<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>26131</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/01/2019 11:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/01/2019 11:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รฟม.ได้ฤกษ์เริ่มเดินเครื่องเจาะอุโมงค์สายสีส้ม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9ม.ค.62-นายภคพงศ์ ศิริกันทรมาศ ผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) เป็นประธานในพิธีกดปุ่มเริ่มเดินเครื่องหัวเจาะอุโมงค์รถไฟฟ้าใต้ดิน โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ฝั่งตะวันออก) ช่วงศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย - มีนบุรี (สุวินทวงศ์) อย่างเป็นทางการ ซึ่งดำเนินการโดย บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) ผู้รับจ้างก่อสร้างงานโยธาอุโมงค์ทางวิ่งและสถานีใต้ดิน สัญญาที่ 3 ช่วงหัวหมาก &amp;ndash; คลองบ้านม้า ณ สถานที่ก่อสร้างอุโมงค์ สถานีคลองบ้านม้า ถนนรามคำแหง

ทั้งนี้ได้นำเทคโนโลยีหัวเจาะอุโมงค์ที่มีประสิทธิภาพขุดเจาะใต้ดินที่มีสภาพเป็นดินเหนียว พร้อมอุปกรณ์สนับสนุนอันประกอบด้วย ท่อลำเลียงดินออก อุปกรณ์สำหรับควบคุมทิศทาง อุปกรณ์ไฮโดรลิคส์เพื่อการลำเลียงวัสดุก่อสร้าง เข้า-ออก ในระหว่างการขุดเจาะและการก่อสร้างอุโมงค์ อุปกรณ์ระบายอากาศ ตลอดจนอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องอย่างครบครัน มาใช้ในงานขุดเจาะอุโมงค์รถไฟฟ้าใต้ดิน สัญญาที่ 3 ช่วงหัวหมาก &amp;ndash; คลองบ้านม้า จากสถานีคลองบ้านม้า ไปยัง สถานีหัวหมาก บริเวณซอยรามคำแหง 40 ซึ่งมีระยะทางรวมประมาณ 4.07 กิโลเมตร

สำหรับหัวเจาะอุโมงค์ที่นำมาใช้ สามารถขุดเจาะอุโมงค์รถไฟฟ้าใต้ดินขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางภายใน 5.70 เมตร ในระดับความลึก 20 &amp;ndash; 30 เมตร ด้วยสมรรถภาพการขุดเจาะเฉลี่ยวันละ 10 - 15 เมตร หรือเดือนละ 350 เมตร

สำหรับโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม (ส่วนตะวันออก) ช่วงศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย - มีนบุรี (สุวินทวงศ์) ประกอบด้วยสถานีใต้ดิน 10 สถานี จุดเริ่มต้นโครงการเชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าMRT สายสีน้ำเงิน รวมระยะทางประมาณ 22.57 กิโลเมตร โดยได้เริ่มดำเนินงานก่อสร้างมาตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2560 และมีความก้าวหน้าการดำเนินงานก่อสร้างงานโยธาในภาพรวม ณ สิ้นเดือนธันวาคม 2561 คิดเป็น 24.59 %โดยในส่วนของสัญญาที่ 3 นี้ มีความความก้าวหน้าอยู่ที่&amp;nbsp; 22.94%พร้อมเปิดให้บริการในปี 66&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/26131</URL_LINK>
                <HASHTAG>บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด, รถไฟฟ้าสายสีส้ม, รฟม.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190109/image_big_5c3572c1cbe31.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>23049</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/11/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/11/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>วิเชียรเบิกความ 11ชม.มัดเจ้าสัว ล่าเสือดำทุ่งใหญ่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;หัวหน้าวิเชียร&amp;quot; ขึ้นศาลสืบพยานคดีเสือดำวันที่สอง ร่ายยาว 11 ชั่วโมง เบิกความมัดเจ้าสัวกับพวกละเอียดยิบ ประกาศยืนหยัดต่อสู้เพื่อสัตว์ป่า ปกป้องผืนป่าอย่างเต็มที่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน ศาลจังหวัดทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี ได้นัดสืบพยานโจทก์เป็นวันที่สอง ในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 219/2561 ที่มีพนักงานอัยการจังหวัดทองผาภูมิ เป็นโจทก์ ยื่นฟ้องนายเปรมชัย กรรณสูต ประธานกรรมการ บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) พร้อมพวกรวม 4 คน ในคดีที่นายวิเชียร ชิณวงษ์ หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก นำกำลังเข้าจับกุมนายเปรมชัย กรรณสูต และพวก ขณะเข้าไปลักลอบล่าสัตว์ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรฝั่งตะวันตก จังหวัดกาญจนบุรี เหตุเกิดเมื่อต้นเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ วันที่ 27 พ.ย.ที่ผ่านมา เป็นการสืบพยานนัดแรก โดยอัยการขอเบิกความพยานปากสำคัญด้วยกัน 2 ปาก คือ พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เข้าเบิกความเป็นปากแรก และนายวิเชียร ชิณวงษ์ หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก ซึ่งถือเป็นพยานสำคัญในคดี เข้าเบิกความเป็นปากที่สอง แต่ยังไม่แล้วเสร็จ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยนายวิเชียรซึ่งมีสีหน้าเคร่งเครียดได้เดินทางมาถึงศาลจังหวัดทองผาภูมิในเวลา 09.00 น. ซึ่งก่อนหน้านี้ไปแวะยังสำนักงานอัยการจังหวัดทองผาภูมิ พร้อมกับเจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร เพื่อทำการตรวจสอบเอกสารก่อน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิเชียรเปิดเผยถึงความรู้สึกที่ได้รับรางวัลผลงานเชิดชูเกียรติในฐานะผู้ที่มีผลงานโดดเด่นในการป้องกันอาชญากรรมทางสิ่งแวดล้อมข้ามชาติ จากโครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ กรณีนำกำลังจับกุมนายเปรมชัยกับพวกที่เข้าไปล่าเสือดำโดยไม่เกรงกลัวอิทธิพลว่า ถือว่าเป็นการสร้างขวัญและกำลังใจให้กับเจ้าหน้าที่ และต้องขอขอบพระคุณที่เล็งเห็นความสำคัญของการทำงานด้านอนุรักษ์ ซึ่งตนถือว่ารางวัลนี้เป็นรางวัลของผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ทุ่งใหญ่นเรศวรทุกคนที่ได้ทุ่มเทแรงกายแรงใจที่ในการทำหน้าที่ปกป้องผืนป่าและสัตว์ป่า เพื่อให้เป็นสมบัติของคนรุ่นหลังต่อไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;พร้อมที่จะต่อสู้เพื่อสัตว์ป่า ซึ่งผมจะทำเต็มที่ และทำให้ดีที่สุด เพื่อสัตว์ป่าที่ถูกฆ่าไป และจะยังคงทำงานเพื่อปกป้องผืนป่าและสัตว์ป่าอย่างเต็มที่เหมือนเดิม&amp;quot; &amp;nbsp;นายวิเชียรกล่าวย้ำด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางด้านทีมทนายความของนายเปรมชัย นำโดย นายวิทูล พรายแย้ม ทนายความส่วนตัวของนายเปรมชัย ได้เดินทางมาถึงศาลจังหวัดทองผาภูมิ ก่อนจับกลุ่มพูดคุยกันบริเวณชั้นล่างของศาล ด้วยท่าทีที่ไม่ได้มีความวิตกกังวลแต่อย่างใด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นเวลาไล่เลี่ยกัน นายสมโภชน์ ลิ้มประยูร อธิบดีอัยการภาค 7 พร้อมด้วยนายสมเจตน์ อำนวยสวัสดิ์ อัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา 2 ภาค 7, นายพนมฤทธิ์ หอมนิจสกุล อัยการจังหวัดทองผาภูมิ และทีมอัยการ ได้เดินทางมาถึงศาล โดยนายสมเจตน์กล่าวเพียงสั้นๆ ว่า สำหรับการสืบพยานในส่วนของนายวิเชียร เป็นการสืบพยานต่อเนื่องมาจากวันที่ 27 พ.ย. อาจจะต้องใช้เวลาตลอดทั้งวัน ขณะที่คาดว่าทางทนายฝ่ายจำเลยได้เตรียมมาถามค้านในหลายประเด็น ซึ่งคดีนี้มีพยานจำนวนมาก ดังนั้นคงต้องใช้เวลาสืบยาวนาน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทั่งเวลา 17.00 น. การเบิกความนายเชียรได้เสร็จสิ้น ถือว่าเป็นการเบิกความพยานปากนี้ยาวนานกว่า 11 ชั่งโมง โดยนับจากเมื่อวันที่ 27 พ.ย. ที่เริ่มตั้งแต่ 13.30 น. ถึง 16.30 น. และมาต่อในวันนี้ (28 พ.ย.) ตั้งแต่เวลา 09.00 น. ถึง 17.00 น. โดยนายวิเชียร กล่าวว่า ในวันนี้ก็เครียดบ้าง แต่ไม่หนักใจอะไร ในส่วนของตนจบแล้ว ในวันที่ 29 พ.ย. การสืบพยานจะเป็นส่วนของผู้ช่วย เชื่อว่าคงจะทั้งวัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมเจตน์ อัยการฝ่ายโจทก์ เปิดเผยว่า นายวิเชียรเป็นพยานที่อยู่ในฐานะหัวหน้าชุดจับนายเปรมชัย และพวก ซึ่งต้องบรรยายเหตุการณ์อย่างละเอียดต่อศาลถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 3 ก.พ. ที่คณะนายเปรมชัยเข้าไปในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าฯ วันที่ 4 ก.พ. มีการจับกุม บรรยายหลักฐานที่พบในที่เกิดเหตุ พฤติกรรมของจำเลย จนส่งตัวดำเนินคดีกับตำรวจ สภ.ทองผาภูมิ วันที่ 6 ก.พ. ส่วนการสืบพยานในวันที่ 29 พ.ย. กำลังพิจารณาอยู่ เพราะพยานที่ขึ้นเบิกความจะเป็นเหตุการณ์ต่อเนื่องในบันทึกจับกุม ที่ต้องบรรยายภาพการจับนายเปรมชัยและพวกในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรฝั่งตะวันตก อาจเป็นนายปิยพงษ์ สืบเสน ผู้ช่วยหัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าฯ และเจ้าหน้าที่อีก 4 นาย ที่พบคณะนายเปรมชัยเป็นชุดแรกเมื่อวันที่ 4 ก.พ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/23049</URL_LINK>
                <HASHTAG>บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด, พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล, วิเชียร ชิณวงษ์, สมโภชน์ ลิ้มประยูร, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/mid/20181128/image_mid_5bfea85e17d31.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
