<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>50373</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/11/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/11/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แล้ว &#039;ทอน&#039; จะรู้ว่าผิดอะไร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ผมผิดอะไร?...........
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฟัง &amp;quot;ทอน&amp;quot; แถลงข่าวก็ได้ข้อสรุป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่ใช่เรื่อง &amp;quot;อยู่เป็น&amp;quot; หรือ &amp;quot;อยู่ไม่เป็น&amp;quot; แล้วล่ะ&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อยู่ไปก็ไลฟ์บอยซะมากกว่า&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถ้าวันนี้ &amp;quot;ทอน&amp;quot; ไม่ใช่นักการเมือง จะเป็นไอ้เบื๊อก สากกะเบืออะไรก็แล้วแต่....ยังพออภัยได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ &amp;quot;ทอน&amp;quot; เป็นหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ เป็นบุคคลสาธารณะ เป็นบุคคลที่กฎหมายสามารถเข้าไปตรวจสอบโดยอัตโนมัติ กลับไร้สปิริตในความเป็นนักการเมืองอย่างสิ้นเชิง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอาแต่สำรอกเรื่องประชาธิปไตย สิทธิ เสรีภาพ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในดีเอ็นเอของนายคนนี้ เต็มไปด้วย ความเป็นเผด็จการ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เป็นผลมาจากการเลี้ยงดูแบบ &amp;quot;ฮ่องเต้ซินโดรม&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สตรอว์เบอร์รีเจเนอเรชัน&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รักเกินรัก เกลียดเกินเกลียด ทางออกคือทำลาย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มาดูคำแถลงของ &amp;quot;ทอน&amp;quot; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
-----------------------
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประเด็นที่ ๑ : บริษัท วี-ลัค มีเดีย จำกัด เป็นสื่อหรือไม่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การถือหุ้นที่เป็นประเด็นขึ้นมาเริ่มต้นที่สกลนคร ภายหลัง กกต.ส่งเรื่องไปศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งให้วินิจฉัยคุณสมบัติความเป็นผู้สมัคร ส.ส.สกลนคร ของพรรคอนาคตใหม่ โดยคดีนั้นศาลฎีกาพิจารณาที่หนังสือบริคณห์สนธิเป็นหลักว่ากิจการใดเป็นกิจการสื่อมวลชน ถ้ามีวัตถุประสงค์ทำเกี่ยวกับกิจการสื่อมวลชนถือว่าผิดตัดสิทธิ์ทันที&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ในคดีอื่นทำนองเดียวกัน เช่น คดีการถือหุ้นสื่อของ ส.ส. ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาเห็นต่างจากศาลฎีกา โดยศาลรัฐธรรมนูญเห็นว่าเพียงหนังสือบริคณห์สนธิกับสําเนาบัญชีรายชื่อไม่เพียงพอต่อการวินิจฉัยว่าถือหุ้นสื่อหรือไม่ ต้องดูเอกสารอื่นประกอบด้วย เช่น ต้องดูงบการเงินว่าของห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทที่ถูกร้องมีรายได้จากการประกอบกิจการใด จึงตัดสินได้ว่าถือหุ้นในสื่อหรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับบริษัท วี-ลัค มีเดีย จำกัด ได้ผลิตนิตยสาร WHO ฉบับสุดท้ายเดือน ต.ค.๒๕๕๙ โดยเป็นผลิตภัณฑ์ของบริษัท วี-ลัค มีเดีย จำกัด ส่วนหนังสือจิ๊บๆ บริษัท วี-ลัค มีเดีย จำกัด เป็นแค่ผู้ผลิต โดยผู้เป็นเจ้าของหนังสือดังกล่าวคือบริษัทนกแอร์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนหนังสือ Wealth บริษัท วี-ลัค มีเดีย จำกัด เป็นผู้ผลิต แต่ธนาคารไทยพาณิชย์เป็นเจ้าของ &amp;nbsp;และปิดกิจการตั้งแต่วันที่ ๒๕ พ.ย.๒๕๖๑ และยุติการดำเนินการและไม่มีพนักงานและบริษัทไม่มีรายได้ตั้งแต่ ๒๖ พ.ย.๒๕๖๑ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดังนั้น บริษัท วี-ลัค มีเดีย จำกัด ยุติกิจการไปแล้วและไม่มีผลิตภัณฑ์แล้ว อย่างนี้จะเป็นสื่อมวลชนได้อย่างไร เพราะเป็นบริษัทที่ไม่มีการปฏิบัติการใดๆ แต่เป็นบริษัทที่รอการชำระบัญชีเท่านั้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;๒.ธนาธรยังเป็นผู้ถือหุ้นหรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในคำร้องของ กกต.ระบุว่า ผมยังเป็นผู้ถือหุ้น ๒๑ มี.ค.๒๕๖๒ โดยอ้างอิงเอกสารสำเนาบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น หรือ แบบ บอจ.๕ ที่บริษัทที่ได้แจ้งไว้กับกระทรวงพาณิชย์ แต่การจะดูว่าการเปลี่ยนแปลงหุ้นสำเร็จหรือไม่ต้องพิจารณาตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา ๑๑๒๙ และ ๑๑๔๑&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดังนั้น ถ้าไม่มีหลักฐานเป็นอื่นหรือมีน้ำหนักพอ ต้องถือว่าธุรกรรมโอนหุ้นสำเร็จตั้งแต่วันที่มีการทำธุรกรรมไปแล้ว คือ ๘ ม.ค.๒๕๖๒ &amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;๓.การถือหุ้นผิดเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญหรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตามรัฐธรรมนูญ พ.ศ.๒๕๖๐ มาตรา ๙๘ (๓) เริ่มมีตั้งแต่รัฐธรรมนูญ ๒๕๕๐ โดยรายงานการพิจารณาของสภาร่างรัฐธรรมนูญในเวลานั้นมีการอภิปรายว่ามาตรานี้มีขึ้นเพราะผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองได้เข้าแทรกแซงสื่อทางตรงและอ้อม และการที่ไปเป็นเจ้าของสื่อทำให้กลไกการตรวจสอบพิการ และที่สำคัญไปกระทบเสรีภาพของประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในประเด็นนี้อยากจะชี้ให้เห็นว่านิตยสารที่ผลิตโดยบริษัทวี-ลัค ไม่เคยให้คุณให้โทษในทางการเมืองแม้แต่นิดเดียว นอกจากนี้ วันที่นิตยสารได้ปิดตัวลงและไม่มีรายได้แล้ว เกิดขึ้นก่อนที่จะมีใครรู้ว่าการเลือกตั้งจะเกิดขึ้นเมื่อใด โดยพระราชกฤษฎีกาเลือกตั้ง พ.ศ.๒๕๖๒ ประกาศใช้เมื่อวันที่ ๒๓ ม.ค.๒๕๖๒ แต่บริษัทปิดไปก่อนหน้านี้แล้ว &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดังนั้นผมเองไม่มีเจตนาจะคงบริษัทอยู่ และบริษัทได้ปิดกิจการก่อนจะมีพระราชกฤษฎีกาเลือกตั้งด้วยซ้ำ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;๔.กระบวนการพิจารณาคดีเป็นธรรมหรือไม่ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประเด็นนี้ คณะกรรมการสืบสวนของ กกต.กำลังดำเนินการและเรียกพยานมาในวันที่ ๒๒ พ.ค.๒๕๖๒ แต่ปรากฏว่า กกต.ชุดใหญ่ได้ส่งฟ้องศาลรัฐธรรมนูญในวันที่ ๑๖ พ.ค.๒๕๖๒ ทั้งที่คณะกรรมการสอบสวน กกต.ยังพิจารณาไม่เสร็จสิ้น กระบวนการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญเป็นศาลชั้นเดียว แค่เรื่องนี้ก็มีน้ำหนักพอให้ศาลรัฐธรรมนูญยกคำร้องแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากทั้ง ๔ ข้อถ้าถามว่าผมเองผิดอะไร?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำตอบคือ มันไม่ใช่เรื่องการถือหุ้นสื่อ แต่ความผิดของผมคือการต่อต้านการสืบทอดอำนาจของ คสช. ผมฝันเห็นว่าทุกคนเท่าเทียมกัน มีนิติรัฐ นิติธรรม ฝันเห็นประเทศไทยที่มีความก้าวหน้า และประเทศไทยที่ไม่มีรัฐประหาร ความฝันเช่นนี้มันเป็นผิดบาปมากนักหรือในประเทศนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพื่อให้ได้ความฝันนี้เราจึงตั้งพรรคการเมืองขึ้นมาเพื่อมาต่อสู้เรียกร้องความฝันของเราตามระบบ &amp;nbsp;รณรงค์หาเสียงเลือกตั้งตามกฎหมาย ฝันอะไรก็บอกประชาชนอย่างนั้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเสร็จสิ้นการเลือกตั้งและผลการเลือกตั้งออกมา เราก็ทำงานการเมืองอย่างสร้างสรรค์ เราสู้ในสภาอย่างภาคภูมิใจ เพื่อให้ประชาชนเห็นถึงความตั้งใจของพรรคในการต่อสู้ในสภา เราต้องการแก้ไขรัฐธรรมนูญก็รณรงค์อย่างสันติ การตั้งพรรคการเมืองเพื่อสร้างความฝันของเราให้เป็นจริง มันเป็นความผิดบาปมากขนาดนั้นเลยเหรอในประเทศนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญมีอายุเกิน ๗๐ ปีหลายคนผ่านเหตุการณ์รัฐประหารมาแล้วหลายครั้ง ผมเกิดปี ๒๕๒๑ ผ่านเหตุการณ์รัฐประหาร ๔ ครั้ง เราจะอยู่ในสังคมอย่างนี้ต่อไปเหรอครับ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตอนนี้เป็นเวลาที่ควรจะมาทบทวนประวัติศาสตร์ว่าเกิดอะไรมาบ้างในรอบ ๑๐ ปีที่ผ่านมา บุคคลต่างๆ มีส่วนทำให้สังคมเดินมาถึงจุดนี้ ถึงเวลาที่เราต้องส่งเสียงกันและพาสังคมออกจากจุดนี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันนี้สังคมมีความแตกต่างทางความคิดสองส่วน ระหว่างการพาประเทศเดินหน้าไปด้วยประชาธิปไตย กับการพาประเทศเดินหน้าไปด้วยระบบอำนาจนิยม คนที่จะตัดสินได้ดีที่สุดควรจะเป็นประชาชนผู้ทรงสิทธิและเสรีภาพในการเลือกอนาคตของประเทศไทยด้วยตัวเอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่ว่าผลจะเป็นอย่างไรก็พร้อมยอมรับ และไม่มีแผนสำรองใดๆ การลงเล่นการเมืองของผมถือว่าไม่มีจุดที่จะกลับตัวแล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ผ่านมาผมยอมเล่นตามกติกามาโดยตลอดทั้งรณรงค์หาเสียง การเลือกตั้ง หากจะแพ้ก็ขอแพ้ตามกติกา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คดีนี้ไม่เกี่ยวกับการยุบพรรค เพราะเป็นเรื่องของผมคนเดียว ส่วนคนที่กำลังโยงไปสู่การยุบพรรคหมายความว่าไม่เข้าใจเรื่องนี้อย่างชัดเจน
--------------------------------
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ครับ...แยกเป็นหลายประเด็น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำแถลงของ &amp;quot;ทอน&amp;quot; ผมผิดอะไร? ไม่ใช่เรื่องหุ้นสื่อ แต่เพราะต่อต้าน คสช.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปัญหาใหญ่ของ &amp;quot;ธนาธร&amp;quot; คือ วุฒิภาวะ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คนแบบนี้ไม่ควรมีชื่อเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีเลย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตลบตะแลง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่ผิดเรื่องหุ้นแล้วนั่งรถเสี่ยงเป็นศพที่ความเร็ว ๑๔๐ กิโลเมตรต่อชั่วโมงมาเซ็นหุ้นทำไม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ระวังนะ....ใช้เอกสารเท็จกับศาล ความผิดมันทวีขึ้นไปอีก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โกหกครั้งแรก ก็โกหกไปเรื่อยๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพื่อปิดบังโกหกครั้งแรก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มันแสดงออกมาทางสีหน้า ท่าทาง และคำพูด มาตลอด ทำให้เห็นว่า &amp;quot;ธนาธร&amp;quot; ไม่สามารถหยุดโกหกได้แล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คนโกหกมันจับไม่ยาก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในศาลรัฐธรรมนูญ &amp;quot;ธนาธร&amp;quot; สมองกลวง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันนี้มาชิงแถลงตัดหน้าศาลรัฐธรรมนูญ กลับรู้หมดทุกอย่าง ตั้งใจจะปลุกม็อบซิท่า!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในแง่มารยาท คือ &amp;quot;ทราม&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่มีใครเขาทำกัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในแง่กฎหมาย หมิ่นศาลหรือไม่ อีกไม่นานคงมีคนมาเฉลย&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่มันช่างน่าประหลาดใจก่อนขึ้นศาลรัฐธรรมนูญ ๑๘ ตุลาคม &amp;quot;ธนาธร&amp;quot; มีเวลาเตรียมตัวนานนับเดือน เพื่อทำความเข้าใจในหลักฐานของตนเอง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อยู่ในศาลแทนที่จะแก้ข้อกล่าวหาให้ชัดเจน บอกกับศาลว่าตัวเองไม่มีความผิด กลับพูดแค่ว่า....&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผมไม่ทราบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผมไม่รู้ &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผมจำไม่ได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันนี้ยังมีหน้ามาถาม &amp;quot;ผมผิดอะไร&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในการวินิจฉัยคดีศาลจะให้น้ำหนัก พยาน หลักฐานที่นำไปแสดงในศาล&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มิได้นำสิ่งที่ &amp;quot;ธนาธร&amp;quot; ประชดประชันตัดหน้าศาลไปประกอบคดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เตือนไปถึง &amp;quot;คนรักทอน&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำพูดของ &amp;quot;ทอน&amp;quot; ไม่ใช่คำวินิจฉัยในคดีนี้ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่หากหน้ามืดตามัว &amp;quot;ทอน&amp;quot; ตดก็หอม ให้นึกถึงคำพูดของ &amp;quot;ทอน&amp;quot; ในศาลรัฐธรรมนูญให้เยอะๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คนที่ไม่รู้แม้กระทั่งเรื่องตัวเอง แล้วมาถามว่าผมผิดอะไร คนแบบนี้สมควรเดินตาม หรือถอยห่าง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอาล่ะ...การไปพูดพาดพิงถึง ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญที่มีอายุเกิน ๗๐ ทำนองผ่านรัฐประหารมาหลายครั้ง จะอยู่กันแบบนี้หรือ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และประเด็นสำคัญ.....ให้ทบทวนประวัติศาสตร์ว่าเกิดอะไรมาบ้างในรอบ ๑๐ ปีที่ผ่านมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หมายความว่าความจำของ &amp;quot;ทอน&amp;quot; เริ่มต้นเมื่อปี ๒๕๔๙ ตอนรัฐประหารทักษิณ กระมัง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ทอน&amp;quot; ครับ...ช่วงก่อนที่นักโกงเมืองบริหารประเทศ จนทหารใช้เป็นเหตุผลในการทำรัฐประหาร ไม่นับรวมด้วยหรือ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หรือคิดว่า โกงเป็นเรื่องธรรมดาในระบอบประชาธิปไตยแบบที่ &amp;quot;ทอน&amp;quot; คิด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ทอน&amp;quot; กลับไปทบทวนดูนะ ศาลรัฐธรรมนูญเป็นองค์กรอิสระเคยถูก &amp;quot;ทักษิณ&amp;quot; แทรกแซงอย่างไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เปิดหูเปิดตาให้กว้างในช่วง &amp;quot;ทักษิณ&amp;quot; โกงเมือง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แล้ว &amp;quot;ทอน&amp;quot; จะรู้ว่า ไม่ต้องมีแผนสอง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ยังพอมีจุดให้กลับตัวอยู่ แม้แทบไม่เหลืออะไรติดมือเลยก็ตาม.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผักกาดหอม&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/50373</URL_LINK>
                <HASHTAG>บริษัท วี-ลัค มีเดีย จำกัด, ผักกาดหอม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180511/image_big_5af4fe504cfd9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>40469</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/07/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/07/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘ธนาธร’บินไปนอก ส่งทนายยื่นหลักฐานหุ้นสื่อ‘ปิยบุตร’โจมตีศาลล่วงหน้า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ปากกล้าขาสั่น &amp;quot;ธนาธร&amp;quot; ส่งทนายไปศาลยื่นหลักฐาน 3 ลังแทน ตัวเองบินไปนอก ออนทัวร์ยุโรป-อเมริกากับลูกเมีย &amp;quot;คุณช่อ&amp;quot; ตามสมทบทีหลัง ไม่วายปลุกประเทศไทยที่คนเท่ากัน ด้านทะแนะ &amp;quot;ปิยบุตร&amp;quot; ด่าศาลล่วงหน้าหากยอมงดใช้ ม.1129 กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ เท่ากับยอมจับหนูตัวเดียวแล้วทำลายระบบการโอนหุ้นทางธุรกิจของประเทศนี้ทั้งหมด ฟุ้งพ่อฟ้าคือมนุษย์แห่งการทลายข้อจำกัด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม เวลา 11.50 น. ที่ศาลรัฐธรรมนูญ นายวรวุฒิ บุตรมาตร ฝ่ายกฎหมายของพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) นำเอกสารหลักฐานเกี่ยวกับการโอนหุ้นบริษัท วี-ลัค มีเดีย จำกัด ของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรค อนค. จำนวน 3 ลัง มายื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญตามกำหนดเดดไลน์ในวันนี้ (8 ก.ค.) ซึ่งเป็นวันครบกำหนดการขอขยายเวลา 30 วัน ในการยื่นหลักฐานเข้าหักล้างแก้ข้อกล่าวหาในคดีที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ยื่นเรื่องให้ศาลวินิจฉัยคุณสมบัติต้องห้ามในการลงสมัครรับเลือกตั้งเป็น ส.ส. ตามมาตรา 98 (3) ห้ามผู้ถือหุ้นสื่อหรือเป็นเจ้าของกิจการสื่อสารมวลชนลงสมัครรับเลือกตั้งเป็น ส.ส. และเป็นผลให้ระหว่างการพิจารณาคดี นายธนาธรถูกศาลรัฐธรรมนูญสั่งพักการปฏิบัติหน้าที่ ส.ส.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายธนาธรไม่ได้เดินทางไปศาล โดยแจ้งผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า &amp;quot;ธนาธรออนทัวร์ยุโรป-อเมริกา ตลอดเดือนที่ผ่านมาผมเดินสายไปพบปะประชาชนในหลายจังหวัด ตั้งแต่เหนือจรดใต้ รับฟังปัญหา ข้อเสนอแนะ จากคนในพื้นที่ และเตรียมทีมสำหรับการลงเลือกตั้งท้องถิ่น ส่วนของสัปดาห์นี้ผมจะเดินทางไปต่างประเทศบ้าง อันเนื่องจากผม อาจารย์ต้น วีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร ที่ปรึกษานโยบายของพรรคอนาคตใหม่ และคุณช่อ พรรณิการ์ วานิช โฆษกพรรค ได้รับเชิญไปบรรยายสาธารณะที่ London School of Economics and Political Science หนึ่งในสถาบันที่มีชื่อเสียงที่สุดในโลกด้านรัฐศาสตร์และเศรษฐศาสตร์ ในหัวข้อ &amp;#39;มองอนาคตประเทศไทยหลังเลือกตั้ง&amp;#39; เราเลยถือโอกาสนี้ไปพบปะพูดคุยกับกระทรวงต่างประเทศ นักการเมือง และองค์กรระหว่างประเทศในยุโรปและอเมริกาด้วยในคราวเดียว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นับตั้งแต่จบการเลือกตั้ง บรรดาบุคคลในแวดวงระหว่างประเทศที่เราเคยพบปะล้วนสอบถามมาด้วยความกังวลถึงสถานการณ์การเมืองและเสถียรภาพของไทยภายใต้รัฐบาลใหม่ (ซึ่งก็คือรัฐบาลเดิม) &amp;nbsp;การเดินทางครั้งนี้ เราหวังว่าจะได้พูดคุยชี้แจงให้นานาประเทศได้เข้าใจสถานการณ์การเมืองไทยและแนวโน้มในอนาคตได้อย่างชัดเจนขึ้น รวมถึงนำเสนอแนวทางการดำเนินงานขับเคลื่อนสร้างความเปลี่ยนแปลงในสังคมไทยของพรรคอนาคตใหม่ ในฐานะพรรคน้องใหม่ที่มีเสียง 81 เสียงในสภา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แน่นอนว่าพวกเราจะพยายามเก็บเกี่ยวเรื่องราว นโยบายที่น่าสนใจของประเทศต่างๆ ในยุโรป รวมถึงในสหรัฐฯ กลับมาเป็นแนวทางการทำนโยบายของพรรคอนาคตใหม่ โดยเฉพาะในการเลือกตั้งท้องถิ่นที่กำลังจะมาถึง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มาช่วยกันครับ ประเทศไทยที่คนเท่ากัน ประเทศไทยที่พัฒนาไปจนเท่าทันโลก จะเกิดขึ้นได้ในคนรุ่นเรา ตราบใดที่เราไม่ยอมถอยให้อำนาจอยุติธรรม&amp;quot; นายธนาธรระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำการพรรคอนาคตใหม่ นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรค แถลงข่าวว่านายธนาธรไปเยี่ยมครอบครัวที่ต่างประเทศ ส่วนที่สงสัยกันว่าไปครั้งนี้จะไม่กลับมาประเทศไทย หรือเจ้าตัวจะหนีคดีบ้าง พรรคขอชี้แจงว่านายธนาธรเดินทางไปพักผ่อนพร้อมกับภรรยาและลูกๆ ที่ต่างประเทศ จากนั้นเขาจะปฏิบัติหน้าที่ของเขาต่อ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เลขาฯ พรรค อนค.กล่าวถึงการต่อสู้คดีของนายธนาธรว่า ทีมกฎหมายได้ยื่นเอกสารชี้แจงกว่า 70 &amp;nbsp;หน้า เอกสารประกอบการชี้แจง 50 รายการ 200 หน้าต่อศาลรัฐธรรมนูญ พร้อมขอให้ศาลนัดไต่สวนพยานบุคคลเพิ่มเติม เบื้องต้นตัวละคนที่เกี่ยวข้องเบื้องต้นมี 5 ท่าน ถ้าศาลให้ไต่สวนจะยื่นเพิ่มอีก ทั้งยังขอออกนั่งพิจารณาโดยเปิดเผย และเมื่อเห็นคำวินิจฉัยกรณี 32 ส.ส.ไม่ต้องยุติปฏิบัติหน้าที่ จึงคิดว่าเป็นแนวบรรทัดฐาน จึงขอให้ศาลยกเลิกคำสั่งยุติปฏิบัติหน้าที่ ส.ส.เป็นการชั่วคราวด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากล่าวว่า หากลองเทียบเคียงคดีของนายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.การต่างประเทศ ที่ยื่นเอกสารชี้แจงครั้งสุดท้ายในวันที่ 7 ส.ค.61 หลังจากนั้น 23 วัน ศาลกำหนดวันนัดไต่สวนพยานวันที่ 25 ก.ย.61 &amp;nbsp;และอ่านคำวินิจฉัยนายดอนวันที่ 31 ต.ค.61 ดังนั้นหากศาลอนุญาตให้ไต่สวนพยานบุคคลในคดีของนายธนาธรประมาณสิ้นเดือน ก.ค. ศาลจะเริ่มไต่สวนสิ้นเดือน ส.ค. และอ่านคำวินิจฉัยสิ้นเดือน ก.ย.นี้ &amp;nbsp;เมื่อเทียบเคียงกันจึงเป็นไปไม่ได้ที่คดีจะจบภายในวันสองวัน อย่างน้อยที่สุดคดีนายธนาธรอ่านคำวินิจฉัยช่วงปลายเดือน ก.ย.นี้ ยืนยันว่าทีมกฎหมายต่อสู้ครบถ้วนทุกประเด็นแล้ว ที่ผ่านมาก็เคยมีกรณีที่ศาลวินิจฉัยทันที เช่นยุบพรรคไทยรักษาชาติ แต่กรณีนายดอนเปิดให้ไต่สวนพยานบุคคล อย่างน้อยสุดคือต้องใช้มาตรฐานเดียวกัน ต้องเปิดให้คู่ความโต้แย้งอย่างเต็มที่ เชื่อว่าศาลรัฐธรรมนูญจะเดินตามแนวทางที่ผ่านมาในอดีต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงความรู้สึกของนายธนาธร นายปิยบุตรตอบว่านายธนาธรไม่ได้กังวลใจอะไร ตนรู้จักเขาดี เขาเป็นมนุษย์แห่งการทลายข้อจำกัด ไม่มีอะไรเป็นข้อจำกัดของนายธนาธรได้ถ้าว่ากันตรงไปตรงมา ข้อกฎหมายก็ชัดเจน และถ้าคดีนี้ต่อสู้เสร็จแล้วตนก็หวังจะรวมเล่มเป็นหนังสือทางนิติศาสตร์ ให้ศึกษา เกี่ยวกับกระบวนการยุติธรรม หากยอมงดใช้มาตรา 1129 ของประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ก็เท่ากับยอมจับหนูตัวเดียว แล้วทำลายระบบการโอนหุ้นทางธุรกิจของประเทศนี้ทั้งหมดเลย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ทุกครั้งที่คุณธนาธรไปต่างประเทศมักจะเกิด 2 เรื่องพร้อมกัน คือ 1.พอกลับมาก็มักจะนำเรื่องดีๆ มาเล่าให้ประชาชนฟัง อย่างเรื่องการทำบิตคอยน์ การจัดการน้ำที่ประเทศเนเธอร์แลนด์ หรือการทำโรงเรียน เช่นเดียวกับ 2.กรณีข่าวลือว่าคุณธนาธรไปแล้วไปลับ ไม่กลับมา หรือหนีคดีบ้าง ผมขอยืนยันว่า เมื่อนายธนาธรปฏิบัติภารกิจเสร็จจะเดินทางกลับมาที่ประเทศไทยอย่างแน่นอน ด้วยสถานะที่ยังเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เพียงแต่มีคำสั่งของศาลรัฐธรรมนูญให้หยุดการปฏิบัติหน้าที่ เลยเข้าไปทำหน้าที่ในสภาไม่ได้&amp;quot; นายปิยบุตรระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ตนได้ไปตรวจตารางการทำงานของนายธนาธร พบว่านายธนาธรในครึ่งเดือนหลังของเดือนกรกฎาคมนั้นจะตะลุยภาคอีกสาน ไล่ไปตั้งแต่ จ.อุดรธานี อุบลราชธานี และไปทางตอนเหนือของภาค ดังนั้นยืนยันว่ากลับมาแน่นอน ไม่ต้องห่วงใยหรือกังวลใจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ข่าวลือต่างๆ ที่เต้าขึ้นมาควรจะยุติได้แล้ว เพราะนี่คือการยืนยันของพรรคอนาคตใหม่ว่า นายธนาธรไม่มีความจำเป็นใดๆ ที่ต้องหลบหนีคดีไปต่างประเทศ เพราะเจ้าตัวมีภารกิจการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยไปสู่อนาคตแบบใหม่ๆ และเปลี่ยนแปลงประเทศให้ดีขึ้น และพิสูจน์ให้ได้ว่า ในวันหนึ่งนายธนาธรจะเป็นนายกรัฐมนตรีจากมติมหาชนของประเทศไทย&amp;quot; เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่กล่าว.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/40469</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีหุ้นสื่อ, ธนาธร จึงรุ่งเริองกิจ, บริษัท วี-ลัค มีเดีย จำกัด, พรรคอนาคตใหม่, ม.1129, ศาลรัฐธรรมนูญ, หนังสือพิมพ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190708/image_big_5d23594582639.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>34833</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/05/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/05/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ธนาธรท้าตีท้าต่อย ประสานเสียงคู่หูจะเล่นงานกกต.-นักร้อง-พรรคอื่น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กองเชียร์พ่อฟ้าพรึ่บหน้า กกต. หนุน &amp;quot;ธนาธร&amp;quot; สู้ๆ หอบหลักฐาน 26 รายการใส่ลังแจงปมโอนหุ้นสื่อ อ้างไม่มีใครมีหลักฐานมาหักล้างได้ มั่นใจ 9 พ.ค.ได้รับรองเป็น ส.ส. &amp;quot;ปิยบุตร&amp;quot; ไม่เห็นด้วยคำพิพากษาศาล จ.สกลนคร ซัดระบบพิสูจน์แบบ &amp;quot;จารีตนครบาล&amp;quot; ต้องเดินลุยน้ำลุยไฟพิสูจน์ความบริสุทธิ์ ย้ำกกต.แจกใบส้มก็ไม่ได้ ขู่ฟ้องดะ! กกต.ระวังโดน 157-นักร้อง ถ้าเป็นเท็จโทษจำคุก พท.ย้อน พปชร.มอบฝ่าย กม.ร้องยุบพรรคเหตุ กก.บห.ถือหุ้นสื่อ ขณะที่ กกต.จ่อฟ้องอาญาผู้สมัคร ส.ส.ถือหุ้นสื่อทุกรายที่ศาลสั่งถอนชื่อ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่อาคารไทยซัมมิท ชั้น 5 ที่ทำการพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) เวลา 10.30 น. วันที่ 30 เมษายน นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรค อนค. แถลงก่อนเดินทางไปสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ถึงกระบวนพิจารณาการถือหุ้น บริษัท วี-ลัค มีเดีย จำกัด ของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนค. ว่ามีการชี้แจงหลักฐานโดยละเอียดแล้ว แต่ต่อให้เปิดเผยแค่ไหน ระบบการพิสูจน์ก็เป็นแบบ &amp;quot;จารีตนครบาล&amp;quot; ที่การพิสูจน์ความบริสุทธิ์ ต้องลงไปเดินน้ำลุยไฟ ซึ่งไม่เป็นธรรมกับผู้กล่าวหา ข่าวเจาะถือเป็นประโยชน์ต่อชาติบ้านเมือง แต่เมื่อเจาะลงไปแล้วเขาไม่ผิด ก็ต้องยืดอกยอมรับอย่างสง่าผ่าเผย ไม่ใช่ดึงดันจะเจาะเรื่อยๆ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายปิยบุตรกล่าวว่า ความยุติธรรมไม่อาจเกิดขึ้นได้จากการฟังความข้างเดียว แต่ความยุติธรรมจะเกิดขึ้นได้ต้องฟังความทุกฝ่าย ส่วนเอกสารข้อกล่าวหาที่กำหนดให้ชี้แจงภายใน 7 วัน ลงวันที่ 23 เม.ย.นั้น ตีขลุมไปเลยว่าท่านถือหุ้น บ.วี-ลัคฯ โดยไม่อธิบายข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ซึ่งเอกสารไม่มีชื่อธนาธรเป็นผู้ถือหุ้นแล้ว เพราะจบไปตั้งแต่วันที่ 8 ม.ค. เขียนข้อกล่าวหาต้องละเอียดหน่อย ถ้าเป็นอัยการส่งสำนวนแบบนี้ไปศาลอาญาเขายกแน่ หากจะทำแบบนี้ก็เขียนเลยว่ากกต.มีอำนาจตรวจสอบนักการเมืองชั่วลูกชั่วหลาน ชั่วกัลปวสาน ถ้าทำแบบนี้ก็เท่ากับเปลี่ยนแนวคำพิพากษาศาลฎีาผู้สมัคร ส.ส.ทุกคนโดนหมด การทำธุรกิจประกอบกิจการจะมีปัญหาหมด จะฆ่าหนูตัวเดียวแล้วเผาบ้านทั้งหลังก็เอา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; เลขาธิการ อนค.กล่าวอีกว่า กกต.ไม่มีอำนาจในการตรวจสอบคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามนายธนาธรในเวลานี้ โดยมีอำนาจตรวจสอบในวันที่สมัครและก่อนวันเลือกตั้ง แต่ระฆังหมดยกคือวันที่ 23 มี.ค. พอหลังเลือกตั้ง แต่ยังไม่ประกาศผล ระหว่างนี้ทำได้เฉพาะผู้สมัคร ส.ส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง ตามที่มาตรา 53 พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.กำหนดไว้ ที่กำหนดต่างกันเพราะ ส.ส.แบบแบ่งเขต คะแนนที่ได้จะส่งผลต่อคะแนนของบัญชีรายชื่อ หากจะตรวจคุณสมบัติต้องรอรับรองผล ส.ส.ก่อน โดยต้องส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot;การแจกใบส้มก็แจกไม่ได้ เพราะไว้ใช้สำหรับการเลือกตั้งที่ไม่สุริตหรือไม่เที่ยงธรรม ไม่เกี่ยวกับคุณสมบัติและลักษณะต้องห้าม หากจะใช้การตีความขยายความไปเรื่อย อาจเข้าข่ายใช้อำนาจโดยมิชอบ กฎหมายอาญามาตรา 157 ฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ มาตรา 69 ของ พ.ร.ป.ว่าด้วย กกต. ที่กำหนดถึงการละเว้นของ กกต. มีโทษจำคุก 5 ปี ปรับไม่เกิน 5 แสน หรือทั้งจำทั้งปรับ และเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 10 ปี และยังถือเป็นการฝ่าฝืนจริยธรรมอย่างร้ายแรง สามารถร้องยัง ป.ป.ช.และศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง&amp;quot; นายปิยบุตรกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายปิยบุตรกล่าวด้วยว่า พร้อมรับการตรวจสอบ โดยต้องใช้กฎหมายตามหลักความยุติธรรม ไม่ใช่เครื่องมือทางกฎหมาย ไม่ใช่การสกัดกั้นไม่ให้เข้าสภา การตรวจสอบที่เลือกปฏิบัติและกลั่นแกล้งทางการเมือง ไม่ได้กระทบเพียงผู้สมัคร ส.ส. แต่กระทบกับคะแนนที่ประชาชนเลือกเข้ามา
ไม่เห็นด้วยกับคำพิพากษา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงกรณีที่นายภูเบศวร์ เห็นหลอด ผู้สมัคร ส.ส.อนค. จ.สกลนคร เขต 2 ถูกศาลชี้ไม่มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง นายปิยบุตรกล่าวว่า ไม่เห็นด้วยกับคำพิพากษา ทำให้เห็นว่ามีปัญหาเรื่องบริคณห์สนธิ เพราะในความเป็นจริงบริษัทของนายภูเบศวร์ทำรับเหมาก่อสร้าง แต่มีข้อหนึ่งเขียนถึงสื่อก็ถูกนักร้องไปนั่งตามหาใบบริคณห์สนธิกัน วันๆ ชีวิตไม่ต้องทำอะไรค้นข้อมูลร้องกันไปมา ประเทศนี้จะบริหารกันด้วยการค้นหาบริคณห์สนธิกันหรือ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เรายังกำลังใจดี ใช้ชีวิตปกติ จัดกิจกรรมกันปกติ แต่กลับมีเรื่องหงุดหงิดกวนใจ แทนที่จะทำได้เรื่องสร้างสรรค์ ตอนนี้ทำท่าจะบานปลาย ต่างขุดคุ้ยกันมาอีก บ้านเมืองเราจะไม่คิดเรื่องการตั้งรัฐบาล การบริหารประเทศกันแล้วหรือ ผลการเลือกตั้งออกมาแล้ว ก็ต้องเคารพเสียงประชาชนกันบ้าง&amp;quot; นายปิยบุตร กล่าว &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนบรรยากาศสำนักงาน กกต. ศูนย์ราชการฯแจ้งวัฒนะ ตั้งแต่เวลาเที่ยง ได้มีกลุ่มแฟนคลับของนายธนาธรและสมาชิกพรรค อนค. จากจังหวัดต่างๆ รวมถึงแนวร่วมกลุ่มคนเสื้อแดง รวมตัวที่ลานอเนกประสงค์ชั้น 2 ด้านหน้าทางเข้าสำนักงาน กกต. เพื่อรอให้กำลังใจนายธนาธร โดยมีแกนนำบางส่วนนำเสื้อสีส้มติดโลโก้พรรคอนาคตใหม่ พร้อมนำธง ริบบิ้น ดอกกุหลาบ หมวก หน้ากากและถุงกระดาษที่มีใบหน้าของนายธนาธรมาแจกให้แฟนคลับได้สวมใส่เพื่อแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ ขณะที่ผู้สมัคร ส.ส.อนค.ได้นัดกันสวมเสื้อคอกลมสีขาวมารวมตัวกัน อาทิ เลขาธิการพรรค นายพิธาน ลิ้มเจริญรัตน์ รองหัวหน้าพรรค นายรังสิมันต์ โรม ว่าที่ ส.ส.บัญชีรายชื่อ มารวมกลุ่มรอนายธนาธร ด้วยเช่นกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาในเวลา 13.00 น. นายธนาธรได้เดินทางมาพร้อมกับนายปิยบุตร &amp;nbsp;โดยกลุ่มผู้สนับสนุนแห่ให้กำลังใจโดยตะโกนคำว่า &amp;quot;ธนาธรสู้ๆ&amp;quot; &amp;nbsp;โดยกลุ่มว่าที่ ส.ส.ในมอบดอกไม้ให้กำลังใจ และพร้อมระบุว่า นายธนาธรเป็นเสาหลักของพรรคอนาคตใหม่ พวกเราต้องออกมาปกป้องนายธนาธร จากนั้นนายปิยบุตรได้กล่าวให้กำลังใจกับว่าที่ ส.ส.ของพรรคว่า ขอให้มั่นใจว่านายธนาธรจะสามารถชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาได้ มั่นใจเต็มร้อยว่าที่ ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ทั้ง 88 คนจะได้เข้าไปทำงานสภา ภายใต้การนำของหัวหน้าพรรค อนค.อย่างแน่นอน เราเป็นตัวแทนของประชาชน จึงไม่มีอะไรมาขัดขวางเจตนารมณ์ของเราได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; จากนั้น เวลา 13.00 น. นายธนาธรและนายปิยบุตรเข้าพบ กกต. เพื่อชี้แจงกรณีการโอนหุ้นบริษัท วี-ลัค มีเดียฯ โดยนายธนาธรกล่าวว่า ได้นำหลักฐานจำนวน 26 รายการ เพื่อมาชี้แจงและแสดงต่อ กกต. พร้อมกับหลักฐานส่วนอื่นๆ ส่วนหลักฐานที่เป็นใบสั่ง และการขับรถเร็วนั้น ได้แสดงไปแล้ว ซึ่งในวันเดินทางออกจาก จ.บุรีรัมย์ มีเจ้าหน้าที่ตำรวจหลายรายไปคอยอำนวยความสะดวก มีการเก็บภาพไว้ เชื่อว่าเป็นหลักฐานให้กับเราได้&amp;nbsp;
มั่นใจ 9 พ.ค.ได้เป็น ส.ส.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ผมสบายใจมาก และมั่นใจในการชี้แจง ขอบคุณสื่อมวลชนที่มารอต้อนรับเรา มาคอยทำข่าวพวกเรา ขอบคุณประชาชนที่คอยสนับสนุนพรรคอนาคตใหม่ ยืนยันว่าผมและนายปิยบุตรมีความมั่นใจมากในการชี้แจงกับ กกต.ครั้งนี้ เราเชื่อมั่นว่ากระแสที่ถูกปลุกขึ้นมา ถูกสร้างขึ้นโดยไม่มีข้อเท็จจริงที่จะมาหักล้างหลักฐานที่เราได้ยืนยันต่อสาธารณะไปก่อนหน้านี้&amp;rdquo; นายธนาธรกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธนาธรกล่าวอีกว่า เชื่อมั่นว่าในวันที่ 9 พ.ค. 2562 จะได้รับประกาศรับรองเป็น ส.ส. ไม่มีเหตุผลอะไรที่ทำให้ไม่เชื่อมั่น เพราะคนที่ตั้งคำถามกับตนไม่เคยมีใครเอาหลักฐานใดๆ ที่พิสูจน์เป็นอื่น ต้องบอกว่าเป็นความพยายามที่จะหยิบเอาประเด็นเล็กประเด็นน้อยมาตั้งข้อสงสัย พูดซ้ำไปซ้ำมา ทำให้คนในสังคมเข้าใจผิด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายปิยบุตรกล่าวเสริมว่า มีพยานเอกสารหลักฐานทั้งหมด 26 รายการ ขนมาเป็นลัง และเดี๋ยวจะแสดงให้ กกต.ดู เมื่อชี้แจง กกต.เรียบร้อยแล้วจะมาชี้แจงให้สื่อมวลชนทราบ ยืนยันว่าหลักใหญ่ใจความอยู่ที่ว่าการโอนหุ้นสำเร็จตั้งแต่วันที่ 8 ม.ค.2562&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า ทำไมต้องรีบขับรถมาโอนหุ้นทั้งที่ยังไม่มีการประกาศ พ.ร.ฎ.กำหนดวันเลือกตั้ง นายปิยบุตรกล่าวว่า ทราบอยู่ก่อนแล้วว่าคุณสมบัติในการเป็นผู้สมัครห้ามถือครองหุ้น จึงรีบแจ้งและรีบจัดการทันที ด้วยเหตุผลว่าเราไม่ทราบว่าจะมี พ.ร.ฎ.กำหนดวันเลือกตั้งเกิดขึ้นเมื่อใด กำหนดการถูกเลื่อนไปเรื่อย เมื่อตรวจสอบพบจึงต้องรีบจัดการให้เร็วที่สุด และวันดังกล่าวมีหลายนัด โดยทีมงานและนายธนาธรว่างวันนั้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายธนาธรกล่าวเสริมว่า อยากถามกลับว่าทำไมเป็นวันที่ 8 ม.ค.2562 ไม่ได้ล่ะ คุณนึกออกไหมแค่วันที่ก็มีการตั้งคำถามกันไร้สาระแล้ว ต้องบอกว่าทำไมเป็นวันที่ 8 ไม่ได้ มีเหตุผลอะไรที่เป็นวันนี้ไม่ได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ นายธนาธรยังกล่าวถึงกรณีมีผู้สมัคร ส.ส. พรรคอนาคตใหม่ 11 ราย ถูกร้องต่อ กกต.ให้ตรวจสอบกรณีถือหุ้นสื่อว่า เรื่องนี้สบายใจ พรรคอนาคตใหม่มีข้อมูลของทุกพรรคอยู่ในมือว่า มีผู้สมัคร ส.ส. พรรคอื่นอีกมากมายที่มีลักษณะเดียวกัน ถ้าใช้บรรทัดฐานนี้ ส.ส.ทุกพรรคก็คงหายไปหมด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายปิยบุตรกล่าวเสริมอีกว่า กรณีของผู้สมัครส.ส. 11 คน มีหลายกรณีที่มีการปิดบริษัทไปแล้ว ชำระบัญชีไปแล้ว หลายกรณีโอนเรียบร้อยก่อนวันสมัครรับเลือกตั้ง เพราะฉะนั้นทั้ง 11 คนนี้ไม่มีปัญหาแน่นอน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ฝากไปถึงผู้ที่ร้องเรียนเรื่องต่างๆ เหล่านี้ หากร้องเรียนเป็นเท็จ มีเป้าประสงค์ต้องการให้ผู้สมัครรายอื่น ๆ ถูกเพิกถอนสิทธิ หรือถูกใบเหลืองใบแดงใดๆ ก็ตาม คนร้องเรียนมีโทษตามมาตรา 143 พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. อีกทั้งมีเหตุแจ้งเล่นงานเขาเป็นเท็จ เพื่อมุ่งหมายให้ผู้สมัครใดเพื่อให้ถูกเพิกถอนสิทธิ เป็นเหตุฉกรรจ์ด้วย โทษสูงสุดถึงจำคุก และมีโทษปรับด้วย รวมถึงเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 20 ปี ขอให้นักร้องเรียนทั้งหลายระวังเรื่องนี้ด้วย&amp;rdquo; นายปิยบุตรกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังการชี้แจงกว่า 4 ชั่วโมง ต่อคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวนของสำนักงาน กกต. นายธนาธรกล่าวว่า บรรยากาศการชี้แจงส่วนใหญ่ตึงเครียด บางช่วงผ่อนคลาย ส่วนตัวหลังจากที่ได้ชี้แจงมีความรู้สึกว่าคดีนี้มีมูลเหตุจูงใจทางการเมืองมากเพราะแม้แต่คำถามพื้นฐานง่ายๆ ว่าเราผิดตรงไหน เพราะได้ทำเอกสารชี้แจงไปแล้ว มีตรงไหนที่ กกต.ไม่เชื่อหรือเห็นว่าพวกเรากระทำผิด คำถามง่ายๆ แค่นี้ แต่คณะกรรมการฯ ไม่สามารถตอบหรือชี้แจงกับเราได้ หลังให้ข้อมูลทำให้ ตนเชื่อว่าคดีนี้มีมูลเหตุจูงใจทางการเมือง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธนาธรกล่าวว่า ตนเอาหลักฐานมาวางหมดแล้ว ก็ควรเอาไปถามคนที่ไม่เชื่อว่าจะเอาหลักฐานอะไรมาหักล้างหลักฐานของตน ไม่มีใครโต้แย้งหลักฐานที่ตนนำมาแสดงได้เลย ก็ต้องถือว่าผมไม่ผิดจริงๆ &amp;nbsp;แล้วจะมาเรียกร้องอะไรอีก วันนี้ไม่มีคนบอกว่าธนาธรผิด มีแต่คนตั้งคำถามแล้วเอาไปปั่นซ้ำ สังคมเชื่อว่าธนาธรผิดจริง&amp;nbsp;
&amp;quot;พ่อฟ้า&amp;quot;ขู่ฟ้องดะ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เรื่องที่ทำให้ผมอารมณ์เสียมากคือ 1 ปีของการทำพรรคอนาคตใหม่ ผมและแกนนำพรรคโดนไปแล้ว 16 คดี สองสัปดาห์ที่ผ่านมา คสช.ใช้อำนาจตาม ม.44 ช่วยกลุ่มทุนโทรคมนาคมเอื้อประโยชน์ให้หลายหมื่นล้าน และมีคำสั่งผ่าน พ.ร.บ.ท้องถิ่น ที่จะดึงอำนาจจากท้องถิ่นกลับมาส่วนกลาง แทนที่ผมจะเอาเวลาไปปกป้องผลประโยชน์ของประชาชน แต่กลับต้องเอาเวลามาแก้คดีนี้ ทำให้ผมรู้สึกเสียใจว่าการเอาตัวบทกฎหมาย ไม่มีข้อเท็จจริงมาทำลายกันทางการเมือง ถ้าเป็นอย่างนี้ ต่อไปก็ต้องบอกว่าผมมีรายชื่อว่าที่ ส.ส.พรรคอื่นไม่น้อยกว่า 30 คนที่มีคดีหุ้นเหมือนกัน ถ้าจะทำกันอย่างนี้ก็จะฟ้องกลับบ้าง หลายกรณีที่เอาเรื่องเท็จมาฟ้อง และมีหลักฐานว่ามีสื่อมวลชนหลายสำนักเอาข้อความที่เป็นเท็จมาเผยแพร่ ทำให้เกิดความเสียหายกับผมและพรรค ก็ต้องบอกว่าความอดทนมีจำกัด เส้นของความอดทนมันใกล้หมดกันเต็มที ถึงวันหนึ่งคงต้องใช้วิธีกฎหมายโต้กลับบ้าง และถึงเวลานั้นก็จะไม่มีใครมีเวลาไปบริหารประเทศทั้งประเทศไทย ผู้มีอำนาจก็จะต้องใช้เวลามาแก้ตัว&amp;quot; &amp;nbsp;นายธนาธรกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธนาธรประกาศด้วยว่า ขอสงวนสิทธิ์ในการที่จะปกป้องชื่อเสียงของตนเอง ถ้าใครพิจารณาคดีความของตนแล้วทำให้เกิดความเสื่อมเสีย ก็จะใช้สิทธิดำเนินการทางกฎหมายตอบโต้ แต่ตนเป็นคนใจเย็น จะรอจน คสช.หมดอำนาจ เพราะมาตรา 157 มีอายุความ 15 ปี คสช.อยู่ในช่วงขาลง ไม่มีทางครองอำนาจต่อไปเรื่อยๆ ก็จะรอให้ คสช.หมดอำนาจแล้วดำเนินดคีกับคนที่ตัดสินตนโดยไม่ใช้หลักฐานทางวิทยาศาสตร์รองรับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายปิยบุตรกล่าวว่า วันนี้อยู่ในขั้นตอนการไต่สวน มี พ.ต.ท.ปรีชา นาเมืองรักษ์ เป็นประธาน เมื่อสอบสวนเสร็จก็จะเสนอ กกต.พิจารณาวินิจฉัยต่อไป &amp;nbsp;วันนี้ยื่นหลักฐานไปทั้งหมด 26 รายการ คำชี้แจงครบถ้วนทั้งหมด ข้อกล่าวหามีแค่ 3-4 บรรทัด โดยนายปรีชาเล่าให้ฟังว่า กกต.มีข้อสงสัยว่าตรวจสอบจาก บ อจ.5 แล้วมีชื่อนายธนาธรอยู่ จึงสงสัยว่าเป็นผู้ถือหุ้น ตนจึงถามกลับไปว่าตรวจสอบวันไหน ลงวันที่เท่าไหร่ พอตรวจสอบแล้วรู้ทันทีเลยหรือว่านายธนาธรถือหุ้น และทำไม กกต.ไม่ไปเปิดกฎหมายแพ่งพาณิชย์ มาตรา 1129 วรรคสอง วรรคสาม ที่มีแนวคำพิพากษาศาลฎีกา และแนวคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ และถ้ายังสงสัยถือหุ้นจริงหรือทำไมไม่เรียกนายธนาธรไปสอบถาม แต่กลับมีมติแจ้งข้อกล่าวหาทันที ซึ่งผิดหลักการกฎหมาย &amp;nbsp;
พท.จ่อยื่นยุบ พปชร.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ที่พรรคเพื่อไทย (พท.) นายปลอดประสพ สุรัสวดี รองหัวหน้าพรรค และนายชูศักดิ์ ศิรินิล ประธานคณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรค ร่วมกันแถลงถึงกรณีการถือหุ้นสื่อของนายชาญวิทย์ วิภูศิริ กรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) โดยนายปลอดประสพกล่าวว่า นายชาญวิทย์และคณะกรรมการบริหาร พปชร.ได้ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนในลักษณะยอมรับแล้วว่าถือหุ้นสื่อจริง โดยตนมอบให้ฝ่ายกฎหมายไปร้องนายชาญวิทย์ ทั้งในสถานะส่วนตัว และในฐานะ กก.บห.พปชร. การที่นายชาญวิทย์เป็น กก.บห.นั้น อาจส่งผลต่อพรรค พปชร. ซึ่งจะยื่นร้องต่อ กกต.ให้ดำเนินการเลือกตั้งใหม่ และให้ กกต.พิจารณากรณีถือหุ้นสื่อ หาก กกต.เห็นว่ามีความผิดจริง ก็ส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญยุบพรรค พปชร. ฝ่ายกฎหมายของพรรคจะไปยื่นต่อ กกต.วันที่ 1 พ.ค. เวลา 10.00 น.
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชูศักดิ์กล่าวว่า ขณะนี้มีข้อพิสูจน์แล้วคือ 1.ขณะรับสมัครรับเลือกตั้งนั้น นายชาญวิทย์เป็นเจ้าของและถือหุ้นในบริษัทที่มีวัตถุประสงค์ประกอบกิจการสื่อทั้งหนังสือพิมพ์ วิทยุ และโทรทัศน์ ซึ่งขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 98 (3) และ พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.มาตรา 42 (3) ดังนั้น นายชาญวิทย์ถือเป็นบุคคลเข้าข่ายลักษณะต้องห้ามตามกฎหมาย และ 2.บุคคลใดที่จะลงสมัครรับเลือกตั้งต้องได้รับการอนุมัติจาก กก.บห. นายชาญวิทย์ในฐานะ กก.บห.จะต้องเซ็นรับรองด้วย แสดงว่า กก.บห.มีส่วนรู้เห็น รับรู้ และส่งผู้สมัครโดยฝ่าฝืนกฎหมาย ถือว่า กก.บห.กระทำผิดกฎหมายเสียเอง ด้วยเหตุนี้ กก.บห.จะต้องรับผิดชอบในทางกฎหมายด้วย ดังนั้น หาก กกต.วินิจฉัยว่ามีความผิด กกต.มีอำนาจที่จะส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยยุบพรรคได้ โดยระหว่างนั้น กกต.จะต้องเพิกถอนสิทธิการลงสมัครรับเลือกตั้งของบุคคลนั้นเป็นการชั่วคราว และหากผู้สมัครมีโอกาสได้รับเลือกตั้ง หรือมีคะแนนเป็นอันดับหนึ่ง ต้องระงับการประกาศผลการเลือกตั้งและจัดให้มีการเลือกตั้งใหม่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการ กกต. กล่าวถึงการเตรียมดำเนินคดีกับผู้สมัคร ส.ส. ที่ถูกศาลฎีกาสั่งถอนชื่อออกจากการสมัครรับเลือกตั้งเนื่องจากถือหุ้นในกิจการสื่อฯ ว่า สำนักงาน กกต.จะเสนอให้ กกต.พิจารณาเพื่อดำเนินคดีอาญาทุกรายที่ศาลมีคำสั่งแล้ว ไม่เพียงเฉพาะกรณีของผู้สมัครพรรคอนาคตใหม่ จ.สกลนคร &amp;nbsp;ที่ศาลฎีกามีคำสั่งไปเมื่อวันที่ 19 มี.ค.ที่ผ่านมาเท่านั้น กรณีนี้เข้าข่ายฐานความผิด ตามมาตรา 151 ของกฎหมายเลือกตั้ง ส.ส. หากรู้อยู่แล้วว่าขาดคุณสมบัติ แต่ยังฝ่าฝืนมาลงสมัครอีก จะมีโทษสูงสุดจำคุก 10 ปี ตัดสิทธิ์เลือกตั้ง 20 ปี และ ปรับสูงสุด 200,000 บาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่นายศรีสุวรรณ จรรยา ยื่นเรื่องขอให้ กกต. ตรวจสอบคุณสมบัติผู้สมัคร ส.ส.ของพรรคอนาคตใหม่ 11 คน ถือหุ้นในกิจการสื่อมวลชน พ.ต.อ.จรุงวิทย์กล่าวว่า เรื่องอยู่ระหว่างส่งคำร้องให้กลุ่มงานสอบสวนไปพิจารณาว่ามีมูลเพียงพอหรือไม่ หากมีมูลก็จะเสนอให้ กกต.ตั้งกรรมการไต่สวนขึ้นมาดำเนินการตามขั้นตอน โดยเป็นอำนาจของกรรมการไต่สวนที่จะพิจารณาหลักฐานและข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพื่อเสนอต่อกรรมการ กกต. และส่งเรื่องให้ศาลดำเนินคดีต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/34833</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชาญวิทย์ วิภูศิริ, ชูศักดิ์ ศิรินิล, ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ, บริษัท วี-ลัค มีเดีย จำกัด, ปลอดประสพ สุรัสวดี, ปิยบุตร แสงกนกกุล, พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา, พรรคอนาคตใหม่, ศรีสุวรรณ จรรยา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190430/image_big_5cc85ff0af59e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>34554</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/04/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/04/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จี้ปม‘พ่อฟ้า’ใช้โทรศัพท์/ร้องพปชร.ถือหุ้นสื่อ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;นักร้องเบอร์หนึ่งรุกหนัก! &amp;quot;ศรีสุวรรณ&amp;quot; &amp;nbsp;ยื่นเอกสารมัด &amp;quot;ธนาธร&amp;quot; เพิ่ม จี้ กกต.ตรวจสอบการใช้โทรศัพท์ เพราะจะเป็นตัวบ่งชี้ชัดเจน 8 ม.ค.หัวหน้าพรรคส้มหวานอยู่ไหน &amp;quot;คำนูณ&amp;quot; ตั้งข้อสังเกต บอจ.5 ปรากฏเป็นครั้งแรกต่อทางราชการคือวันที่ 21 มี.ค. เป็นวันหลังวันสมัครรับเลือกตั้ง ฉะนั้นจะยึดตามกฎหมายเอกชนหรือกฎหมายมหาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เมื่อวันที่ 26 เมษายน นายศรีสุวรรณ จรรยา &amp;nbsp; เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เข้าให้ถ้อยคำเพิ่มเติมกรณีที่สมาคมเคยยื่นคำร้องเรียน นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ถือครองหุ้นสื่อสิ่งพิมพ์ของบริษัท วี-ลัค มีเดีย จำกัด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายศรีสุวรรณเผยว่า ได้นำเอกสารเพิ่มเติมมาอีก 1 ฉบับ ให้กับคณะกรรมการไต่สวนฯ ถึงข้อมูลที่นายธนาธรอ้างว่าโอนหุ้นของบริษัทดังกล่าวไปเมื่อวันที่ 8 ม.ค.ที่ผ่านมา รวมถึงข้อสงสัยของการแสดงตัวตนของนายธนาธร เมื่อวันที่ 8 ม.ค.ที่ผ่านมา ที่อ้างว่าอยู่ จ.บุรีรัมย์ ซึ่งตนไม่เชื่อว่ามีการโอนหุ้นจริง และไม่เชื่อว่าอยู่ จ.บุรีรัมย์จริง นอกจากนี้ อยากให้ กกต.ตรวจสอบการใช้โทรศัพท์ของนายธนาธรในวันที่ 8 ม.ค.ที่ผ่านมา และจะเป็นตัวบ่งชี้ชัดเจนให้เป็นที่ประจักษ์พยานได้ว่านายธนาธรอยู่ในต่างจังหวัดหรือกรุงเทพฯ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากล่าวว่า ในส่วนของการออกเช็คโอนหุ้น ตนยังมีข้อสงสัยว่ามีการกระทำจริงหรือไม่ จึงอยากให้นำต้นขั้วเช็คของนางสมพร จึงรุ่งเรืองกิจ (มารดาของนายธนาธร) มาตรวจสอบรันนัมเบอร์เช็คว่าเช็คมีการกระโดดไปมาหรือไม่ ซึ่งจะทำให้ทราบวันเวลาออกเช็คที่แท้จริง รวมถึงเช็คดังกล่าวได้มีการนำเข้าธนาคารแล้วหรือไม่ เพื่อจะดูว่าได้มีการนำเงินเข้าช่วงเดือน ธ.ค.ถึงปัจจุบัน เพราะจะทำให้ทราบว่านำเช็คเข้าทำธุรกรรมจริงหรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังจากนี้ กกต.ต้องดำเนินการนำเอาเอกสารต่างๆ ที่กล่าวมาข้างต้นมาใช้ในการตรวจสอบเพิ่มเติม หาก กกต.ตรวจสอบแล้วพบความจริง ทาง กกต.ก็จะต้องเรื่องให้ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาทางการเมืองเพิกถอนสิทธิการรับสมัครเลือกตั้งของนายธนาธร และดำเนินการเอาผิดทางอาญา โทษจำคุก 1-10 ปี พร้อมถอนสิทธิเลือกตั้ง 20 ปี และอาจโทษหนักขัด พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. ตามมาตรา 132 ก็จะส่งศาลรัฐธรรมนูญส่งให้ยุบพรรคได้หรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เบื้องต้นทราบว่าคุณธนาธรจะเข้ามาชี้แจงต่อ กกต.ในวันที่ 29 เม.ย.นี้ หาก กกต.มีข้อสรุปอย่างไรตนก็จะเข้ามายืนยันคำร้องคัดค้านคำชี้แจงของนายธนาธร&amp;rdquo; นายศรีสุวรรณกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.พรรณิการ์ วานิช โฆษกพรรคอนาคตใหม่ เปิดเผยว่า นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ จะเข้าให้ถ้อยคำกรณีการถือหุ้น บริษัท วี-ลัค มีเดีย จำกัด ต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) วันอังคารที่ 30 เมษายนนี้ ช่วงบ่าย จากเดิมที่ตั้งใจจะเข้าชี้แจงวันจันทร์ที่ 29 เมษายน แต่จากการประสานไปยัง กกต. สะดวกให้เข้าชี้แจงวันที่ 30 เมษายน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนคดีความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ จากการจัดรายการผ่านเฟซบุ๊กไลฟ์นั้น น.ส.พรรณิการ์ กล่าวว่า อัยการได้เลื่อนฟังคำสั่งฟ้องคดีเป็นวันที่ 28 พฤษภาคมนี้
ความลับในคดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำนักงานอัยการสูงสุด ถ.รัชดาภิเษก นายกฤษฎางค์ นุตจรัส ทนายความของนายธนาธร เผยว่าสาเหตุที่เลื่อนฟังคำสั่งในวันนี้ เนื่องจากยังสอบสวนพยานเพิ่มเติมตามที่เราได้ร้องขอความเป็นธรรมยังไม่เสร็จสิ้น ส่วนที่ว่าได้สอบพยานเพิ่มไปกี่ปาก คืบหน้าแค่ไหน ตนไม่ทราบ ทางพนักงานอัยการไม่ได้แจ้งมา เพราะอาจจะเป็นความลับในคดี ในนัดหน้าทางอัยการก็ยังไม่ได้มีการกำชับใดๆ เป็นพิเศษว่าตัวนายธนาธรต้องมาหรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายคำนูณ สิทธิสมาน โพสต์ข้อความลงบนเฟซบุ๊ก Kamnoon Sidhisamarn กรณีนายธนาธร โดยระบุว่า กกต.จะยึดถือวันใดเป็นวันโอนหุ้นจริง 1. ยึดวันที่บริษัทส่งแบบ &amp;#39;บอจ.5&amp;#39; ต่อนายทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกรุงเทพมหานคร กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ คือวันที่ 21 มีนาคม 2562 อันเป็นวันหลังวันสมัครรับเลือกตั้ง หรือ 2.ยึดถือวันที่มีการโอนกันจริงตามที่ฝ่ายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ กล่าวอ้าง คือวันที่ 8 มกราคม 2562 อันเป็นวันก่อนวันสมัครรับเลือกตั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขาระบุว่า นายธนาธรและฝ่ายสนับสนุนยึดถือเวลาตามข้อ 2 โดยมีประมวลแพ่งมาตรา 1129 วรรคสามนี้เป็นฐานสำคัญ ความหมายตามมาตรา 1129 วรรคสามนี้ คือเมื่อมีการจดแจ้งลงในทะเบียนผู้ถือหุ้นของบริษัท ก็ถือว่ามีผลสมบูรณ์แล้ว ไม่ถึงขนาดต้องส่งแบบ บอจ.5 แจ้งต่อนายทะเบียนหุ้นส่วนบริษัททุกครั้งที่มีการเปลี่ยนแปลง เพราะโดยปกติจะแจ้งปีละ 1 ครั้งเท่านั้น
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่การที่สมุดทะเบียนผู้ถือหุ้นอยู่ที่บริษัทนี่แหละคือปมปัญหา เมื่อนำมาใช้กับกรณีนี้ เพราะโดยทั่วไปแล้วบุคคลภายนอกย่อมยากจะรู้ได้ว่าในระหว่างปีมีการโอนหุ้นกันกี่ครั้ง และเอกสารการโอนหุ้นในแต่ละครั้งก็ยากที่จะรู้ได้แน่นอนว่าเป็นจริงตามวันที่ในเอกสาร หรืออาจจะมีการทำขึ้นย้อนหลังหรือไม่
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายโดยตรง โดยเฉพาะกฎหมายแพ่ง แต่มีหลักคิดผุดขึ้นมาว่า มาตรา 1129 วรรคสาม คือเหตุผลของกฎหมายแพ่ง ซึ่งเป็น &amp;#39;กฎหมายเอกชน&amp;#39; มีวัตถุประสงค์ในการวางกฎเกณฑ์ในความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลต่อบุคคลที่ได้รับการสันนิษฐานว่ามีความเท่าเทียมกัน ทำมาค้าขายกัน ซึ่งจะต้องใช้ความระมัดระวังตนเองกันตามสมควร รัฐไม่ควรวางกฎเกณฑ์ที่อาจจะสร้างภาระให้แต่ละฝ่ายมากเกินไป&amp;quot;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำถามคือ จะเอากฎเกณฑ์ตาม &amp;#39;กฎหมายเอกชน&amp;#39; มาใช้กับ &amp;#39;กฎหมายมหาชน&amp;#39; ได้แค่ไหน เพียงใด โดยเฉพาะ &amp;#39;กฎหมายมหาชน&amp;#39; ในระดับรัฐธรรมนูญและกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งรัฐธรรมนูญและกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญที่วางกฎเกณฑ์ &amp;#39;ลักษณะต้องห้าม&amp;#39; ของบุคคลที่จะเข้าสู่อำนาจรัฐ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมเชื่อโดยบริสุทธิ์ว่ากฎเกณฑ์ กฎหมายเอกชน นั้นไม่สามารถนำมาใช้เป็นกฎเกณฑ์ทาง &amp;#39;กฎหมายมหาชน&amp;#39; ได้ทั้งหมด หากแต่สามารถนำมาใช้ได้เฉพาะบางประการที่ไม่ขัดหรือแย้งต่อการทำหน้าที่ขององค์กรที่ทำหน้าที่ในทางมหาชนเท่านั้น เพราะวัตถุประสงค์หลักของกฎหมายทั้ง 2 ลักษณะแตกต่างกัน
คนภายนอก
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายคำนูณระบุว่า กฎหมายมหาชนมุ่งคุ้มครองมหาชนที่ประกอบด้วยบุคคลมีระดับความรู้ความสามารถและสถานะแตกต่างกัน รัฐจำเป็นต้องให้ความคุ้มครองบุคคลส่วนใหญ่ที่ด้อยโอกาสกว่า ซึ่งแตกต่างโดยพื้นฐานกับกฎหมายเอกชน ที่รัฐเพียงวางกฎเกณฑ์สำหรับการทำมาหากินของบุคคลที่ได้รับการสันนิษฐานว่าเท่าเทียมกัน รัฐไม่ควรเข้าไปก้าวก่ายมากเกินความจำเป็น กลับมาสู่กรณีธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในกรณีนี้ &amp;#39;คนภายนอก&amp;#39; ตามประมวลแพ่งมาตรา 1129 วรรคสาม เป็นองค์กรอิสระนาม &amp;#39;กกต.&amp;#39; ที่ทำหน้าที่สำคัญยิ่งตามรัฐธรรมนูญและกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญในการกลั่นกรองบุคคลที่มี &amp;#39;ลักษณะต้องห้าม&amp;#39; ออกไปจากการเข้าสู่อำนาจรัฐ มิหนำซ้ำ &amp;#39;ลักษณะต้องห้าม&amp;#39; นี้ยังมีโทษค่อนข้างแรง
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่า ถ้าจะยึดถือประมวลแพ่งมาตรา 1129 เป็นเกณฑ์อย่างเคร่งครัด กกต.จะรู้ได้อย่างไรว่า ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ยังคงถือหุ้นที่มี &amp;#39;ลักษณะต้องห้าม&amp;#39; อยู่หรือไม่ ในวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2562 อันเป็นวันสมัครรับเลือกตั้ง ในเมื่อเอกสารแบบ บอจ.5 ที่ทางราชการรับทราบการโอนหุ้นของเขาเป็นครั้งแรกคือวันเวลาตามข้อ 1 วันที่ 21 มีนาคม 2562 หลังวันสมัครรับเลือกตั้งแล้ว กกต.จะไปรู้ถึงการโอนหุ้นตามข้อ 2 ที่มีการกล่าวอ้างว่าเกิดขึ้นในวันที่ 8 มกราคม 2562 ได้อย่างไร โดยเฉพาะเมื่อเกิดการโต้แย้งแตกแขนงไปอีกหลายประเด็นว่าการโอนหุ้นในวันนั้นเกิดขึ้นจริงหรือไม่
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กฎเกณฑ์ทั่วไปตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1129 วรรคสาม จึงไม่น่าจะนำมาหักล้างกับรัฐธรรมนูญมาตรา 98 (3) และกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งมาตรา 42 (3) ได้ทั้งหมด เมื่อมีข้อโต้แย้งเกิดขึ้น เชื่อว่า กกต.น่าจะต้องยึดถือระยะเวลาตามข้อ 1 ตามเอกสารที่ปรากฏต่อราชการเป็นหลัก
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;กล่าวคือยึดตามแบบ บอจ.5 ที่ปรากฏเป็นครั้งแรกต่อทางราชการ นั่นคือวันที่ 21 มีนาคม 2562 อันเป็นวันหลังวันสมัครรับเลือกตั้ง&amp;quot; นายคำนูณระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายบุญยอด สุขถิ่นไทย สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ ให้ความเห็นว่า เรื่องเข้าใจง่ายๆ เจ้าของหรือหุ้นส่วนสื่อมวลชนทุกประเภท ต้องลาออกก่อนสมัคร ส.ส. พิธีกร นักข่าว ดารา นักร้อง ตัวตลก ตัวโกง แม้แต่เป็นตัวแสดงในโฆษณา หรือเดินไปมาในมิวสิกวิดีโอยังต้องยุติออกอากาศ เพื่อไม่เอาเปรียบผู้สมัครอาชีพอื่น ไม่ว่าจะเป็นคนรุ่นไหน จะใหม่จะอาวุโส อย่าทำให้สังคม สับสนเลยครับ!! เรื่องแค่นี้ไม่เข้าใจคุณก็กลับไปจุดเริ่มต้นเสียใหม่
&amp;quot;สมชัย&amp;quot;สอน กกต.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ เผยว่า ประเด็นนายธนาธรยังมีมุมที่ใครต่อใครไม่ได้นึกถึง รวมทั้ง กกต.เองด้วย ประเด็นคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของผู้สมัครในส่วน ส.ส.บัญชีรายชื่อนั้น ให้ดูที่มาตรา 60 และมาตรา 61 ของ พ.ร.ป.ส.ส. โดยสรุปให้ฟังง่ายคือมาตรา 60 กล่าวว่า หาก กกต.รับสมัครผู้สมัครบัญชีรายชื่อของพรรคการเมืองใดแล้ว ก็ให้ประกาศรายชื่อผู้สมัครภายใน 7 วัน นับแต่วันรับสมัคร และหากจะมีใครทักท้วง ให้ยื่นภายใน 7 วัน นับจากวันที่ประกาศรายชื่อ &amp;nbsp;ประกาศรายชื่อ 15 กุมภาพันธ์ ดังนั้นร้องได้ถึง 22 กุมภาพันธ์ 2562&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มาตรา 61 กล่าวว่า ก่อนวันเลือกตั้ง หาก กกต.เห็นว่าผู้สมัครรายใดขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้าม ให้ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาเพื่อให้ถอนรายชื่อจากผู้สมัครเลือกตั้ง 24 มีนาคม ดังนั้นก่อนวันเลือกตั้งวันสุดท้ายคือ 23 มีนาคม 2562&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำแถลงของรองเลขาธิการ กกต. เมื่อ 23 เมษายน 2562 แจ้งว่ามีมติ กกต.ให้แจ้งข้อกล่าวหานายธนาธร เนื่องจากมี &amp;quot;ผู้ร้อง&amp;quot; ว่านายธนาธรเป็นผู้มีลักษณะต้องห้าม ถ้าไปค้นดูผู้ร้องคือ นายศรีสุวรรณ จรรยา มีการร้องธนาธร 2 ครั้ง ครั้งแรกเมื่อ 25 กุมภาพันธ์ 2562 เรื่องนายธนาธรลงประวัติตัวเองเป็นเท็จเรื่องตำแหน่งประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ครั้งที่สองเมื่อ 25 มีนาคม 2562 เรื่องการถือหุ้นสื่อ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การยื่นทั้งสองครั้ง จึงเป็นการยื่นคัดค้านคุณสมบัติตามมาตรา 60 ซึ่งต้องดำเนินการภายในวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2562 การยื่นที่เกินกำหนดเวลา เป็นเรื่องที่ กกต.ไม่อาจรับคำร้องมาพิจารณาได้ นี่รับแล้วตั้งอนุกรรมการไต่สวน และมีมติแจ้งข้อกล่าวหา ส่วน กรณีจะเป็นความปรากฏต่อ กกต.เองตามมาตรา 61 ก็ต้องดำเนินการก่อนวันที่ 24 มีนาคม 2562 ในกรณีที่จะใช้มาตรา 132 ว่าเป็นการกระทำที่ให้การเลือกตั้งไม่สุจริตและเที่ยงธรรม จนให้ใบส้ม ต้องตั้งเรื่องใหม่ ไม่สามารถนำคำร้องที่เกินกำหนดมาเป็นต้นเรื่องในการพิจารณาได้ ระวังจะโดนข้อหาปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบครับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำนักงาน กกต. นายณรงค์ รุ่งธนวงศ์ หัวหน้าศูนย์ข้อมูลและสถิติ กองอำนวยการเลือกตั้ง พรรคเพื่อไทย เดินทางเข้ายื่นหนังสือขอให้ กกต.ตรวจสอบคุณสมบัติของนายชาญวิทย์ วิภูศิริ ผู้สมัคร ส.ส.กทม. เขตเลือกตั้งที่ 15 พรรคพลังประชารัฐ ซึ่งเป็นผู้ที่ได้รับคะแนนเลือกตั้งเป็นอันดับที่ 1 เนื่องจากตรวจสอบเอกสารแผ่นพับหาเสียงที่ระบุเป็นผู้บริหารบริษัทมหาชนแห่งหนึ่ง ซึ่งสืบจากข้อมูลกรมธุรกิจการค้าและพาณิชย์ พบว่านายชาญวิทย์ หรือผู้ถูกร้อง เป็นเจ้าของและผู้ถือหุ้นบริษัทที่จดทะเบียนประกอบกิจการหนังสือพิมพ์และสื่อมวลชน โดยพบว่าถือหุ้นในบริษัทดังกล่าวจำนวน 250 ล้านหุ้น และเป็นผู้มีอำนาจในการลงนามของบริษัทดังกล่าวด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขาบอกว่า การกระทำดังกล่าวจึงอาจขัดรัฐธรรมนูญ ม.98 (3) และ พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.มาตรา 42 (3) ที่ห้ามไม่ให้บุคคลที่เป็นเจ้าของหรือผู้ถือหุ้นในกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนใดๆ ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็น ส.ส. ขอให้ กกต.เร่งตรวจสอบและวินิจฉัยกรณีนี้ หากพบว่ากระทำความผิดจริงนายชาญวิทย์ก็จะมีความผิดรับรองคุณสมบัติตนเองเป็นเท็จ ซึ่งก็จะมีความผิดทางอาญาด้วย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/34554</URL_LINK>
                <HASHTAG>กกต., ตรวจสอบการใช้โทรศัพท์, นักร้องเบอร์หนึ่ง, นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ, บริษัท วี-ลัค มีเดีย จำกัด, พรรคส้มหวาน, พ่อฟ้า, ศรีสุวรรณ, หนังสือพิมพ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190426/image_big_5cc312111d943.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>33080</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/04/2019 06:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/04/2019 06:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อิศรา&#039;ขมวด9ปมเสี่ยงตาย&#039;ธนาธร&#039;โอนหุ้น8ม.ค.อยู่ที่ไหน-เช็ค6.7ล้านหลาน2คน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 เม.ย.62 - สืบเนื่องจากสำนักข่าวอิศรา www.isranews.org รายงานว่า วันที่ 21 มี.ค.2562 บริษัท วี-ลัค มีเดีย จำกัด โดยนางสมพร จึงรุ่งเรืองกิจ กรรมการบริษัทฯ ได้ยื่นจดทะเบียนต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า นำส่งบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น (บอจ.5) บริษัท วี-ลัค มีเดีย จำกัด ชุดใหม่ จำนวน 5 คน ไม่มีรายชื่อนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ซึ่งเคยถือจำนวน จำนวน 675,000 หุ้น และนางรวิพรรณ จึงรุ่งเรืองกิจ ภรรยานายธนาธร เป็นผู้ถือหุ้น จำนวน 225,000 หุ้น จากเดิมจำนวน 10 คน เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดก่อนการเลือกตั้งวันที่ 24 มี.ค.2562 ประมาณ 3 วัน ขณะที่ รัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 98 บัญญัติว่า &amp;ldquo;บุคคลผู้มีลักษณะดังต่อไปนี้ เป็นบุคคลต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้ง เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (3) เป็นเจ้าของหรือผู้ถือหุ้นในกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนใด ๆ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธนาธร ได้ชี้แจง เมื่อวันที่ 23 มี.ค.2562 นายธนาธรว่า ตนและภรรยาโอนหุ้นไปนางสมพร มารดา ตั้งแต่วันที่ 8 ม.ค. 2562 ที่ผ่านมา 1 เดือนก่อนการยื่นใบสมัครรับเลือกตั้ง ไม่มีปัญหาทางด้านคุณสมบัติในการสมัคร ส.ส. พร้อมกับโพสต์แสดงตราสารการโอนหุ้น ฉบับลงวันที่ 8 ม.ค.2562&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมา สำนักข่าวอิศราตรวจสอบพบว่า เมื่อวันที่ 22 มี.ค.2562 (หลังบริษัทฯ ยื่นจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงผู้ถือหุ้น 1 วัน) บริษัท วี-ลัค มีเดีย จำกัด โดยนางสมพร ยื่นคำขอจดทะเบียนบริษัท (แบบ บอจ.1) แจ้งว่า นางรวิพรรณ จึงรุ่งเรืองกิจ ลาออก จากกรรมการ เมื่อวันที่ 18 มี.ค.2562 มีผลตั้งแต่วันที่ 19 มี.ค.2562 ในการประชุมผู้ถือหุ้นแจ้งการลาออก เมื่อวันที่ 19 มี.ค.2562 มีกรรมการ/ผู้ถือหุ้นเข้าประชุม จำนวน 10 คน นับจำนวนหุ้นได้ 4,500,000 หุ้น โดยนางสมพร เป็นประธานที่ประชุม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทำให้เกิดข้อสงสัยว่า เมื่อนายธนาธรและภรรยาโอนหุ้นให้นางสมพรตั้งแต่วันที่ 8 ม.ค.2562 ผู้ถือหุ้นจึงน่าจะเหลือ 8 คน มิใช่ 10 คนตามที่ระบุในเอกสารการประชุมของบริษัทฯ ดังนั้นจึงเป็นข้อถกเถียงกันว่า แท้ที่จริงแล้วมีการโอนหุ้นเมื่อไหร่กันแน่ ระหว่างวันที่ 21 มี.ค.2562 (วันที่บริษัทฯยื่นจดทะเบียนต่อนายทะเบียนกรมการค้า) กับ วันที่ 8 ม.ค.2562 (ตามคำชี้แจงประกอบเอกสารตราสารการโอนหุ้นของนายธนาธร)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันที่ 29 มี.ค. 2562 นายธนาธรชี้แจงว่า บริษัทฯปิดกิจการเมื่อปลายปี 2561 การประชุมผู้ถือหุ้นเมื่อวันที่ 19 มี.ค. 2562 เกิดขึ้นไม่ได้ เนื่องจากตนอยู่จ.สุราษฏร์ธานี และนางรวิพรรณ อยู่บ้านทั้งวัน หน้าที่ของตนในฐานะผู้ถือหุ้น พอขายหุ้นเสร็จ การจะไปยื่นจดทะเบียนกับกระทรวงพาณิชย์ขึ้นอยู่กับเจ้าหน้าที่บริษัทที่ทำหน้าที่ในการยื่นเอกสาร ไม่ใช่ความรับผิดชอบของตน ยืนยันว่าโอนหุ้นตั้งแต่ 8 ม.ค.2562&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุด เมื่อช่วงค่ำวันที่ 2 เม.ย.2562 นายธนาธรออกแถลงการณ์ผ่านเฟซบุ๊กชี้แจงข้อเท็จจริงอีกครั้งสรุปยืนยันว่า ได้โอนหุ้น จำนวน 675,000 หุ้น ด้วยการขายให้นางสมพรตั้งแต่ 8 ม.ค.2562 โดยนางสมพรได้จ่ายเช็คธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) สาขาถนนบางนา-ตราด (เซ็นทรัลซิตี้) ขีดคร่อมผู้ถือ (A/C PAYEE ONLY) ฉบับลงวันที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2562 สั่งจ่ายนายธนาธร เป็นหลักฐาน นอกจากนี้ นางรวิพรรณ ภรรยาก็โอนหุ้นจำนวน 225,000 หุ้น ให้นางสมพรด้วย หลังจากนั้น 14 ม.ค.2562 นางสมพรได้โอนหุ้นเดิมของนายธนาธร ต่อไปให้คุณเอหลานชายคนที่ 1 และโอนหุ้นเดิมของภรรยาไปให้คุณบีหลานชายคนที่สอง ทำให้ในการประชุมผู้ถือหุ้นเมื่อวันที่ 19 มี.ค.2562 มีผู้ถือหุ้นเข้าร่วมประชุม 4 คนและมีผู้รับมอบฉันทะซึ่งรับมอบฉันทะจากผู้ถือหุ้นซึ่งมิได้เข้าร่วมประชุมด้วยตนเองทั้ง 6 คน รวมเป็น 10 คน จากนั้นวันที่ 21 มีนาคม 2562 หลานชายทั้งสองคนได้โอนหุ้นกลับคืนให้นางสมพร ตามลำดับ พร้อมกับคนอื่นอีก 3 คนก็โอนหุ้นให้นางสมพรด้วย จึงเหลือผู้ถือหุ้น ณ วันที่ 21 มี.ค.2562 จำนวน 5 คน และนางสมพรนำส่งบัญชีรายชื่อผู้ถือหุนต่อนายทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทฯ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมา วันที่ 3 เม.ย.2562 สำนักข่าวอิศราตรวจสอบพบว่า วันที่ 8 ม.ค.2562 ที่นายธนาธรอ้างว่า ทำตราสารโอนหุ้นให้นางสมพรต่อหน้าพยาน 2 คนนั้น สื่อมวลชนอย่างน้อยหลายสำนัก รายงานว่านายธนาธรเดินทางไปเปิดตัวว่าที่ผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส. จังหวัดบุรัมย์ ทั้ง 8 เขต และก่อนหน้านั้นวันที่ 7 ม.ค.2562 เดินทางไปช่วยผู้สมัคร ส.ส. หาเสียงใน จ.สุรินทร์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรณีนี้ยังเป็นข้อสงสัยว่า แท้ที่จริงแล้วมีการโอนหุ้นเมื่อไหร่กันแน่ ระหว่างวันที่ 21 มี.ค.2562 (วันที่บริษัทฯจดทะเบียนต่อนายทะเบียนกรมการค้า) กับ วันที่ 8 ม.ค.2562 (ตามคำชี้แจงประกอบเอกสารตราสารการโอนหุ้นของนายธนาธร)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากพิจารณาจากข้อมูล เอกสาร และคำชี้แจงของนายธนาธร มีข้อสงสัยหลายประการ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.นายธนาธรมิได้เปิดเผยพยานผู้ลงนามในตราสารการโอนหุ้นของตนและมิได้เปิดเผยหนังสือการโอนหุ้นของภรรยา รวมทั้ง เปิดเผยหนังสือการโอนหุ้นของบุคคลอื่นๆด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.นายธนาธรชี้แจงว่าการโอนหุ้นให้นางสมพรจำนวน 675,000 หุ้นเมื่อวันที่ 8 ม.ค.2562 เป็นการซื้อขาย นางสมพรได้ชำระค่าหุ้น โดยจ่ายเช็คธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) สาขาถนนบางนา-ตราด (เซ็นทรัลซิตี้) ขีดคร่อมผู้ถือ (A/C PAYEE ONLY) ฉบับลงวันที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2562 สั่งจ่าย &amp;ldquo;นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ&amp;rdquo; เป็นเงินจำนวน 6,750,000 บาท แต่นายธนาธรมิได้เปิดเผยโฉมหน้าเช็ค ต่อสาธารณะ และจัดการอย่างไรกับเช็คฉบับดังกล่าว ไม่มีข้อมูลว่าซื้อเช็คจากธนาคารวันที่เท่าไหร่ ออกเช็คเมื่อไหร่ นำฝากเข้าบัญชีนายธนาธรเมื่อใด และมิได้เปิดเผยค่าซื้อขายหุ้นของภรรยาด้วยว่าชำระกันอย่างไรจ่ายเป็นเช็คด้วยหรือไม่ (2 คนรวมกันประมาณ 9 ล้านบาท)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.เมื่อนายธนาธรโอนหุ้นของตนเองและภรรยาให้แม่ วันที่ 8 ม.ค.2562 (ตามคำกล่าวอ้าง) มีความจำเป็นอย่างไร ที่นางสมพรจะต้องโอนหุ้นต่อไปให้หลานชาย 2 คน เมื่อวันที่ 14 ม.ค.2562 (เกิดขึ้นภายในสัปดาห์เดียว) และหลานชาย 2 คนโอนหุ้นกลับมาให้นางสมพรอีกครั้งเมื่อวันที่ 21 มี.ค.2562 หากนับเวลาตั้งแต่วันที่ นายธนาธรโอนหุ้นเมื่อ 8 ม.ค.2562 (ตามคำกล่าวอ้าง) จนถึงวันที่ 21 มี.ค.2562 (ตามคำกล่าวอ้าง) เห็นได้ว่า มีการโอนหุ้นไปมาถึง 3 ครั้งภายใน 3 เดือน ทั้งๆที่นายธนาธรให้สัมภาษณ์ว่า บริษัทฯได้เลิกกิจการตั้งแต่ปลายปี 2561&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4. บริษัท วี-ลัค มีเดีย จำกัด นำส่งงบการเงินและบัญชีผู้ถือหุ้น (บอจ.5) ต่อจดทะเบียนต่อนายทะเบียนหุ้นบริษัทกรุงเทพมหานครทุกปี โดยนายธนาธร และภรรยา เข้ามาถือหุ้นเมื่อวันที่ 12 ม.ค.2558 โดยนำส่งสำเนาบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นต่อนายทะเบียนหุ้นบริษัทกรุงเทพมหานคร กรมพัฒนาธุรกิจการค้า เมื่อวันที่ 15 ม.ค.2558 เหตุใดการโอนหุ้นของนายธนาธรและภรรยาให้นางสมพร เมื่อวันที่ 8 ม.ค.2562 , การโอนหุ้นของนางสมพร ให้แก่หลานชาย 2 คน (หุ้นของนายธนาธรเดิมและของภรรยาที่อ้างว่าขายให้นางสมพร) เมื่อวันที่ 14 ม.ค.2562 มีผู้ถือหุ้น 10 คน และ การโอนหุ้นของหลานชาย 2 คน กลับมาให้นางสมพร เมื่อวันที่ 21 มี.ค.2562 (ตามคำกล่าวอ้าง) จึงไม่ยื่นจดทะเบียนนำส่งบัญชีผู้ถือหุ้นต่อนายทะเบียนหุ้นบริษัทกรุงเทพมหานคร กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กลับยื่นจดทะเบียนนำส่งบัญชีผู้ถือหุ้น เฉพาะมีผู้ถือหุ้น 5 คน ครั้งสุดท้ายเมื่อวันที่ 21 มี.ค.2562 ซึ่งเป็นฉบับที่ไม่มีชื่อนายธนาธร ภรรยา และหลานชาย 2 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5.หากย้อนกลับไปตั้งแต่ 12 ม.ค. 2558 เป็นต้นมาที่นายธนาธรกับภรรยาเข้ามาถือหุ้นครั้งแรก จนถึง 30 เม.ย.2561 ผู้ถือหุ้นของบริษัท วี-ลัค มีเดีย จำกัด ตามที่จดทะเบียนต่อนายทะเบียนหุ้นบริษัทกรุงเทพมหานคร มีผู้ถือหุ้นจำนวน 10 คน คือ นางสมพร บุตร 5 คน รวม 6 คน และบุคคลอื่นอีก 4 คน มาโดยตลอด เมื่อนายธนาธรและภรรยาโอนหุ้นให้นางสมพร 8 ม.ค.2562 (ตามคำกล่าวอ้าง) นางสมพรจะโอนให้บุคคลอื่นอีกทำไม ทำไมไม่ถือครองไว้เอง เพราะนางสมพรถือครองหุ้นอยู่แล้ว หรือหากจะโอนให้ลูกๆอีก 4 คน (พี่น้องของนายธนาธร) ก็ได้ ทำไมต้องโอนให้หลานชาย 2 คน ทั้งๆที่ หลานชาย 2 คน ไม่เคยปรากฎชื่อถือหุ้นในบริษัทนี้มาก่อนแต่อย่างใด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6. การโอนหุ้น (หุ้นของนายธนาธรเดิมและของภรรยาที่อ้างว่าขายให้นางสมพร) ระหว่างนางสมพร กับหลานชายทั้งสองคน เมื่อวันที่ 14 ม.ค. กับ 21 มี.ค. 2562 ไม่มีรายละเอียดว่า เป็นการ ขาย หรือยกให้ฟรี กรณีเป็นการขาย มีวิธีการชำระเงินกันอย่างไร?&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7. นายธนาธรชี้แจงว่า ตนเองกับภรรยา โอนหุ้นตั้งแต่วันที่ 8 ม.ค. 2562 เหตุใด บริษัทฯจึงเพิ่งยื่นจดทะเบียนต่อนายทะเบียน ลาออกจากกรรมการของนางรวิพรรณ เมื่อวันที่ 22 มี.ค.2562 โดยอ้างว่า นางวิพรรณ แจ้งลาออกจากกกรรมการเมื่อวันที่ 18 มี.ค.2562 โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 19 มี.ค.2562 ทำไมไม่ลาออกจากกรรมการตั้งแต่วันที่ 8 ม.ค.2562 ในคราวเดียวกันกับที่อ้างว่าโอนหุ้น ทิ้งช่วงเวลาทำไม 3 เดือน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8.การเพิ่มชื่อหลานชายขึ้นมาอีก 2 คนเป็นผู้รับโอนหุ้น เมื่อวันที่ 14 ม.ค. 2562 เพื่อให้สอดคล้องกับเอกสารรายงานการประชุมผู้ถือหุ้นวันที่ 19 มี.ค.2562 ตามที่ยื่นจดทะเบียนต่อนายทะเบียนวันที่ 22 มี.ค.256 ซึ่งระบุว่ามีผู้เข้าร่วมประชุม 10 คนหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9. วันที่ 8 ม.ค.2562 ที่นายธนาธรอ้างว่า ทำตราสารโอนหุ้นให้นางสมพรต่อหน้าพยาน 2 คนนั้น จากการตรวจสอบพบว่า วันดังกล่าว สื่อมวลชนหลายสำนัก รายงานว่านายธนาธรเดินทางไปเปิดตัวว่าที่ผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส. จังหวัดบุรัมย์ ทั้ง 8 เขต และก่อนหน้านั้นวันที่ 7 เดินทางไปช่วยผู้สมัคร ส.ส. หาเสียงใน จ.สุรินทร์ ขณะที่เจ้าตัวยืนยันว่าอยู่กรุงเทพฯ จึงเกิดข้อสงสัยว่าอยู่ที่ไหนกันแน่ หากอยู่จ.บุรีรัมย์ นายธนาธรใช้เวลาช่วงไหนทำตราสารโอนหุ้นที่กรุงเทพฯ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งหมดเป็นข้อสงสัยว่าแท้ที่จริงนายธนาธรโอนหุ้นเมื่อใด กันแน่ มีผลต่อคุณสมบัติการรับสมัคร ส.ส. ? รอดูผลสอบ กกต. ต่อไป.&amp;nbsp;&amp;nbsp;อ่านต้นฉบับ
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/33080</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ, ธนาธรโอนหุ้น, บริษัท วี-ลัค มีเดีย จำกัด, พรรคอนาคตใหม่, สำนักข่าวอิศรา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190404/image_big_5ca60355c6930.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>33020</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/04/2019 08:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/04/2019 08:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตกลง8ม.ค.วันโอนหุ้น&#039;ธนาธร&#039;อยู่ไหน ชมคลิปแจงลิ้นพันมัดตัวเอง!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 เม.ย.62 - &amp;nbsp;กรณีการโอนหุ้นในบริษัท วี-ลัค มีเดีย จำกัด ของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ และนางรวิพรรณ จึงรุ่งเรืองกิจ ภรรยา รวม 900,000 หุ้น มูลค่า 9 ล้านบาท ให้กับนางสมพร จึงรุ่งเรืองกิจ มารดา ว่าตกลงเกิดขึ้นเมื่อไหร่ ที่ไหน อย่างไร กันแน่ &amp;nbsp;กำลังเป็นประเด็นที่สังคมให้ความสนใจอย่างกว้างขวาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก่อนหน้านี้นายธนาธร ชี้แจงว่า ทำการโอนหุ้นเมื่อวันที่ 8 ม.ค. 2562 พร้อมโชว์ตราสารการโอนหุ้นระหว่างนายธนาธร และนางสมพร โดยลงลายมือชื่อไว้เป็นสำคัญต่อหน้าพยาน 2 ราย และอ้างมีเช็คธนาคารเป็นหลักฐานในการซื้อขายหุ้นระหว่างนายธนาธร กับมารดา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการตรวจสอบของสำนักข่าวอิศรา พบประเด็นคือ ตามข้อเท็จจริงที่ปรากฏออกมาว่า นายธนาธร ลงพื้นที่หาเสียงอยู่ต่างจังหวัดระหว่างวันที่ 7-9 ม.ค. 2562 แล้วนายธนาธรใช้เวลาช่วงไหน เดินทางทำตราสารโอนหุ้นให้กับนางสมพร( 8ม.ค.) รวมถึงลงนามสำคัญเป็นหลักฐานต่อหน้าพยาน 2 ราย และทนายความโนตารี ได้อย่างไร ?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และเมื่อวันที่ 3 เม.ย.ที่ผ่านมา เมื่อสำนักข่าวอิศรา ถามว่า ในวันที่ 8 ม.ค. นายธนาธรได้หาเสียงอยู่ต่างจังหวัดใช่หรือไม่ &amp;nbsp;นายธนาธร กล่าวว่า &amp;quot;ก็ใช่ไง&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า แล้วจะโอนหุ้นได้อย่างไร นายธนาธรกล่าวตอบว่า &amp;ldquo;อ๋อ ไม่ใช่ วันที่ผมไปหาเสียงก็คือวันที่ อะไรนะ 10 เท่าไรนะ แต่คุณเข้าใจผิดแล้ว&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามย้ำว่าวันที่ 8 ม.ค.นายธนาธรอยู่ที่กรุงเทพหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธนาธรกล่าวว่า &amp;quot;ใช่ ๆ คุณเข้าใจผิดแล้ว&amp;quot;....&lt;/p&gt;





&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/33020</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธนาธร  จึงรุ่งเรืองกิจ, ธนาธรโอนหุ้น, บริษัท วี-ลัค มีเดีย จำกัด, รวิพรรณ จึงรุ่งเรืองกิจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190405/image_big_5ca6b4d5ed31d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>32844</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/04/2019 22:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/04/2019 22:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อึ้ง!2หลานชายโผล่&#039;ธนาธร&#039;ดิ้นเคลียร์หุ้นสื่อมวลชน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 เม.ย.62 - นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ&amp;nbsp;หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ &amp;nbsp;ออกแถลงการณ์ผ่านเฟซบุ๊กแฟนเพจ &amp;nbsp;Thanathorn Juangroongruangkit - ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ &amp;nbsp;ถึงกรณีข้อสงสัยเรื่องการถือหุ้นของธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ในบริษัท วี-ลัค มีเดีย จำกัด โดยมีเนื้อหาดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตามที่สำนักข่าวอิศราได้เผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับข้อสงสัยเรื่องการถือหุ้นของผมในบริษัท วี-ลัค มีเดีย จำกัด และได้มีการแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับกรณีนี้อย่างแพร่หลายนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมขอชี้แจงเรื่องดังกล่าวต่อสาธารณชนอีกครั้งหนึ่งโดยละเอียด ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อ 1. เมื่อวันที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2558 ผมได้เข้าถือหุ้นในบริษัท วี-ลัค มีเดีย จำกัด จำนวน 675,000 หุ้น เลขหมายใบหุ้น ตั้งแต่ 1350001 ถึง 2025000 และถือครองหุ้นเรื่อยมาจนกระทั่งเมื่อวันที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2562 ผมได้โอนหุ้นดังกล่าวทั้งหมดให้แก่คุณสมพร จึงรุ่งเรืองกิจ โดยทำเป็นหนังสือตราสารโอนหุ้น ระหว่างนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้โอน กับนางสมพร จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้รับโอน ฉบับลงวันที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2562 โดยมีพยานลงลายมือชื่อรับรองสองคน พร้อมนี้ ผู้โอนและผู้รับโอน กับพยานทั้งสองคน ได้ลงลายมือชื่อในตราสารโอนหุ้นดังกล่าวต่อหน้าทนายความผู้ทำคำรับรอง (ทนายความโนตารี) ในวันเดียวกันนี้ คุณสมพรได้ชำระเงินค่าหุ้นให้แก่ผมด้วยเช็คธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) สาขาถนนบางนา-ตราด (เซ็นทรัลซิตี้) ขีดคร่อมผู้ถือ (A/C PAYEE ONLY) ฉบับลงวันที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2562 สั่งจ่าย &amp;ldquo;นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ&amp;rdquo; เป็นเงินจำนวน 6,750,000 บาท ทั้งนี้ การโอนหุ้นดังกล่าว ได้มีการจดแจ้งการโอนและรับโอนหุ้นลงในสมุดทะเบียนผู้ถือหุ้นของบริษัท วี-ลัค มีเดีย จำกัด ในวันที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2562 แล้ว ทั้งนี้ ในวันดังกล่าว ภริยาของผมซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นในบริษัทเดียวกันนี้ ก็ได้โอนหุ้นทั้งหมดให้แก่คุณสมพรเช่นกัน
.
ฉะนั้น ตั้งแต่วันที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2562 บริษัท วี-ลัค มีเดีย จำกัด จึงมีผู้ถือหุ้นคงเหลือจำนวน 8 คน
.
ข้อ 2. จนกระทั่ง เมื่อวันที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2562 คุณสมพร จึงรุ่งเรืองกิจ ได้โอนหุ้นจำนวน 675,000 หุ้น เลขหมายใบหุ้น ตั้งแต่ 1350001 ถึง 2025000 ให้แก่คุณเอ (หลานชายคนที่ 1) โดยทำเป็นหนังสือตราสารโอนหุ้น ระหว่างนางสมพร จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้โอน กับคุณเอ ฉบับลงวันที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2562 โดยมีพยานลงลายมือชื่อรับรองสองคน พร้อมนี้ ผู้โอนและผู้รับโอน กับพยานทั้งสองคน ได้ลงลายมือชื่อในตราสารโอนหุ้นดังกล่าวต่อหน้าทนายความผู้ทำคำรับรอง (ทนายความโนตารี)&amp;nbsp;
.
และในวันเดียวกันนี้ (วันที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2562) คุณสมพร จึงรุ่งเรืองกิจ ได้โอนหุ้นจำนวน 225,000 หุ้น เลขหมายใบหุ้น ตั้งแต่ 3150001 ถึง 3375000 ให้แก่คุณบี (หลายชายคนที่ 2) โดยทำเป็นหนังสือตราสารโอนหุ้น ระหว่างนางสมพร จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้โอน กับคุณบี ผู้รับโอน ฉบับลงวันที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2562 โดยมีพยานลงลายมือชื่อรับรองสองคน พร้อมนี้ ผู้โอนและผู้รับโอน กับพยานทั้งสองคน ได้ลงลายมือชื่อในตราสารโอนหุ้นดังกล่าวต่อหน้าทนายความผู้ทำคำรับรอง (ทนายความโนตารี)
.
โดยการโอนหุ้นทั้งสองกรณี ได้มีการจดแจ้งการโอนและรับโอนหุ้นลงในสมุดทะเบียนผู้ถือหุ้นของบริษัท วี-ลัค มีเดีย จำกัด ในวันที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2562 แล้ว ฉะนั้น ตั้งแต่วันที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2562 บริษัท วี-ลัค มีเดีย จำกัด จึงมีผู้ถือหุ้นคงเหลือจำนวน 10 คน
.
ข้อ 3. เมื่อวันที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2562 บริษัท วี-ลัค มีเดีย จำกัด ได้ประชุมผู้ถือหุ้นบริษัท วี-ลัค มีเดีย จำกัด มีผู้ถือหุ้นเข้าร่วมประชุม 4 คนและมีผู้รับมอบฉันทะซึ่งรับมอบฉันทะจากผู้ถือหุ้นซึ่งมิได้เข้าร่วมประชุมด้วยตนเองทั้ง 6 คน เข้าร่วมประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 1/2562 รวมมีผู้ถือหุ้นเข้าร่วมประชุมทั้งสิ้น 10 คน ในการประชุมวิสามัญดังกล่าว มีวาระหนึ่งเกี่ยวกับการลาออกจากตำแหน่งกรรมการบริษัท ของภริยาของผม ตามหนังสือลาออกฉบับลงวันที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2562 ซึ่งมีผลในวันที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2562 อีกวาระหนึ่งเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงผู้ถือหุ้นของบริษัทแจ้งให้ที่ประชุมทราบ และอีกวาระหนึ่ง เกี่ยวกับการมีมติเลิกบริษัท
.
ตามที่มีผู้ตั้งข้อสังเกตว่า เมื่อวันที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2562 ผมได้เข้าร่วมประชุมผู้ถือหุ้นของบริษัท วี-ลัค มีเดีย จำกัด ด้วยหรือไม่นั้น ดังที่ผมได้เคยชี้แจงต่อสื่อมวลชนไว้แล้วว่า การที่ผมจะไปเข้าร่วมประชุมผู้ถือหุ้นในวันที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2562 ด้วย ย่อมไม่อาจจะเกิดขึ้นได้ เนื่องจาก (1) ผมมิได้เป็นผู้ถือหุ้นตั้งแต่ได้โอนหุ้นให้แก่คุณสมพรฯ เมื่อวันที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2562 แล้ว (2) ในวันดังกล่าว ผมติดภารกิจการหาเสียงที่จังหวัดสุราษฎร์ธานีและจังหวัดกระบี่ทั้งวัน ตามที่ปรากฏเป็นข่าวโดยทั่วไป
.
ข้อ 4. เมื่อวันที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2562 บริษัท วี-ลัค มีเดีย จำกัด ได้ดำเนินการแจ้งการเปลี่ยนแปลงกรรมการบริษัท โดยอ้างตามรายงานการประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 1/2562 ฉบับลงวันที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2562 และระบุจำนวนผู้เข้าร่วมประชุมผู้ถือหุ้น 10 คน
.
ข้อ 5. ต่อมา เมื่อวันที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2562 คุณเอ (หลานชายคนที่ 1) และคุณบี (หลานชายคนที่ 2) ได้โอนหุ้นจำนวน 675,000 หุ้น เลขหมายใบหุ้น ตั้งแต่ 1350001 ถึง 2025000 และโอนหุ้นจำนวน 225,000 หุ้น เลขหมายใบหุ้น ตั้งแต่ 3150001 ถึง 3375000 ให้แก่คุณสมพร จึงรุ่งเรืองกิจ ตามลำดับ โดยทำเป็นหนังสือตราสารโอนหุ้น ฉบับลงวันที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2562 โดยมีพยานลงลายมือชื่อรับรองสองคน พร้อมนี้ ผู้โอนและผู้รับโอน กับพยานทั้งสองคน ได้ลงลายมือชื่อในตราสารโอนหุ้นดังกล่าวต่อหน้าทนายความผู้ทำคำรับรอง (ทนายความโนตารี) ทั้งนี้ การโอนหุ้นดังกล่าว ได้มีการจดแจ้งการโอนและรับโอนหุ้นลงในสมุดทะเบียนผู้ถือหุ้นของบริษัท วี-ลัค มีเดีย จำกัด ในวันที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2562 แล้ว
.
นอกจากนี้ วันที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2562 ผู้ถือหุ้นอีก 3 รายก็ได้โอนหุ้นของบริษัท วี-ลัค มีเดีย จำกัด ให้แก่คุณสมพร จึงรุ่งเรืองกิจ โดยทำเป็นหนังสือตราสารโอนหุ้นโดยมีพยานลงลายมือชื่อรับรองสองคน พร้อมนี้ ผู้โอนทั้งสามคนและผู้รับโอน กับพยานทั้งสองคน ได้ลงลายมือชื่อในตราสารโอนหุ้นดังกล่าวต่อหน้าทนายความผู้ทำคำรับรอง (ทนายความโนตารี) ทั้งนี้ การโอนหุ้นดังกล่าว ได้มีการจดแจ้งการโอนและรับโอนหุ้นลงในสมุดทะเบียนผู้ถือหุ้นของบริษัท วี-ลัค มีเดีย จำกัด ในวันที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2562 แล้วเช่นเดียวกัน
.
ข้อ 6. ในวันเดียวกันนี้ (วันที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2562) บริษัท วี-ลัค มีเดีย จำกัด ได้นำส่งสำเนาบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นของบริษัทตามแบบ บอจ.5 ต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ระบุจำนวนผู้ถือทั้งหมดของบริษัท วี-ลัค มีเดีย จำกัด ทั้งสิ้น 5 คน ซึ่งคุณสมพร จึงรุ่งเรืองกิจ ถือหุ้นของบริษัทตามรายการดังนี้&amp;nbsp;
.
(1) หุ้นจำนวน 675,000 หุ้น เลขหมายใบหุ้น ตั้งแต่ 0000001 ถึง 0675000 ลงวันที่ 8 มกราคม 2551 วันลงทะเบียนผู้ถือหุ้น คือ วันที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2558 (ซึ่งเป็นหุ้นที่คุณสมพรฯ ถือครองอยู่เดิม)
.
(2) หุ้นจำนวน 675,000 หุ้น เลขหมายใบหุ้น ตั้งแต่ 1350001 ถึง 2025000 ลงวันที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2562 วันลงทะเบียนผู้ถือหุ้น คือ วันที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2562
.
(3) หุ้นจำนวน 225,000 หุ้น เลขหมายใบหุ้น ตั้งแต่ 2925001 ถึง 3150000 ลงวันที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2562 วันลงทะเบียนผู้ถือหุ้น คือ วันที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2562&amp;nbsp;
.
(4) หุ้นจำนวน 225,000 หุ้น เลขหมายใบหุ้น ตั้งแต่ 3625001 ถึง 3670000, ตั้งแต่ 4075001 ถึง 4120000 และตั้งแต่ 4187501 ถึง 4232500 ลงวันที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2562 วันลงทะเบียนผู้ถือหุ้น คือวันที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2562&amp;nbsp;
.
(5) หุ้นจำนวน 225,000 หุ้น เลขหมายใบหุ้น ตั้งแต่ 5175001 ถึง 5220000, ตั้งแต่ 5445001 ถึง 5490000 และตั้งแต่ 5220001 ถึง 5445000 ลงวันที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2562 วันลงทะเบียนผู้ถือหุ้น คือวันที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2562
.
(6) หุ้นจำนวน 225,000 หุ้น เลขหมายใบหุ้น ตั้งแต่ 3150001 ถึง 3375000 ลงวันที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2562 วันลงทะเบียนผู้ถือหุ้น คือวันที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2562&amp;nbsp;
.
จึงเป็นข้อมูลที่ถูกต้องตรงกับสมุดทะเบียนผู้ถือหุ้นของบริษัท วี-ลัค มีเดีย จำกัด ทุกประการ
.
ด้วยลำดับเหตุการณ์ดังที่ผมได้อธิบายข้างต้นนี้ จะเห็นได้ว่า ข้อเท็จจริงทั้งปวงล้วนสอดคล้องต้องกันทุกประการ มิได้มีพฤติการณ์ &amp;ldquo;ส่อพิรุธ&amp;rdquo; ดังที่สื่อมวลชนบางฉบับ พยายามชี้นำว่า การโอนหุ้นดังกล่าวของผมมิได้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2562 แต่อย่างใด
.
ดังที่ได้อธิบายมาข้างต้นนี้ คือ ข้อเท็จจริงโดยละเอียดเกี่ยวกับการเป็นผู้ถือหุ้นของผมในบริษัท วี-ลัค มีเดีย จำกัด วิญญูชนผู้มีใจเป็นธรรมปราศจากอคติย่อมสามารถเข้าใจความเป็นมาเป็นไปของเรื่องนี้ได้อย่างกระจ่างชัด
.
ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ
วันที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2562&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/32844</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ, บริษัท วี-ลัค มีเดีย จำกัด, โหนธนาธร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190319/image_big_5c90e92495c6f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
