<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>17523</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/09/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/09/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หุ้นเด้งรับข่าวเลือกตั้ง38จุด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บอร์ดบีโอไอไฟเขียวส่งเสริมโรงงานผลิตน้ำมันไทยออยล์ เงินลงทุนกว่า 1.56 แสนล้านบาท รองรับการใช้งานในอีอีซี เสริมความมั่นคงพลังงาน พร้อมเห็นชอบอีก 3 โครงการใหญ่ ผลิตไฟฟ้าและชิ้นส่วนเครื่องยนต์ ขณะที่หุ้นไทยเด้งรับข่าวเลือกตั้งปิดตลาดบวก 38.57 จุด เผยบรรยากาศการลงทุนสดใสมากขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันพฤหัสบดี นางสาวดวงใจ อัศวจินตจิตร์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บอร์ดบีโอไอ) ซึ่งมี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ว่าที่ประชุมได้พิจารณาให้การส่งเสริมโครงการลงทุนจำนวน 4 โครงการ มูลค่าเงินลงทุนรวม 167,679 ล้านบาท โดยโครงการใหญ่ที่สุดเป็นของบริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) ได้รับส่งเสริมกิจการผลิตน้ำมันเชื้อเพลิงสำเร็จรูป เงินลงทุนทั้งสิ้น 156,621 ล้านบาท ตั้งโครงการที่จังหวัดชลบุรี บริเวณถนนสุขุมวิท อำเภอศรีราชา เนื้อที่ 1,499 ไร่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยโครงการดังกล่าวนี้จะเพิ่มความสามารถในการกลั่นน้ำมันดิบที่มีความหลากหลาย โดยเฉพาะการผลิตน้ำมันอากาศยานและน้ำมันดีเซลเพื่อรองรับการเป็นศูนย์กลางการขนส่งและเมืองการบินของเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) รวมทั้งช่วยเสริมสร้างความมั่นคงด้านพลังงานในระยะยาว โดยรองรับความต้องการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงในประเทศที่เพิ่มขึ้น และยังจะช่วยต่อยอดอุตสาหกรรมปิโตรเคมีขั้นต้นอีกด้วย คาดว่าจะเตรียมเริ่มลงทุนปีนี้ หลังจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบต่อสัญญาเช่าที่ราชพัสดุอีกเป็นเวลา 30 ปี ซึ่งสัญญาเดิมกำลังจะสิ้นวันที่ 10 ก.ย.2565
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เลขาธิการบีโอไอกล่าวว่า นอกจากนี้บอร์ดบีโอไอ ยังเห็นชอบการส่งเสริมการลงทุนอีก 3 โครงการ โดย 2 โครงการที่เหลือเกี่ยวกับด้านพลังงาน การผลิตไฟฟ้า คือบริษัท ผลิตไฟฟ้า นวนคร จำกัด ได้รับส่งเสริมกิจการผลิตไฟฟ้าจากก๊าซธรรมชาติ 60 เมกะวัตต์ และไอน้ำ 10 ตันต่อชั่วโมง เงินลงทุนทั้งสิ้น 3,105 ล้านบาท ตั้งโครงการที่จังหวัดปทุมธานี โครงการนี้เป็นโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนร่วม ซึ่งนำอากาศเสียที่มีความร้อนสูงมาใช้ต่อ จึงช่วยประหยัดพลังงาน และเป็นการสร้างความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศไทย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และบริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือจีพีเอสซี ได้รับส่งเสริมกิจการผลิตไฟฟ้าจากก๊าซธรรมชาติ 57 เมกะวัตต์ และไอน้ำ 70 ตันต่อชั่วโมง เงินลงทุนทั้งสิ้น 3,980 ล้านบาท ตั้งโครงการที่จังหวัดระยอง โครงการนี้เป็นโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนร่วม ซึ่งนำอากาศเสียที่มีความร้อนสูงมาใช้ต่อ จึงช่วยประหยัดพลังงาน และเป็นการสร้างความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศไทย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่อีก 1 โครงการที่เหลือเป็นของบริษัท สยาม เด็นโซ่ แมนูแฟคเจอริ่ง จำกัด ได้รับส่งเสริมกิจการผลิตชิ้นส่วนระบบเชื้อเพลิงสำหรับเครื่องยนต์ดีเซลที่ลดการใช้น้ำมันและการปล่อยมลพิษเพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานยูโรใหม่ เงินลงทุนทั้งสิ้น 3,973 ล้านบาท ตั้งโครงการที่จังหวัดชลบุรี โดยโครงการนี้จะใช้ชิ้นส่วนที่ผลิตในประเทศปีละกว่า 2,632.6 ล้านบาท และช่วยสร้างความเข้มแข็งแก่อุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์ของไทย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางสาวดวงใจกล่าวถึงกรณีที่พระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.) ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.และ ส.ว. ได้มีการประกาศในราชกิจจานุเบกษา เพื่อเริ่มต้นขั้นตอนไปสู่การเลือกตั้ง ยอมรับว่าจะสามารถสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนต่างชาติและการยื่นขอรับส่งเสริมการลงทุนของภาคเอกชน เพราะต่างชาติมีแผนการลงทุนต้องวางแผนระยะยาว อีกทั้งภาพรวมเศรษฐกิจของประเทศเข้มแข็ง ปัจจัยบวกด้านอื่นเริ่มดีขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานข่าวจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ภาพรวมการลงทุนตลาดหุ้นไทย นักลงทุนเริ่มกลับมาให้ความสนใจอีกครั้ง เนื่องจากได้รับปัจจัยบวกภายในประเทศ จากการประกาศโปรดเกล้าฯ ลงในราชกิจจานุเบกษาให้ประกาศใช้ พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.และ พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่งส.ว. ส่งผลให้กรอบเวลาเลือกตั้งมีความชัดเจนมากขึ้นและไม่เกินเดือน พ.ค.62 ช่วยผลักดันดัชนีหุ้นไทยปรับขึ้นตั้งแต่เปิดตลาดทันที โดยระหว่างวันดัชนีสามารถทำจุดสูงสุดอยู่ที่ 1,723.48 จุด หรือเพิ่มขึ้น 44.09 จุด แต่ยังมีการขายทำกำไรออกมาบ้าง ส่งผลให้ปิดตลาดดัชนีตลาดหุ้นไทยอยู่ที่ 1,717.96 จุด เพิ่มขึ้น 38.57 จุด คิดเป็น 2.30% ด้วยมูลค่าซื้อขาย 78,999.35 ล้านบาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิศิษฐ์ องค์พิพัฒนกุล กรรมการผู้จัดการ บล.ทรีนีตี้ กล่าวว่า การประกาศใช้ 2 กฎหมายการเลือกตั้ง ถือเป็นการสร้างความชัดเจนทิศทางการเลือกตั้งของประเทศ ส่งผลต่อบรรยากาศการลงทุนสดใสมากขึ้น โดยคาดว่านักลงทุนต่างชาติจะเริ่มกลับเข้ามาลงทุนในตลาดหุ้นไทย เพราะหากเทียบกับสถิติการเลือกตั้งของไทยในช่วงที่ผ่านมา พบว่าการลงทุนในตลาดหุ้นไทยช่วง 3 เดือนก่อนการเลือกตั้งจะมีทิศทางเป็นบวก และจะมีการซื้อขายคึกคักในช่วง 6 สัปดาห์ก่อนการเลือกตั้งอีกด้วย ส่วนกลุ่มอุตสาหกรรมที่จะได้อานิสงส์ เช่น กลุ่มธนาคารพาณิชย์, กลุ่มรับเหมาก่อสร้าง และกลุ่มสื่อ โดยคาดว่าดัชนีหุ้นไทยสิ้นปีนี้จะอยู่ที่ 1,800 จุด.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/17523</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดวงใจ อัศวจินตจิตร์, บริษัท ผลิตไฟฟ้า นวนคร จำกัด, บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน), วิศิษฐ์ องค์พิพัฒนกุล, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, โรงงานผลิตน้ำมันไทยออยล์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180913/image_big_5b9a7367d9dfe.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
