<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>90747</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/01/2021 12:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/01/2021 12:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บริษัทบริหารจัดการอาหารระดับโลกผุดโครงการ “WasteWatch” ในไทย ลดหิวโหย ลดโลกร้อน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โครงการ &amp;ldquo;WasteWatch&amp;rdquo; เป็นโครงการที่ โซเด็กซ์โซ่ ทั่วโลกได้ทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดกับบริษัท Leanpathกลุ่มผู้นำธุรกิจที่ได้มาตรฐานสูงสุดในการบริหารจัดการด้านสังคมและสิ่งแวดล้อมระดับโลก รวมทั้งมุ่งมั่น ในการลดขยะอาหารประจำวันในครัวโลกเพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของลูกค้า ด้วยเทคโนโลยีและแอปพลิเคชันที่ทันสมัย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ปัจจุบัน โซเด็กซ์โซ่ ประเทศไทยได้เริ่มนำร่องโครงการ &amp;ldquo;WasteWatch&amp;rdquo; นี้โดยนำไปบริหารจัดการให้กับกลุ่มลูกค้าในหน่วยงานสถานพยาบาลและโรงเรียนนานาชาติชั้นนำในเมืองไทยแล้ว 7 แห่งซึ่งนอกจากจะช่วยให้มีการลดปริมาณขยะอาหารในองค์กรของลูกค้าแล้วยังเป็นการช่วยสนับสนุนรัฐบาล ในการบริหารจัดการในโครงการ Food WasteManagent ทีมีจุดมุ่งหมายเดียวกันที่ต้องการบริการจัดการเรื่องการสูญเสียอาหารและลดปริมาณขยะอาหารอย่างยั่งยืน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อาร์โนด์ เบียเลคกิ ประธานบริหาร โซเด็กซ์โซ่ ประเทศไทย กล่าวว่า ความหิวโหยและปรากฏการณ์ภาวะ โลกร้อนในวันนี้นับเป็นวิกฤติระดับโลกที่เราทุกคนกำลังเผชิญอยู่ภายใต้การเพิกเฉยต่อขยะอาหาร ที่มีปริมาณเพิ่มมากขึ้นในแต่ละวัน ดังนั้นในฐานะที่ โซเด็กซ์โซ่เป็นผู้นำการบริการด้านอาหารระดับโลกซึ่งเราได้ตระหนักถึงปัญหาระดับโลกนี้มาตลอดเวลาและวันนี้เราได้เร่งปฎิบัติในการต่อสู้กับขยะอาหารเพื่อประโยชน์ของมนุษยชาติที่กำลังอยู่ในท่ามกลางความหิวโหยทั่วโลกด้วยการปรับใช้จากโครงการ&amp;ldquo;WasteWatch&amp;rdquo;อย่างรวดเร็วสำหรับการบริหารจัดการให้แก่ลูกค้าของโซเด็กซ์โซ่ทั่วโลกในขณะเดียวกันเรายังมุ่งมั่นในการเพิ่มขีดความสามารถให้ก้บลูกค้าและผู้บริโภคที่เราให้บริการรวมทั้งติดตามขยะอาหารในสถานที่ที่เราให้บริการ ว่ามีมากน้อยเพียงใดและจะเผยแพร่ตัวเลขเหล่านี้ต่อสาธารณะเพื่อเป็นการกระตุ้นให้การทำงานของเรา มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้ โซเด็กซ์โซ่ได้มุ่งมั่นที่จะใช้โปรแกรมจากโครงการนี้เพื่อนำไปใช้ในการบริการจัดการให้กับลูกค้ารายอื่นๆ ในอนาคต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ด้านเชฟจิรโรจน์ นาวานุเคราะห์ (เชฟป็อบ) National Executive Chefโซเด็กซ์โซ่ ประเทศไทย กล่าวว่า การทำงานของโปรแกรมในโครงการ&amp;ldquo;WasteWatch&amp;rdquo; สามารถตอบโจทย์ช่วยเร่งการรณรงค์และจัดการกับขยะอาหารได้อย่างมีประสิทธิภาพนอกจากนี้แล้วยังสามารถสนับสนุนและช่วยเหลือผู้ประกอบการในด้านเศรษฐกิจด้านการลดต้นทุน ด้านสิ่งแวดล้อมในการลดภาวะโลกร้อนด้านสังคมเพื่อช่วยลดจำนวนผู้หิวโหยทั่วโลกและด้านกฎปฏิบัติในธุรกิจที่ช่วยให้ผู้ประกอบการมีแนวทางที่ถูกต้องและเนื่องจากโครงการ &amp;ldquo;WasteWatch&amp;rdquo;นี้เป็นแนวทางการบริการด้านอาหารแนวใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้น ทีมเชฟ ละนักโภชนาการผู้เชี่ยวชาญด้านการ บริหารจัดงานของโซเด็กซ์โซ่จึงจำเป็นต้องผ่านการฝึกอบรมและมีการสนับสนุนให้คิดอย่างสร้างสรรค์ตามวิธีที่บริษัทฯ ได้วางแผนการทำงานไว้และเสิร์ฟอาหารเพื่อลดขยะที่สามารถหลีกเลี่ยงได้ ซึ่งแนวทางการทำงานจาก&amp;ldquo;WasteWatch&amp;rdquo; นี้จะช่วยป้องกันการสูญเสียอาหารโดยเฉลี่ย 50%ทีมงานของโซเด็กซ์โซ่สามารถเก็บข้อมูลของขยะอาหารในแต่ละวัน แต่ละครัวได้อย่างรวดเร็วและง่ายดาย ด้วยข้อมูลเชิงลึกที่ชัดเจนทำให้ทีมงานเกิดความเข้าใจ และสามารถนำไปปรับใช้การดำเนินงานและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมได้ตามเป้าหมาย เพื่อช่วยลดขยะอาหารที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ไม่ว่าจะเป็นขยะอาหารที่เกิดในครัวหรือขยะอาหารจากผู้บริโภคเองก็ตาม&amp;rdquo;การลดขยะอาหารโดยการวัด การจัดการ เพื่อควบคุมขยะอาหารในแต่ละมื้อด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยจากLeanpath ผู้นำธุรกิจด้านการบริหารจัดการด้านสังคมและสิ่งแวดล้อมที่ได้มาตรฐานสูงสุดระดับโลกโซเด็กซ์โซ่ ได้วางกลยุทธ์และการดำเนินงานของโครงการ &amp;ldquo;WasteWatch&amp;rdquo;ไว้ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
การส่งมอบเป้าหมายการลดขยะอาหารโดยการวัด การจัดการ ,และการควบคุมขยะอาหาร,การมีส่วนร่วมระหว่างเจ้าของธุรกิจและผู้บริโภคผ่านการรายงานข้อมูลของขยะอาหาร,การดำเนินงานมีประสิทธิภาพมากขึ้นเพราะพนักงานจะใช้เวลาน้อยลงในการจัดการกับขยะของเสีย, ผลกระทบเชิงบวกต่อสิ่งแวดล้อมโดยการลดผลกระทบต่อน้ำ พลังงานและสภาพภูมิอากาศ, ลดการซื้ออาหาร และทิ้งอาหารน้อยลง, ลดค่าใช้จ่ายในการกำจัดขยะ เพราะขยะอินทรีย์จะลดน้อยลง ลดความหิวโหยของเพื่อนมนูษย์ทั่วโลก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/90747</URL_LINK>
                <HASHTAG>WasteWatch”, บริษัท โซเด็กซ์โซ่ ประเทศไทย จำกัด, ปัญหาโลกร้อน, หิวโหย, อาร์โนด์ เบียเลคกิ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210123/image_big_600bb3bb1e4aa.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>86739</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/12/2020 10:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/12/2020 10:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โซเด็กซ์โซ่อมตะเซอร์วิสเซส วันสต๊อปเซอร์วิสบริการยุคนิวนอร์มอล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) ถือว่าเป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์ที่ภาครัฐได้ความสำคัญที่รัฐบาลมุ่งหวังจะช่วยยกระดับการพัฒนาประเทศไปสู่ยุค &amp;ldquo;ไทยแลนด์ 4.0&amp;rdquo; โดยได้กำหนดพื้นที่เป้าหมายไว้ 3 จังหวัด ฉะเชิงเทรา ชลบุรี และระยอง พร้อมทั้งเดินหน้าลงทุนระบบโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อเพิ่มศักยภาพรองรับการลงทุนและการพัฒนาเศรษฐกิจ รวมทั้งการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์และการจัดระบบการสะสมเทคโนโลยี เพื่ออนาคตที่ยั่งยืนของประเทศไทย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ซึ่งที่ผ่านมานั้นได้รับความสนใจจากหลายประเทศทั้งลงทุนใหม่และต่อยอดของเก่าที่มี เช่นเดียวกับ บริษัท โซเด็กซ์โซ่ อมตะ เซอร์วิสเซส จำกัด เกิดจากความร่วมมือ ระหว่าง บริษัท โซเด็กซ์โซ่ ประเทศไทย ผู้ให้บริการด้านการพัฒนาคุณภาพชีวิตด้วยการบริหารจัดการแบบครบวงจร จากประเทศฝรั่งเศส และบริษัท อมตะ ฟาซิลิตี้ เซอร์วิส จำกัด ผู้นำด้านการพัฒนาและจัดการด้านนิคมอุตสาหกรรมในประเทศไทย โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้บริการอย่างครบวงจรกับบริษัทที่ดำเนินธุรกิจอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ ชลบุรี และนิคมอุตสาหกรรม อมตะซิตี้ ระยอง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;ผุด ACC ที่ให้บริการ 24 ชั่วโมง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นายอาร์โนด์ เบียเลคกิ ประธานบริหาร บริษัท โซเด็กซ์โซ่ ประเทศไทย จำกัด เปิดเผยว่า ด้วยความเชี่ยวชาญด้านการให้บริการแบบครบวงจรที่ครอบคลุมธุรกิจที่หลากหลายใน 64 ประเทศทั่วโลก ในระยะเวลา 54 ปีทั่วโลก และ 16 ปีในประเทศไทย และเมื่อได้มาร่วมมือกับ บริษัท อมตะ ฟาซิลิตี้ เซอร์วิส จำกัด ผู้พัฒนาและจัดการด้านนิคมอุตสาหกรรมในประเทศไทย ทำให้ตลอดระยะเวลา 5 ปีที่ดำเนินธุรกิจของ บริษัท โซเด็กซ์โซ่ อมตะ เซอร์วิสเซส จำกัด ได้รับความไว้วางใจจากลูกค้ารวม 70 ไซต์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;ทั้งนี้ บริษัทมีการให้บริการครอบคลุมการบริหารจัดการอาคาร บริการดูแลและซ่อมบำรุง บริการด้านการรักษาความปลอดภัย บริการงานทำความสะอาด ซึ่งบริการที่ได้รับการตอบรับสูงสุดคือ บริการด้านการรักษาความปลอดภัย โดยตลอดมา บริษัท โซเด็กซ์โซ่ อมตะ เซอร์วิสเซส จำกัด มีการนำเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามาใช้เพื่อมอบการบริการที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นอกจากนี้ ยังได้จัดตั้ง ศูนย์อมตะ คอมมานด์ เซ็นเตอร์ (Amata Command Center หรือ ACC) เป็นจุดศูนย์กลางในการบริหารจัดการพื้นที่ภายในนิคมอุตสาหกรรม ที่ให้บริการ 24 ชั่วโมง และด้วยจุดเด่นของการให้บริการแบบเบ็ดเสร็จในจุดเดียว ทำให้ลูกค้าในนิคมอุตสาหกรรมสามารถลดค่าใช้จ่ายและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ทำให้บริษัท โซเด็กซ์โซ่ อมตะ เซอร์วิสเซส จำกัด ได้รับการตอบรับตามที่คาดไว้ และทำให้แผนการขยายธุรกิจไปที่นิคมอุตสาหกรรมอมตะในพื้นที่อื่นเป็นไปได้ด้วยดี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;5 ปีลูกค้าเพิ่ม 750 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อย่างไรก็ตาม เพื่อให้ลูกค้าได้มั่นใจต่อการบริการที่ได้รับในทุกๆ วัน ในปี 2564 เป็นต้นไป บริษัทมีแผนที่จะอัพเดตการให้บริการในด้านต่างๆ ให้ทันสมัยและมีคุณภาพเพิ่มขึ้นไป โดยจะมีการเปิดตัว Amata Command Center (ACC) ใหม่ที่เพียบพร้อมด้านเทคโนโลยีและการบริการมากขึ้น รวมถึงการพัฒนาเทคโนโลยีและระบบความปลอดภัยอื่นๆ เพิ่มเติม ที่เชื่อมต่อไปยัง Amata Command Center (ACC) เช่น ระบบเตือนอัคคีไฟ ซึ่งมีทีมรักษาความปลอดภัยเตรียมพร้อมตอบรับต่อสัญญาณเตือน และมีการเชื่อมต่อระบบ AED Monitoring ภายในอมตะซิตี้ให้ครอบคลุมมากขึ้น นอกจากนี้ยังมีการนำระบบพลังงานแสงอาทิตย์ โดยทางโซเด็กซ์โซ่หุ้นส่วนผู้เชี่ยวชาญมาใช้เพื่อส่งเสริมเรื่องความยั่งยืนและการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด ตั้งเป้าในปี 2564 ให้บริการลูกค้าเพิ่มขึ้นเป็น 140 ไซต์งาน ปี พ.ศ.2566 จำนวน 340 ไซต์งาน และปี พ.ศ.2568 จำนวน 750 ไซต์งาน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;มุ่งสู่ผู้นำเมืองอัจฉริยะ&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นายวิบูลย์ กรมดิษฐ์ กรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่การตลาด บมจ.อมตะ คอร์ปอเรชัน กล่าวว่า &amp;ldquo;ปัจจุบันอมตะเป็นผู้พัฒนานิคมอุตสาหกรรมที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศ โดยมีพื้นที่ 27,000 ไร่ สำหรับนิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ ชลบุรี มีจำนวนโรงงานถึง 700 โรงงาน และ 16,895 ไร่ สำหรับนิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ ระยอง มีจำนวนโรงงานถึง 356 โรงงาน จึงมีส่วนสำคัญที่ช่วยทำให้ตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศไทย (GDP) เติบโตขึ้นในทุกๆ ปี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การร่วมดำเนินธุรกิจกับโซเด็กซ์โซ่ ประเทศไทย ตลอดระยะเวลา 5 ปี เห็นได้ชัดเจนว่ามีการเติบโตทางธุรกิจที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง และสามารถตอบโจทย์การให้บริการในแบบ One Stop Service ที่ทางอมตะตั้งเป้าหมายไว้ได้เป็นอย่างดี และอมตะจะไม่ได้เป็นเพียงแค่ผู้พัฒนาที่ดินและมองหาทำเลที่ดีสำหรับการธุรกิจเท่านั้น แต่ยังดูแลผู้ประกอบการในงานบริการด้านต่างๆ เช่น การวางแผน การบริหารจัดการ และการตลาดที่เกี่ยวข้องกับนิคมอุตสาหกรรมที่ครบวงจรให้กับลูกค้าเพิ่มมากขึ้น จากเดิมที่ให้บริการในส่วนของพื้นที่ส่วนกลางในนิคมอุตสาหกรรมเท่านั้น ก็ได้มีการให้บริการในส่วนของ Soft Service และ Facility Management เพิ่มเติมจากความร่วมมือกับทางโซเด็กซ์โซ่ ประเทศไทย เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าให้ครบจบครบในที่เดียว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;เรามุ่งมั่นที่จะสร้างรูปแบบธุรกิจของ บริษัท โซเด็กซ์โซ่ อมตะ เซอร์วิสเซส จำกัด ไปยังนิคมอุตสาหกรรมอมตะในประเทศอื่นๆ เช่นเดียวกัน และอมตะจะยังพัฒนาอย่างต่อเนื่องเพื่อมุ่งสู่การเป็นผู้นำเมืองอัจฉริยะ เพื่อสอดรับกับการพัฒนาที่ไม่หยุดยั้งในยุค 4.0 ให้เป็นเมืองอัจฉริยะและศูนย์การเรียนรู้ในภูมิภาคนี้ รวมทั้งจะเป็นพื้นที่การลงทุนที่สมบูรณ์แบบในอีอีซี&amp;rdquo; นายวิบูลย์กล่าว &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;ยอดขาย 63 ต่ำกว่าเป้า&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นายวิบูลย์ กล่าวยอมรับว่า การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 นั้น ส่งผลกระทบต่อยอดขายในปี 2563 ซึ่งคาดว่าจะมียอดขายลดลงมาที่ 400-500 ไร่ ในส่วนนี้จะเป็นของเวียดนามราว 200 ไร่ ต่ำกว่าเป้าหมายเดิมที่เคยวางไว้ที่ 950 ไร่ ส่วนในปี 2564 ตั้งเป้ายอดขายที่ดินไว้ที่ 950 ไร่ ฟื้นตัวขึ้นจากปีนี้ที่คาดจะมียอดขาย 400-500 ไร่ ซึ่งเป็นผลมาจากการตอบรับความคืบหน้าของการพัฒนาวัคซีนป้องกันโควิด-19 ที่คาดจะนำเข้ามาในประเทศไทยในปีหน้า ส่งผลดีต่อการเดินทางเข้า-ออกประเทศกลับสู่ภาวะปกติ รวมถึงการดำเนินธุรกิจด้วย&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;ยอดขายที่ดินที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นในปีหน้า โดยหลักจะมาจากการขายที่ดินในประเทศเวียดนามในโครงการใหม่ 2 แห่ง คือ Amata City Halong และ Amata City Long Thanh เพราะปัจจุบันมีลูกค้าให้ความสนใจค่อนข้างมาก โดยเฉพาะลูกค้าที่ต้องการย้ายฐานการผลิตจากจีนไปในเวียดนามเพื่อลดต้นทุน และหลีกเลี่ยงปัญหาสงครามการค้าระหว่างสหรัฐกับจีน ขณะที่ในประเทศไทยเองก็ยังเชื่อว่ายังมีความน่าสนใจลงทุนอยู่ หากไม่มีความขัดแย้งการเมืองภายในประเทศ ขณะที่ในปี 64 บริษัทวางงบลงทุนราว 4,000-5,000 ล้านบาท เพื่อใช้ซื้อที่ดินและพัฒนาโครงการในมือ เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าที่จะเข้ามาในอนาคต&amp;quot; นายวิบูลย์กล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/86739</URL_LINK>
                <HASHTAG>บมจ.อมตะ คอร์ปอเรชัน, บริษัท โซเด็กซ์โซ่ ประเทศไทย จำกัด, วิบูลย์ กรมดิษฐ์, ศูนย์อมตะ คอมมานด์ เซ็นเตอร์, อาร์โนด์ เบียเลคกิ, อีอีซี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201213/image_big_5fd5d4b0dd4f7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
