<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>42540</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/08/2019 11:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/08/2019 11:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มิตซูบิชิ ฉลองความสำเร็จส่งออกรถยนต์ครบ 4 ล้านคัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ศูนย์การผลิตของ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด ที่อำเภอแหลมฉบัง จังหวัดชลบุรี มีการเติบโตอย่างต่อเนื่องและกลายเป็นศูนย์การผลิตนอกประเทศญี่ปุ่นที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส คอร์ปอเรชั่น โดยปัจจุบัน มิตซูบิชิ มอเตอร์ส &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ประเทศไทย มีพนักงานมากกว่า 7,000 คน และอีกกว่าหนึ่งหมื่นคนในอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง เป็นบริษัทผู้ผลิตรถยนต์รายแรกที่ส่งออกรถยนต์ที่ผลิตขึ้นด้วยฝีมือคนไทย และก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในผู้ผลิตและส่งออกรถยนต์รายใหญ่ที่สุดในปัจจุบัน ในปี 2561 ที่ผ่านมา มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ได้ทำการผลิตรถยนต์ทุกรุ่นรวม 440,000 คัน (รวมรถยนต์ชิ้นส่วนประกอบหรือ KD) โดยในจำนวนดังกล่าวเป็นยอดรถยนต์ที่ส่งออกไปยังตลาดต่างประเทศจำนวน 347,000 คัน และในวันนี้ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ฉลองความสำเร็จอีกครั้งด้วยการส่งออกรถยนต์ครบ &amp;nbsp;4 ล้านคัน โดยรถคันที่ 4 ล้านคือ มิตซูบิชิ ไทรทัน ใหม่ ที่เตรียมส่งออกไปยังทวีปยุโรป &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;โอซามุ มาสุโกะ ประธานคณะกรรมการ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส คอร์ปอเรชั่น เปิดเผยว่า นอกเหนือจากการเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้แก่ภูมิภาคฯ ด้วยการดำเนินธุรกิจต่างๆ อาทิ การนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ตรงกับความต้องการของแต่ละประเทศ การจ้างงาน การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ การลงทุน รวมถึงการผลิตภายในประเทศและการส่งออกแล้ว เรายังดำเนินการส่งเสริมด้านสังคมมาอย่างต่อเนื่องผ่านกิจกรรมการตอบแทนสังคมในรูปแบบต่างๆ โดยเราจะยังคงมุ่งมั่นขยายการดำเนินกิจกรรมเพื่อสังคมต่างๆ นี้ ไปทั่วทั้งภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เพื่อช่วยบรรเทาปัญหาด้านสังคมต่างๆ ต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;CxSpMiddle&quot; style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ด้าน โมริคาซุ ชกกิ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวเพิ่มเติมว่า เรายังคงมุ่งมั่นดำเนินงานตามกลยุทธ์ &amp;lsquo;Drive your Ambition&amp;rsquo; เพื่อสร้างสรรค์นวัตกรรมพร้อมนำเสนอเทคโนโลยีใหม่ๆ และยกระดับอุตสาหกรรมยานยนต์ของประเทศไทย เพื่อมอบให้ลูกค้าของเราทั้งในประเทศไทย และอีกกว่า 120 ประเทศทั่วโลกได้สัมผัสกับประสบการณ์การขับขี่ที่ดีจากรถยนต์คุณภาพเยี่ยม ที่พร้อมด้วยความอเนกประสงค์ มั่นใจได้ในทุกการขับขี่ ครบครันด้วยประโยชน์การใช้งานและความสะดวกสบาย&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;CxSpMiddle&quot; style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;เราจะยังคงมุ่งมั่นดำเนินงานในประเทศไทยต่อไป ภายใต้ความร่วมมือที่ดีจากบริษัทผู้ผลิตชิ้นส่วน พันธมิตรทางธุรกิจ และพนักงานของเรา เพื่อขับเคลื่อนสู่ความสำเร็จในอนาคต&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ทั้งนี้การส่งออกรถยนต์ครบ 2 ล้านคันเกิดขึ้นในปี 2556 และถือเป็นการครบรอบ 25 ปีของการส่งออกรถยนต์จาก มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย และด้วยศักยภาพของประเทศไทย มิตซูบิชิ มอเตอร์ส จึงได้ตัดสินใจลงทุนสร้างศูนย์วิจัยและพัฒนาขึ้นในประเทศไทย โดยศูนย์ฯ ดังกล่าวถือเป็นแห่งแรกที่เปิดดำเนินการและตั้งอยู่นอกประเทศญี่ปุ่น โดยมีพันธกิจหลัก 3 ประการ ได้แก่ 1. มุ่งพัฒนาคุณภาพของรถยนต์ที่ผลิตในประเทศไทย เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคชาวไทยได้อย่างรวดเร็ว 2. การเพิ่มบทบาทในการพัฒนารุ่นปรับโฉมยกระดับและเปลี่ยนรุ่นสำหรับประเทศไทย และ 3. เพื่อค้นคว้าข้อมูลแนวโน้มการตลาด และเทคโนโลยีในภูมิภาคเอเชีย&amp;nbsp;&amp;nbsp; ตะวันออกเฉียงใต้นอกจากนี้การลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนายังได้ครอบคลุมถึงการเปิดสนามทดสอบรถยนต์ที่อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี ในปี 2558 ซึ่งเป็นสนามทดสอบอเนกประสงค์ขนาด 152,000 ตารางเมตร มีบทบาทสำคัญในการเสริมสร้างความแข็งแกร่งและเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันในด้านคุณภาพของรถยนต์ที่ผลิตขึ้นโดย มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ทั้งตลาดในประเทศและการส่งออก พร้อมตอกย้ำถึงความเชื่อมั่นและความมุ่งมั่นที่มีต่อประเทศไทยในฐานะฐานการผลิตที่สำคัญซึ่งรวมถึงด้านวิศวกรรมอีกด้วย ในปี 2558 มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ได้ฉลองการส่งออกรถยนต์ครบ 3 ล้านคัน และก้าวขึ้นสู่การเป็นบริษัทผู้ส่งออกรถยนต์รายใหญ่ที่สุดของประเทศไทย และในปีงบประมาณ 2561ที่ผ่านมา มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ได้ส่งออกรถยนต์เป็นจำนวนมากกว่า 298,000 คัน และถือเป็นผู้ส่งออกรถยนต์รายใหญ่ที่สุดของประเทศไทยในปัจจุบัน มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ขับเคลื่อนสู่การเติบโตและมีความก้าวหน้าอย่างต่อเนื่อง และสามารถสร้างยอดการส่งออกได้ครบ 4 ล้านคัน โดยมีสัดส่วนการส่งออกรถยนต์ที่สำคัญดังนี้ รถกระบะในสัดส่วนร้อยละ 70 รถซิตี้คาร์ร้อยละ 22 รถอเนกประสงค์ร้อยละ 5 และรถยนต์ประเภทอื่นๆ ร้อยละ 3&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/42540</URL_LINK>
                <HASHTAG>nattythaipost, ทดลองขับ, ทดสอบรถ, บริษัท มิตซูบิชิ ฮิตาชิ พาวเวอร์ ซิสเต็มส์, มิตซูบิชิ ฉลองความสำเร็จส่งออกรถยนต์ครบ 4 ล้านคัน, ยานยนต์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190802/image_big_5d43c0b241497.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>13973</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/07/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/07/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฟุ้งกม.ปราบโกง ทำคดีจบรวดเร็ว ปัดยื้อนาฬิกาหรู</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;บิ๊กกุ้ย&amp;quot; ชูหลักสูตรต้านทุจริต ความหวังแก้โกงสังคมไทย ฝัน 5 ปีเห็นผล ดัชนีคอร์รัปชันแตะ 50 คะแนน ชี้ กม.ป.ป.ช.ใหม่ทำคดีจบเร็วกว่าเดิม เสียงแข็งปัดยื้อนาฬิกาหรูบิ๊กป้อม มั่นใจเอกชนต่างประเทศให้ข้อมูลแน่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่เมืองทองธานี เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) จัดโครงการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานเพื่อขับเคลื่อนหลักสูตรต้านทุจริตศึกษา &amp;nbsp;โดย พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธาน ป.ป.ช.กล่าวเปิดงานและบรรยายพิเศษเรื่อง หลักสูตรต้านทุจริตศึกษา ความหวังในการสร้างสังคมที่ไม่ทนต่อการทุจริต ตอนหนึ่งว่า การแก้ปัญหาการทุจริตจะอาศัยการปราบปรามอย่างเดียวไม่ได้ เพราะด้านการป้องกันการทุจริตมีความสำคัญไม่แพ้กัน หากดำเนินการป้องกันการทุจริตได้อย่างมีประสิทธิภาพจะสามารถเก็บเงินที่เกิดจากการทุจริตกว่าแสนล้านบาทต่อปีมาพัฒนาประเทศได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.อ.วัชรพลกล่าวว่า ที่ผ่านมา ป.ป.ช.ร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการจัดทำหลักสูตรต้านทุจริตศึกษาขึ้น 5 หลักสูตรในการศึกษาทุกระดับ โดยมีหัวใจสำคัญ 4 วิชา คือ 1.การคิดแยกแยะผลประโยชน์ส่วนตัวและผลประโยชน์ส่วนรวม 2.ความอายและความไม่ทนต่อการทุจริต 3.จิตพอเพียงต้านทุจริต &amp;nbsp;และ 4.พลเมืองและการรับผิดชอบต่อสังคม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;หลักสูตรต้านทุจริตศึกษาเป็นความหวังของสังคมไทย เพราะเด็กไทยในอนาคตจะมีจิตสาธารณะ &amp;nbsp;รู้จักแยกแยะผลประโยชน์ส่วนตัวและผลประโยชน์ส่วนรวม รู้ว่าอะไรควรทำหรือไม่ควรทำ จะกลายเป็นกำลังหลักสำคัญในการต่อต้านการทุจริตของประเทศในอนาคต คิดว่าเราเดินมาถูกทางแล้ว และภายใน 5 ปีจะเห็นผลว่าการต่อต้านการทุจริตของไทยจะดีขึ้นอย่างแน่นอน หวังว่าค่าดัชนีรับรู้การทุจริตของประเทศไทยจะมีคะแนนถึง 50 คะแนน&amp;quot; ประธาน ป.ป.ช.ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม แม้ประชาชนต้องการเห็นการแก้ไขปัญหาทุจริตที่เป็นไปด้วยความรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ แต่ยอมรับว่ากระบวนการแก้ไขปัญหาการทุจริตล่าช้า เหตุเพราะก่อนหน้านี้มีคดีสะสมใน ป.ป.ช.จำนวนมาก ปัจจุบันสำนักงาน ป.ป.ช.มีบุคลากร 2,500 คน รัฐบาลได้เพิ่มอัตรากำลังให้อีก 700 &amp;nbsp;คน เชื่อว่าจะทำให้การสะสางคดีค้างเก่าแล้วเสร็จโดยเร็ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตที่เพิ่งมีผลบังคับใช้นั้น จะทำให้บริบทการทำงานเข้มข้นขึ้น รวดเร็วขึ้น เพราะถือเป็นครั้งแรกที่กฎหมายมีกรอบเวลาในการรวบรวมพยานหลักฐานหรือการไต่สวนของ ป.ป.ช. และกรอบเวลาในการฟ้องคดีของอัยการสูงสุดด้วย ซึ่งจะเร่งรัดให้การทำคดีเป็นไปอย่างรวดเร็ว ทำให้คนที่จะทำการทุจริตเกรงกลัว นอกจากนี้ยังป้องกันการทุจริตตั้งแต่ต้น โดยกำหนดให้เจ้าหน้าที่ของรัฐตามที่ ป.ป.ช.กำหนดมีหน้าที่ยื่นแสดงบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน ส่วนตำแหน่งที่ ป.ป.ช.ไม่ได้กำหนดให้ยื่นต่อหน่วยงานต้นสังกัด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.อ.วัชรพลให้สัมภาษณ์ว่า คดีค้างเก่าใกล้หมดอายุความ ป.ป.ช.ต้องเร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จ เพราะตามกฎหมายใหม่กำหนดให้แล้วเสร็จภายใน 2 ปี ขยายเวลาได้อีก 1 ปี ถ้าไม่แล้วเสร็จต้องมีเหตุผล หากไม่ทำถือว่าเจ้าหน้าที่บกพร่อง โดยในปีงบประมาณต่อไปจะมีการระบุชัดเจนว่าคดีไหนเป็นคดีที่สำคัญ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ได้เน้นย้ำกับเจ้าหน้าที่ 3 กลุ่ม คือ 1.รับเรื่องใหม่ที่ต้องทำด้วยความรวดเร็ว 2.เรื่องที่รับไว้นานและใกล้ขาดอายุความ และ 3.เรื่องที่รับไว้นานแล้ว และทำให้เกิดความเสียหายเป็นจำนวนมาก ซึ่งทำแล้วจะเป็นการป้องปรามการทุจริตได้ ส่วนกรณี ป.ป.ช.มีอำนาจในการส่งข้อเสนอแนะเตือนฝ่ายบริหารเรื่องนโยบายนั้น เรื่องดังกล่าวไม่ง่ายนัก เพราะก่อนที่ ป.ป.ช.จะส่งข้อเสนอแนะไปยังรัฐบาลจะต้องศึกษาข้อมูล ต้องมีรายละเอียดเพียงพอ มีข้อเสนอแนะและแนวทางแก้ไขที่ชัดเจน และจะต้องมีมติ 2 ใน 3 เพื่อที่จะส่งข้อเสนอแนะไปยังรัฐบาล จะส่งไปแบบไม่มีมูลไม่ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การส่งจะมีลักษณะคล้ายกับกรณีที่ ป.ป.ช.เคยส่งคำข้อเสนอแนะไปยังรัฐบาลในเรื่องโครงการรับจำนำข้าว แต่ตามกฎหมายใหม่จะมีความเข้มข้นมากกว่า หากหน่วยงานที่มีหน้าที่ได้รับข้อเสนอแนะแล้วไม่ดำเนินการตาม จะมีความผิดฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ได้ ซึ่งขึ้นอยู่กับว่าใครเป็นผู้รับผิดชอบ &amp;nbsp;หากคณะรัฐมนตรีได้ข้อเสนอแนะจาก ป.ป.ช.อาจจะส่งหน่วยที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องรับไปดำเนินการ แต่หากหน่วยงานนั้นๆ ทำตามข้อเสนอแนะของ ป.ป.ช.ไม่ได้ จะต้องส่งคำชี้แจงกลับมายัง ป.ป.ช.&amp;quot; พล.ต.อ.วัชรพลระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.อ.วัชรพลยังกล่าวถึงความคืบหน้าการตรวจสอบกรณีนาฬิกาหรูของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหมว่า ที่ผ่านมาคณะทำงานได้รายงานเข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช. และที่ประชุมมีมติใช้ระเบียบว่าด้วยการตรวจสอบทรัพย์สินว่า เอกสารหรือข้อมูลที่มีอยู่ในตัวแทนจำหน่ายในประเทศไทยนั้นยังไม่มีข้อมูล จึงจำเป็นที่จะต้องไปขอข้อมูลจากบริษัทผู้ผลิตนาฬิกาแต่ละยี่ห้อว่านาฬิกายี่ห้อนี้ โมเดลนี้ ซีเรียลนัมเบอร์นี้ ได้ขายให้ใครไป เพื่อเป็นการยืนยันว่าใครเป็นเจ้าของนาฬิกา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม คาดว่าใช้เวลาไม่นานในการรอข้อมูลจากต่างประเทศ เพราะเป็นการขอความร่วมมือระหว่างประเทศ ไม่ใช่การขอความร่วมมือทางอาญาระหว่างประเทศ บริษัทส่วนใหญ่เป็นเอกชนที่พร้อมให้ข้อมูลหากมีข้อมูลตามที่เราประสานขอไป โดยกรอบเวลาที่รอข้อมูลจากต่างประเทศไม่มีกำหนดแน่ชัด แต่หากบริษัทผู้ผลิตในต่างประเทศปฏิเสธให้ข้อมูลกับ ป.ป.ช. ต้องมาพิจารณาหาหนทางอื่น ซึ่งหากไม่มีหนทางอื่นคณะกรรมการ ป.ป.ช.ต้องวินิจฉัยตามข้อมูลหลักฐานเท่าที่มีอยู่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่มองว่าเป็นการยื้อเวลาออกไปอีกนั้น พล.ต.อ.วัชรพลกล่าวว่า ไม่คิดว่าคณะกรรมการ ป.ป.ช.ที่ร่วมพิจารณาคดีดังกล่าวยื้อเวลา เพราะกรรมการที่เข้าร่วมพิจารณาได้เล่าให้ฟังว่า หากทำไม่ครบถ้วนแล้วรีบสรุปไปจะเป็นประเด็นอีก เพราะกรรมการ ป.ป.ช.ที่ร่วมพิจารณาจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบ &amp;nbsp;ดังนั้นพยายามที่จะหาข้อมูลให้ครบถ้วนครบประเด็น แต่กรณีดังกล่าวเกิดความติดขัด คือไม่ได้รับข้อมูลจากในประเทศ จะต้องขอข้อมูลจากต่างประเทศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่าจะซ้ำรอยกรณีสินบนโรลส์-รอยซ์ที่สถาบันทางการเงินต่างประเทศไม่ยอมให้ความร่วมมือหรือไม่ พล.ต.อ.วัชรพลกล่าวว่า กรณีดังกล่าวค่อนข้างช้าเพราะเป็นการขอความร่วมมือทางอาญาระหว่างประเทศ หรือมีกรณีที่บางประเทศในยุโรปไม่ยอมให้ข้อมูล เพราะมีเงื่อนไขว่าประเทศไทยยังมีโทษประหารชีวิตอยู่ แม้ไทยจะมีกฎหมายที่กำหนดว่าคณะรัฐมนตรีสามารถให้คำมั่นได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับคดีสินบนโรลส์-รอยซ์มีความคืบหน้าไปบ้าง ยังคงดำเนินการตรวจสอบเส้นทางการเงิน &amp;nbsp;เพราะบางเรื่องบางประเด็นเป็นเรื่องที่เกิดมานานพอสมควร ทำให้พยานเอกสารหลักฐานค่อนข้างจะหายาก และต้องระวังผลกระทบในการดำเนินคดีของประเทศนั้น เราพยายามเจรจาทำความเข้าใจ ซึ่งยังคงอยู่ระหว่างการดำเนินการอยู่ แต่อาจจะไม่ครบถ้วนตามที่ขอ ส่วนข้อมูลที่มีอยู่ขณะนี้ไม่สามารถตอบได้ว่าเพียงพอที่จะชี้มูลความผิดหรือไม่ เพราะคณะทำงานจะต้องรายงานข้อมูลที่มีให้ที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช.พิจารณาก่อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ กรณีบริษัท มิตซูบิชิ ฮิตาชิ พาวเวอร์ ซิสเต็มส์ จ่ายสินบนให้เจ้าหน้าที่ทางการของไทยมูลค่า 20 ล้านบาทนั้น คดีนี้คณะกรรมการ ป.ป.ช.ตั้งเป็นองค์คณะขึ้นมาพิจารณา โดยมีข้อมูลหลักฐานที่เป็นภาพถ่ายการรับสินบน ล่าสุดมีการแจ้งข้อกล่าวหาบุคคลที่เกี่ยวข้องแล้ว 4-5 คน เรารู้ตัวหมดแล้ว คาดว่าอีกไม่นานจะแล้วเสร็จ ขณะนี้อยู่ระหว่างการดูพยานหลักฐานอื่นที่เกี่ยวข้อง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13973</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ, บริษัท มิตซูบิชิ ฮิตาชิ พาวเวอร์ ซิสเต็มส์, พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ, พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เมืองทองธานี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180723/image_big_5b55e8a2887d9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
