<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>97844</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/03/2021 09:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/03/2021 09:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ขาช้อปออนไลน์เตรียมพร้อม &#039;เดอะมอลล์&#039;เอาจริงเปิดตัวสองเว็บไซต์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;31 มี.ค. 2564 นางสาวศุภลักษณ์ อัมพุช ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด &amp;nbsp; เปิดเผยว่า &amp;nbsp;จากการดำเนินธุรกิจของบริษัทภายใต้การบริหารศูนย์การค้าและห้างสรรพสินค้าเดอะมอลล์ &amp;nbsp;ดิเอ็มโพเรียม ดิเอ็มควอเทียร์ &amp;nbsp;และสยามพารากอน นับจากนี้บริษัทจะมุ่งเน้นการเดินหน้ายุทธศาสตร์ &amp;ldquo;ดิจิทัล คอมเมิร์ซรีเทล&amp;rdquo; อย่างเต็มรูปแบบด้วยการทรานส์ฟอร์มธุรกิจสู่ยุคดิจิตอล 5.0 &amp;nbsp; เพื่อพัฒนาช่องทางการตลาดแบบบูรณาการ โดยเฉพาะรูปแบบของออมนิชาแนลรีเทล &amp;nbsp;สร้างประสบการณ์ช้อปปิ้งแบบไร้รอยต่อ เบื้องต้นจะประเดิมผ่าน 2 เว็บไซต์ ได้แก่ WWW.MONLINE.COM และ WWW.GOURMETMARKETTHAILAND.COM ด้วยการผนึกกำลังซัพพลายเออร์ คัดสรรสินค้าเอ็กซ์คลูซีฟ ตลอดจนสถาบันการเงินชั้นนำ &amp;nbsp;และพันธมิตรธุรกิจต่างๆ มอบสิทธิประโยชน์แก่ผู้บริโภค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ในการทำอีคอมเมิร์ซเราคงจะไม่สามารถไปแข่งขันเรื่องราคากับผู้เล่นมาร์เก็ตเพลสรายอื่นๆ ได้ แต่จุดแข็งของเดอะมอลล์ คือเป็นแบรนด์ที่ผู้บริโภครู้จัก รับประกันว่าสินค้าเป็นของแท้ เชื่อใจในแบรนด์ได้บริษัทจะเน้นเรื่องคอนเทนต์และสินค้าที่มีคุณภาพ รวมถึงขั้นตอนการชัอปปิ้งออนไลน์ต่างๆ ที่ง่าย&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางสาววรลักษณ์ ตุลาภรณ์ ผู้บริหารสูงสุดฝ่ายการตลาด บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด กล่าวว่าบริษัทได้ทุ่มทุนในการพัฒนาไปกว่า 100 ล้านบาท เพื่อทำให้ได้ข้อมูลจากลูกค้าที่มาเดินในห้างสรรพสินค้าของทุกสาขาวันละ 1 ล้านคน และยังมีฐานข้อมูลจากสมาชิกบัตร M Card กว่า 4.5 ล้านคน สมาชิกบัตร SCB M กว่า 8 แสนคน ตลอดจนฐานข้อมูลลูกค้าจากกว่า 13 พันธมิตรบัตรเครดิตอีกจำนวนหลายล้านใบ เพื่อออกแบบเว็บไซต์จากความเข้าใจลูกค้าในเชิงลึก มาคัดสรรค์สินค้าและสร้างสรรค์บริการที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าแต่ละบุคคลโดยเฉพาะ หลังเปิดตัวจากนี้จะทำการตลาดอัดแน่นทุกช่องทางทั้งสื่อออนไลน์ ออฟไลน์ และกิจกรรมต่างๆ โดยได้ตั้งเป้าทราฟฟิคคนเข้าเว็บที่ 20 ล้านเพจวิวภายในปีนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจักรกฤษณ์ กีรติโชคชัยกุล ผู้อำนวยการใหญ่อาวุโสบริหารสินค้า กล่าวว่า ในส่วนของความพร้อมของสินค้า เพื่อตอบโจทย์ลูกค้านักช้อปให้โดนใจ และสร้างความแตกต่างอย่างโดดเด่น จึงได้รับความร่วมมือเป็นอันดีจากคู่ค้า ซัพพลายเออร์หลัก ในการก้าวไปข้างหน้าด้วยกัน ผนึกกำลังจัดเต็มสินค้าไลฟ์สไตล์สุดเก๋ พร้อมแบรนด์ชั้นนำระดับโลกร่วมสร้างความเอ็กซ์คลูซีฟ เลือกสรรสินค้าพิเศษ สินค้าลิมิเต็ดเอ็ดดิชั่นให้ได้เลือกช้อปในเว็บ M ONLINE กว่า 1,000 แบรนด์ ครอบคลุมทุกกลุ่มสินค้าหลักต่างๆ มากมาย โดยจะเน้นทำคอนเทนต์สนุกๆ สร้างแรงบันดาลใจ เข้าถึงง่าย ทั้งจากคนมีชื่อเสียง ดารา บล็อกเกอร์ด้านต่างๆ สำหรับสินค้าแต่ละประเภท เพื่อให้ลูกค้าเกิดไอเดียในการช้อปปิ้ง และเติมเต็มความเป็นออมนิชาแนล
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/97844</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดิจิทัล คอมเมิร์ซรีเทล, ทรานส์ฟอร์มธุรกิจ, บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป, ศุภลักษณ์ อัมพุช</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210331/image_big_6063dc59d7d8e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>87277</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/12/2020 21:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/12/2020 06:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เดอะมอลล์ กรุ๊ป รวมพลัง 7 พันธมิตรธุรกิจ ระดมเงินบริจาคโครงการ“วัคซีนต้านโควิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด หนึ่งในภาคีโครงการ &amp;ldquo;วัคซีนเพื่อคนไทย&amp;rdquo; ของมูลนิธิซียูเอ็นเทอร์ไพรส์ โดยจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผนึกกำลัง 7 พันธมิตรธุรกิจ ได้แก่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน), บริษัท สหพัฒนพิบูล จำกัด (มหาชน), บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน), บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์เซอร์วิส จำกัด (มหาชน), บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน), บริษัท ตรีเพชร อีซูซุเซลล์ จำกัด และ บริษัท ลาซาด้า จำกัด เชิญชวนพนักงาน และลูกค้า ร่วมแรงร่วมใจสนับสนุนนักวิจัยไทย ค้นคว้า วิจัย และผลิตวัคซีนต้านไวรัสโควิด-19 โดยคนไทยเพื่อคนไทย ร่วมเป็น 1 ในล้านคนไทย บริจาคเงิน 500 บาท รวม 500 ล้าน เริ่มตั้งแต่วันที่ 18 ธันวาคม 2563 เป็นต้นไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;ศุภลักษณ์ อัมพุช ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด เปิดเผยว่า &amp;ldquo;สถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 สร้างผลกระทบต่อเศรษฐกิจและสังคมทั่วโลก รวมถึงประเทศไทย บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด ในฐานะองค์กรภาคเอกชนที่ดำเนินธุรกิจควบคู่กับนโยบายในเรื่องความรับผิดชอบต่อสังคมตลอดมา โดยในช่วงสถานการณ์โควิด-19 เดอะมอลล์ กรุ๊ป ได้ดำเนินการตามมาตรการความปลอดภัยด้านสุขอนามัยขั้นสูงสุด ตามนโยบายของกระทรวงสาธารณสุข เพื่อความปลอดภัยของลูกค้าเป็นสำคัญ พร้อมทั้งมีบทบาทในการช่วยเหลือสังคมและบุคลกรทางการแพทย์อย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่เริ่มมีการระบาดของไวรัสโควิด-19 ขณะนี้ถึงเวลาแล้วที่คนไทยทุกคนต้องร่วมกันสนับสนุนให้เกิดวัคซีนต้านไวรัสโควิด-19 เพื่อลดการแพร่ระบาด บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด จึงขอร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนทีมนักวิจัยและบุคลากรทางการแพทย์ ผลักดันให้เกิดการผลิตวัคซีน โดยคนไทย เพื่อคนไทย ในโครงการ &amp;ldquo;วัคซีนเพื่อคนไทย&amp;rdquo; ของมูลนิธิซียูเอ็นเทอร์ไพรซ์ โดยจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พร้อมเชิญชวน 7 พันธมิตรธุรกิจ ได้แก่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน), บริษัท สหพัฒนพิบูล จำกัด (มหาชน),&amp;nbsp; บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน), บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์เซอร์วิส จำกัด (มหาชน), บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน), บริษัท ตรีเพชร อีซูซุเซลล์ จำกัด และ บริษัท ลาซาด้า จำกัด เชิญชวนพนักงาน และลูกค้า ร่วมแรงร่วมใจระดมเงินบริจาค เพื่อเป็นหนึ่งใน&amp;nbsp; 1 ล้านคนไทย ในการสนับสนุนทีมนักวิจัยไทยผลิตวัคซีนต้านโควิด-19 โดยคนไทย เพื่อคนไทย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;โดยผู้มีจิตศรัทธาสามารถเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนให้ประเทศไทยได้พัฒนาให้โครงการ &amp;ldquo;วัคซีนเพื่อคนไทย&amp;rdquo; ผ่าน 2 ช่องทาง โดยรับบริจาคท่านละ 500 บาท จำนวน 1 ล้านสิทธิ (จำกัด 1 คนต่อ 1 สิทธิ) ตั้งแต่วันที่ 18 ธันวาคม 2563 เวลา 09.00 น. เป็นต้นไป&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/87277</URL_LINK>
                <HASHTAG>บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป, วัคซีนต้านโควิด, วัคซีนเพื่อคนไทย, ศุภลักษณ์ อัมพุช, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201218/image_big_5fdcbe12409cf.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>84960</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/11/2020 10:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/11/2020 10:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เดอะมอลล์ชมเปาะมาตรการรัฐกระตุ้นกำลังซื้อ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 พ.ย. 2563 นางสาววรลักษณ์ ตุลาภรณ์ ผู้บริหารสูงสุดฝ่ายการตลาด บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด เปิดเผยว่า จากมาตรการของภาครัฐที่กระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงโค้งสุดท้ายของปี นับว่ามีส่วนกระต้นให้เกิดการจับจ่ายในกลุ่มผู้บริโภคได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะป็นเราเที่ยวด้วยกัน, คนละครึ่ง โดยเฉพาะช้อปดีมีคืนมาตรการลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาไม่เกิน 30,000 บาท &amp;nbsp;นับว่าเป็นปัจจัยที่ช่วยให้ภาคค้าปลีกกลับมาคึกคักอีกครั้ง คาดการณ์ว่าภาพรวมค้าปลีกในปี 2564 จะติดลบเหลือ 6% จากเดิมที่หลายฝ่ายคาดการณ์กันว่าน่าจะติดลบที่ 7.8-7.9% &amp;nbsp;ซึ่งสอดคล้องกับข้อมูลจากสํานักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ที่มองว่าตัวเลขของจีดีพีปีนี้ จะดีขึ้นอยู่ที่ลบ 6% &amp;nbsp;จากเดิมคาดการณ์ -7.8%&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ในปี 2564 ได้คาดการณ์การกันว่าตัวเลขการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศไทยจะอยู่ที่ 3.5% - 4.5% เป็นผลมาจากความสำเร็จในการป้องกันและควบคุมการระบาดของไทย พร้อมทั้งแรงกระตุ้นจากมาตรการของภาครัฐอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการผ่อนปรนการเดินทางเข้าประเทศสำหรับนักท่องเที่ยวเฉพาะกลุ่ม อาทิ กองถ่ายภาพยนตร์, ผู้มาเข้าร่วมงานแสดงสินค้า, กลุ่มผู้มีกำลังซื้อสูง และ กลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติแบบพิเศษ (Special Tourist Visa) หรือ STV &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;หลังจากที่มาตรการช้อปดีมีคืนเริ่มได้เพียง 10 วัน ก็พบว่าลูกค้าที่เข้าใช้บริการ 25% เลือกที่จะเข้าร่วมมาตรการดังกล่าว สะท้อนให้เห็นว่าลูกค้าอยากจับจ่ายและอั้นไว้ในช่วงโค้งสุดท้ายเพื่อรอโปรโปโมชั่นจากผู้ประกอบการ ซึ่งพอมีมาตรการของรัฐบาลมาช่วยเสริมก็ยิ่งสร้างแรงจูงใจมากขึ้น คาดว่าลูกค้าจะเข้าร่วมมากขึ้นเป็น 35% นับว่ามากกว่าช่วงช้อปช่วยชาติ เนื่องจากระยะเวลาที่นานกว่า สิทธิที่มากกว่าเดิม และความคุ้นเคยที่ไม่เหมือนช่วงแรกๆ ที่มีการสับสนกับมาตรการลดหย่อนภาษี&amp;rdquo; นางสาววรลักษณ์ กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม การที่จะให้สภาพเศรษฐกิจและกำลังซื้อกลับมาเหมือนในอดีต ต้องยอมรับว่าการจับจ่ายของต่างชาติยังคงมีส่วนสำคัญต่อเศรษฐกิจไทย อาจจะต้องมีการเปิดประเทศให้กว้างขึ้น ภายใต้มาตรการการควบคุมที่มีประสิทธิภาพ เพื่อที่ให้นักท่องเที่ยวต่างประเทศเดินทางเข้ามาได้ แม้ว่าในช่วงนี้จะมีคนไทยเดินทางท่องเที่ยวและช้อปปิ้งในไทยมากขึ้น แต่ก็คงจะมาทดแทนกับกำลังซื้อจากคนต่างชาติที่มาไทยมากถึง 30 ล้านคนต่อปีไม่ได้แน่นอน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางสาววรลักษณ์ ยังกล่าวอีกว่า ไตรมาสสุดท้ายปีนี้บริษัทฯ ใช้งบการตลาดรวม 250 ล้านบาท จัด 2 แคมเปญใหญ่ &amp;ldquo;HAPPIER TOGETHER 2021&amp;rdquo; จัดที่ ห้างสรรพสินค้าเดอะมอลล์ ทุกสาขา, เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ งามวงศ์วาน, เอ็มโพเรียม, เอ็มควอเทียร์ และพารากอน ดีพาร์ทเม้นท์สโตร์ และ&amp;ldquo;THE MALL JOY OF GIVING HAPPY FACTORY&amp;rdquo; จัดที่ ศูนย์การค้าเดอะมอลล์ ช้อปปิ้งเซ็นเตอร์ ทุกสาขา วันที่ 30 พ.ย. 63 &amp;ndash; 6 ม.ค. 64 &amp;nbsp;อัดโปรโมชั่นทั้งส่วนลด, ของรางวัลพิเศษ รวมมูลค่ากว่า &amp;nbsp;100 ล้านบาท และกิจกรรมอีกมากมาย และปีนี้พิเศษรถยนต์ TOYOTA MAJESTY มูลค่า 1,914,000 บาท จำนวน 1 คัน มอบให้ลูกค้าที่ช้อปภายใน &amp;nbsp; &amp;nbsp;ห้างฯและศูนย์ฯครบทุก 1,000 บาท ร่วมลุ้นรับ โดยคาดว่าทั้งปีนี้จะมียอดขายรวมทั้งกลุ่ม 50,000 ล้านบาท น้อยกว่าปีที่แล้วที่ทำได้ประมาณ 52,000 ล้านบาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/84960</URL_LINK>
                <HASHTAG>ช้อปดีมีคืน, บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201125/image_big_5fbdd3ee9ccf6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>65907</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/05/2020 13:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/05/2020 13:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เจ้าแม่เดอะมอลล์ตอบจดหมายนายกฯเสนอมาตรการสร้างรายได้ฟื้นฟูเศรษฐกิจ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 พ.ค.63- ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางสาวศุภลักษณ์ อัมพุช ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด หนึ่งใน 20 มหาเศรษฐี ที่ นายกรัฐมนตรี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้มีหนังสือขอความร่วมมือระดับชาติ เพื่อเอาชนะโควิด-19 ไปด้วยกันทั้งประเทศ ได้มีหนังสือตอบกลับนายกฯ นำเสนอแนวทางการสนับสนุนช่วยเหลือสังคมและกลยุทธ์การฟื้นฟูพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมอย่างยั่งยืน โดยหนึ่งในเนื้อหาของหนัศุงสือดังกล่าวระบุว่า

จากวิกฤตการณ์โควิด-19 ที่เกิดขึ้น ได้ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงทั้งทางด้านมนุษยชาติ (Humanity) และผลกระทบทางด้านเศรษฐกิจ (Global Economic Recession) ประเทศต่าง ๆ ทุกประเทศ ทั้งใน เอเชีย ยุโรป อเมริกา และทุกภูมิภาคทั่วโลกจะต้องดำเนินการเยียวยา ฟื้นฟู และพัฒนาทั้งทางด้านเศรษฐกิจและสังคม ปัญหาที่ตามมาจะทำให้เกิดการแข่งขันทางด้านเศรษฐกิจอย่างรุนแรง กำลังการใช้จ่าย Spending Power ของทุกประเทศ จะลดลง เงินทุนและกองทุนสำรองของแต่ละประเทศจะลดลง คนจะตกงานมากขึ้นทั่วโลก โดยเฉพาะในประเทศ ที่ไม่สามารถควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ได้

สิ่งที่เดอะมอลล์ กรุ๊ปใคร่ขอนำเสนอ คงไม่สามารถประเมินค่าเป็นตัวเงิน แต่เป็นวิสัยทัศน์ และแนวกลยุทธ์ ยุทธศาสตร์ของประเทศไทยในการฟื้นฟู และพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศไทยที่ทั้งทางภาคเอกชนทุกภาคส่วน และภาครัฐบาลทุกหน่วยงานจะต้องมุ่งมั่น และมีเป้าหมายร่วมกัน ต้องฟันฝ่าอุปสรรค และนำพาประเทศไทยให้รอดพ้นจากวิกฤตการณ์ในครั้งนี้ ประเทศไทยเราได้ชัยชนะจากการระงับการแพร่ระบาดของโควิด-19 ได้จนเป็นอันดับ 1 ของโลกด้วยความมุ่งมั่นทุ่มเทของรัฐบาล และความร่วมมือร่วมใจสนับสนุนจากประชาชนคนไทยทุกคน ด้วยความกล้าหาญเสียสละ ความเก่งกล้าของบุคลากรทางการแพทย์ และพยาบาล จนประสบความสำเร็จ และนำมาซึ่งความปลื้มปิติของคนไทยทั้งประเทศ

สำหรับยุทธศาสตร์ของการสร้างคุณภาพชีวิตของคนไทย การสร้างงานสร้างอาชีพ การสร้างรายได้ให้กับประชาชนและประเทศไทยภายใต้บรรทัดฐานใหม่ New Normal สำหรับคนทุกภาคส่วน ตั้งแต่ แรงงานขั้นพื้นฐาน เกษตรกร SME Entrepreneur White Collar เจ้าของธุรกิจ จนถึงองค์กรขนาดใหญ่ ภายใต้กลยุทธ์ที่ทั้งภาครัฐและเอกชนต้องให้ความสำคัญ คือ 3 หัวข้อหลัก


1. Globalization ทำให้ประเทศไทยเป็นอันดับ 1 ของ South East Asia


2. Digitalization การนำเอาเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาใช้สำหรับ New Normal ทั้งในแง่การทำธุรกิจ และการ ใช้ชีวิตในโลกยุคใหม่


3. Tourism เป็น Spearhead หัวหอกหลักที่จะนำประเทศไทยในการฟื้นฟูเศรษฐกิจได้เร็วที่สุด และมีผลต่อเนื่อง Value Chain ไปยังธุรกิจอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องอีกมากมาย และเป็นส่วนที่ประเทศไทยสามารถใช้เป็นจุดแข็ง ในฐานะที่ประเทศไทยเป็น Tourist Destination of the World โดยเฉพาะกรุงเทพมหานครที่เป็น World Number 1 Tourist Destination ติดต่อกันถึง 4 ปี อีกทั้งภูเก็ตและพัทยาติดอันดับ Top 10 Tourist Destination in Asia


พร้อมกันนี้ เดอะมอลล์กรุ๊ป ใคร่ขอเสนอ 10 แผนแม่บท 10 แผนยุทธศาสตร์ที่จะขอให้ทั้งทางภาครัฐบาลและภาค เอกชนร่วมมือกัน มี Commitment ร่วมกัน เพื่อยังผลให้โครงการเหล่านี้ประสบความสำเร็จยิ่ง

1. THAILAND AS A WORLD CLASS SHOPPING PARADISE ประเทศไทยเป็นสวรรค์ของการช้อปปิ้งระดับโลก

2. THAILAND AS A WORLD FOOD DESTINATION ประเทศไทยเป็นศูนย์รวมอาหารของโลก

3. THAILAND AS A HUB OF WORLD CLASS ENTERTAINMENT AND ATTRACTIONS IN SEA ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางความบันเทิงและแหล่งดึงดูดนักท่องเที่ยวในภูมิภาคเอเชียอาคเนย์

4. THAILAND AS A HUB OF MICE MARKET IN SEA ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการประชุมสัมมนาและ จัดแสดงสินค้าระดับโลกในภูมิภาคเอเชียอาคเนย์

5. THAILAND AS A CULTURAL AND ART CENTER OF ASIA ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางแห่ง ศิลปวัฒนธรรมในภูมิภาคเอเชีย

6. THAILAND AS A WORLD CLASS CENTER OF FESTIVAL, LEISURE &amp;amp; FUN ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการจัดเทศกาลแห่งความสุขและสนุกสนานระดับโลก

7. THE GULF OF THAILAND AND THE ANDAMAN SEA TO BECOME THE RIVIERA OF THE EAST AND CRUISE LINE PLAYGROUND อ่าวไทยและคาบสมุทรอันดามัน เสมือนเป็นริเวียร่าแห่งโลกตะวันออกและเส้นทางเดินเรือสำราญที่สำคัญของเอเชีย

8. THAILAND AS A MEDICAL HUB FOR HEALTH, WELLNESS &amp;amp; SPA RESORT IN ASIA ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางด้านการแพทย์ สุขภาพ ความงาม และสปา ในภูมิภาคเอเชีย

9. THAILAND AS THE ENTREPRENEUR, SME &amp;amp; STARTUP HUB OF SEA FOR O2O SEAMLESS EXPERIENCE ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางของภูมิภาคเอเชียอาคเนย์ในการส่งเสริมพัฒนาธุรกิจระหว่างออนไลน์และออฟไลน์ สำหรับ ผู้ประกอบการ เอสเอ็มอี และ สตาร์ทอัพ

10. THAILAND AS A CENTER OF ECOTOURISM AND ENVIRONMENTAL SUSTAINABILITY ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

นางสาวศุภลักษณ์ ยังระบุอีกว่า บริษัทเดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด มีความเชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งว่า ด้วยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐและภาคเอกชนอย่างจริงใจและจริงจัง ภายใต้กลยุทธ์และแผนยุทธศาสตร์ทั้ง 10 ข้อนี้ จะทำให้ประเทศไทยประสบความสำเร็จ นำมาซึ่งการสร้างคุณภาพชีวิตของคนไทย สร้างงาน สร้างอาชีพ เพิ่มให้กับประชาชนหลายล้านคน คาดว่าจะสร้างรายได้และทำรายได้เพิ่มขึ้นให้แก่ประเทศกว่า 100,000 ล้านบาท ยังผลให้ประเทศไทยฟื้นฟูและยืนหยัดด้วยความมั่นคงทางเศรษฐกิจและสังคมอย่างยั่งยืน


&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/65907</URL_LINK>
                <HASHTAG>20 มหาเศรษฐีไทย, บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป, ศุภลักษณ์ อัมพุช</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200514/image_big_5ebce0b312c03.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>65731</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/05/2020 16:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/05/2020 16:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เดอะมอลล์ กรุ๊ป&#039;เข้ม100มาตราการช้อปปิ้งปลอดภัย ลูกค้าต้องลงทะเบียนก่อนเข้าห้าง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เดอะมอลล์ กรุ๊ป เผยค้าปลีกระทบหนักทั่วโลก เตรียมเข็น 100 มาตรการเข้มพร้อมรับปลดล็อกดาวน์ เผยอำนาจการซื้อยังไม่ฟื้น คาดคนเข้าใช้บริการช่วงแรกอาจลดลง 30-40% หลังจากภาครัฐเตรียมมาตรการผ่อนปรนระยะ 2 ก็ทำให้ธุรกิจค้าปลีกจากหลายค่าย ได้เริ่มออกมาประกาศมาตรการต่างๆ เพื่อสร้างความมั่นใจแก่ผู้เข้าใช้บริการ โดยเฉพาะเรื่องความปลอดภัยที่ดูเหมือนว่าผู้บริโภคจะต้องการมาเป็นลำดับต้นๆ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ค้าปลีกกระทบหนักทั่วโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเกรียงศักดิ์ ตันติพิภพ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ดิ เอ็มโพเรี่ยม กรุ๊ป และกรรมการบริหาร บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด เปิดเผยว่า ในช่วงที่ผ่านมาศูนย์การค้าและห้างสรรพสินค้าในกลุ่มเดอะมอลล์ ยอมรับว่าได้รับผลกระทบจากการปิดบริการชั่วคราวตั้งแต่วันที่ 22 มีนาคม คาดการณ์ว่าภาพรวมค้าปลีกในประเทศไทย จากข้อมูลของศูนย์ ECONOMIC INTELLIGENCE CENTER (EIC) ธนาคารไทยพาณิชย์ ระบุว่าในปี 2563 จะหดตัวราว 14% หรือคิดเป็นเม็ดเงินที่หายไปราว 5 แสนล้านบาท จากมูลค่าตลาดค้าปลีกปี 2562 ที่อยู่ราว 3.5 ล้านล้านบาท &amp;nbsp;โดยมีปัจจัยลบที่เกิดจากจำนวนนักท่องเที่ยวที่หดตัวลง, กำลังซื้อที่ลดลง และสต๊อกสินค้าที่ขาดแคลน อาทิ สินค้านำเข้าจากจีน และกำลังการผลิตที่หดตัวลง เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกันในช่วงการระบาดของโควิด-19 ธุรกิจค้าปลีกเป็นหนึ่งในธุรกิจที่ได้รับผลกระทบโดยตรง จนถึงปัจจุบันธุรกิจค้าปลีกมีการชะลอตัวทั่วโลก โดยเฉพาะในยุโรปและอเมริกาที่มีการระบาดอย่างหนักของโรคโควิด-19 &amp;nbsp;โดยสหภาพยุโรปคาดว่าอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจปี 2563 จะติดลบที่ 1.1% จากเดิมคาดว่าจะขยายตัว 1.4% ในขณะที่ยอดค้าปลีกในสหรัฐอเมริกาและจีน ในช่วงเดือน ม.ค.-ก.พ. ที่ผ่านมา ลดลงอย่างต่อเนื่องกว่า 20-25%&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขนาดพื้นที่ขายลดลงเหลือ50%&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับหนึ่งในมาตรการของบริษัทคือการลดความแออัดด้วยการจำกัดจำนวนคนในพื้นที่ 1 คนต่อ 5 ตารางเมตร ทำให้ขนาดของพื้นที่ขายจะลดน้อยลงเหลือ 50% หรือหากสามารถบริหารได้ดีขึ้นก็อาจจะหายไปประมาณ 30% โดยเปิดให้บริการชั่วคราวยังส่งผลให้ผู้ประกอบการต่างๆ ต้องหยุดการดำเนินธุรกิจ และไม่สามารถมีรายได้ บริษัทมองว่าอยากให้รัฐบาลมีมาตรการช่วยเหลือในส่วนนี้ เนื่องจากการปิดให้บริการที่ผ่านมาอาจทำให้ร้านค้าบางรายไม่มีเงินทุนหมุนเวียน โดยเฉพาะกลุ่มผู้ประกอบการเอสเอ็มอี มองว่าหากไม่มีการช่วยเหลือเลย อาจทำให้เกิดวิกฤติทางเศรษฐกิจที่มากกว่านี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คาดการณ์ผู้บริโภคกำลังซื้อแผ่ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางสาววรลักษณ์ ตุลาภรณ์ ผู้บริหารสูงสุดฝ่ายการตลาด บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด กล่าวว่า หากสามารถกลับมาเปิดให้บริการศูนย์การค้าและห้างสรรสินค้าได้อีกครั้ง มองว่าลูกค้าจะยังไม่กลับมาเป็นปกติ หรือในช่วงแรกอาจจะหายไป 30-40% เมื่อเทียบกับช่วงปกติ เนื่องจากต้องการรอดูสถานการณ์ให้แน่ชัดก่อน โดยมองว่าลูกค้าจะมีพฤติกรรมที่แตกต่างกันอยู่ 2 กลุ่ม คือ 1. ผู้ที่ต้องการกลับมาเดินห้างฯ อีกครั้ง 2. ไม่เดือนร้อนหากต้องรอก่อน แต่สิ่งสำคัญคือแม้จะมีลูกค้าอยากเข้ามาใช้บริการ แต่การใช้จ่ายหรือกำลังซื้อจะไม่เท่าเดิม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนมาตรการต่างที่บริษัทได้เตรียมความพร้อมให้สอดรับกับสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้นให้ได้มากที่สุด ควบคู่กับการเตรียมความพร้อมแบบรัดกุม เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนและภาครัฐว่าห้างสรรพสินค้าและศูนย์การค้าในกลุ่มเดอะมอลล์ กรุ๊ป ทุกสาขา มีความสะอาดและปลอดภัยนั้น จะผ่าน 5 มาตรการหลัก 34 มาตรการย่อยสำหรับลูกค้า และ 6 มาตรการเสริม 66 มาตรการย่อย สำหรับ 5 กลุ่มธุรกิจ รวม 100 มาตรการ ไม่ว่าจะเป็นบริการไร้การสัมผัส &amp;nbsp;บริการช้อปปิ้งแบบไร้เงินสด รวมถึงการลงทะเบียนก่อนเข้าพื้นที่ศูนย์การค้าและห้างสรรพสินค้า เพื่อป้องกันและเฝ้าระวังในด้านความปลอดภัยทุกคนที่จะเข้าใช้บริการอีกด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เปิดมาตรการความปลอดภัยสู้โควิด-19&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;bull;TOUCHLESS FACILITIES หรือบริการไร้การสัมผัส โดยเดอะมอลล์ พร้อมให้บริการ เพื่ออำนวยความสะดวกด้วยมิติใหม่ของบริการแบบไร้การสัมผัส อาทิ TOUCHLESS PARKING การสแกนเพื่อจอดรถผ่านแอพลิเคชั่นแบบไม่ต้องรับบัตร, WORRY-FREE WAITING AREAในห้างสรรพสินค้า, บริการกดลิฟท์ทุกตัวให้กับลูกค้าโดยลูกค้าไม่ต้องสัมผัสลิฟท์เอง, จัดพนักงานบริการเปิด &amp;ndash; ปิดประตูศูนย์การค้าและห้างสรรพสินค้า ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;bull;บริการช้อปปิ้งแบบไร้เงินสด หรือ TOUCHLESS PAYMENT รณรงค์ให้ลูกค้าเปลี่ยนเป็นการใช้จ่ายแบบออนไลน์แทน เพื่อเป็นอีกทางเลือกหนึ่งในสภาวะที่ผู้คนนั้นมีความระมัดระวังมากขึ้นในการสัมผัสสิ่งของต่าง ๆ &amp;nbsp;โดยการชำระเงินแบบไร้สัมผัสนี้จะใช้เทคโนโลยีแบบไร้สายในพิกัดสั้นเพื่อทำการชำระเงินอย่างปลอดภัย ผ่านหลายช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ ได้แก่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ลงทะเขียนเข้า-ออกในการใช้บริการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ยังให้ความสำคัญกับมาตรการคัดกรองเข้มงวด โดยการลงทะเบียนก่อนเข้าพื้นที่ศูนย์การค้าและห้างสรรพสินค้า &amp;nbsp;ลูกค้าทุกคนจะมีการ (CHECK IN-OUT) เพื่อป้องกันและเฝ้าระวังในด้านความปลอดภัยทุกคนที่จะเข้าใช้บริการทั้งหมด ต้องลงทะเบียนและให้ข้อมูลส่วนตัวซึ่งเปรียบเสมือนประตูด่านแรกที่สำคัญในการคัดกรองในเบื้องต้นและสามารถติดตามได้ในกรณีที่มีความจำเป็น โดยลูกค้าผู้ลงทะเบียนมีทางเลือก 3 ช่องทาง ได้แก่ &amp;nbsp;1. ผ่านแอปพลิเคชัน M CARD &amp;nbsp;2.ผ่าน QR CODE หรือ LINE @THE MALL GROUP &amp;nbsp;3.ลงทะเบียน ยื่นบัตรประชาชน พร้อมให้ข้อมูลที่จำเป็นกับเจ้าหน้าที่ อาทิ ชื่อและเบอร์ติดต่อ หรือที่พักใน PASSPORT ในกรณีที่เป็นชาวต่างชาติ
อย่างไรก็ดี เดอะมอลล์ กรุ๊ป ยังมีมาตรการเฝ้าระวังติดตามรัดกุมยิ่งขึ้นด้วยขั้นตอนการเฝ้าระวังและติดตาม คือ พนักงานทุกคน รวมถึง พนักงานร้านค้า และพนักงานคู่ค้า ต้องมีบันทึกข้อมูลประวัติสุขภาพ รวมถึง ลูกค้าและผู้เข้ามาใช้บริการทุกคน ต้องลงทะเบียนและให้ข้อมูลที่จำเป็นก่อนเข้าห้างฯ และ ศูนย์ฯ ทุกครั้ง เพื่อจะสามารถ มีข้อมูลและติดตามได้ในกรณีที่มีความจำเป็นอีกด้วย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/65731</URL_LINK>
                <HASHTAG>บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป, เปิดห้าง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200512/image_big_5eba690851e63.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>60465</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/03/2020 20:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/03/2020 20:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เดอะมอลล์ , ดิ เอ็มโพเรี่ยม, ดิ เอ็มควอเทียร์ และพารากอน ดีพาร์ทเม้นท์สโตร์  ปิดให้บริการชั่วคราว แต่ กูร์เมต์ มาร์เก็ต , ฟู้ดฮอลล์, ฟู้ดคอร์ท เปิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สืบเนื่องจากประกาศกรุงเทพมหานคร (ฉบับที่ 2) เรื่องสั่งปิดสถานที่เป็นการชั่วคราว ลงวันที่ 21 มีนาคม 2563 เพื่อลดการแพร่ระบาดของโรคไวรัสโควิด-19 &amp;nbsp;ในวงกว้าง โดยกำหนดให้ปิดสถานที่ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร รวมทั้งห้างสรรพสินค้า เป็นการชั่วคราว ตั้งแต่วันที่ 22 มีนาคม จนถึง 12 เมษายน 2563 ยกเว้นซุปเปอร์มาร์เก็ต ร้านขายยา สินค้าเบ็ดเตล็ดที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต ร้านอาหาร (ให้เปิดเฉพาะการจำหน่ายอาหารเพื่อนำกลับไปบริโภค) นั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในการนี้ ศูนย์การค้าและห้างสรรพสินค้าในกลุ่มเดอะมอลล์ อันประกอบด้วยเดอะมอลล์ ทุกสาขา (ยกเว้นนครราชสีมา), ดิ เอ็มโพเรี่ยม, ดิ เอ็มควอเทียร์ และพารากอน ดีพาร์ทเม้นท์สโตร์ พร้อมให้ความร่วมมือและร่วมรับผิดชอบต่อสังคม โดยยินดีปฏิบัติตามมาตรการความปลอดภัยด้านสาธารณสุขดังกล่าว โดยจะปิดให้บริการเป็นการชั่วคราว ตั้งแต่วันที่ 22 มีนาคม 2563 จนถึง 12 เมษายน 2563 ยกเว้นพื้นที่และบริการดังต่อไปนี้ยังให้การตามปกติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;1)&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กูร์เมต์ มาร์เก็ต ทุกสาขา ยกเว้นสาขา I&amp;rsquo;m China Town
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;2)&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เทคโฮม ฟู้ดฮอลล์ ฟู้ดคอร์ท &amp;nbsp;(เฉพาะซื้อกลับไปบริโภคที่บ้านเท่านั้น)
ยกเว้น กูร์เมต์ อีท ชั้น 6 สาขาเดอะมอลล์ งามวงศ์วาน ปิดให้บริการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;3)&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ร้านขายยา รวมทั้งร้าน Boots และ Watson
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;4)&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ร้านอาหาร (เฉพาะซื้อกลับไปบริโภคที่บ้านเท่านั้น)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;5)&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สินค้าเพื่อความจำเป็นในการดำรงชีพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด ขอเรียนยืนยันว่าได้ดำเนินการตามมาตรการความปลอดภัยและสุขอนามัยเชิงรุกอย่างเคร่งครัดตามนโยบายของกระทรวงสาธารณสุข เพื่อความปลอดภัยของลูกค้าเป็นสำคัญ และในขณะนี้มีความพร้อมในการบริการสินค้าอุปโภคบริโภค และสินค้าจำเป็นต่อการดำรงชีพ เพื่อบริการลูกค้าอย่างเพียงพอและต่อเนื่อง อีกทั้งยังพร้อมยืนหยัดเคียงข้างพี่น้องประชาชนและสังคมไทยเพื่อฝ่าฟันสถานการณ์นี้ไปด้วยกันอย่างดีที่สุด
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/60465</URL_LINK>
                <HASHTAG>#โควิด-19, บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป, ปิดบริการ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200321/image_big_5e761776f2efc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
