<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>100394</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/04/2021 06:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/04/2021 06:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อดีตผู้พิพากษาร่ายยาวอัยการสั่งไม่ฟ้อง&#039;ธนาธร&#039;ยึดถือปฏิบัติตามคำวินิจฉัยศาลรธน.หรือไม่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
23 เม.ย.64- นายชูชาติ ศรีแสง อดีตผู้พิพากษาหัวหน้าศาลฎีกา โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กภายหลังอัยการสั่งไม่ฟ้องนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ อดีตหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ กรณีเป็นผู้ถือหุ้นในบริษัท วี-ลัค มีเดีย จำกัด มีเนื้อหาดังนี้
.....เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน 2562 ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยในคำวินิจฉัยที่ 14/2562 ว่า นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ เป็นผู้ถือหุ้นในบริษัท วี-ลัค มีเดีย จำกัด ซึ่งประกอบกิจการสื่อมวลชนอยู่ในวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2652 ซึ่งเป็นวันที่พรรคอนาคตใหม่ยื่นบัญชีรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง อันเป็นลักษณะต้องห้ามมิให้นายธนาธรใช้สิทธิรับสมัครเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 98(3) ทำให้สมาชิกภาพของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของนายธนาธรสิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 101/(6) ประกอบมาตรา 98(3)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;.....รัฐธรรมนูญ มาตรา 211 วรรคสี่ บัญญัติว่า คําวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญให้เป็นเด็ดขาด มีผลผูกพันรัฐสภา คณะรัฐมนตรี ศาล องค์กรอิสระ และหน่วยงานของรัฐ
.....ถ้ายึดถือตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญดังกล่าว ก็ต้องฟังข้อเท็จจริงเป็นยุติว่า ในวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2562 ซึ่งเป็นวันที่พรรคอนาคตใหม่ยื่นบัญชีรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อต่อคณะกรรมการการเลือกตั้งและมีชื่อนายธนาธรรวมอยู่ด้วย นายธนาธรเป็นผู้ถือหุ้นในบริษัท วี-ลัค มีเดีย จำกัด ซึ่งประกอบกิจการสื่อมวลชนอยู่ อันเป็นลักษณะต้องห้ามมิให้นายธนาธรใช้สิทธิรับสมัครเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร
.
..... พรป. ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561 มาตรา 151 บัญญัติว่า ผู้ใดรู้อยู่แล้วว่าตนไม่มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งเนื่องจากขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ได้สมัครรับเลือกตั้งหรือทําหนังสือยินยอม ให้พรรคการเมืองเสนอรายชื่อเพื่อสมัครรับเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อ ต้องระวางโทษจําคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงสิบปี และปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงสองแสนบาท และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของผู้นั้นมีกําหนดยี่สิบปี
.
.....เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ยุติตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญว่า นายธนาธรเป็นผู้ถือหุ้นในบริษัท วี-ลัค มีเดีย จำกัด ซึ่งต้องห้ามมิให้รับสมัครเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นายธนาธรเป็นหัวหน้าพรรคการเมือง จะอ้างว่าไม่รู้กฎหมายรัฐธรรมนูญไม่ได้ จึงต้องถือว่านายธนาธรรู้อยู่แล้วว่าตนเองไม่มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร
.....การที่นายธนาธรรู้อยู่แล้วว่า ตนเองไม่มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งเนื่องมีจากลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิรับสมัครเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรตามรัฐธรรมนูญมาตรา 98(3) แต่ยังยินยอมให้พรรคอนาคตใหม่เสนอรายชื่อเพื่อสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ ย่อมเห็นได้ว่าน่าจะเป็นการกระทำที่ฝ่าฝืนมาตรา 151
.
.....คณะกรรมการการเลือกตั้งได้แจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ดำเนินคดีแก่นายธนาธรตามบทบัญญัติของมาตรา 151 ดังกล่าว พนักงานสอบสวนทำการสอบสวนแล้วมีความเห็นให้สั่งฟ้องนายธนาธร และส่งสำนวนให้พนักงานอัยการพร้อมนำตัวนายธนาธรไปส่งให้พนักงานอัยการ เมื่อวันที่ 12 มกราคม 2564
.....พนักงานอัยการนัดฟังคำสั่งว่า จะสั่งฟ้องหรือสั่งไม่ฟ้องในวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2564&amp;nbsp; แต่เมื่อถึงวันนัดได้เลื่อนนัดมาฟังคำสั่งในวันที่ 22 เมษายน 2564
.
.....วันนี้ที่ 22 เมษายน 2564 มีข่าวว่า นายอิทธิพร แก้วทิพย์ โฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบทราบมาว่า คดีนี้พนักงานอัยการสำนักงานคดีอาญามีคำสั่งไม่ฟ้องนายธนาธร&amp;nbsp; ตามขั้นตอนจะต้องส่ง ผบ.ตร.ชี้ขาด ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่าง ผบ.ตร.ทำความเห็นว่าจะเห็นด้วยหรือแย้งหรือไม่ ถ้าเห็นแย้งมาก็ต้องส่งอัยการสูงสุดชี้ขาดตามกฎหมาย รายละเอียดเหตุผลจึงยังไม่สามารถบอกได้ แต่ถ้าคดีมีความเห็นยุติเมื่อไหร่ ทางทีมโฆษกพร้อมเปิดแถลงรายละเอียด เรายืนยันว่าความเห็นทางคดีดังกล่าวไม่ได้ขัดแย้งกับคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ
.
.....ประเด็นสำคัญของคดีนี้ก็คือ รัฐธรรมนูญ มาตรา 211 วรรคสี่ ที่ว่า คําวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญให้เป็นเด็ดขาด มีผลผูกพันรัฐสภา คณะรัฐมนตรี ศาล องค์กรอิสระ และหน่วยงานของรัฐ นั้น
.....แต่โดยความเป็นจริงองค์กรต่างๆ และหน่วยงานของรัฐ ยอมรับและยึดถือปฏิบัติตามหรือไม่ เพียงใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/100394</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีถือหุ้นสื่อ, คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ, ชูชาติ ศรีแสง, ธนาธร จึงรุงเรืองกิจ, บริษัท วีลัค มีเดีย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210321/image_big_6056d509ca9b0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>84866</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/11/2020 14:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/11/2020 14:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>วุ่น! &#039;ธนาธร&#039; หลบกลุ่มเสื้อเหลืองชูป้าย-เปิดเพลงหนักแผ่นดิน ตร.เปลี่ยนสถานที่รับทราบข้อหาคดีถือหุ้นสื่อ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24&amp;nbsp;พ.ย.63 - ที่สน.ทุ่งสองห้อง ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศ การเข้าพบพนักงานสอบสวนเพื่อรายงานตัวตามหมายเรียกของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า ในคดีที่ กกต. แจ้งความให้ดำเนินคดีนายธนาธร ฐานฝ่าฝืน พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.ปี 2561&amp;nbsp;มาตรา&amp;nbsp;151&amp;nbsp;กรณีเป็นผู้ถือหุ้นในบริษัท วีลัค มีเดีย จำกัด อันเป็นลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็น ส.ส.&amp;nbsp; ทางสน.ทุ่งสองห้อง ได้มีการเตรียมเจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกการจราจร โดยมี พล.ต.ต.พัฒนา เพศยนาวิน ผบก.น.2&amp;nbsp;พร้อมด้วย พ.ต.อ.ภาณุเดช สุขวงศ์ รอง ผบก.น.2&amp;nbsp;รรท.ผกก.สน.ทุ่งสองห้อง พ.ต.ท.สุรินทร์ ภู่ฤทธิ์ รอง ผกก.สส.สน.ทุ่งสองห้อง ควบคุม และดูแลความเรียบร้อย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมามีมวลชนเสื้อเหลืองประมาณ&amp;nbsp;30&amp;nbsp;คนเดินทางมาชูป้ายขับไล่ นายธนาธร พร้อมเปิดเพลงหนักแผ่นดิน เจ้าหน้าที่ต้องกันพื้นที่ทั้ง&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ฝ่ายไม่ให้ประเชิญหน้ากัน ทั้งนี้มีหญิงรายหนึ่ง ระบุว่า ทีมงานคณะก้าวหน้า จ.นนทบุรี ที่มารอต้อนรับนายธนาธร มีวิทยุสีดำและสีแดง พร้อมระบุว่ามีใบอนุญาตพกพาหรือไม่ ก่อนจะเรียกร้องให้ตำรวจเข้าตรวจสอบ จากนั้นพล.ต.ต.พัฒนา จึงเชิญให้ไปคุยที่ห้องป้องกันปราบปราม สน.ทุ่งสองห้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปรากฏว่า เมื่อนายธนาธร เดินทางมาถึง สน.ทุ่งสองห้อง ตำรวจเกรงว่ามวลชนทั้งสองฝ่ายจะปะทะกัน จึงตัดสินใจเปลี่ยนสถานที่โดยให้นายธนาธรเข้ารับทราบข้อกล่าวหาที่กองบังคับการตำรวจนครบาล&amp;nbsp;2 (บก.น.2) ในพื้นที่เขตดอนเมืองแทนเพื่อหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้ากัน อย่างไรก็ตามเมื่อนายธนาธร ดินทางมาถึง มีกลุ่มผู้สนับสนุนกว่า&amp;nbsp;10&amp;nbsp;เดินทางมาให้กำลังใจพร้อมนำเค้กมาเตรียมอวยพรวันเกิดให้นายธนาธร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธนาธร กล่าวว่า วันนี้มารายงานตัวตามหมายเรียกในคดีที่ กกต.แจ้งความไว้ โดยจะให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหาพร้อมยืนยันความบริสุทธิ์ของตัวเอง ตอนนี้ยังมีกำลังใจดี ไม่ว่าจะเรื่องคดีความต่างๆ หรือการที่มีกลุ่มบุคคลพยายามมาระรานสิทธิเสรีภาพการเดินทางของตน หลังจากนี้ก็จะทำงานอย่างต่อเนื่องและตั้งใจ ไม่หวาดหวั่นสิ่งที่เข้ามาคุกคาม&amp;nbsp;สำหรับกระแสการทำรัฐประหารนั้น ตนเชื่อว่าไม่ใช่ทางออก เพราะพิสูจน์แล้วว่าแก้ปัญหาไม่ได้ วิกฤติครั้งนี้ก็เกิดจากการรัฐประหารเดือนกันยายน ปี&amp;nbsp;2549&amp;nbsp;หากทุกฝ่ายยอมรับสิ่งที่เกิดขึ้นยังคงมีทางออกที่สันติอยู่ ตนไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งกับวิธีการนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธนาธร กล่าวต่อว่า ส่วนการชุมนุมใหญ่ในวันพรุ่งนี้(25&amp;nbsp;พ.ย.) ขอฝากตำรวจและเจ้าหน้าที่รัฐให้ใช้ขันติธรรม รับฟังสิ่งที่นักเรียนนักศึกษาและประชาชนออกมาพูด การเลือกชุมนุมที่สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ เพราะข้อเสนอของเขาไม่ได้รับการแก้ไข เช่น ร่างรัฐธรรมนูญฉบับไอลอว์ที่มีผู้ลงชื่อจำนวนมากกลับถูกตีตกไม่ได้รับพิจารณา แต่ก็เชื่อว่าจะไม่มีเหตุบานปลาย ไม่เชื่อว่าฝ่ายอนุรักษ์นิยมจะมีต้นทุนทางสังคมมากพอจะทำรัฐประหาร ส่วนเรื่องการพิจารณาการนำ ม.112&amp;nbsp;กลับมาใช้กับผู้เห็นต่างนั้น มองว่าเป็นการราดน้ำมันเข้ากองไฟ เวลานี้ไม่ใช่เวลามาไล่จับกุมกัน หากยังเชื่อว่าตนอยู่เบื้องหลังก็เริ่มต้นผิดแล้ว นี่คือเสียงของยุคสมัย สิ่งที่รัฐบาลควรทำคือเปิดใจให้กว้างและยอมรับความจริงของสังคมอย่างมีวุฒิภาวะ อย่างไรก็ตาม ช่วงนี้ตนใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการรณรงค์หาเสียงของผู้สมัครคณะก้าวหน้าในการเมืองท้องถิ่น หากมีโอกาสเข้าร่วมชุมนุมก็เข้าอย่างทุกครั้งที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธนาธร กล่าวถึงกรณีศาลยกคำร้อง ส.ส.พรรครัฐบาล ถือหุ้นสื่อ โดยเฉพาะกรณีของ น.ส.ภาดา วรกานนท์ ส.ส.กทม.พรรคพลังประชารัฐ ที่ชี้แจงว่าหุ้นส่วนบริษัทที่ถืออยู่นั้นได้ปิดกิจการไปแล้ว ขอให้ดูเจตนา ทั้งที่ของตนก็ปิดไปแล้วและไม่คิดรื้อฟื้น ศาลยังบอกว่า น.ส.ภาดา ไม่มีรายได้จากการประกอบกิจการสื่อเมื่อเจ้าตัวแสดงเจตนาแล้วก็ไม่เป็นสื่อ ของตนก็เช่นกันไม่ว่าจะกิจการไหน ขอให้ติดตามการทำงานขององค์กรอิสระที่มาจากการรัฐประหารและอำนาจที่ไม่ได้มาจากประชาชน หากเปิดใจรับฟังจะเห็นว่าหลักฐานการขายหุ้นของตนทุกอย่างสมบูรณ์เรียบร้อย แม้แต่ในชั้นศาลก็ไม่มีหลักฐานใดมาหักล้างได้เลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ภายหลังนายธนาธร ให้สัมภาษณ์เสร็จสิ้น คณะก้าวหน้า จ.นนทบุรี ได้นำกล่องกระดาษใส่ลูกโป่งสีส้มและนำเค้กวันเกิดสีส้มมามอบให้กำลังใจ โดยนายธนาธร กล่าวขอบคุณพร้อมยกมือไหว้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/84866</URL_LINK>
                <HASHTAG>กกต., กลุ่มเสื้อเหลือง, คดีถือหุ้นสื่อ, ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ, บริษัท วีลัค มีเดีย, สน.ทุ่งสองห้อง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201124/image_big_5fbcad5174360.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>51136</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/11/2019 13:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/11/2019 13:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กกต.มีมติคัดสำเนาคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญคดี&#039;ทอน-วีลัค &#039;จ่อลงดาบสอง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 พ.ย.62- &amp;nbsp; สำนักงานคณะกรรมการเลือกตั้ง (กกต.) ออกเอกสารข่าว กรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญได้มีการอ่านคำวินิจฉัยว่านายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ อดีตส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคอนาตคตใหม่ &amp;nbsp;เป็นผู้ถือหุ้น บริษัท วี-ลัค มีเดีย จำกัด ซึ่งประกอบกิจการสื่อมวลชนอยู่ในวันที่พรรคอนาคตใหม่ยื่นบัญชีรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นส.ส.แบบบัญชีรายชื่อต่อคณะกรรมการกกต. อันเป็นลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นส.ส.ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 98 (3) ทำให้สมาชิกภาพส.ส.ของนายธนาธร สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญมาตรา 101 (6) ประกอบมาตรา 98 (3) นั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยสำนักงานกกต.ได้เสนอเรื่องดังกล่าวให้ที่ประชุมกกต.พิจารณา โดยมีมติมอบหมายให้เลขาธิการกกต.ขอคัดสำเนาคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญเพื่อให้คณะกรรมการสืบสวนและไต่สวนศึกษาและวิเคราะห์รายละเอียดในคำวินิจฉัยและความเห็นส่วนตัวดังกล่าว ว่าสมควรจะดำเนินการตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส. มาตรา 42 (3) และมาตรา 151 หรือไม่ โดยทำความเห็นเสนอต่อคณะกรรมการกกต.พิจารณา ต่อไป.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/51136</URL_LINK>
                <HASHTAG>กกต., คดีหุ้นธนาธร, บริษัท วีลัค มีเดีย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190213/image_big_5c63afba388d7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>50742</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/11/2019 18:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/11/2019 18:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โทษใครไม่ได้!คนกันเองชี้&#039;ธนาธร-ทีมกฎหมาย&#039;พลาดเอง </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 พ.ย 62 - นายประวิตร โรจนพฤกษ์ ผู้สื่อข่าวเว็บไซต์ข่าวสดอิงลิช ซึ่งรู้จักมักคุ้นเป็นอย่างดีกับนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ โพสต์ข้อความลงในทวีตเตอร์ระบุว่า &amp;quot;สิ่งหนึ่งที่ธนาธรและผู้สนับสนุนธนาธรควรยอมรับคือคดีถือหุ้นสื่อนี้ไ ม่ควรเป็นเรื่องตั้งแต่แรก หากธนาธรและทีมกฎหมายรัดกุมระมัดระวังพอ​ พวกเขาน่าจะทราบว่ามีคนเตรียมสอยแต่ก็ยังพลาด​ ไม่ระวังพอ​ ปล่อยให้เรื่องเล็กกลายเป็นปัญหา​ใหญ่&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/50742</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีถือหุ้นสื่อ, ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ, ธนาธร จึงรุ่เงรืองกิจ, บริษัท วีลัค มีเดีย, ประวิตร โรจนพฤกษ์, ศาลรัฐธรรมนูญ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190608/image_big_5cfb83e4ed39b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>50341</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/11/2019 13:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/11/2019 12:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชิงแถลงปิดคดีหุ้นสื่อ&#039;ธนาธร’แจงยิบบ.วี-ลัคฯไม่ให้คุณให้โทษถามตุลาการอายุ70ปีเราจะอยู่ในสังคมอย่างนี้หรือ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15พ.ย.62-เมื่อเวลา 10.00 น.ที่พรรคอนาคตใหม่ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ เปิดแถลงข่าวเพื่ออ่านคำแถลงปิดคดีความเป็น ส.ส.สิ้นสุดลงหรือไม่ จากกรณีการถือหุ้นบริษัทวี-ลัคมีเดีย จำกัด ซึ่งเป็นเอกสารคำแถลงปิดคดีที่ได้ส่งไปยังศาลรัฐธรรมนูญแล้วเมื่อวานนี้ (14 พ.ย.) ก่อนที่ศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัยในวันที่ 20 พ.ย. นี้ โดยสาระสำคัญของการแถลงข่าวของนายธนาธร มี 4 ประเด็น ดังนี้
ประเด็นที่ 1 : บริษัทวี-ลัค มีเดีย จำกัดเป็นสื่อหรือไม่ นายธนาธร กล่าวว่า การถือหุ้นที่เป็นประเด็นขึ้นมาเริ่มต้นที่สกลนคร ภายหลังกกต.ส่งเรื่องไปศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งให้วินิจฉัยคุณสมบัติความเป็นผู้สมัคร ส.ส.สกลกนคร ของพรรคอนาคตใหม่ โดยคดีนั้นศาลฎีกาพิจารณาที่หนังสือบริคณห์สนธิเป็นหลักว่ากิจการใดเป็นกิจการสื่อมวลชน ถ้ามีวัตถุประสงค์ทำเกี่ยวกับกิจการสื่อมวลชนถือว่าผิดตัดสิทธิทันที แต่ในคดีอื่นทำนองเดียวกัน เช่น คดีการถือหุ้นสื่อของ ส.ส. ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาเห็นต่างจากศาลฎีกาโดยศาลรัฐธรรมนูญเห็นว่าเพียงหนังสือบริคนธ์สนธิกับสําเนาบัญชีรายชื่อไม่เพียงพอต่อการวินิจฉัยว่าถือหุ้นสื่อหรือไม่ ต้องดูเอกสารอื่นประกอบด้วย เช่น ต้องดูงบการเงินว่าของห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทที่ถูกร้องมีรายได้จากการประกอบกิจการใด จึงตัดสินได้ว่าถือหุ้นในสื่อหรือไม่
สำหรับบริษัทวี-ลัค มีเดีย จำกัด ได้ผลิตนิตยสาร WHO ฉบับสุดท้ายเดือนต.ค.2559 โดยเป็นผลิตภัณฑ์ของบริษัทวี-ลัค มีเดีย จำกัด ส่วนหนังสือจิ๊บๆ บริษัทวี-ลัค มีเดีย จำกัด เป็นแค่ผู้ผลิต โดยผู้เป็นเจ้าของหนังสือดังกล่าวคือบริษัทนกแอร์ ส่วนหนังสือ Wealth บริษัทวี-ลัค มีเดีย จำกัด เป็นผู้ผลิต แต่ธนาคารไทยพาณิชย์เป็นเจ้าของ และปิดกิจการตั้งแต่วันที่ 25 พ.ย. 2561 และยุติการดำเนินการและไม่มีพนักงานและบริษัทไม่มีรายได้ตั้งแต่ 26 พ.ย.2561&amp;nbsp; ดังนั้น บริษัทวี-ลัค มีเดีย จำกัด ยุติกิจการไปแล้วและไม่มีผลิตภัณฑ์แล้ว อย่างนี้จะเป็นสื่อมวลชนได้อย่างไร เพราะเป็นบริษัทที่ไม่มีการปฏิบัติการใดๆ แต่เป็นบริษัทที่รอการชำระบัญชีเท่านั้น
2.ธนาธรยังเป็นผู้ถือหุ้นหรือไม่ ในคำร้องของ กกต.ระบุว่า ตนเองยังเป็นผู้ถือหุ้น 21 มี.ค.2562 โดยอ้างอิงเอกสารสำเนาบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น หรือ แบบ บอจ.5 ที่บริษัทที่ได้แจ้งไว้กับกระทรวงพาณิชย์ แต่การจะดูว่าการเปลี่ยนแปลงหุ้นสำเร็จหรือไม่ต้องพิจารณาตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา&amp;nbsp; 1129 และ 1141 ดังนั้น ถ้าไม่มีหลักฐานเป็นอื่นหรือมีน้ำหนักพอ ต้องถือว่าธุรกรรมโอนหุ้นสำเร็จตั้งแต่วันที่มีการทำธุรกรรมไปแล้ว คือ 8 ม.ค.2562&amp;nbsp; &amp;nbsp;
3.การถือหุ้นผิดเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญหรือไม่ ตามรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 มาตรา 98 (3) เริ่มมีตั้งแต่รัฐธรรมนูญ2550 โดยรายงานการพิจารณาของสภาร่างรัฐธรรมนูญในเวลานั้นมีการอภิปรายว่ามาตรานี้มีขึ้นเพราะผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองได้เข้าแทรกแซงสื่อทางตรงและอ้อม และการที่ไปเป็นเจ้าของสื่อทำให้กลไกการตรวจสอบพิการ และที่สำคัญไปกระทบเสรีภาพของประชาชน
นายธนาธร กล่าวว่า ในประเด็นนี้อยากจะชี้ให้เห็นว่านิตยสารที่ผลิตโดยบริษัวี-ลัค ไม่เคยให้คุณให้โทษในทางการเมืองแม้แต่นิดเดียว นอกจากนี้ วันที่นิตยสารได้ปิดตัวลงและไม่มีรายได้แล้ว เกิดขึ้นก่อนที่จะมีใครรู้ว่าการเลือกตั้งจะเกิดขึ้นเมื่อใด โดยพระราชกฤษฎีกาเลือกตั้งพ.ศ.2562 ประกาศใช้เมื่อวันที่ 23 ม.ค. 2562 แต่บริษัทปิดไปก่อนหน้านี้แล้ว&amp;nbsp; ดังนั้นตนเองไม่มีเจตนาจะคงบริษัทอยู่&amp;nbsp; และบริษัทได้ปิดกิจการก่อนจะมีพระราชกฤษฎีกาเลือกตั้งด้วยซ้ำ
4.กระบวนการพิจารณาคดีเป็นธรรมหรือไม่&amp;nbsp; ประเด็นนี้ คณะกรรมการสืบสวนของ กกต.กำลังดำเนินการและเรียกพยานมาในวันที่ 22 พ.ค. 2562&amp;nbsp; แต่ปรากฎว่ากกต.ชุดใหญ่ได้ส่งฟ้องศาลรัฐธรรมนูญในวันที่ 16 พ.ค.2562&amp;nbsp; ทั้งที่คณะกรรมการสอบสวน กกต. ยังพิจารณาไม่เสร็จสิ้น กระบวนการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญเป็นศาลชั้นเดียว แค่เรื่องนี้ก็มีน้ำหนักพอให้ศาลรัฐธรรมนูญยกคำร้องแล้ว
นายธนาธร กล่าวอีกว่า จากทั้ง 4 ข้อถ้าถามว่าตนเองผิดอะไร คำตอบ คือ มันไม่ใช่เรื่องการถือหุ้นสื่อ แต่ความผิดของตนเอง คือ การต่อต้านการสืบทอดอำนาจของ คสช.&amp;nbsp; ตนเองฝันเห็นว่าทุกคนเท่าเทียมกันมีนิติรัฐนิติธรรม ฝันเห็นประเทศไทยที่มีความก้าวหน้า และประเทศไทยที่ไม่มีรัฐประหาร ความฝันเช่นนี้มันเป็นผิดบาปมากนักหรือในประเทศนี้
&amp;quot;เพื่อให้ได้ความฝันนี้เราจึงตั้งพรรคการเมืองขึ้นมาเพื่อมาต่อสู้เรียกร้องความฝันของเราตามระบบ รณรงค์หาเสียงเลือกตั้งตามกฎหมาย ฝันอะไรก็บอกประชาชนอย่างนั้น เมื่อเสร็จสิ้นการเลือกตั้งและผลการเลือกตั้งออกมา เราก็ทำงานการเมืองอย่างสร้างสรรค์ เราสู้ในสภาอย่างภาคภูมิใจ เพื่อให้ประชาชนเห็นถึงความตั้งใจของพรรคในการต่อสู้ในสภา เราต้องการแก้ไขรัฐธรรมนูญก็รณรงค์อย่างสันติ การตั้งพรรคการเมืองเพื่อสร้างความฝันของเราให้เป็นจริง มันเป็นความผิดบาปมากขนาดนั้นเลยเหรอในประเทศนี้&amp;quot;นายธนาธร กล่าว
&amp;nbsp;ช่วงท้ายของคำแถลงปิดคดี ได้กล่าวอีกว่า &amp;quot;ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญมีอายุเกิน 70 ปีหลายคนผ่านเหตุการณ์รัฐประหารมาแล้วหลายครั้ง ผมเกิดปี 2521 ผ่านเหตุการณ์รัฐประหาร 4 ครั้ง เราจะอยู่ในสังคมอย่างนี้ต่อไปเหรอครับ ตอนนี้เป็นเวลาที่ควรจะมาทบทวนประวัติศาสตร์ว่าเกิดอะไรมาบ้างในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา บุคคลต่างๆมีส่วนทำให้สังคมเดินมาถึงจุดนี้ ถึงเวลาที่เราต้องส่งเสียงกันและพาสังคมออกจากจุดนี้ วันนี้สังคมมีความแตกต่างทางความคิดสองส่วน ระหว่าง การพาประเทศเดินหน้าไปด้วยประชาธิปไตย&amp;nbsp; กับ การพาประเทศเดินหน้าไปด้วยระบบอำนาจนินิยม คนที่จะตัดสินได้ดีที่สุดควรจะเป็นประชาชนผู้ทรงสิทธิและเสรีภาพในการเลือกอนาคตของประเทศไทยด้วยตัวเอง&amp;quot; นายธนาธร กล่าว
ส่วนผลการตัดสินในวันที่ 20 พ.ย.จะออกมาเป็นอย่างไร นั้น นายธนาธร กล่าวว่า ไม่ว่าผลจะเป็นอย่างไรก็พร้อมยอมรับ และไม่มีแผนสำรองใดๆ การลงเล่นการเมืองของตนเองถือว่าไม่มีจุดที่จะกลับตัวแล้ว ที่ผ่านมาตนยอมเล่นตามกติกามาโดยตลอดทั้งรณรงค์หาเสียง การเลือกตั้ง หากจะแพ้ก็ขอแพ้ตามกติกา พร้อมย้ำว่าคดีนี้ไม่เกี่ยวกับการยุบพรรค เพราะเป็นเรื่องของตนเองคนเดียว ส่วนคนที่กำลังโยงไปสู่การยุบพรรคหมายความว่าไม่เข้าใจเรื่องนี้อย่างชัดเจน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/50341</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธนาธร จึงรุงเรืองกิจ, ธนาธร-ตุลาการ, นิตยสาร WHO, บริษัท วีลัค มีเดีย, หนังสือ Wealth, หุ้นสื่อธนาธร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191115/image_big_5dce38c30a623.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>48331</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/10/2019 14:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/10/2019 14:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทนายยัน&#039;ธนาธร&#039;โอนหุ้น8ม.ค.จริง!แต่ศาลข้องใจทนายเขียนสัญญาได้แต่จำรายละเอียดสัญญาไม่ได้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ต.ค.62 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตุลาการรัฐธรรมนูญออกนั่งบัลลังก์ไต่สวนพยานในคดีที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ขอให้วินิจฉัยความเป็นส.ส.ของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 101 (6) ประกอบมาตรา 98 (3) เนื่องจากถือหุ้นสื่อบริษัทวี-ลัค มีเดีย &amp;nbsp;เข้าลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นส.ส.หรือไม่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ช่วงหนึ่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญได้ไต่สวนพยานปาก 2 คือ นายณัฐนนท์ อภินันท์ ทนายความ โดยศาลได้ซักถามการทำเอกสารสัญญาโอนหุ้นดังกล่าวทนายจัดเตรียมใช่หรือไม่ ซึ่งนายณัฐนนท์ ชี้แจงว่า เป็นคนที่จัดเตรียมการทำสัญญาฯดังกล่าว โดยมีนายพุฒิพงศ์ พงศ์เอนกกุล ผู้อำนวยการฝ่ายกฎหมายพรรคอนาคตใหม่เป็นคนมอบหมายว่านายธนาธรประสงค์โอนหุ้น และนายพุฒิพงศ์ เป็นคนให้ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการทำสัญญาฯ ทั้งส่วนข้อมูลที่บรรจุในสัญญาตลอดผู้รับรองการทำสัญญา ซึ่งไม่ใช่การมอบหมายจากนายธนาธรหรือนางสมพร จึงรุ่งเรืองกิจแต่อย่างใด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อศาลสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับการโอนหุ้นนายณัฐนนท์ กลับไม่สามารถชี้แจงได้ว่าจำนวนหุ้นที่จะโอนมีกี่หุ้น และการโอนหุ้นเป็นอย่างไร จนศาลรัฐธรรมนูญตั้งข้อสังเกตว่าหากนายณัฐนนท์ไม่ทราบข้อมูลดังกล่าว แล้วนายณัฐนนท์จะพิมพ์สัญญาฯได้อย่างไร จะรู้เห็นการทำสัญญาโอนหุ้นได้อย่างไร ทั้งที่โดยหลักการนายณัฐนนท์ต้องรู้ข้อมูลที่จัดเตรียมเหล่านั้นทั้งหมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังจากนั้นนายณัฐนนท์ &amp;nbsp;ได้ชี้แจงต่อว่าการเตรียมการเอกสารการโอนหุ้นเตรียมก่อนล่วงหน้าเป็นอาทิตย์ แต่จำวันไม่ได้ ซึ่งในวันที่ 8 ม.ค.2562 มีการนัดหมายในการทำสัญญาฯที่บ้านนายธนาธร เวลาประมาณ 6 โมงเย็น โดยตนไปถึงบ้านนายธนาธรประมาณ 4 โมงเย็นซึ่งขณะนั้นได้พบกับนางรวิพรรณ จึงรุ่งเรืองกิจ ภรรยาของนายธนาธร ที่อยู่ในบ้าน แต่นางรวิพรรณบอกว่านายธนาธรยังไม่อยู่ในบ้าน และตนไม่ทราบว่านายธนาธร มาถึงบ้านตอนกี่โมง แต่เมื่อถึงเวลานัดหมายทำสัญญานายธนาธรก็มาถึงแล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายณัฐนนท์ &amp;nbsp;กล่าวว่าส่วนการทำสัญญาฯ หลังจากนั้นนายธนาธรและนางสมพรตรวจสอบเอกสารสัญญาฯและเซ็นสัญญาแล้ว ก็มีการติดอากรแสตมป์ในสัญญาในวันเดียวกัน และเห็นว่ามีการมอบเช็คให้ในวันนั้นด้วย โดยเป็นเช็คที่นางสมพรเตรียมมามอบเช็คให้ธนาธรและภรรยา ส่วนการดำเนินการโอนหุ้นหลังจากเซ็นสัญญาฯเป็นหน้าที่ของนางลาวัล จันทรเกษม ซึ่งเป็นพยานในการโอนหุ้นดังกล่าวเป็นคนดำเนินการแจ้งนายทะเบียนเรื่องการเปลี่ยนแปลงผู้ถือหุ้น ซึ่งนายณัฐนนท์ไม่ทราบว่ามีการดำเนินการเมื่อใด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ขณะที่การโอนหุ้นของ นางรวิพรรณ ก็มีการโอนหุ้นให้กับนางสมพรในวันเดียวกันด้วย และได้รับการประสานข้อมูลมาจาก ผอ.ฝ่ายกฎหมายพรรคอนาคตใหม่เหมือนกัน เป็นพยานชุดเดียวกัน และมีการจ่ายเช็คเป็นค่าตอบแทนในวันดังกล่าวเหมือนกัน&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นมีการไต่สวนพยานปาก 3 คือ นายชัยสิทธิ์ กล้าหาญ ซึ่งเป็นคนขับรถของนายธนาธร ชี้แจงว่าทำงานขับรถส่วนตัวให้กับนายธนาธรและภรรยา มาแล้ว 2 ปีแล้ว โดยยืนยันว่าในวันที่ 8 ม.ค. มีการขับรถออกจาบุรีรัมย์มายังกทม.จริง ซึ่งมีผู้โดยสารในรถเพียงนายธนาธรคนเดียว โดยออกจาก อ.สตึก จ.บุรีรัมย์ หลังนายธนาธรขึ้นเวทีปราศรัยเสร็จตอนเช้า ประมาณ 11 โมง ถึงกทม.ประมาณ 4 โมงเย็น แต่ไม่ได้เข้าในบ้านจึงไม่รู้ว่ามีใครอยู่ในบ้านบ้าง แต่สังเกตเห็นว่ามีรถไม่ใช่รถในบ้านมาจอดอยู่ 1 คันแต่ไม่ทราบว่าเป็นรถของใคร.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/48331</URL_LINK>
                <HASHTAG>ณัฐนนท์ อภินันท์, ถือหุ้นสื่อ, ธนาธร จึงรุงเรืองกิจ, บริษัท วีลัค มีเดีย, พรรคอนาคตใหม่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191018/image_big_5da966ba81b5d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>48306</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/10/2019 11:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/10/2019 10:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มั่นใจความบริสุทธิ์!&#039;ธนาธร-แม่-เมีย&#039;พยานรวม10ปากขึ้นศาลรธน.ไต่สวนคำร้องคดีถือหุ้นสื่อ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ต.ค.62&amp;nbsp; -เมื่อเวลา 09.00น.ศาลรัฐธรรมนูญได้นัดไต่สวน พยานจำนวน 10 ปาก ในคดีที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) ขอให้พิจารณาว่า ความเป็นส.ส.ของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ&amp;nbsp; ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญมาตรา 101 (6) ประกอบมาตรา 98(3) เนื่องจากถือหุ้นสื่อ บริษัทวี-ลัค มีเดียจำกัด เข้าลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นส.ส. หรือไม่ หลังจากที่ก่อนหน้านี้ได้มีมติรับคำร้องเมื่อวันที่ 23 พ.ค.และสั่งนายธนาธรหยุดปฏิบัติหน้าที่ส.ส.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยตั้งแต่ช่วงเช้าบรรยากาศที่สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ เป็นไปอย่างคึกคัก มีบรรดาผู้สื่อข่าวทั้งไทยและต่างประเทศมาร่วมทำข่าวการไต่สวนครั้งนี้ ขณะที่สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญกันพื้นที่โดยรอบสำนักงานฯ ให้มีการเข้าออกเพียงทางเดียวเพื่อรักษาความปลอดภัย&amp;nbsp; และมีเจ้าหน้าที่ตำรวจพื้นที่บก.น.2 จำนวน 40นาย มาคอยการรักษาดูแลความเรียบร้อย การเข้าออกต้องมีการแลกบัตรผ่านเข้าพื้นที่ทั้งพยานและสื่อมวลชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับพยานทั้ง 10ปาก ประกอบด้วย 1.นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ 2.นางสมพร จึงรุ่งเรืองกิจ มารดานายธนาธร 3.นางรวิพรรณ จึงรุ่งเรืองกิจ ภรรยานายธนาธร 4.นายปิติ จรุงสถิตย์พงศ์ หลานชายนางสมพร&amp;nbsp; 5.นายทวี จรุงสถิตย์พงศ์ หลานชายนางสมพร 6.นางลาวัลย์ จันทร์เกษม พนักงานบริษัทวี-ลัคมีเดีย จำกัด 7.นางกานต์ฐิตา อ่วมขำ พนักงานบริษัท วี-ลัคมีเดีย จำกัด 8.นายณัฐนนท์ อภินันท์ ทนายความ 9.นายพิพัฒพงศ์ รุจิตานนท์ ทนายความ 10.นายชัยสิทธิ์ กล้าหาญ คนขับรถของนายธนาธร ได้ทยอยเดินทางมาตั้งแต่เช้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยนางสมพร และนางรวิพรรณ แม่และภรรยาของนายธนาธร เดินทางมาถึงตั้งแต่เวลา 07:40 โดยมีพยาบาลมาคอยดูแลนางสมพรด้วย ขณะเดียวกันก็มีกลุ่มผู้สนับสนุนนายธนาธร เดินทางมาให้กำลังใจด้วย ซึ่งนายธนาธรเดินทางมาถึงในเวลา 08:30 น ได้กล่าวแสดงความมั่นใจว่า เชื่อมั่นในความบริสุทธิ์ใน หลักฐานของเรา เพราะถ้าไปดูเอกสารที่ตนนำมาหักล้างข้อกล่าวหา จนถึงทุกวันนี้ ไม่มีใคร มีพยาน หลักฐานอะไร มาหักล้างสิ่งที่เราแสดงได้ จึงต้องดูว่า ศาลจะมีอะไรมาหักล้าง โดยได้ส่งเอกสารหลักฐานต่างๆให้ศาลหมดแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;อย่างกรณีบริษัทวี-ลัค เป็นสื่อหรือไม่ จริงๆบริษัทได้แจ้งหยุดดำเนินกิจการตั้งแต่เดือนพ.ย.ไปแล้วไม่มีการดำเนินการ ไม่มีพนักงาน เมื่อปิดดำเนินการ ก็ถือว่าไม่เป็นสื่อแล้วและถ้าไปดูในรายละเอียดบริษัททำอะไร มีคำพิพากษาศาลฎีกากรณีตัดสิทธิ์การลงสมัครส.ส.ของนายภูเบศวร์ เห็นหลอด ศาลระบุว่าแม้มีวัตถุประสงค์ของบริษัททำสื่อแต่ข้อเท็จจริงทำรับเหมาก็ถือว่า เข้าข่ายต้องห้ามลงสมัครรับเลือกตั้งส.ส.แต่เมื่อเราเอามาตรฐานนี้ไปใช้ในการร้อง ส.ส.ฝ่ายรัฐบาล ต่อศาลรัฐธรรมนูญๆชี้ว่าดูแต่ตัวอักษรไม่ได้ ต้องดูว่าทำกิจการสื่อจริงหรือไม่ ซึ่งกรณีนี้หากเอามาใช้กับบริษัทวี-ลัคที่รับจ้างผลิตหนังสือjib jibให้กับบริษัท นกแอร์ และปิดกิจการไปแล้วตั้งแต่เดือนพ.ย.ข้อนี้ศาลจะตีความอย่างไร&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธนาธร กล่าวว่า ส่วนใครที่เอาเอกสารบอจ. 5&amp;nbsp; มาอ้างก็มีกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญเคนวินิจฉัยเรื่องความเป็นรัฐมนตรีของนายดอน ปรมัตถ์วินัย ไม่สิ้นสุดลงโดยศาลบอกว่าดูเเค่ตราสารการโอนหุ้นก็พอไม่ต้องดูเอกสารบอจ. 5&amp;nbsp; ดังนั้นเราจึงยืนยันในความบริสุทธิ์ ไม่มีปัญหาอยู่แล้ว แม่และภรรยา ก็เตรียมตัวพร้อมอย่างดี&amp;nbsp; ส่วนที่ตนนำสำนวนมาเปิดเผยนั้นก็ต้องการให้สาธารณชนได้ดูเพราะเห็นว่าที่ผ่านมาได้ชี้แจงอธิบายไปมากแล้ว ฝ่ายกล่าวหาโจมตีก็ไม่เคยมีพยานหลักฐานมาหักล้าง มีแต่พูดว่าผิดตรงนั้นตรงนี้จึงอยากให้สาธารณชนช่วยพิจารณา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้คดีดังกล่าวนายธนาธร อ้างว่ามีการโอนหุ้น จำนวน 675,000 หุ้น หมายเลขหุ้น 135001-2025000 ให้แก่นางสมพร จึงรุ่งเรืองกิจ มารดา ตั้งแต่วันที่ 8 ม.ค. 62 ดังนั้น ขณะยื่นสมัครรับเลือกตั้งเป็นส.ส ที่กกต.เปิดรับสมัครวันที่ 4-8ก.พ. ตนเอง เป็นผู้มีคุณสมบัติครบถ้วนไม่มีลักษณะต้องห้ามในการลงสมัครรับเลือกตั้งส.ส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่กกต.พบว่าเอกสารแบบ บอจ. 5 แสดงสำเนาบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นบริษัทวี &amp;ndash;ลัค ซึ่งคัดจากสมุดทะเบียนผู้ถือหุ้น กลับระบุนางสมพร มารดานายธนาธร ถือครองหุ้นจำนวน 675,000หุ้น ดังกล่าว ลงวันที่ 21 มี.ค. 62&amp;nbsp; อีกทั้งมีข้อสังเกตว่า ตลอดระยะเวลา 10ปีที่ผ่านมา การเปลี่ยนแปลงผู้ถือหุ้นทุกครั้งจะส่งสำเนาบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น ระบุวันประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นพร้อมหนังสือนำส่งนายทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกรุงเทพมหานครในเวลาใกล้ชิดกัน ซึ่งแตกต่างจากการเปลี่ยนแปลงผู้ถือหุ้นในคดีนี้ จึงน่าเชื่อว่าขณะที่นายธนาธรยื่นสมัครรับเลือกตั้งมีลักษณะต้องห้ามของการใช้สิทธิ์ลงสมัครรับเลือกตั้งจึง ได้ยื่นคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/48306</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีหุ้นสื่อ, ธนาธร จึงรุงเรืองกิจ, นางรวิพรรณ จึงรุ่งเรืองกิจ, บริษัท วีลัค มีเดีย, สมพร จึงรุ่งเรืองกิจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191018/image_big_5da92b18eb9d3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
