<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>100416</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/04/2021 10:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/04/2021 10:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;พี่ศรี&#039;ร้องผู้ตรวจฯให้เสนอศาลปกครองกรณีอัยการไม่ฟ้อง&#039;ธนาธร&#039;ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
23เม.ย.64 -นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เปิดเผยว่า กรณีที่พนักงานอัยการสำนักงานคดีอาญามีคำสั่งไม่ฟ้องนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ อดีตหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่นั้น อาจมีปัญหาเกี่ยวกับความชอบด้วยรัฐธรรมนูญหรือกฎหมาย หรืออาจเป็นคำสั่งทางปกครองที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้สืบเนื่องจากศาลรัฐธรรมนูญได้มีคำวินิจฉัยในคำวินิจฉัยที่ 14/2562 แล้วว่า นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ เป็นผู้ถือหุ้นในบริษัท วี-ลัค มีเดีย จำกัด ซึ่งประกอบกิจการสื่อมวลชนอยู่ในวันที่ 6 ก.พ.62 ซึ่งเป็นวันที่พรรคอนาคตใหม่ยื่นบัญชีรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง อันเป็นลักษณะต้องห้ามมิให้นายธนาธรใช้สิทธิรับสมัครเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรตามรัฐธรรมนูญ ม98(3) ทำให้สมาชิกภาพของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของนายธนาธรสิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญ ม.101(6) ประกอบ ม.98(3) ย่อมเห็นได้ว่าน่าจะเป็นการกระทำที่ฝ่าฝืนพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 2561 ม.151 โดยชัดแจ้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งเมื่อคณะกรรมการการเลือกตั้งได้แจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ดำเนินคดีแก่นายธนาธรตามบทบัญญัติของ ม.151 ดังกล่าวแล้ว พนักงานสอบสวนทำการสอบสวนแล้วมีความเห็นให้สั่งฟ้องนายธนาธร และส่งสำนวนให้พนักงานอัยการพร้อมนำตัวนายธนาธรไปส่งให้พนักงานอัยการ เมื่อวันที่ 12 ม.ค.64 ต่อมาพนักงานอัยการนัดฟังคำสั่งว่า จะสั่งฟ้องหรือสั่งไม่ฟ้องในวันที่ 19 ก.พ.64 แต่เมื่อถึงวันนัดได้เลื่อนนัดมาฟังคำสั่งในวันที่ 22 เม.ย.64 ที่ผ่านมา โดยปรากฎว่า โฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด ได้ออกมาเปิดเผยว่า จากการตรวจสอบทราบมาว่า &amp;ldquo;คดีนี้พนักงานอัยการสำนักงานคดีอาญามีคำสั่งไม่ฟ้องนายธนาธร&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การที่สำนักงานคดีอาญามีคำสั่งไม่ฟ้องนายธนาธรดังกล่าวอาจขัดหรือแย้งต่อ รัฐธรรมนูญ2560 ม.211 วรรคสี่ ที่บัญญัติไว้ชัดเจนว่า คําวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญให้เป็นเด็ดขาด มีผลผูกพันรัฐสภา คณะรัฐมนตรี ศาล องค์กรอิสระ และหน่วยงานของรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้วยเหตุดังกล่าว สมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย จึงได้ส่งเรื่องร้องเรียนไปยังผู้ตรวจการแผ่นดิน เพื่อขอให้เสนอเรื่องพร้อมด้วยความเห็นไปยังศาลปกครองว่า การที่พนักงานอัยการสำนักงานคดีอาญามีคำสั่งไม่ฟ้องนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ อดีตหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ถือว่าเป็นคำสั่งหรือการกระทำอื่นใดของหน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ อันมีปัญหาเกี่ยวกับความชอบด้วยรัฐธรรมนูญหรือกฎหมาย เป็นคำสั่งทางปกครองที่ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ อย่างไรตามรัฐธรรมนูญ 2560 ม.231(2) ประกอบ ม.230(2) ต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/100416</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีถือหุ้นสื่อ, ธนาธร จึงรุงเรืองกิจ, นายศรีสุวรรณ  จรรยา, บริษัท วีลัค-มิเดีย, ผู้ตรวจการแผ่นดิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210423/image_big_6082438297a99.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>50780</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/11/2019 08:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/11/2019 08:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;พี่ศรี&#039;รุกหนัก!เร่งกกต.ฟ้องศาลฎีกาฟัน&#039;ทอน&#039;คุก 10 ปีตัดสิทธิ์ 20 ปี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 พ.ย.62- นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เปิดเผยว่า ตามที่ศาลรัฐธรรมนูญได้มีคำวินิจฉัยเป็นเด็ดขาดเมื่อวันที่ 20 พ.ย.62 ที่ผ่านมาให้สมาชิกภาพ ส.ส. ของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ สิ้นสุดลง ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 101 (6) ประกอบมาตรา 98 (3) กรณีมีการถือครองหุ้นสื่อมวลชนของบริษัท วี-ลัค มีเดีย จำกัด ในขณะที่ไปสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวันที่ 6 ก.พ.62 ด้วยคะแนนเสียง 7 : 2 แล้วนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่เนื่องจากตามพรป.ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561 ม.151 ประกอบรัฐธรรมนูญ 2560 ม.101(6) ประกอบมาตรา 98(3) บัญญัติไว้ชัดเจนว่า ผู้ใดรู้อยู่แล้วว่าตนไม่มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งเนื่องจากขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะ ต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ได้สมัครรับเลือกตั้งหรือทําหนังสือยินยอม ให้พรรคการเมืองเสนอรายชื่อเพื่อสมัครรับเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อ ต้องระวางโทษจําคุกตั้งแต่ 1-10 ปี และปรับตั้งแต่ 20,000-200,000 บาท และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของผู้นั้น มีกําหนด 20 ปี และในกรณีที่ผู้กระทําความผิดตามวรรคหนึ่งเป็นผู้ซึ่งได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ให้ศาลมีคําสั่งให้ผู้นั้นคืนเงินประจําตําแหน่งและประโยชน์ตอบแทนอย่างอื่นที่ได้รับมาเนื่องจากการดํารงตําแหน่ง ดังกล่าวให้แก่สํานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งตามหลักการทั่วไปแล้ว คณะกรรมการสืบสวนและไต่สวน สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง จะต้องนำผลคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญดังกล่าว ไปพิจารณาประกอบในสำนวนเพื่อดำเนินการส่งฟังนายธนาธรต่อศาลฎีกาต่อไปด้วย เพราะมีการวินิจฉัยว่านายธนาธรขาดคุณสมบัติไปแล้ว ซึ่งคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญนั้นเป็นเด็ดขาด มีผลผูกพันรัฐสภา คณะรัฐมนตรี ศาล องค์กรอิสระ และหน่วยงานรัฐ ตาม ม.211 วรรคท้าย ของรัฐธรรมนูญ 2560&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้วยเหตุดังกล่าวสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย จึงจะนำความไปร้องให้คณะกรรมการสืบสวนและไต่สวน สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง เร่งรีบดำเนินการส่งฟ้องนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจต่อศาลฎีกาตามครรลองของกฎหมาย เพื่อเป็นบรรทัดฐานให้ผู้ที่คิดจะเป็นนักการเมืองทุกคนได้ระมัดระวัง ไม่ฝ่าฝืนกฎหมายต่อไป โดยจะเดินทางไปยื่นคำร้องในวันศุกร์ที่ 22 พ.ย.62 เวลา 10.00 น. ณ สำนักงาน กกต. ศูนย์ราชการฯ อาคาร B หลักสี่ กทม.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/50780</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธนาธร., นายศรีสุวรรณ จรรยา, บริษัท วีลัค-มิเดีย, ศาลรัฐธรรมนูญ, สิ้นสภาพส.ส.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191121/image_big_5dd5ea4b1e0b7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>34250</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/04/2019 09:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/04/2019 09:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นักวิชาการฝ่ายปชต.ชี้ปมหุ้นธนาธรเรื่องขี้ผง ฉะอิศราทำสังคมเข้าใจผิด-กกต.ก็บ้าจี้ ดักคอหากตัดสินว่าผิดจะถือว่าเป็นคำตัดสินที่ทุเรศในประวัติศาสตร์!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;23 เม.ย.62 - นางสาวสฤณี อาชวานันทกุล นักวิชาการอิสระด้านเศรษฐศาสตร์ นักเขียน นักแปลชื่อดัง&amp;nbsp; โพสต์ลงบนเฟซบุ๊ก Sarinee Achavanuntakul - สฤณี อาชวานันทกุล โดยมีเนื้อหาดังนี้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;เพิ่งได้อ่านข่าวการชี้แจงเรื่อง &amp;quot;หุ้นสื่อ&amp;quot; ในมือธนาธร ของบีบีซีไทย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;(ข่าว https://www.bbc.com/thai/thailand-48009223) ประกอบกับข่าวล่าสุดที่ว่า ประธานอนุกรรมการ กกต. ประกาศไขก๊อก (ข่าว https://www.khaosod.co.th/politics/news_2442327) ทำให้คิดว่าควรเขียนข้อสังเกตของตัวเองต่อเรื่องนี้นะคะ อย่างน้อยในฐานะคนที่เคยทำงานเกี่ยวกับตลาดทุน ติดตามและเคยเขียนวิจารณ์คดี &amp;quot;ซุกหุ้น&amp;quot; สมัยทักษิณไปหลายรอบ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;1. กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ให้การโอนหุ้นสมบูรณ์เมื่อมีการบันทึกในสมุดทะเบียนผู้ถือหุ้นของบริษัท แต่กฎหมายไม่ได้บังคับว่าต้องแจ้งต่อกระทรวงพาณิชย์ทันทีที่โอน (ซึ่งก็ไม่มีเหตุผลจะบังคับอยู่แล้ว จะเป็นการเพิ่มภาระและค่าใช้จ่ายการทำธุรกิจโดยใช่เหตุ)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ธรรมเนียมปฏิบัติของบริษัทจำกัดทั่วไปก็คือ แจ้งข้อมูลผู้ถือหุ้น (แบบ บอจ.5) ต่อกระทรวงพาณิชย์ปีละหนึ่งครั้งเท่านั้น ตามวาระการรายงานประจำปี ปกติจะยื่นแบบนี้หลังปิดงบการเงินและประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี ก่อนหน้านั้นจะโอนหุ้นกี่ครั้งก็ไม่ต้องแจ้ง แค่จดในทะเบียนผู้ถือหุ้นของบริษัทก็พอ (เรื่องนี้เชื่อว่าทุกคนที่มีกิจการบริษัทจำกัดจะคุ้นเคยดีค่ะ ตัวเองก็ต้องทำทุกปี)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;2. สำนักข่าวอิศราซึ่งตี &amp;quot;ข่าว&amp;quot; เรื่องนี้เป็นเจ้าแรกอ้างในข่าวชิ้นแรกๆ ในทางที่ทำให้คนเข้าใจผิดว่า ธนาธรโอนหุ้นวันที่ 21 มี.ค. 2562 โดยดูจากวันที่ที่บริษัทแจ้งกระทรวงพาณิชย์ แต่ &amp;quot;วันที่ที่แจ้ง&amp;quot; กับ &amp;quot;วันโอนหุ้น&amp;quot; แน่นอนว่าไม่ใช่วันเดียวกัน จากนั้นอิศราก็พยายามขุดคุ้ยหาพิรุธต่างๆ นานา แม้หลังจากที่ทนายของเจ้าตัวจะออกมาชี้แจงและแสดงหลักฐานการโอนหุ้นว่าเกิดขึ้นในวันที่ 8 ม.ค. 2562 ก็ตาม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;จากข่าวบีบีซีไทยในลิงก์ด้านบน จะเห็นว่าฝั่งอนาคตใหม่ก็ชี้แจงเคลียร์ทุกประเด็น คำถามเดียวเท่านั้นก็คือ กกต. มีเหตุอันใดหรือที่จะ &amp;quot;ไม่เชื่อ&amp;quot; ว่าเอกสารการโอนหุ้นนั้นเป็นเอกสารจริง (คือไม่เชื่อว่าโอนหุ้นในวันที่ 8 ม.ค. 2562 จริงๆ)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;อันนี้จะอ้างลอยๆ ว่า &amp;quot;ไม่เชื่อ&amp;quot; ไม่ได้ ต้องมีมูล มีเหตุผลที่ชี้แจงต่อสาธารณะได้อย่างชัดเจน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;3. &amp;quot;เหตุผล&amp;quot; ข้อเดียวที่เจ้าของเพจนี้คิดออก ซึ่งจะ &amp;quot;มีเหตุมีผล&amp;quot; ที่ กกต. จะ &amp;quot;ไม่เชื่อ&amp;quot; ในเอกสารการโอนหุ้น ก็คือ ถ้าหากข้อเท็จจริงปรากฎว่า บริษัทสื่อแห่งนี้คือ วีลัคมีเดีย ผลิตสื่อต่างๆ ในช่วงการเลือกตั้งที่ผ่านมา ในทางที่เอื้อประโยชน์ให้กับธนาธรและพรรคอนาคตใหม่ เช่น ทำเนื้อหาป้ายสีพรรคคู่แข่ง หรือทำโฆษณาชวนเชื่อที่หลอกให้คนเชียร์ธนาธรด้วยความเข้าใจผิด แบบที่สื่อหลายค่ายทำ (แต่จับมือใครดมไม่ได้) -- เพราะถ้าบริษัทนี้ผลิตสื่อแบบนี้ กกต. ก็จะ &amp;quot;มีเหตุผล&amp;quot; ที่จะสงสัยว่า ธนาธรยังคงเป็นเจ้าของบริษัทสื่ออยู่ (คือทำเอกสารหลอก)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;แต่ในความเป็นจริง ชัดเจนว่าบริษัทนี้เจ๊ง เมื่อก่อนเคยผลิตนิตยสาร WHO แต่เลิกกิจการไปสองปีแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;กกต. จึง &amp;quot;ไม่มีเหตุอันใด&amp;quot; ที่จะตั้งข้อสงสัยว่า เอกสารการโอนหุ้นอาจเป็นเอกสารเท็จ ไม่มีเหตุผลใดๆ ที่จะตั้งข้อสังเกตว่า ธนาธรอาจถือหุ้นสื่อระหว่างการเลือกตั้ง (ซึ่งผิดรัฐธรรมนูญ)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;4. จากข้อ 1-3 จะเห็นว่าเรื่องนี้จริงๆ เป็นเรื่องขี้ผงมาก ไม่มีอะไรเลย ไม่มีเหตุใดๆ ให้ต้องสงสัยธนาธรว่าจัดทำเอกสารเท็จ หรือซุกหุ้นต่อไป (จะซุกหุ้นของบริษัทสื่อที่เจ๊งแล้ว ไม่ผลิตสื่อใดๆ แล้วมาสองปีไปเพื่ออะไร ได้ประโยชน์ตรงไหนกัน?)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;การที่เรื่องนี้มัน &amp;quot;go so big&amp;quot; จนกลายเป็นเรื่องใหญ่ มีนักร้องเรียนไปร้อง กกต. ส่วนตัวเห็นว่าเกิดจากสองเหตุผลหลักเท่านั้น คือ 1) การที่สำนักข่าวอิศราติดตามขุดคุ้ยชนิด &amp;quot;จับผิดทุกเม็ดให้ได้&amp;quot; อาจจะด้วยความเข้าใจผิด(มาก)ว่า กรณีนี้อาจคล้ายกับการซุกหุ้นของทักษิณ ซึ่งข้อเท็จจริงที่อธิบายไปในข้อ 1-3 ก็เห็นชัดแล้วว่าต่างกันหลายโยชน์ ทั้งที่ในความเป็นจริง สำนักข่าวอิศรานั่นเองที่เป็นบ่อเกิดความเข้าใจผิด เพราะข่าวชิ้นแรกๆ ที่เขียนเรื่องนี้ทำให้คนเข้าใจผิดว่า &amp;quot;ธนาธรโอนหุ้นวันที่ 21 มี.ค.&amp;quot; ทั้งที่นั่นเป็นเพียงวันที่ที่บริษัทแจ้งการเปลี่ยนแปลงผู้ถือหุ้นต่อกระทรวงพาณิชย์เท่านั้น ไม่ใช่วันที่โอน และ 2) ความ &amp;quot;บ้าจี้&amp;quot; ของ กกต. ที่รับเรื่องร้องเรียนทุกเรื่องตั้งแต่ไม้จิ้มฟันยันเรือรบ โดยไม่พิจารณาว่า &amp;quot;สาระสำคัญ&amp;quot; ของแต่ละเรื่องอยู่ตรงไหน ไม่เคยวางมาตรฐานตรงนี้ให้ชัดเจน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;5. ในข่าวบีบีซีเขียนชัดเจนว่า ปิยบุตรในฐานะเลขาฯ พรรคอนาคตใหม่ต้องออกมาชี้แจง เพราะ กกต. ไม่เคยเปิดโอกาสให้ธนาธรได้ไปชี้แจงด้วยตัวเอง นี่เป็นเรื่องที่น่าตกใจ น่าเป็นห่วงมาก และไร้ธรรมาภิบาลอย่างรุนแรง -- เหตุใดหน่วยงานตรวจสอบจึงไม่เชิญผู้ที่ถูกกล่าวหามาชี้แจง? ปล่อยให้เวลาล่วงเลยจนจะตัดสินอยู่แล้ว? แบบนี้จะเรียกว่า &amp;quot;กระบวนการยุติธรรม&amp;quot; ได้อย่างไร?&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ชวนติดตามดูการตัดสินของ กกต. ต่อกรณีนี้ในวันพรุ่งนี้ (23 เม.ย.) อย่างใกล้ชิดค่ะ ถ้าหากตัดสินว่า &amp;quot;ผิด&amp;quot; ก็ต้องบันทึกไว้เลยว่าเป็นคำตัดสินที่ทุเรศเป็นอันดับต้นๆ ในประวัติศาสตร์ไม่เฉพาะของ กกต. เท่านั้น แต่รวมถึงประวัติศาสตร์ของหน่วยงานตรวจสอบทั้งมวลในประเทศนี้ด้วยอ่านต้นฉบับ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/34250</URL_LINK>
                <HASHTAG>กกต., ถือครองหุ้นสื่อ, ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ, ธนาธรโอนหุ้น, บริษัท วีลัค-มิเดีย, สฤณี อาชวานันทกุล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190423/image_big_5cbe74057ea75.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
