<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>67985</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/06/2020 17:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/06/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จตุพล สุธีสถาพร ไม่หยุดนิ่งหาแรงบันดาลใจต่อยอดธุรกิจสู่เป้าหมาย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ถือว่าประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็วไปอีกขั้น สำหรับช่อง ตูนนี่ (TOONEE) ของ บริษัท มีเดียเพล็กซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด กับแพลตฟอร์มตลาดทีวีเอาใจเด็กและครอบครัว ภายใต้สโลแกนที่ &amp;ldquo;TOONEE&amp;#39;s 360&amp;deg; entertainment platform for kids and family&amp;rdquo; ที่รวบรวมการ์ตูนยอดนิยมจากทั่วทุกมุมโลกมาให้เด็กๆ ได้รับความสนุกสนาน พร้อมสอดแทรกสาระความรู้ และเสริมสร้างจินตนาการผ่านรายการต่างๆ ทั้งยังสามารถนำไปพัฒนาทักษะในชีวิตประจำวัน เพียงแค่ไม่ถึงปีกับระยะเวลาในการออกอากาศก็ก้าวขึ้นมาอยู่ในท็อป 2 ของทีวีดาวเทียมแล้ว ส่วนเรตติ้งก็มีการพัฒนาสูงขึ้นเรื่อยๆ เทียบเท่ากับช่องดิจิทัลในปัจจุบัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ความสำเร็จครั้งนี้ได้ &amp;ldquo;จตุพล สุธีสถาพร&amp;rdquo; กรรมการบริหารช่องตูนนี่ ภายใต้บริษัท มีเดียเพล็กซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด บอกเล่าถึงจุดเริ่มต้นของการทำช่องว่า &amp;ldquo;บริษัทเป็นพาร์ตเนอร์กับทางสตูดิโอชั้นนำจากต่างประเทศ อาทิ VIACOM / Nickelodeon, CBS, Paramount เราจัดซื้อทั้งซีรีส์และภาพยนตร์จากสตูดิโอเหล่านี้และนำมาออกอากาศในประเทศไทย รวมถึงการทำการพากย์เป็นภาษาไทยแล้วก็ออกอากาศทางช่องดาวเทียมของเรา รวมถึงทางออนไลน์ผ่านแอปพลิเคชันที่เรียกว่า DOONEE ด้วย จุดเริ่มต้นตรงนั้นทำให้เราได้เริ่มคุยกับทาง Nickelodeon ซึ่งอยู่ในบริษัท VIACOM ทำให้พัฒนาโครงการร่วมกันโดยการนำคาแรคเตอร์และคอนเทนต์ของ Nickelodeon ทั้งหมดมาออกอากาศในช่องดาวเทียมในประเทศไทย โดยหลังจากพูดคุยกันมาประมาณ 2 ปีก็ได้เริ่มออกอากาศช่อง TOONEE เมื่อเดือนสิงหาคมปี 62 และหลังจากออกอากาศไปได้ระยะเวลา 3 เดือนก็ขึ้นมาอยู่ในท็อป 2 ของทีวีดาวเทียม เรตติ้งก็มีการพัฒนาสูงขึ้นเรื่อยๆ และเทียบเท่ากับช่องดิจิทัลในปัจจุบันแล้ว&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;จตุพล กล่าวอีกว่า การทำงานในครั้งนี้ก็สร้างความท้าทายให้เราอยู่เสมอ อย่างในทุกๆ รอบ 10 ถึง 15 ปีนี้ มีเดียจะมีการเปลี่ยนแพลตฟอร์มตลอดเวลา วันแรกที่เราได้เข้ามาในธุรกิจคือม้วนวิดีโอเทป ระยะเวลาผ่านไป ได้เปลี่ยนมาเป็นแผ่น VCD, DVD, Blue ray และในที่สุดก็คือจะเป็นออนไลน์ซึ่งในปัจจุบันเราก็มีการสำรวจตลาดโดยตลอด รู้ว่าเทรนด์ในปัจจุบันสำหรับคนที่อยู่ในต่างจังหวัด สื่อหลักที่เข้าถึงคือสื่อโทรทัศน์ทีวีดาวเทียมและช่องทีวีดิจิทัล ส่วนคนที่อยู่ในเมืองหลักก็จะเป็นออนไลน์ที่เป็นวิดีโอ ขึ้นอยู่กับว่าจะเลือกใช้แพลตฟอร์มไหน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ความท้าทายของมันคือว่า แพลตฟอร์มที่เปลี่ยนไป แต่คนยังบริโภคคอนเทนต์เหมือนเดิม ซึ่งการนำคอนเทนต์ที่ดีมาอยู่บนแพลตฟอร์มใหม่หมายถึงการลงทุนในเรื่องแพลตฟอร์ม ลงทุนในเรื่องของการสร้างคาแรคเตอร์ การสร้างเอกลักษณ์ของเราคือความท้าทายที่เกิดขึ้นตลอด ซึ่งคาดว่าในอนาคตอันใกล้แพลตฟอร์มและสื่อใหม่ๆ ก็จะเกิดขึ้นอีก เราในฐานะที่เป็นบริษัทสื่อ บริษัทมีเดีย ก็ต้องปรับตัวตลอดเวลาเพื่อให้เข้าถึงผู้บริโภค ให้แมสได้มากที่สุด&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สำหรับสถานการณ์ของเศรษฐกิจจากผลกระทบเชื้อไวรัสโควิด-19 ก็มีทั้งเชิงบวกและเชิงลบ ในเชิงบวกคือ การที่หลายคนทำงานและกักตัวอยู่ที่บ้าน ทำให้ปริมาณของผู้ชมมากขึ้น ซึ่งทำให้เรตติ้งของช่องก็สูงขึ้นอย่างมีนัย ในเชิงลบก็คือคนที่ถือเงินโฆษณาทั้งหมด อาทิ Media Agency หลายรายก็ตัดสินใจหยุดลงโฆษณาในเดือนเมษายนไปก่อนจนกว่าสถานการณ์จะดีขึ้น แต่ก็มองเห็นทางออกในระยะเวลาอันสั้นว่าโควิด-19 อาจจะส่งผลกระทบในระยะเวลา 1-2 เดือน หลังจากนั้นตลาดจะกลับมาสู่ภาวะปกติ แล้วเม็ดเงินโฆษณาก็จะไหลกลับเข้ามาในตลาดเหมือนเดิม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;แม้ว่าผมจะเป็นหัวเรือใหญ่ แต่การทำงานผมไม่เคยหยุดนิ่ง ยังวิ่งหาแรงบันดาลใจในการทำงานอยู่เสมอ อย่างผมทำงานในสายมีเดีย ต้องคุยกับคนให้เยอะ รู้จักคนให้มาก สร้างคอนเน็กชั่นของตัวเอง เพราะการทำงานในสายนี้สิ่งที่มุ่งหวังคือต้องการให้ผลิตภัณฑ์หรือช่องของเราดี และต้องเป็นที่รู้จัก ซึ่งคอนเน็กชั่นมีโอกาสทำให้ได้พบเจ้าของสินค้าคนที่ถือเม็ดเงินโฆษณา รวมทั้งอาจจะต่อยอดในอุตสาหกรรมอื่นๆ ได้ ซึ่งเวลาทำธุรกิจกับคนภายนอกผมจะเริ่มต้นจากความเป็นเพื่อน มีความไว้ใจกัน ลงทุนร่วมกันเพื่อให้ได้ผลประโยชน์ทางธุรกิจกันทั้งสองฝ่าย ทุกครั้งที่ผมทำงานผมจะยึดคติว่า เราต้องพัฒนาตัวเองขึ้นทุกวัน ทำวันนี้ให้สุด ทำให้ทุกๆ ครั้งที่ออกไปข้างนอกก็เหมือนไปหาพันธมิตรทางธุรกิจเพิ่มเติม เพื่อทำให้ธุรกิจเราสามารถเดินหน้าไปด้วย&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จตุพล กล่าวปิดท้ายอีกว่า ส่วนตัวจะตั้งเป้าหมายตัวเองอยู่เสมอ คือ การนำพาตัวเองและพนักงานเติบโตไปด้วยกัน เพราะว่าทุกคนที่ร่วมทำงานกับเรานั้นต่างก็มีครอบครัว มีภาระที่จะต้องใช้จ่าย ซึ่งมองว่าทุกคนในบริษัทก็เปรียบเสมือนครอบครัว และจะต้องนำพาทุกคนไปให้ถึงจุดหมายให้ได้ ตอนนี้ได้วางจุดหมายไว้แล้ว และเมื่อไปถึงจุดนั้นก็อยากให้ทุกคนรวมถึงพนักงานบริษัทได้รับผลประโยชน์เช่นเดียวกันด้วย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/67985</URL_LINK>
                <HASHTAG>DOONEE, TOONEE, จตุพล สุธีสถาพร, บริษัท มีเดียเพล็กซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด, อาทิตย์เอกเขนก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200606/image_big_5edb76531e470.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
