<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>104822</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/05/2021 18:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/05/2021 18:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผู้บริหาร ‘เดอะมอลล์’ ชี้วัคซีนคือตัวแปรสำคัญในการกระตุ้นจับจ่าย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;31 พ.ค.2564 นางสาวศุภลักษณ์&amp;nbsp;&amp;nbsp;อัมพุช&amp;nbsp;&amp;nbsp;ประธานกรรมการบริหาร&amp;nbsp;&amp;nbsp;บริษัท&amp;nbsp;&amp;nbsp;เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;เปิดเผยว่า ภาพรวมกำลังซื้อของปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ต้องบอกว่าความมั่นใจและกำลังใจจะสามารสร้างอารมณ์การจับจ่ายได้ โดยเฉพาะเรื่องของการเข้ามาของวัคซีน ควบคู่ไปกับความรวดเร็วในการช่วยเหลือของธนาคารทางด้านเงินกู้ต่างๆ ส่วนตัวมองว่าแม้ในช่วงเดือนมิถุนายน&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;อาจจะเข้ามาไม่เต็มที่ แต่คาดการณ์ว่าในเดือนกรกฎาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;จะมีวัคซีนทยอยเข้ามามากขึ้น แน่นอนว่าในขณะนี้ประชาชนคงต้องป้อกันตัวเองจากการแพร่ระบาดด้วยวีการต่างๆ อย่างเคร่งครัด เชื่อว่าทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องมีการทำงานกันอย่างหนักแล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;&amp;nbsp;เรื่องของวัคซีนจะเสริมเรื่องความมั่นใจเป็นอย่างมาก เพราะจะทำให้สร้างอารมณ์การจับจ่าย หากชะงักไม่มีอารมณ์จับจ่ายก็คงจะไม่เป็นเรื่องที่ดีนัก ต้องยอมรับว่าที่ผ่านมามีธุรกิจอย่างลักซ์ชัวรีโปรดักส์เติบโตอยู่ เนื่องจากผู้คนระดับบนมีกำลังซื้อสูง ไม่ได้เดินทางไปต่างประเทศ แต่สำหรับระดับกลางจนล่างลงไปนั้นอาจจะลำบาก เพราะการทำงานที่บ้าน หรือปัจจัยอื่นๆ อาจจะทำให้รายรับน้อยลง และจะประหยัดมากขึ้น ในธุรกิจร้านอาหารเองพนักงานก็ยังต้องเสี่ยงมาทำงานเพื่อจะได้มีเงินใช้จ่าย จะเห็นได้ว่าการฉีดวัคซีนเป็นเรื่องใหญ่ หากวัคซีนประกาศชัดเจนว่าจะเข้ามาช่วงไหน ก็จะสร้างมีความหวัง และหากโมเดล&amp;nbsp;Phuket Sandbox&amp;nbsp;เกิดขึ้นจริง ยิ่งจะสร้างความมั่นใจและอารมณ์การจับจ่ายยิ่งขึ้น&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ขณะเดียวกันในฐานะองค์กรเอกชนของคนไทยได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการฝ่าวิกฤตโควิด-19&amp;nbsp;&amp;nbsp;ด้วยมาตรการความช่วยเหลือในทุกมิติอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;&amp;nbsp;นับแต่การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19 ตั้งแต่ปี 2563 เป็นต้นมา&amp;nbsp;&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;&amp;nbsp;4 มาตรการ&amp;nbsp;&amp;nbsp;คือ มาตรการรณรงค์ฉีดวัคซีน เพื่อชาติ,&amp;nbsp;มาตรการบริจาค ฟันฝ่าวิกฤตการณ์โควิด-19,&amp;nbsp;มาตรการสนับสนุนเอสเอ็มอี&amp;nbsp;และเกษตรกรไทย&amp;nbsp;และมาตรการประสานพลังเพื่อคู่ค้า เดินหน้าฟื้นฟูธุรกิจ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับในช่วงที่ผ่านมาบริษัทฯ&amp;nbsp;ได้ผนึกความร่วมมือเอกชนทุกภาคส่วน&amp;nbsp;&amp;nbsp;สนับสนุนภาครัฐเพื่อให้การฉีดวัคซีนโควิด-19&amp;nbsp;&amp;nbsp;เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมและเร่งด่วน&amp;nbsp;&amp;nbsp;เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจและก้าวข้ามวิกฤติโควิด-19&amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยการสนับสนุนการดำเนินงานของภาครัฐ ในการจัดตั้งหน่วยความร่วมมือบริการฉีดวัคซีนโควิด-19&amp;nbsp;&amp;nbsp;ด้วยงบประมาณกว่า 200 ล้านบาท สนับสนุนพื้นที่&amp;nbsp;&amp;nbsp;6 สาขา จะดำเนินการระหว่างเดือนพฤษภาคม-ธันวาคม 2564&amp;nbsp;&amp;nbsp;คาดว่าจะบริการฉีดวัคซีนได้วันละ 2,000&amp;nbsp;&amp;ndash;&amp;nbsp;5,000 คน / สาขา รวมทุกสาขา 12,000 คน / วัน หรือ 400,000 คน / เดือน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางสาวศุภลักษณ์&amp;nbsp;&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;เดอะมอลล์ กรุ๊ป ขานรับนโยบายธนาคารแห่งประเทศไทย ผนึกกำลังภาครัฐและภาคเอกชน ร่วมกับสถาบันการเงินชั้นนำ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารไทยพาณิชย์ ธนาคารกสิกรไทย ธนาคารกรุงศรีอยุธยา และธนาคารออมสิน ร่วมเป็นพันธมิตรเพื่อสนับสนุนสินเชื่อฟื้นฟูซอฟต์โลน และเพิ่มศักยภาพให้ผู้ประกอบการ ร้านค้า ซัพพลายเออร์ ผู้ประกอบการรายย่อย กว่า 6,000 ราย&amp;nbsp;&amp;nbsp;ได้เข้าถึงสินเชื่อฟื้นฟู&amp;nbsp;&amp;nbsp;เพื่อเสริมสภาพคล่องทางการเงิน แบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายและรักษาการจ้าง มีความตั้งใจที่จะดูแลช่วยเหลือคู่ค้า ผู้ประกอบการ รวมกว่า 6,000 ราย&amp;nbsp;&amp;nbsp;พร้อมเดินหน้าเป็นตัวกลางในการประสานระหว่างทุกกลุ่ม กับธนาคารพาณิชย์ชั้นนำทั้ง 6 แห่ง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/104822</URL_LINK>
                <HASHTAG>บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด, ภาพรวมกำลังซื้อ, วัคซีน, ศุภลักษณ์  อัมพุช</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210531/image_big_60b4cc51508ac.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>69543</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/06/2020 09:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/06/2020 09:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เดอะมอลล์-สยามพิวรรธน์ จัดหนัก! ผนึกกำลังอัดแคมเปญ 11 ศูนย์การค้า ขนทัพลดสูงสุด 90%</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 มิ.ย.2563 นางสาววรลักษณ์ ตุลาภรณ์ ผู้บริหารสูงสุดฝ่ายการตลาด บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด เปิดเผยว่าบริษัทได้ร่วมมือกับสยามพิวรรธน์ เพื่อเตรียมจัดแคมเปญ &amp;ldquo;กรุงเทพมหานครฯ Shopping Festival&amp;rdquo; มหานครออนเซลภายใต้งบประมาณกว่า 180 ล้านบาทระหว่างวันที่ 26 มิถุนายน &amp;ndash; 2 สิงหาคม 2563 ซึ่งจะจัดขึ้นในเดอะมอลล์ ทุกสาขา, ดิ เอ็มโพเรียม, ดิ เอ็มควอเทียร์, สยามพารากอน, สยามเซ็นเตอร์ และสยามดิสคัฟเวอรี่ &amp;nbsp;เพื่อเป็นการกระตุ้นการใช้จ่ายและช่วยเหลือผู้ประกอบการทางหนึ่ง หลังจากภาครัฐได้มีการผ่อนปรนมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้ผู้บริโภคเริ่มมีความมั่นใจและกลับมาใช้จ่ายในห้างสรรพสินค้าและศูนย์การค้าอีกครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับแนวทางในการดำเนินงานแคมเปญดังกล่าว จะครอบคลุมทั้งสิ้น 11 ศูนย์การค้าที่อยู่ในเครือของเดอะมอลล์และสยามพิวรรธน์ นำสินค้ามกากว่า 100,000 รายการ จากผู้ประกอบการมาลดราคาสูงสุด 90% เพื่อช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจไทยและกำลังซื้อ โดยเฉพาะกลุ่มคนไทยที่ไม่สามารถเดินทางไปต่างประเทศได้ ที่จะหันมาช้อปปิ้งในเมืองไทยกันมากขึ้น ตั้งเป้าหมายสร้างเงินสะพัดตลอดการจัดแคมเปญดังกล่าวประมาณ 4,000 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ในช่วงที่ผ่านมาต้องยอมรับว่าบางสาขาของกลุ่มเดอะมอลล์มีนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาจากต่างประเทศค่อนข้างมาก แต่ในตอนนี้กลุ่มดังกล่าวหายไป มองว่าแคมเปญที่กำลังจะจัดขึ้น นอกจากจะช่วยดึงกำลังซื้อจากคนไทยแล้วยังมีกลุ่มต่างชาติที่พำนักอยู่ในเมืองไทยด้วย แม้จะเป็นยอดที่ไม่ได้มากเทียบกับเท่ากับนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยเฉพาะชาวจีนซึ่งมีการซื้อในแต่ละครั้งค่อนข้างสูง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางมยุรี ชัยพรหมประสิทธิ์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส สายงานส่งเสริมการตลาด บริษัท สยามพิวรรธน์ จํากัด กล่าวว่า บริษัทอยากเสนอให้รัฐบาลกลับมาเปิดน่านฟ้าหรือสายการบินระหว่างประเทศในกลุ่มซีแอลเอ็มวี แต่ต้องอยู่ในภายใต้มาตรการที่รัดกุม เพื่อทำให้นักท่องเที่ยวกลุ่มดังกล่าวมาจับจ่ายในไทย สร้างเม็ดเงินทางเศรษฐกิจ โดยที่ผ่านมานั้นกลุ่มซีแอลเอ็มวีเป็นประเทศที่พบผู้ติดเชื้อโควิด-19 ค่อนข้างน้อย และมีกำลังซื้อมากเป็นสัดส่วน 30% ของจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งหมดในกลุ่มสยามพิวรรธน์ ซึ่งมักเดินทางเข้ามาในไทยช่วงวันหยุดเสาร์อาทิตย์และใช้จ่ายเงินครอบครัวละประมาณ 100,000 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม การโปรโมทกิจกรรมท่องเที่ยวในกรุงเทพฯ จะเป็นอีกหนึ่งทางในการดึงการจับจ่ายของผู้ที่มีกำลังซื้อสูงจากต่างจัดหวัดเข้ามา เนื่องจากสินค้าบางอย่างไม่มีจำหน่ายในต่างจังหวัด ขณะเดียวกันมาตรการของภาครัฐที่ผ่านมาส่วนใหญ่กระตุ้นให้คนกรุงเทพฯไหลออกต่างจังหวัดมากกว่า ซึ่งที่ผ่านมาจากการที่นักเดินทางต่างชาติไม่สามารถเดินทางเข้ามาได้นั้น ทำให้ปัจจุบันศูนย์การค้ากรุงเทพฯส่วนใหญ่ได้รับผลกระทบเช่นเดียวกัน &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/69543</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรุงเทพมหานครฯ Shopping Festival, บริษัท สยามพิวรรธน์ จํากัด, บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด, วันสยาม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200624/image_big_5ef2bf30217fa.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
