะที่ไม่ได้มาตรฐานก่อให้เกิดมลพิษ รวมถึงการไม่เกิดการนำกลับมาใช้ซ้ำ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จากผลดังกล่าวทำให้เกิดปัญหาขยะล้มเมือง ซึ่งจากผลการสำรวจของกรมควบคุมมลพิษ พบว่าประเทศไทยมีปริมาณขยะสูงขึ้นต่อเนื่องขึ้นทุกปี ซึ่งรายงานจากกรมควบคุมมลพิษ พบว่าขยะมูลฝอยชุมชนของประเทศไทยปี 2559 มีปริมาณถึง 27.06 ล้านตันต่อปี เทียบเท่าตึกใบหยก 2 จำนวน 140 ตึก คิดเป็นประมาณ 74,130 ตันต่อวัน เฉลี่ยเป็นปริมาณขยะ 1.14 กิโลกรัมต่อคนต่อวัน ยังไม่รวมขยะตกค้างสะสมที่เพิ่มขึ้นทุกปีไม่ต่ำกว่าปีละ 10 ล้านตัน&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จากปริมาณขยะที่เกิดขึ้นนั้น บางส่วนสามารถที่จะย่อยสลายได้เองตามธรรมชาติ หรือขยะอินทรีย์ แต่บางส่วน ย่อยสลายตามธรรมชาติได้ยาก หรือนําไปรีไซเคิลแล้วไม่คุ้มทุน ต้องนำไปกำจัด ได้แก่ ซองขนม กล่องโฟม ถุงพลาสติก และยังมีบางส่วนที่เป็นขยะอันตราย ต้องนําไปกําจัดหรือบําบัดด้วยวิธีเฉพาะ เช่น หลอดไฟ ขวดยา &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อย่างไรก็ตาม แม้ว่าที่ผ่านมาประเทศไทยจะมีความพยายามในการรีไซเคิลและกำจัดขยะอย่างถูกต้องมากขึ้น แต่แนวโน้มปริมาณขยะในแต่ละปีเพิ่มสูงขึ้นเช่นกัน รวมถึงการกำจัดอย่างไม่ถูกวิธี อาทิ การเทกอง เผากลางแจ้ง เผาในเตาที่ไม่มีระบบกำจัดมลพิษทางอากาศ และฝังกลบแบบเทกองควบคุม หรือไม่ถูกจัดการเลย ทำให้เกิดการตกค้างและเป็นมลพิษจำนวนมาก โดยเฉพาะขยะกลุ่มพลาสติกซึ่งข้อมูลจากกรมควบคุมมลพิษ พบว่าในช่วง 10 ปีที่ผ่านมานั้นมีขยะพลาสติกเกิดขึ้นประมาณปีละ 2 ล้านตัน และในจำนวนนี้มีส่วนหนึ่งที่ถูกทิ้งลงในทะเล ส่งผลให้ประเทศไทยติดอันดับที่ 6 ของโลกที่ทิ้งขยะลงทะเล&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ดังนั้น เพื่อลดปัญหาดังกล่าวทั้งภาครัฐและเอกชนได้พยามยามรณรงค์ให้ลดการทิ้งขยะ รวมถึงการรีไซเคิลขยะ&amp;nbsp; โดยส่วนภาคเอกชนเองเริ่มรณรงค์คัดแยกขยะในองค์กร นำส่วนที่ยังใช้ประโยชน์ได้ไปรีไซเคิลหรือจำหน่าย ช่วยกันฝังกลบขยะอินทรีย์ให้ย่อยสลายเองตามธรรมชาติ หรือทำปุ๋ย ส่วนที่เหลืออยู่ใช้วิธีเผาทำลายด้วยเตาเผาขยะเทคโนโลยีสูงที่มีระบบควบคุมอากาศ โดยไม่ต้องใช้ไฟฟ้า น้ำมัน หรือแก๊ส&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อย่างกลุ่มบริษัท ดาว ประเทศไทย ได้ร่วมมือกับ บมจ.ปูนซิเมนต์ไทย หรือเอสซีจี ดำเนินโครงการความร่วมมือทางด้านเทคโนโลยีสำหรับถนนจากพลาสติกรีไซเคิล&amp;rdquo; เพื่อเปลี่ยนขยะพลาสติกให้เป็นส่วนประกอบในการทำถนนยางมะตอย โดยโครงการนี้จะช่วยลดปัญหาขยะพลาสติกในทะเลและในชุมชน รวมถึงคุณสมบัติของพลาสติกจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของถนน พร้อมลดการเกิดก๊าซเรือนกระจกจากการทำถนน และเป็นส่วนหนึ่งในการส่งเสริมประเทศไทยไปสู่การเป็นเศรษฐกิจหมุนเวียนได้อย่างเป็นรูปธรรม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่ก็ต้องยอมรับว่า แม้ภาคเอกชนและรัฐบาลจะพยายามลดขยะโดยการรีไซเคิลและการส่งเสริมโครงการโรงไฟฟ้าขยะ แต่ก็ยังไม่สามารถกำจัดขยะไปได้หมด เพราะ ปริมาณขยะที่เกิดขึ้นนั้นมีจำนวนมากกว่าการกำจัด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; และส่วนหนึ่งมีปัจจัยมาจากผู้บริโภคเช่นกัน ที่ไม่ยอมรับที่ให้มีโรงไฟฟ้าขยะในพื้นที่ของตัวเอง เพราะกลัวเรื่องปัญหามลพิษ การส่งกลิ่น และยังมีปัญหาของการเสียประโยชน์ของผู้ทรงอิทธิพลในท้องถิ่น ทำให้มีการคัดค้านโรงไฟฟ้าขยะมาโดยตลอด จนในหลายพื้นที่ไม่สามารถสร้างได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ที่สำคัญอีกประการ คือ การสร้างความเข้าใจให้กับชาวบ้างอย่างมีนัยแอบแฝง บ้างก็ไม่เปิดเผยข้อมูลที่แท้จริง บ้างก็เปิดเผยข้อมูลเมื่อมีเหตุการณ์คัดค้านเกิดขึ้น บ้างก็แปลงทุนก่อนทำการเปิดรับฟังความคิดเห็นจากประชาชน เพราะเกรงว่าราคาที่ดินจะเพิ่มขึ้น ส่วนกลุ่มที่คัดค้านนั้นบ้างก็มาคัดค้านเพราะไม่เข้าใจ บ้างก็เป็นส่วนหนึ่งของผู้เสียผลประโยนช์ บ้างก็ค้านเพราะเป็นอาชีพ มักอ้างเพื่อประโยชน์ของประเทศ ปะปนกันไปหมด จนทำให้หลายๆ โครงการต้องชะลอหรือเลิกล้มไป สร้างความสูญเสียให้กับประเทศอย่างมากมาย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ดังนั้น หากจะคัดค้านหรือไม่เห็นด้วยกับโครงการเหล่านี้ น่าจะเปิดใจยอมรับข้อมูลของแต่ละฝ่ายอย่างจริงใจ ก่อนที่จะตัดสินใจว่าโครงการเหล่านั้นเหมาะสมหรือไม่เหมาะสม แล้วค่อยยกมือคัดค้านหรือเห็นด้วย จะดีกว่าไหม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อย่าเอาแต่หลับหูหลับตาคัดค้านจนทำให้ประเทศเสียโอกาส ล้าหลังเพื่อนบ้านไปมากกว่านั้น.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;บุญช่วย&amp;nbsp; ค้ายาดี&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14042</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระจกไร้เงา, กล่องโฟม, ก๊าซเรือนกระจก, ถุงพลาสติกใส่ยา, บมจ.ปูนซิเมนต์ไทย, บริษัท ดาว ประเทศไทย, บุญช่วย  ค้ายาดี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180114/5a5b68b2a156d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
