<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>107898</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/06/2021 15:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/06/2021 13:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แอสตร้าเซนเนก้า ส่งมอบวัคซีน ให้สธ.แล้ว   4.7 ล้านโดส และจะส่งครบ 6 ล้านโดสภายในสัปดาห์นี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
28มิ.ย.64-แอสตร้าเซนเนก้าประกาศวันนี้ว่า ขณะนี้ บริษัทฯได้ส่งมอบวัคซีนป้องกันโควิด-19 ให้กับกระทรวงสาธารณสุขแล้ว 4.7 ล้านโดส และจะทำการส่งมอบวัคซีนครบ 6 ล้านโดสภายในสัปดาห์นี้ ตามแผนการจัดหาวัคซีนจำนวน 61 ล้านโดสให้กับประเทศไทย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเจมส์ ทีก ประธาน บริษัท แอสตร้าเซนเนก้า (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า แอสตร้าเซนเนก้ามีความยินดีที่ได้เห็นการฉีดวัคซีนให้กับประชาชนในประเทศไทยคืบหน้าไปเป็นอย่างมาก แสดงให้เห็นว่าหากเราร่วมมือกัน ในไม่ช้าก็จะสามารถควบคุมและยับยั้งการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ได้ แอสตร้าเซนเนก้ามุ่งมั่นสานต่อความร่วมมือกับรัฐบาลไทย เพื่อสนับสนุนการฉีดวัคซีนอย่างมีประสิทธิภาพให้ครอบคลุมทั่วประเทศไทย และภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้โดยเร็วที่สุด&amp;rdquo; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แอสตร้าเซนเนก้าจะดำเนินการส่งมอบวัคซีนป้องกันโควิด-19 ให้กับรัฐบาลไทยอย่างต่อเนื่อง พร้อมกันนี้จะเริ่มส่งออกวัคซีนไปยังประเทศต่างๆ ในต้นเดือนกรกฎาคม โดยหนึ่งในสามของกำลังการผลิตวัคซีนภายในประเทศได้ถูกสำรองไว้เพื่อผลิตวัคซีนให้กับประเทศไทย ตามคำสั่งซื้อรวม 61 ล้านโดส ซึ่งคิดเป็นหนึ่งในสามของวัคซีนจำนวน 180 ล้านโดสที่ผลิตโดยสยามไบโอไซแอนซ์ ส่วนกำลังการผลิตที่เหลืออีกประมาณสองในสามจะจัดสรรให้กับการผลิตวัคซีนเพื่อส่งออกไปยังประเทศต่างๆ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เจมส์ ทีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในเดือนตุลาคม ปี 2563 &amp;nbsp;แอสตร้าเซนเนก้า กระทรวงสาธารณสุข เอสซีจี และสยามไบโอไซเอนซ์ ได้ร่วมกันลงนามในหนังสือแสดงเจตจำนงในการผลิตและจัดสรรวัคซีนป้องกันโควิด-19 เพื่อให้ประเทศไทยและประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้สามารถเข้าถึงวัคซีนป้องกันโควิด-19 ได้อย่างทั่วถึงและเท่าเทียมโดยเร็ว &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายลีออน หวัง รองประธานบริหาร ฝ่ายการต่างประเทศของแอสตร้าเซนเนก้า กล่าวว่าการรับมือกับสถานการณ์การแพร่ระบาดในระดับภูมิภาคและระดับโลกเป็นเรื่องที่ต้องประเมินและปรับแนวทางการรับมือให้มีความชัดเจน ประเทศไทยมีบทบาทสำคัญในฐานะแหล่งผลิตวัคซีน เพื่อใช้ยับยั้งการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ที่เกิดขึ้นทั่วภูมิภาคนี้ และเพื่อสุขภาพของประชาชนรวมถึงเศรษฐกิจของประเทศไทยและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วัคซีนป้องกันโควิด-19 ของแอสตร้าเซนเนก้าได้สร้างประโยชน์อันยิ่งใหญ่ในการช่วยชีวิตผู้คนมากมายนับตั้งแต่เริ่มต้นฉีดให้กับประชาชนตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา และยังช่วยป้องกันอาการเจ็บป่วยจากโรคโควิด-19 ในระดับที่ต้องเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาล ผลการทดลองทางคลินิกยืนยันว่า ผู้รับวัคซีนโควิด-19 ของแอสตร้าเซนเนก้าสามารถทนต่อผลข้างเคียงของวัคซีนได้ดีและวัคซีนยังช่วยป้องกันอาการเจ็บป่วยจากโรคโควิด-19 ในทุกระดับความรุนแรง นอกจากนี้ จากข้อมูลการใช้วัคซีนในประชากรหลายสิบล้านคนทั่วโลก ยังแสดงให้เห็นว่า วัคซีนของแอสตร้าเซนเนก้ามีประสิทธิผลลดความรุนแรงของโรคโควิด-19 ในระดับที่ต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลได้มากถึง 80% หลังจากการฉีดเข็มแรก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แอสตร้าเซนเนก้ากำลังจัดหาวัคซีนป้องกันโควิด-19 ให้กับประเทศต่างๆทั่วโลกโดยไม่หวังผลกำไรในช่วงการระบาดใหญ่นี้ โดยได้จัดส่งวัคซีนมากกว่า 600 ล้านโดสให้แก่ 168 ประเทศทั่วโลก&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/107898</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายเจมส์ ทีก, บริษัท แอสตราเซเนกา จำกัด, วัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210628/image_big_60d964f552f84.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>95961</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/03/2021 17:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/03/2021 17:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สธ. วอนหยุดใช้ข้อมูลเก่าโจมตีวัคซีน ทำปชช.สับสน แจงแผนฉีด 63 ล้านโดสในปี 64</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13&amp;nbsp;มี.ค.64 -&amp;nbsp;ที่กระทรวงสาธารณสุข นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค แถลงถึงการบริหารจัดการวัคซีนโควิด&amp;nbsp;-19&amp;nbsp;ในประเทศไทย ว่า ขอย้ำว่าประเทศไทยมีนโยบายให้คนไทยทุกคนเข้าถึงวัคซีนที่มีคุณภาพ ปลอดภัย มีประสิทธิภาพ โดยไม่คิดมูลค่า เพื่อเป้าหมายลดอัตราการป่วย การตาย เพื่อให้ระบบสาธารณสุขของประเทศดำเนินการไปได้อย่างปกติ และที่สำคัญเป็นการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคม ให้คนไทยสามารถกลับไปใช้ชีวิตได้ตามปกติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับวัคซีนเรามีการจองหรือการจัดซื้อจัดหาแล้วตามแผนทั้งหมด&amp;nbsp;63&amp;nbsp;ล้านโดส ในปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;วัคซีนซิโนแวค&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ล้านโดส&amp;nbsp;แอสตราเซเนกา รอบแรก&amp;nbsp;26&amp;nbsp;ล้านโดส และที่ดำเนินการได้รับงบประมาณอนุมัติจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) แล้วอีก&amp;nbsp;35&amp;nbsp;ล้านโดส&amp;nbsp;ทั้งหมดครอบคลุมคนไทยอย่างน้อย&amp;nbsp;30&amp;nbsp;กว่าล้านคน และมีความพยายามหาวัคซีนเพิ่มเติมเพื่อให้สามารถฉีดให้คนไทยได้ครบถ้วนตามแผนภายในสิ้นปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.โอภาส กล่าวว่า สำหรับเป้าหมายการฉีดวัคซีนในเดือนกุมภาพันธ์&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;เราเริ่มต้นด้วยวัคซีนซิโนแวค&amp;nbsp;2&amp;nbsp;แสนโดส ต่อมาเดือนมีนาคม จะเข้ามาอีก&amp;nbsp;8&amp;nbsp;แสนโดส และเดือนเมษายน อีก&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ล้านโดส ส่วนวัคซีนแอสตราเซเนกา&amp;nbsp;แผนเดิมจะเข้ามาเดือนมิถุนายน กรกฎาคม และสิงหาคม อย่างละ&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ล้านโดส แต่เนื่องจากขณะนี้เขาส่งมาให้เราล่วงหน้า&amp;nbsp;1&amp;nbsp;แสนโดส ก็จะมีการปรับแผนและเร่งฉีดให้กับประชาชน ทั้งนี้สถานการณ์การฉีดวัคซีนจะมีการเปลี่ยนแปลงไปเรื่อย ซึ่งกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข จะมีการปรับแผนการฉีดวัคซีนร่วมกับคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด กับคณะกรรมการโรคติดต่อกรุงเทพมหานคร อย่างต่อเนื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.โอภาส กล่าวถึงแผนการฉีดวัคซีนในเดือนมีนาคม ของซิโนแวค&amp;nbsp;192,000&amp;nbsp;โดส และแอสตราเซเนกา&amp;nbsp;117,000&amp;nbsp;โดส โดยมีแผนการกระจายวัคซีนไปยังจังหวัดต่างๆ โดยเฉพาะจังหวัดที่มีสถานการณ์การระบาด มีการจัดกลุ่มเป้าหมายการฉีด ซึ่งเป็นแผนที่เราจัดเป็นระยะ และมีการเสนอกับประชาชนได้ทราบ ส่วนเมื่อมีวัคซีนเข้ามาในเดือนถัดไปจะมีแผนในการรองรับว่าแต่ละเดือนจะมีวัคซีนเข้ามาเท่าไหร่ มีแผนกระจายวัคซีนไปกลุ่มเป้าหมายกลุ่มไหน ทั้งเจ้าหน้าที่และประชาชนอย่างครบถ้วน&amp;nbsp;ขอเรียนว่าแผนนี้ได้นำเสนอต่อที่ประชุม ศบค. ที่ประชุมครม. ผ่านความเห็นชอบของคณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติ และผ่านความเห็นชอบคณะกรรมการวัคซีนแห่งชาติ เพื่อให้ประชาชนมั่นใจว่าเราจะฉีดให้ประชาชนอย่างน้อย&amp;nbsp;63&amp;nbsp;ล้านโดส ภายในปี&amp;nbsp;2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ส่วนที่สงสัยว่าจะฉีดอย่างไร ทั้งนี้ในเดือนมีนาคม เนื่องจากมีวัคซีนเข้ามา&amp;nbsp;2&amp;nbsp;แสนโดส จะฉีดให้คน&amp;nbsp;1&amp;nbsp;แสนคน ซึ่งทุกอย่างเป็นไปตามแผน และในเดือนพฤษภาคม มิถุนายน ตั้งเป้าจะฉีด&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ล้านโดสต่อเดือน เพื่อให้ครอบคลุมวัคซีน&amp;nbsp;63&amp;nbsp;ล้านโดส ขณะนี้กระทรวงสาธารณสุขมีโรงพยาบาลในสังกัด&amp;nbsp;1,000&amp;nbsp;แห่ง หากเราฉีดวัคซีนประมาณวันละ&amp;nbsp;500&amp;nbsp;โดสต่อแห่ง ในเวลา&amp;nbsp;1&amp;nbsp;เดือนจะฉีดได้&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ล้านโดส แต่ขณะนี้มีโรงพยาบาลหลายแห่งของภาครัฐ ทั้งโรงพยาบาลในมหาวิทยาลัย โรงพยาบาลสังกัดกระทรวงกลาโหม และอื่นๆ ขอยื่นความจำนงสนใจเข้าร่วมกับกระทรวงสาธารณสุขในการฉีดวัคซีน ก็จะทำให้สถานพยาบาลของเราในการรองรับประชาชนมีเพิ่มขึ้น รวมถึงโรงพยาบาลเอกชนหลายแห่ง ที่สมาคมโรงพยาบาลเอกชนยื่นความจำนงขอช่วยเหลือในการฉีดวัคซีนร่วมกัน เพื่อให้มั่นใจว่าประชาชนจะได้รับวัคซีนครบถ้วนเป็นไปตามแผนที่กำหนด&amp;nbsp;ฉะนั้นจะเห็นว่าเรามีแผนการฉีดชัดเจน และมีเครือข่ายความร่วมมือจำนวนมาก&amp;rdquo; อธิบดีกรมควบคุมโรค ระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.โอภาส กล่าวต่อไปว่า สำหรับข้อมูลการฉีดวัคซีน ตั้งแต่&amp;nbsp;28&amp;nbsp;กุมภาพันธ์ ถึง&amp;nbsp;12&amp;nbsp;มีนาคม รวมสะสมฉีดไปแล้ว&amp;nbsp;44,409&amp;nbsp;คน ได้แก่ บุคลากรทางการแพทย์&amp;nbsp;29,243&amp;nbsp;คน เจ้าหน้าที่อื่นๆที่มีโอกาสสัมผัสผู้ป่วย&amp;nbsp;9,591&amp;nbsp;ราย บุคคลที่มีโรคประจำตัว&amp;nbsp;1,756&amp;nbsp;ราย และประชาชนในพื้นที่เสี่ยง&amp;nbsp;3,819&amp;nbsp;ราย ทั้งนี้ในจังหวัดเป้าหมาย&amp;nbsp;13&amp;nbsp;จังหวัดที่มีการนำร่องฉีดวัคซีนจะเหมือนการทดสอบระบบ สังเกตว่าส่วนใหญ่ฉีดได้เร็วกว่าเป้าหมาย จากเป้าหมายเดิมภายใน&amp;nbsp;2-3&amp;nbsp;สัปดาห์จะต้องฉีดให้ได้&amp;nbsp;100&amp;nbsp;เปอร์เซ็นต์ แต่ขณะนี้ส่วนใหญ่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;สัปดาห์กว่าๆฉีดได้ครบแล้ว ขาดเพียงจังหวัดที่มีจำนวนมาก เช่น จ.สมุทรสาคร และกรุงเทพฯที่ยังค่อนข้างน้อย ซึ่งขณะนี้มีการปรับระบบนำความร่วมมือมาฉีด จึงเชื่อว่าจะสามารถดำเนินการฉีดวัคซีนได้ตรงตามเป้าหมายที่กำหนดไว้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า ส่วนข้อสงสัยเกี่ยวกับอาการไม่พึงประสงค์จากวัคซีนว่ามีอาการแพ้ ตนขอเรียนว่าอาการไม่พึงประสงค์ไม่เหมือนการแพ้วัคซีน อาการไม่พึงประสงค์คือจากการเฝ้าระวังสังเกต เพื่อให้แน่ใจว่าวัคซีนมีความปลอดภัย และเมื่อไหร่ก็ตามที่มีอาการรุนแรงจะมีการสอบสวนข้อเท็จจริงว่าเกิดจากวัคซีนหรือไม่ ที่ผ่านมาแม้จะมีข่าวว่ามีผู้มีอาการไม่พึงประสงค์จากวัคซีนค่อนข้างเยอะ แต่ทั้งหมดเป็นอาการที่ไม่รุนแรง จะมีอาการรุนแรงไม่กี่ราย และตั้งแต่ทำมายังไม่มีรายใดที่มีอาการรุนแรงที่ทางคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญระบุว่าเกิดจากวัคซีน เพราะฉะนั้นในวัคซีนที่ฉีดรอบแรกถือว่าปลอดภัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ส่วนวัคซีนของแอสตราเซเนกา ที่มีการชะลอฉีดในหลายประเทศรวมถึงไทย ขณะนี้มีข้อมูลเพิ่มขึ้นว่า อาการที่เกิดจากลิ่มเลือดอุดตันไม่น่าจะเกิดจากวัคซีน ขณะนี้กระทรวงสาธารณสุขกำลังรวบรวมข้อมูลและดูข้อมูลอย่างเป็นทางการขององค์การอนามัยโลก (WHO)&amp;nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เชื่อว่าจะสามารถสรุปข้อมูลได้ในต้นสัปดาห์หน้า หากไม่มีปัญหาอะไรจะเริ่มฉีดวัคซีนต่อไปตามแผนที่กำหนดไว้&amp;rdquo; อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่า จะให้ความมั่นใจประชาชนอย่างไรว่าจะสามารถบริหารจัดการวัคซีน ให้เป็นไปตามแผนที่วางไว้ในปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;หรือจะมีการชะลอไปถึงปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;นพ.โอภาส กล่าวว่า แผนการฉีดวัคซีนของไทยมีการแจ้งต่อประชาชนเป็นระยะ แต่อย่างไรก็ตามมีบางท่านได้เอาข้อมูลของกรมควบคุมโรค ที่เสนอต่อกรรมาธิการสาธารณสุข สภาผู้แทนราษฎร เมื่อประมาณเดือนพฤศจิกายน ปี&amp;nbsp;2563&amp;nbsp;ว่าจะมีการฉีดวัคซีนได้ครบถ้วนในปี&amp;nbsp;2566&amp;nbsp;ขอเรียนว่าปลายปี&amp;nbsp;2563&amp;nbsp;เป็นสถานการณ์ที่ยังไม่มีการนำวัคซีนมาใช้ การฉีดวัคซีนก็ยังไม่มั่นใจเรื่องประสิทธิภาพในการป้องกันโรค ซึ่งตอนนั้นผู้เชี่ยวชาญหลายคนยังบอกว่า กว่าวัคซีนจะใช้ได้คงต้องใช้เวลาอีกหลายปี ดังนั้นแผนการฉีดวัคซีนขณะนั้นเป็นกรอบกว้างๆ แต่ต่อมามีการลงนามซื้อวัคซีนจากแอสตราเซเนกา จึงมีการปรับแผนใหม่ เพื่อให้สอดคล้องกับวัคซีนที่จะได้ จะเห็นว่าแม้แต่ในขณะนี้ต้นเดือนมีนาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;การวิจัยส่วนใหญ่ยังไม่เสร็จสิ้น การใช้ในขณะนี้ในสภาวะฉุกเฉิน ดังนั้นการปรับแผนการฉีดวัคซีนต้องมีการปรับเป็นระยะให้สอดคล้องกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;คนที่ชอบอ้างว่าข้อมูลที่กรมควบคุมโรคนำเสนอเสนอต่อกรรมาธิการสาธารณสุข เมื่อเดือนพฤศจิกายน ปี&amp;nbsp;2563&amp;nbsp;ว่าเราฉีดวัคซีนให้ประชาชนล่าช้า ไม่ตรงกับความเป็นจริงในปัจจุบัน ขอย้ำการนำข้อมูลเก่ามาเสนอต่อประชาชนอาจทำให้เกิดความสับสน ซึ่งการต่อสู้กับเชื้อโรคที่ว่ายากลำบากแล้ว แต่บางครั้งต้องมาต่อสู้กับข้อมูลที่ไม่ตรงกับความเป็นจริง ไม่ตรงกับสถานการณ์ ก็ไม่แน่ใจว่าจงใจหรือเปล่า แต่สิ่งนี้ส่งผลต่อความเชื่อมั่น ลดทอนความร่วมมือของพี่น้องประชาชน ก็จะทำให้คนทำงานยากลำบากมากยิ่งขึ้น จึงขอให้ทุกคนร่วมกันสร้างความร่วมมือ อย่านำข้อมูลเก่าสร้างความเข้าใจผิดต่อประชาชน&amp;rdquo; นพ.โอภาส กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า การฉีดวัคซีนให้เกิดภูมิคุ้มกันหมู่ของประเทศไทย จะต้องฉีดจำนวนประชากรเท่าไหร่ นพ.โอภาส กล่าวว่า การฉีดให้เกิดภูมิคุ้มกันหมู่มีหลายปัจจัยที่เกี่ยวข้อง เช่น ประสิทธิภาพของวัคซีน สถานการณ์การระบาดของโรคในประเทศนั้นๆ ในพื้นที่นั้นๆ ขณะนี้ตัวเลขที่ชัดเจนตอบได้ทุกเหตุการณ์เป็นไปไม่ได้ แต่ตัวเลขคร่าวๆกว้างๆประมาณ&amp;nbsp;60-80&amp;nbsp;เปอร์เซ็นต์ของประชากร อย่างไรก็ตามขณะนี้ผู้เชี่ยวชาญของกระทรวงสาธารณสุข และหลายหน่วยงานทางการแพทย์ กำลังรวบรวมข้อมูลเพื่อตอบคำถามนี้ อาจจะต้องมีการทำวิจัยเพิ่มเติม แต่ในภาพรวมเชื่อว่าถ้าเราฉีดวัคซีนให้ประชาชนได้อย่างน้อยครึ่งหนึ่งของประเทศ เราก็สามารถรับมือสถานการณ์การระบาดได้ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/95961</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมควบคุมโรค, นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์, บริษัท แอสตราเซเนกา จำกัด, วัคซีนโควิด, โควิด19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210228/image_big_603b738ac76b3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>91594</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/02/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/02/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เรื่องยากจำของคน &#039;จิตคด&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หนักใจแทนนะ...ทอน!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไลฟ์สด &amp;quot;วัคซีนพระราชทาน:ใครได้ ใครเสีย&amp;quot; ในเกมล้มเจ้าของคุณหลายวันก่อนนั่นน่ะ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวาน (๓๑ ม.ค.๖๔) เห็นข่าว &amp;quot;ศาลอาญา&amp;quot; สั่งให้ระงับคือให้ลบไลฟ์สดที่เผยแพร่ทั้งหมดออกจากคอมพิวเตอร์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศาลระบุ &amp;quot;กระทบกระเทือนต่อความมั่นคงภายในราชอาณาจักร&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แบบนี้ หนีไม่พ้นมาตรา ๑๑๒ และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาตรา ๑๔ (๓)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และไม่เพียงที่ฝ่ายกฎหมายกระทรวงดิจิทัลไปแจ้งความไว้ที่ ปอท.แค่นั้นนะ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เห็น &amp;quot;นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม&amp;quot; แกนนำกลุ่มไทยภักดี บอก จะไปแจ้งความให้ดำเนินคดีทอน ตามมาตรา ๑๑๒ &amp;nbsp;อีกราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หมอวรงค์ มีหมายเหตุทัดหูไว้ด้วย....
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;Next Station &amp;quot;ปิยบุตร ตามด้วยแอมมี่กับทราย&amp;quot;!&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทรายนี่ เค้าหน้าเหมือนพ่อคือ &amp;quot;รุจน์ รณภพ&amp;quot; นะ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รุจน์เป็นดาราหนัง หล่อม้ากกก มีเสน่ห์ในตัว หญิงติดเกรียว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากเล่นหนังเก่ง ยังแทงสนุ้ก-แทงบิลเลียดเก่งอีกตะหาก เห็นพวกผมเล่นกัน คุณรุจน์ยืนดูยิ้มๆ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แทงให้ดู ขนาดเขย่งขา-หลับตาข้าง หลุมร้องโอ๊ยยยทุกหลุม!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ่อน่ารัก ไม่นึกว่าลูกสาวที่ชื่อทราย จะน่าชังขนาดนี้!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทำไม ธนาธรจึงคั่งแค้นและริษยา-อาฆาตเจ้า?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถึงขนาดนำเรื่องวัคซีนที่รัฐบาลจัดหา ไปผูกโยงกับสยามไบโอไซเอนซ์ ซึ่งเป็นแค่โรงงานที่แอสตราเซเนกา &amp;quot;จ้างผลิต&amp;quot; ส่งให้เขา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไปพูดบิดเบือนเป็นว่า &amp;quot;วัคซีนพระราชทาน&amp;quot; แล้วขมวดเป็นคำถามชี้นำ ว่า &amp;quot;ใครได้-ใครเสีย&amp;quot;?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มันมองเป็นอื่นไม่ได้เลย นอกจาก &amp;quot;จงใจบิดเบือนด้วยข้อมูลเท็จ&amp;quot; หวังให้คนฟัง หลงเข้าใจ ว่า....
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายการนี้ รัฐบาลผูกขาดให้ &amp;quot;บ.สยามไบโอฯ&amp;quot; ทั้งผลิต-ทั้งขาย &amp;quot;ได้ทั้งเงิน-ทั้งกล่อง&amp;quot; &amp;quot;เจ้าเดียว&amp;quot; ส่วนประชาชน มีแต่เสียกับเสีย เพราะเงินที่ซื้อ &amp;quot;ภาษีประชาชน&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซึ่ง &amp;quot;ไม่ใช่เลย&amp;quot;!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่เป็นจริง คือ รัฐบาลจองซื้อกับ &amp;quot;แอสตราเซเนกา&amp;quot; เหมือนประเทศอื่นๆ เพียงแต่แอสตราเซเนกาว่าจ้างให้ บ.สยามไบโอฯ ผลิตวัคซีนให้เขา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และภูมิภาคอาเซียนนี้ แอสตราเซเนกาให้สยามไบโอฯ เป็นผู้ผลิตจำหน่ายแต่ผู้เดียว ในราคามนุษยธรรม คือ &amp;quot;ราคาถูก&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นั่นคือ สยามไบโอฯ เป็นของสำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ ในหลวงรัชกาล ที่ ๑๐ ทรงถือหุ้น ๑๐๐% ตามกฎหมายก็จริง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก็ไม่มีสิทธิ์และไม่สามารถนำวัคซีนที่ผลิตออกจำหน่ายจ่ายแจกให้ใครอื่นได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จะถือว่า เป็นบริษัทของไทย &amp;quot;ผลิตเอง-ซื้อเอง-ขายเอง&amp;quot; ได้ตามใจชอบ จะเอาเท่าไหร่ก็ได้ ซึ่ง &amp;quot;มันไม่ใช่&amp;quot; อย่างนั้น อย่างที่ธนาธรชี้นำให้คนหลงเข้าใจอย่างนั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อเท็จจริง คือ สยามไบโอฯ เป็นเพียง &amp;quot;โรงงานรับจ้างผลิต&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้จ้างผลิต คือ &amp;quot;บริษัท แอสตราเซเนกา จำกัด&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วัคซีนที่ผลิตนี้ เจ้าของ คือ &amp;quot;แอสตราเซเนกา&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นั่นคือ ใครจะซื้อ ต้องไปสั่งซื้อกับแอสตราเซเนกาโดยตรง และแอสตราเซเนกา จะเป็นผู้ส่งมอบวัคซีนให้ ตามล็อตที่สั่งซื้อ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แม้กับไทยเราเอง.....
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตกลงซื้อกับแอสตราเซเนกาไว้จำนวนเท่าไหร่ ก็ต้องรอรับจากที่แอสตราเซเนกาจะส่งมอบให้เท่านั้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่มีสิทธิ์ไปสั่ง-ไปซื้อกับสยามไบโอฯ ได้โดยตรงเลย!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดังนั้น ปัจจุบันนี้ &amp;quot;วัคซีนพระราชทาน&amp;quot; จึงไม่มี ไม่จริงตามธนาธรพูด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีแต่วัคซีนรัฐบาลใช้เงินงบประมาณสั่งจองซื้อกับแอสตราเซเนกาในราคามนุษยธรรม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้วยข้อเท็จจริงนี้.......
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การที่นายธนาธร ใช้คำว่า &amp;quot;วัคซีนพระราชทาน:ใครได้ ใครเสีย&amp;quot;? โดยใช้ลีลาพูด โยงเรื่อง-เชื่อมคำ หวังให้คนเข้าใจผิด ว่า เงินภาษีซื้อแท้ๆ แต่คนได้ชื่อ-ได้หน้าเป็นว่า &amp;quot;วัคซีนพระราชทาน&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เนี่ย....
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แบบนี้ &amp;quot;เจตนา-จงใจ&amp;quot; ต่อสถาบันชัดๆ บวกกับพฤติกรรมดังที่รู้-ที่เห็นผ่านขบวนการล้มเจ้า&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มองเป็นอื่นไม่ได้ นอกจากกระทบกระเทือนต่อความมั่นคงแล้ว ประเด็นเข้าข่ายความผิดตามมาตรา ๑๑๒ หรือไม่ ไม่ต้องตีความอะไรเลย!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แก๊งนี้เขาชอบพลิ้วคำหวังเลี่ยงกฎหมาย แต่พุ่งตรงเป้าหมาย อย่างทอน &amp;quot;วัคซีนพระราชทาน&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปิยบุตร ผู้เชี่ยวชาญกฎหมายสำนักตูลุสเหมือนกัน ไลฟ์สดวันต่อมาจากธนาธร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตั้งหัวข้อเรื่องว่า &amp;quot;การปฏิญาณตนก่อนเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีและตำแหน่งกษัตริย์&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แล้วใช้ลีลาภาษาพลิ้ว ให้คนฟัง สรุปเข้าใจเอาเองตามกระสุนวิถีโค้ง ที่เขาปูเรื่อง โยงใย ให้ไหลคิดไปตามทางนั้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เช่นที่เขาไลฟ์สดว่า......
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เหตุใดประมุขของรัฐในแทบทุกประเทศต้องมีการปฏิญาณตนก่อนเข้ารับตำแหน่ง?&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อความและเนื้อหาของถ้อยคำปฏิญาณตนมีความเหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร?&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และต้องปฏิญาณเพื่อแสดงสัญลักษณ์ใด?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลายประเทศที่มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขอยู่ใต้รัฐธรรมนูญ พระมหากษัตริย์ต้องปฏิญาณตนต่อหน้ารัฐสภาหรือในที่สาธารณะ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประเทศที่มีประธานาธิบดีเป็นประมุขก็ต้องปฏิญาณตน แต่ในประเทศไทยผู้เข้ารับตำแหน่งต่างๆ ที่ระบุไว้ในรัฐธรรมนูญ หรือตำแหน่งที่ต้องใช้อำนาจรัฐ ก็ล้วนต้องทำการปฏิญาณตน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่มีตำแหน่งเดียวที่ไม่ได้กำหนดไว้!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แหม....
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทำเป็นคลาสสิกภาษา เจตนาจิกถึงใคร แน่จริงก็พูดไปตรงๆ ซี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ตำแหน่งเดียว&amp;quot; ที่ปิยบุตรพูดถึง เจตนาถึงผู้ขึ้นเป็นพระมหากษัตริย์ใช่มั้ย?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ปิยบุตรนึกว่าไม่มีการปฏิญาณตนในการสถาปนาหรือในพิธีบรมราชาภิเษกขึ้นเป็นพระมหากษัตริย์งั้นรึ?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนตอบ ขอถามปิยบุตรเป็นความรู้คำ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;คนที่คุณเรียกว่า &amp;#39;พ่อ&amp;#39; นั้น เขาได้ปฏิญาณตนเป็นพ่อคุณหรือเปล่า?&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถ้าปิยบุตรตอบตรงนี้ได้ ก็ตอบในเรื่องที่คุณตั้งประเด็นนี้ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในสังคมชาติ เป็นประเพณีการปกครองสืบต่อกันมา ในคำว่าชาติไทย เริ่มแรกแต่ยุคพ่อขุนบางกลางท่าว &amp;nbsp;ประมุข คือผู้นำสังคมชาติ ได้รับการเคารพยกย่องขึ้นอยู่ในสถานะ &amp;quot;พ่อ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เป็นพ่อในจิตวิญญาณเคารพนบนอบของประชาชน &amp;nbsp;จำเป็นอะไร ต้องให้พ่อปฏิญาณตน หือ...ปิยบุตร?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ่อก็คือพ่อ มีหรือ (วะ) เป็นพ่อผ่านทางปฏิญาณตน &amp;nbsp;หรือพ่อของปิยบุตร ได้เป็นพ่อผ่านทางการปฏิญาณตน ไม่ใช่พ่อที่เป็นพ่อของปิยบุตร?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นี่พูดตามนัยโจทย์ของปิยบุตรนะ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่พูดตามครรลองคลองธรรมที่เรียกประเพณีแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มี...ใช่ว่าไม่มี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เรียกว่า &amp;quot;พระราชปณิธาน&amp;quot; หรือ &amp;quot;พระปฐมบรมราชโองการ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อ &amp;quot;สมเด็จพระนเรศวรมหาราช&amp;quot; ทรงประกาศอิสรภาพไม่ขึ้นต่อหงสาวดีอีกต่อไป ที่เมืองแครง &amp;nbsp;พ.ศ.๒๑๒๖&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทรงหลั่งพระน้ำเต้าทองคำ ประกาศแก่เทพยดาฟ้าดิน เป็นพระราชปณิธาน ว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ขออัญเชิญเทพยดา อันมีมหิทธิฤทธิ์ ทิพยจักขุ ทิพยโสต จงลงมาเป็นทิพย์พยาน ด้วยพระเจ้าหงสาวดีคิดไม่ซื่อ ประพฤติพาลทุจริต เสียสามัคคีรสธรรม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นับแต่บัดนี้ กรุงพระมหานครศรีอโยธยาและหงสาวดี หาได้เป็นสุวรรณปฐพีเดียวกันเฉกเช่นกาลก่อน ขาดกันแต่นี้ไป ตราบชั่วกัลปาวสาน&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เห็นมั้ย...ปิยบุตร!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำปฏิญาณตนก่อนขึ้นสู่ตำแหน่งประมุข ตำแหน่งพระมหากษัตริย์ ต่างกับพระราชปณิธานหรือพระปฐมบรมราชโองการในพระราชพิธีบรมราชาภิเษกตรงไหน?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีทุกยุค-ทุกสมัย-ทุกรัชกาล เป็นศาสตราจารย์เสียเปล่า เขายาวคนเดียวไม่พอ ยังลากเขาอวดไปทั่ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชก็ดี สมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก ก็ดี เมื่อทรงขึ้นครองราชย์ ก็ทรงประกาศพระราชปณิธานทุกพระองค์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทั่ง &amp;quot;พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว&amp;quot; รัชกาล ที่ ๑๐ วันพระบรมราชาภิเษก ก็มีพระปฐมบรมราชโองการ หรือพระราชปณิธาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เราจะสืบสาน รักษา และต่อยอด และครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งอาณาราษฎรตลอดไป&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จำไม่ได้หรือปิยบุตร?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อืมมมม ถ้า &amp;quot;จิตคด&amp;quot; ก็ยากจำเนอะ!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอาเถอะ วันหลังจะยกมาให้ปิยบุตรท่องจำให้ครบทุกรัชกาลเลย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/91594</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม, บริษัท แอสตราเซเนกา จำกัด, วัคซีนพระราชทาน, แอสตราเซเนกา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191229/image_big_5e08b9fab0d52.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
