<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>13754</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/07/2018 09:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/07/2018 09:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตร.ขอนแก่นจ่อออกหมายเรียกเจ้าของบริษัทฮ.ตกเข้าให้ปากคำ ยังไม่ตั้งข้อกล่าวหารอผลสอบสวนจากผู้เชี่ยวชาญ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
20ก.ค.61-เมื่อเวลา 08.30 น. ผู้เชี่ยวชาญจากคณะกรรมการสอบสวนอุบัติเหตุของอากาศยานในราชอาณาจักร กระทรวงคมนาคม&amp;nbsp; หรือ AAIC ยังคงลงพื้นที่ตรวจสอบหาสาเหตุของการเปิดอุบัติเหตุเฮลิคอปเตอร์ตก บริเวณกลางทุ่งนา บ.หูลิง ม.2 ต.วังแสง อ.ชนบท จ.ขอนแก่น ต่อเนื่องเป็นวันที่ 3 หลังจากเกิดอุบัติเหตุมาเมื่อวันที่ 18 ก.ค.ที่ผ่านมา จนเป็นเหตุให้นักบินและผู้โดยสารเสียชีวิตทั้งหมด 4 ราย โดยที่เจ้าหน้าที่ยังคงกันพื้นที่ในจุดที่เกิดเหตุทั้งหมดและห้ามไม่ให้ผู้ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าไปในพื้นที่โดยเด็ดขาด ซึ่งในวันนี้เป็นการกำหนดตำแหน่งและชิ้นส่วนของเฮลิคอปเตอร์ที่ตกในภาพรวม และการยิงจีพีเอส หาพิกัดตำแหน่งของชิ้นส่วนต่างตามแนวทางการสอบสวนการเกิดอุบัติเหตุของอากาศยานในราชอาณาจักร ท่ามกลางความสนใจจากประชาชนชาวขอนแก่นที่ยังคงมามุงดูการทำงานของทางเจ้าหน้าที่กันเป็นจำนวนมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ต.พรหมณัฎฐเขต&amp;nbsp; ฮามคำไพ ผบก.ภ.จว.ขอนแก่น กล่าวว่า ได้จัดส่งพนักงานสอบสวนและเจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐานประจำในจุดที่เกิดเหตุ เพื่อประสานการดำเนินงานร่วมกันกับทีมแพทย์และผู้เชี่ยวชาญจากกระทรวงคมนาคม ซึ่งพนักงานสอบสวนจะต้องเก็บรวบรวมพยานหลักฐานและบันทึกภาพสิ่งของหรือเศษชิ้นส่วนของอากาศยานในภาพรวมทั้งหมดตามแนวทางการสืบสวนสอบสวน ทั้งนี้ยังคงไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหากับฝ่ายใดในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเพราะต้อรอผลสรุปสำนวนการสอบสวนจากคณะกรรมการสอบสวนจากกระทรวงคมนาคมที่ขณะนี้ยังคงลงพื้นที่ปฎิบัติงานร่วมกันกับตำรวจอยู่ในขณะนี้เสียก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo; พนักงานสอบสวนจะออกหมายเรียกให้เจ้าของบริษัทที่ใช้อากาศยานลำดังกล่าว ซึ่งยืนยันชัดเจนว่า เป็นของบริษัท เฮลิลักซ์ เอวิเอชั่น จำกัด ซึ่งเป็นเฮลิคอปเตอร์ แบบยูโรคอปเตอร์ รุ่น AS 355 NP หมายเลขทะเบียน HS-PNG โดยเจ้าของบริษัทฯ จะต้องเข้าให้ปากคำและแสดงเอกสารหลักฐานต่างๆเกี่ยวกับการบิน ทั้งช่วงก่อนและหลังเกิดเหตุในภาพรวมทั้งหมด ขณะเดียวกันพนักงานสอบสวนได้ทำการสอบปากคำพยานแวดล้อมและผู้ที่เห็นเหตุการณ์ไปบางส่วนแล้ว โดยขั้นตอนของการสอบสวนเกี่ยวกับอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นจากอากาศยานนั้นต้องเป็นตามขั้นตอนของกฎหมายและกฎการบินสากล รวมทั้งการชดใช้ค่าเสียหายและการให้ความช่วยเกลือในด้านต่างๆ ที่บริษัทฯจะต้องชี้แจงการให้ความช่วยเหลือหรือสิทธิประกันทั้งในส่วนของนักบิน,ผู้โดยสารรวมไปถึงชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าวที่เกิดขึ้นนี้โดยทั้งหมด&amp;rdquo; พล.ต.ต.พรหมณัฎฐเขต กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ขณะที่นายสมศักดิ์&amp;nbsp; จังตระกุล ผวจ.ขอนแก่น กล่าวว่า การตรวจสอบหาสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุของอากาศยานลำดังกล่าวขณะนี้มีความคืบหน้าไปมาก โดยขณะนี้เข้าสู่ขั้นตอนที่ 2 คือการเก็บรวบรวมพยานหลักฐานและสืบสวนหาสาเหตุตามกฎการบินสากล จากนั้นเมื่อผู้เชี่ยวชาญและคณะกรรมการจาก AAIC ที่ลงพื้นที่สืบสวนและสอบสวนอยู่ในขณะนี้มีคำสั่งให้กู้ซากเฮลิคอปเตอร์ลำดังกล่าวเมื่อใด ทีม ปภ.จะประสานงานร่วมกับ อ.ชนบท,ท่าอากาศยานขอนแก่น และเจ้าหน้าที่จากบริษัทฯที่ให้บริการการบินของอากาศยานลำดังกล่าว&amp;nbsp; ทำการกู้ซากและเคลื่อนย้ายมาเก็บรักษาไว้เพื่อรอการสอบสวน โดยขณะนี้ยืนยันชัดเจนว่าซากอากาศยานลำดังกล่าวทุกชิ้น จะถูกส่งมาเก็บไว้ที่ลานจอดเครื่องบิน ฝ่ายการฝึกบิน ภายในท่าอากาศยาน จ.ขอนแก่น โดยลำดับขั้นตอนของการกู้ซากและเคลื่อนย้ายซากอากาศยานจะเป็นเมื่อใดนั้นจะมีการสรุปร่วมกันของคณะทำงานทุกฝ่ายอีกครั้ง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13754</URL_LINK>
                <HASHTAG>AAIC, นายสมศักดิ์  จังตระกุล, บริษัท เฮลิลักซ์ เอวิเอชั่น จำกัด, พล.ต.ต.พรหมณัฎฐเขต  ฮามคำไพ, เฮลิคอปเตอร์ตก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180720/image_big_5b5148345389d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
