<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>6926</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/04/2018 14:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/04/2018 14:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อาคม เผยไม่มีคำสั่งชะลอรับเมล์เอ็นจีวี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;อาคม&amp;rdquo;ยัน ขสมก.ดำเนินการถูกต้อง สั่งดูรายละเอียดเตรียมยื่นอุทธรณ์ภายใน30 วัน พร้อมเดินหน้ารับรถตามสัญญา ยึดถือประโยชน์ของส่วนรวมเป็นหลัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 เม.ย.61-นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คมนาคม เปิดเผยถึงกรณีศาลปกครองกลาง มีคำพิพากษาระะหว่างบริษัท เบสท์ริน กรุ๊ป จำกัด และพวกรวม 4 ราย เป็นผู้ฟ้องคดี กับองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ หรือ ขสมก.เป็นผู้ถูกฟ้องคดี กรณี ขสมก. บอกเลิกสัญญาซื้อ-ขายรถเมล์ NGV จำนวน 489 คัน โดยให้ ขสมก. ชดใช้ค่าเสียหายให้บริษัท เบสท์ริน กรุ๊ป จำกัด, บริษัท อาร์ แอนด์ เอ คอมเมอร์เชียล วิฮีเคิลส์ เอสดีเอ็น บีเอชดี, บริษัท รถยนต์เซินหลง (เซี่ยงไฮ้) จำกัด และบริษัท เทคโนโลยีพลังงานใหม่ เป่ยฟังกวางโจว จำกัด รวมเป็นเงิน 1,159.97 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตรา 7.5% ต่อปีของเงินต้น 1,147.83 ล้านบาท นับถัดจากวันฟ้อง (วันที่ 7 มิถุนายน 2560) ไปจนกว่าจะชำระเสร็จ ว่าจากคำสั่งของปกครองกลางและผู้แถลงคดีนั้น ยังไม่สอดคล้องกัน ทั้งนี้ได้สั่งการให้ ขสมก.ไปหารือกับอัยการสูงสุด เพื่อดูความชัดเจน และวิเคราะห์ของข้อคำสั่งศาล เพื่อยื่นอุทธรณ์ภายใน 30 วัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามขณะที่รถเมล์เอ็นจีวี จำนวน 489 คัน จากกลุ่มทำงาน SCN-CHO นำโดยบริษัท ช.ทวี เป็นผู้จัดหารถ และ ขสมก.ได้นำมาให้บริการไปแล้วตั้งแต่วันที่ 27 มี.ค. ที่ผ่านมา จำนวน 100 คันนั้น ยังคงนำมาให้บริการประชาชนต่อไป และเดินหน้าตามสัญญา พร้อมทยอยรับมอบรถล็อตจนครบ 489 คันตามสัญญาที่ระบุไว้ ขณะนี้ยังไม่มีคำสั่งหยุดรับรถอย่างไรก็ตาม ยืนยันและเชื่อมั่นในกระบวนการของ ขสมก. ที่ดำเนินการไปตามระเบียบที่กำหนดไว้ รวมถึงการยึดถือประโยชน์ของส่วนรวมเป็นหลัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่นายสุรเดช ทวีแสงสกุลไทย กรรมการผู้จัดการใหญ่ และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ช ทวี จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า เบื้องต้นได้หารือกับขสมก. ซึ่งขสมก. ทำดำเนินการยื่นอุทธรณ์ต่อศาล ซึ่งบริษัทจะทำการยื่นอุทธรณ์เช่นกัน โดยจะยื่นภายใน 30 วันตามที่กำหนด ส่วนรถส่งมอบให้แก่ขสมก.จะยังดำเนินการตามปกติ ส่วนรถล็อตที่เหลือบริษัทจะยังเดินหน้าการผลิตต่อไป พร้อมยืนยันว่า จะส่งมอบรถเมล์จนครบ 489 คันตามกรอบเวลาเดิมในเดือนมิถุนายนนี้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/6926</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงคมนาคม, ขสมก., ช.ทวี, บริษัท เบสท์ริน กรุ๊ป, รถเมล์, รถเมล์เอ็นจีวี, รถเมล์ใหม่, อาคม เติมพิทยาไพสิฐ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180411/image_big_5acdb96a20b3f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>6855</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/04/2018 17:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/04/2018 17:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลปกครองสั่งขสมก.จ่ายค่าโง่รถเมล์เอ็นจีวี1,160ล้านบาทให้&#039;เบสท์ริน&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 เม.ย.61- ศาลปกครองออก 2 คำสั่งในคดี รถเมล์เอ็นจีวี ระหว่างขสมก.กับบริษัท เบสท์ริน กรุ๊ป จำกัด ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.คำสั่งเกี่ยวกับวิธีการชั่วคราวก่อนการพิพากษาของศาลปกครองกลาง ในคดีหมายเลขดำที่ 709/2561 ให้ทุเลาการบังคับตามมติของคณะกรรมการบริหารกิจการ ขสมก. (ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2) ในคราวประชุมครั้งที่ 15/2560 เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2560 ที่อนุมัติสั่งซื้อรถยนต์โดยสารปรับอากาศใช้เชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติ (NGV) จำนวน 489 คัน เป็นเงินทั้งสิ้น 1,891,452,000 บาท และที่อนุมัติสั่งจ้างซ่อมแซมและบำรุงรักษารถโดยสารจำนวน 489 คัน เป็นเงินทั้งสิ้น 2,369,388,375 บาท กับกลุ่มร่วมทำงาน SCN-CHO โดยบริษัท ช.ทวี จำกัด (มหาชน) และบริษัทสแกนอินเตอร์ จำกัด (มหาชน) และตามมติของผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 ในคราวประชุมครั้งที่ 16/2560 เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2560 ที่รับรองรายงานการประชุมของผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 ในคราวประชุมครั้งที่ 15/2560 เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2560 โดยมิให้ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสอง (ขสมก.และคณะกรรมการบริหารกิจการ ขสมก. ตามลำดับ) นำมติดังกล่าวไปดำเนินการใดๆ ที่มีผลผูกพันผู้ฟ้องคดีทั้งสองเป็นการชั่วคราวจนกว่าศาลจะมีคำพิพากษาหรือคำสั่งเป็นอย่างอื่น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. คำพิพากษาศาลปกครองกลาง ในคดีหมายเลขดำที่ 502,955/2560 ให้ ขสมก. (ผู้ถูกฟ้องคดี) ชดใช้ค่าเสียหายอันเนื่องจากการไม่ชำระราคารถยนต์โดยสาร พร้อมดอกเบี้ยนับตั้งแต่วันที่ 12 เมษายน 2560 จนถึงวันฟ้อง (วันที่ 7 มิถุนายน 2560) รวมเป็นเงิน 1,048,499,346.44 บาท ค่าเสียหายจากการก่อสร้างศูนย์ซ่อมบำรุงจำนวน 12,092,442 บาท ค่าจ้างซ่อมแซมบำรุงรักษารถยนต์โดยสาร จำนวน 89,830,336.35 บาท และค่าเสียหายจากการคืนหนังสือค้ำประกันล่าช้าเป็นเงินจำนวน 547,427.71 บาท รวมเป็นเงินที่ ขสมก.ต้องชดใช้เป็นจำนวน 1,159,969,552.50 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ให้แก่บริษัท เบสท์ริน กรุ๊ป จำกัด กับพวกรวม 4 ราย ภายใน 60 วัน นับแต่วันที่คดีถึงที่สุด เนื่องจาก ขสมก.เป็นฝ่ายผิดสัญญาซื้อขายและจ้างซ่อมแซมบำรุงรักษารถยนต์โดยสารปรับอากาศใช้เชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติ (NGV) ตามสัญญาเลขที่ ร.50/2559 ลงวันที่ 30 กันยายน 2559.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/6855</URL_LINK>
                <HASHTAG>1160 ล้านบาท, ขสมก., คดีรถเมล์เอ็นจีวี, บริษัท เบสท์ริน กรุ๊ป, ศาลปครอง, เสียค่าโง่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180410/image_big_5acc972f29b48.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
