<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>13525</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/07/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/07/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เทรนด์มาแรงหยุดไม่อยู่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นโยบายการส่งเสริมการใช้พลังงานทดแทนของประเทศไทย ถือว่ามีการพัฒนามาอย่างต่อเนื่องจนเป็นที่ยอมรับในภูมิภาคอาเซียน ทั้งในด้านนโยบายของรัฐ การตื่นตัวของภาคเอกชนไม่ว่าจะเป็นบริษัทผู้ผลิตไฟฟ้าภาคอุตสาหกรรม รวมถึงภาคประชาชนที่ประเมินว่า มีความคุ้มค่าในการติดตั้ง โดยเฉพาะการติดตั้งการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ติดตั้งบนหลังคา (โซลาร์รูฟท็อป) ทำให้การเปิดรับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน ต้องรอจนกว่าจะมีการจัดทำแผนพลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือก (AEDP) ฉบับใหม่แล้วเสร็จ ซึ่งคาดกันว่าจะเป็นช่วงสิ้นปีนี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อย่างไรก็ตาม การผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ติดตั้งบนหลังคาที่อยู่อาศัย หรือโซลาร์รูฟท็อปนั้น แม้ว่ารัฐยังคงไม่มีนโยบายรับซื้อไฟเข้าระบบ แต่การติดตั้งเพื่อผลิตไฟใช้เองก็ได้รับความนิยมมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพราะเทคโนโลยีมีการพัฒนาทำให้ต้นทุนค่าติดตั้งคุ้มทุนมากขึ้นตามลำดับ จึงไม่แปลกที่จะเห็นภาคธุรกิจทุกประเภทและภาคครัวเรือนต่างแห่กันติดตั้งเพื่อลดค่าใช้จ่ายกันแบบถ้วนหน้า&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปัจจุบันโซลาร์รูฟท็อปขนาด 2 กิโลวัตต์ ราคาประมาณ 120,000 บาท ทำให้ผู้ลงทุนที่ไม่ได้รับการสนับสนุนจากมาตรการภาครัฐ ทั้งด้านการรับสิทธิประโยชน์ส่งเสริมการลงทุนจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) &amp;nbsp;หรือมาตรการรับซื้อไฟฟ้าก็สามารถคืนทุนได้ภายใน 7-8 ปี และอีก 17-18 ปี ที่เหลือถือเป็นการใช้ไฟในราคาที่ถูกมาก&amp;nbsp; เนื่องจากแผงโซลาร์เซลล์มีอายุการใช้งาน 25 ปี และค่าไฟฟ้าที่ได้เฉลี่ยไม่ถึง 3 บาทต่อหน่วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่ถ้าผู้ลงทุนรายใดเป็นเจ้าของโรงงานอุตสาหกรรม สามารถนำโครงการโซลาร์รูฟท็อปเข้าไปขอรับการส่งเสริมการลงทุนจากบีโอไอได้ สมมติว่าโครงการมีมูลค่า 10 ล้านบาท&amp;nbsp;&amp;nbsp; หากนำไปเข้าขอรับส่งเสริมในหมวดที่ 7 ว่าด้วยกิจการบริการและสาธารณูปโภคของบีโอไอ ก็จะได้รับการลดหย่อนภาษีครึ่งหนึ่งของมูลค่าโครงการคือประมาณ&amp;nbsp; 5 ล้านบาท ซึ่งสามารถนำไปหักภาษีได้ทันที เท่ากับว่าจ่ายค่าก่อสร้างให้ผู้รับเหมาไปสิบล้านแล้วได้เงินคืนมาห้าล้าน วงเงินลงทุนก็จะลดลงเหลือแค่ 5 ล้าน หรือ 50% ระยะเวลาคืนทุนก็จะลดลงเหลือแค่ 3-4 ปีเท่านั้น...&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ความคุ้มค่าทั้งหมดจึงเป็นเหตุผลให้ภาคธุรกิจโดยเฉพาะกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ หันมาติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปกันมากขึ้นนั่นเอง อาทิ บริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) หรือ SENA ได้แตกไลน์ธุรกิจ ตั้ง บริษัท เสนา โซลาร์ เอนเนอร์ยี่&amp;nbsp; ภายใต้การบริหารของ เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เพื่อดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับพลังงานแสงอาทิตย์แบบครบวงจร ทั้งธุรกิจผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ติดตั้งบนพื้นดิน (โซลาร์ฟาร์ม) โซลาร์รูฟท็อปการให้คำปรึกษาการออกแบบการติดตั้ง ตลอดจนการบริการหลังการขาย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทั้งนี้ บอสใหญ่ของ SENA ถึงกับออกปากทันทีว่า &amp;ldquo;ขณะนี้มีผู้สนใจติดตั้งแผงโซลาร์มากยิ่งขึ้น เพราะมีความคุ้มทุนในการประหยัดพลังงานประกอบกับแผงโซลาร์มีราคาลดลงต่อเนื่อง ซึ่งไม่ใช่เพียงแค่ลูกบ้านในโครงการของเราเท่านั้น แต่รวมทั้งลูกค้าทั่วไปสนใจต้องการติดตั้งเพิ่มด้วยเช่นกัน โดยมีอัตราการเติบโตปีละกว่า 20% และมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อย่างไรก็ตาม กระแสการตื่นตัวในเรื่องการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปมีมากขึ้น ขณะที่ภาครัฐเองที่ผ่านมาโดยคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านพลังงาน ได้มีการวางแนวทางการปฏิรูปพลังงานเอาไว้ ซึ่งหนึ่งในแนวทางการปฏิรูปคือ การการส่งเสริมให้เกิดโซลาร์รูฟท็อปเสรี &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่ก็ดูเหมือนว่ากติกาต่างๆ ที่จะตอบโจทย์ของคำว่าเสรีในเรื่องนี้ จะยังไม่ชัดเจนนักในทางปฏิบัติ ดังนั้นรัฐจำเป็นต้องเตรียมพร้อมในทุกๆ ด้าน เพราะโซลาร์รูฟท็อปถึงรัฐจะไม่เปิดรับซื้อไฟยังไงก็มาแน่!&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; และที่ลืมกันไม่ได้คือ เมื่อถึงเวลาสิ้นอายุการใช้งานของแผงโซลาร์ ก็ต้องมีกระบวนการกำจัดอย่างถูกวิธีเพราะอย่าลืมว่านั่นคือขยะอุตสาหกรรมที่ทำลายสิ่งแวดล้อม!.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;บุญช่วย&amp;nbsp; ค้ายาดี &lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13525</URL_LINK>
                <HASHTAG>SENA, กระจกไร้เงา, บริษัท เสนา โซลาร์ เอนเนอร์ยี่, บริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน), บีโอไอ, บุญช่วย  ค้ายาดี, โซลาร์รูฟท็อป, โรงงานอุตสาหกรรม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180114/5a5b68b2a156d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
