<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>15096</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/08/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/08/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หวั่นรับผิดระบบรางเสีย ชงโยกคลื่น450แทน900</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;โอเปอเรเตอร์&amp;quot; ถอย เงื่อนไขประมูลคลื่น 900 MHz เหตุมีความเสี่ยงหากระบบรางเสียต้องร่วมรับผิดด้วย &amp;quot;ดีแทค&amp;quot; ชง 3 เงื่อนไขให้รัฐบาลพิจารณา &amp;nbsp;จี้โยกคลื่นระบบรางไปใช้คลื่น 450 MHz แทนคลื่น 900 &amp;nbsp;MHz ที่เป็นคลื่นโทรคมนาคม อ้างจีนใช้คลื่นนี้แล้วดีกว่าเดิม แถมคลื่นว่าง พร้อมอ้อน กสทช.เยียวยาลูกค้ากว่า 4 แสนเบอร์ที่ยังใช้งานบนคลื่นเดิม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม นายราจีฟ บาวา รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มกิจการองค์กรและพัฒนาธุรกิจ &amp;nbsp;บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น หรือดีแทค เปิดเผยถึงกรณีการไม่เข้าร่วมประมูลคลื่นความถี่ย่าน 900 เมกะเฮิรตซ์ (MHz) และไม่มีผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ (โอเปอเรเตอร์) รายใดที่เข้าร่วมคลื่นดังกล่าวว่า เป็นเพราะกังวลกับเรื่องเงื่อนไขการประมูลของคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ระบุเพิ่มให้ผู้ชนะการประมูลใบอนุญาตต้องมีหน้าที่รับผิดชอบในการป้องกันและแก้ไขปัญหาการรบกวนกันของคลื่นความถี่และการรบกวนระบบอาณัติสัญญาณของระบบคมนาคมขนส่งทางรางทั้งหมดที่จะสร้างขึ้นต่อไปในอนาคตแต่เพียงผู้เดียว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สำหรับเงื่อนไขของ กสทช.ดังกล่าว ทางโอเปอเรเตอร์มองว่าเงื่อนไขนี้มีความเสี่ยงกับผู้ประมูลอย่างมาก ไม่ใช่เรื่องการเพิ่มต้นทุนของผู้ประมูลเพียงอย่างเดียว แต่มันยังมีปัญหาในแนวทางปฏิบัติที่ยากมาก เพราะผู้ชนะจะต้องเข้าไปติดตั้งตัวกรองสัญญาณบนอุปกรณ์ของคู่แข่ง หรือบนโครงข่ายรถไฟฟ้า ซึ่งมันมีความยุ่งยากในการทำงาน และเรื่องสุดท้ายที่มีความเสี่ยงมากที่สุดก็คือกรณีระบบเดินรถเกิดขัดข้อง หรือมีอุบัติเหตุ ซึ่งไม่ว่าจะมีเตรียมการดีแค่ไหน มันก็สามารถเกิดขึ้นได้ ในส่วนนี้ใครจะเป็นผู้รับผิดชอบ ซึ่งเป็นความเสี่ยงที่สูงเกินไป และหาก กสทช.ไม่ปรับเปลี่ยนเงื่อนไขดังกล่าว ก็เชื่อว่าจะไม่มีโอเปอเรเตอร์กล้าเข้าร่วมประมูล&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รองฯ ซีอีโอดีแทคกล่าวว่า เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหา ทางดีแทคมีข้อเสนอแนะที่อยากจะให้ทุกฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงคมนาคม กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กสทช. และสมาคมโทรคมนาคม มาร่วมหารือร่วมกันเพื่อแก้ไขปัญหาการนำคลื่นความถี่ย่าน 900 MHz มาใช้งานให้เกิดประโยชน์มากที่สุด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยข้อเสนอแบ่งออกเป็น 3 ข้อ คือ 1.เสนอให้เปลี่ยนระบบอาณัติสัญญาณระบบราง ย้ายการใช้คลื่นความถี่จาก 900 MHz ไปอยู่ในย่านคลื่นความถี่ 450 MHz บนเทคโนโลยี LTE-R ซึ่งเป็นเทคโนโลยีใหม่ ที่ขณะนี้ทางจีนได้นำมาใช้บริหารการเดินรถไฟฟ้าความเร็วสูง ซึ่งเป็นเทคโนโลยีใหม่ดีกว่าใช้เทคโนโลยี GSM-R ซึ่งคลื่นความถี่ย่าน 450-470 MHz ของบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) ที่ครอบครองคลื่นความถี่ดังกล่าวอยู่ &amp;nbsp;ได้คืนกลับมาที่ กสทช.แล้ว ทำให้คลื่นตัวนี้ว่าง และพร้อมใช้งานได้เลย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;2.ให้รถไฟใช้คลื่นความถี่ย่าน 900 MHz เหมือนเดิม แต่กระจายความรับผิดชอบของผู้ให้บริการแต่ละราย ที่จะต้องติดตั้งระบบป้องกันการรบกวนคลื่นความถี่เอง โดยเงินที่จะสร้างการต้องติดตั้งวงจรกรองสัญญาณ (filter) ฟิลเตอร์ อาจจะใช้เงินจากกองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมเพื่อประโยชน์สาธารณะ (USO) หรือเงินที่ได้จากการประมูลแทน และ 3.หากต้องการใช้คลื่นย่าน 900 MHz ควรจะย้ายคลื่นความถี่ย่านดังกล่าวไปอยู่ปลายสุดของช่วงคลื่นความถี่ โดยไม่ให้ช่วงคลื่นความถี่ติดกับผู้ให้บริการรายใดมากที่สุด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;หากมีการปรับแก้ไขเงื่อนไขการประมูลคลื่น 900 MHz ดีแทคมีความสนใจที่จะประมูลคลื่น 900 MHz ถ้าไม่มีเงื่อนไข เนื่องจากดีแทคสนใจคลื่นความถี่ต่ำอยู่แล้ว &amp;quot; นายราจีฟกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายราจีฟกล่าวอีกว่า ส่วนการเยียวยาคลื่น 850 MHz ดีแทคหวังว่า กสทช.จะให้ใช้เยียวยาในคลื่นดังกล่าวต่อไป เนื่องจากเป็นความรับผิดชอบร่วมกัน โดยปัจจุบันดีแทคมีลูกค้าที่ใช้บริการคลื่น 850 MHz ที่อยู่ในสัญญาสัมปทานระหว่างบริษัท กสท. โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) ที่จะสิ้นสัญญาในวันที่ 15 ก.ย.61 นี้ จำนวน 4 แสนเลขหมาย และมีจำนวนสถานีฐานจำนวน 13,000 แห่ง โดยในสัปดาห์หน้า ดีแทคจะส่งหนังสือให้ กสทช.ขอให้มีการทบทวนมติการเยียวยาที่บอร์ดเคยมีมติว่าจะเยียวยาเฉพาะผู้ที่จะเข้าร่วมประมูลเท่านั้น &amp;nbsp;โดยทางดีแทคยังยืนยันที่จะเข้าร่วมประมูลคลื่น ดังนั้นอยากให้ กสทช.เห็นใจและทบทวนมติดังกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;หาก กสทช.ยังยืนยันที่จะไม่ทบทวนมติ และจะไม่ออกมาตรการเยียวยามาให้ ทางดีแทคก็จะพยายามหาทางดูแลลูกค้าให้สามารถใช้งานได้ตามปกติต่อไป โดยเรามีแผน 2 แผน 3 ไว้รองรับอยู่แล้ว หาก กสทช.ไม่อนุมัติเยียวยา เราก็มองเรื่องการโรมมิงซิมไปใช้บริการของโอเปอเรเตอร์รายอื่นแทน&amp;quot; นายราจีฟทิ้งท้าย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/15096</URL_LINK>
                <HASHTAG>บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน), บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด, ราจีฟ บาวา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, โอเปอเรเตอร์ล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180809/image_big_5b6c4f56a5390.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>7395</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/04/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/04/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กสทช.สั่ง&#039;ทรู&#039; เยียวยาลูกค้า ทั้งแพ่ง-อาญา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; กสทช.สั่งทรูเยียวยาลูกค้าทั้งแพ่ง-อาญา ชดเชยความเสียหายข้อมูลบัตรประชาชนหลุด ขู่ไม่ดำเนินการปรับวันละ 2 หมื่น &amp;quot;วิษณุ&amp;quot; แจง TRUE-AIS ร้องรัฐอุ้ม เหตุกำไรส่วนอื่น ขาดทุนค่าโทร.-เน็ต โยนคสช.เคาะ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 18 เมษายน นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยว่า หลังจากเมื่อวันที่ 17 เม.ย.ที่ผ่านมา ได้เชิญบริษัททรูมูฟเอชมาชี้แจงข้อเท็จจริงกรณีทำข้อมูลบัตรประชาชนลูกค้าหลุดเป็นจำนวนมากนั้น ในวันที่ 18 เม.ย. สำนักงาน กสทช.ได้มีหนังสือถึงบริษัท เรียล มูฟ จำกัด เรื่องให้ปฏิบัติตามประกาศคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ เรื่องมาตรการคุ้มครองสิทธิของผู้ใช้บริการโทรคมนาคมเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคล สิทธิในความเป็นส่วนตัว และเสรีภาพในการสื่อสารถึงกันโดยทางโทรคมนาคม โดยอาศัยอำนาจตามมาตรา 64 แห่ง พ.ร.บ.การประกอบกิจการโทรคมนาคม พ.ศ.2544 มีคำสั่งให้บริษัทระงับการกระทำที่ฝ่าฝืน แก้ไขปรับปรุง และปฏิบัติให้ถูกต้องเหมาะสม ในเรื่องดังต่อไปนี้
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;1.จัดให้มีมาตรการป้องกันและรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลทั้งทางด้านเทคนิคและการจัดการภายในองค์กรในรูปแบบที่เหมาะสมกับบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ โดยอย่างน้อยต้องปรับระดับรักษาความปลอดภัยให้เหมาะสมกับความเสี่ยงที่เกิดขึ้นตามการพัฒนาทางเทคโนโลยี และให้มีการตรวจสอบระบบการรักษาความปลอดภัยจากผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยของข้อมูล
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;2.จัดให้มีช่องทางการตรวจสอบจากประชาชนที่อาจได้รับผลกระทบโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย 3.ให้เรียลมูฟ รับผิดชอบและเยียวยาความเสียหายที่เกิดขึ้นต่อผู้ใช้บริการที่ได้รับผลกระทบ ทั้งความเสียหายที่เกิดขึ้นในทางแพ่งและทางอาญา และ 4.ให้รายงานผลการดำเนินการตามคำสั่งตามข้อ 1, 2 และ 3 มายังสำนักงาน กสทช. ภายใน 7 วัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือฉบับนี้ และรายงานความคืบหน้าในการดำเนินการตามคำสั่งนี้เป็นระยะๆ ทุก 15 วัน
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;หากเรียลมูฟไม่ดำเนินการตามคำสั่งนี้ จะใช้มาตรการบังคับทางปกครองกำหนดค่าปรับทางปกครองตามกฎหมายไม่ต่ำกว่า 2 หมื่นบาทต่อวัน ตามมาตรา 66 แห่ง พ.ร.บ.การประกอบกิจการโทรคมนาคม พ.ศ.2544 ทั้งนี้ เรียลมูฟมีสิทธิโต้แย้งคำสั่งดังกล่าวได้โดยยื่นอุทธรณ์ต่อ กสทช. ภายในเวลา 15 วัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือฉบับนี้ ตามมาตรา 65 แห่ง พ.ร.บ.การประกอบกิจการโทรคมนาคม พ.ศ.2544&amp;quot; นายฐากรระบุ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เลขาธิการ กสทช.กล่าวว่า พร้อมกันนี้ยังได้มีหนังสือถึงผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่รายอื่นๆ ว่าต้องจัดให้มีมาตรการป้องกันและรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลทั้งทางด้านเทคนิคและการจัดการภายในองค์กรในรูปแบบที่เหมาะสมกับแต่ละบริการโทรคมนาคม ตามข้อ 10 ของประกาศ กทช. เรื่องมาตรการคุ้มครองสิทธิของผู้ใช้บริการโทรคมนาคมเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคล สิทธิในความเป็นส่วนตัว และเสรีภาพในการสื่อสารถึงกันโดยทางโทรคมนาคมกำหนด โดยผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดในประกาศอย่างเคร่งครัด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายาจีฟ บาวา รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มกิจการองค์กรและพัฒนาธุรกิจ บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค กล่าวว่า นโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้า ถือเป็นหัวใจหลักของดีแทคในการดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบ สำหรับการจัดเก็บข้อมูล ดีแทคใช้เซิร์ฟเวอร์ของบริษัท ซึ่งมีการจำแนกข้อมูลเพื่อประโยชน์ต่อการควบคุม และรักษาความปลอดภัยของข้อมูลโดยการเข้ารหัส &amp;nbsp;ทำให้ไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลได้โดยตรง ขณะที่การเข้าถึงข้อมูลจะจำกัดให้เพียงผู้ที่เกี่ยวข้องเท่านั้น ได้แก่ ฝ่ายการจัดการ ฝ่ายบริหารข้อมูล และหน่วยงานลูกค้าสัมพันธ์ เช่น คอลเซ็นเตอร์ ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง หากพบการเข้าถึงข้อมูลลูกค้าที่ไม่ถูกต้อง บริษัทจะเข้าสืบสวนโดยทันที ตลอดจนการใช้ระบบสุ่มตรวจอีกด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงความคืบหน้าเรื่องการช่วยเหลือผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลกับผู้ประกอบการโทรคมนาคมว่า การประชุมผู้เกี่ยวข้องเมื่อวันที่ 17 เม.ย.ที่ผ่านมา มีการพูดคุยกันถึงความจำเป็นสำหรับการช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบหรือไม่ หากจำเป็นเพราะเหตุใด ถ้าจะช่วยจะช่วยอย่างไร ซึ่งต้องได้ประโยชน์ทั้งหมด โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้หลักการไว้ว่า ถ้าต้องช่วยเหลือต้องสมประโยชน์ทั้งสองฝ่าย ประเทศชาติเศรษฐกิจได้ประโยชน์และเป็นธรรมกับผู้ประกอบการและส่วนที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ต่อไปหากได้ข้อสรุปอย่างไรต้องนำเข้าสู่ที่ประชุม คสช.เพื่อพิจารณาอีกครั้ง &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่มีการตั้งข้อสังเกตว่าทั้งทรูและเอไอเอสมีกำไรพอสมควรนั้น ขณะนี้ยังไม่ทราบว่าจะให้ความเป็นธรรมหรือช่วยเหลืออย่างไร เพราะต้องเสนอ คสช.พิจารณาก่อน อย่างไรก็ตาม ในที่ประชุมเมื่อวันที่ 17 เม.ย. ตัวแทนทั้งสองบริษัทได้ชี้แจงโดยอธิบายให้เห็นภาพตัวเลขที่เห็นว่ามีกำไรนั้น มีที่มาจากผลประกอบการส่วนใดบ้าง ซึ่งทั้งสองบริษัทมีกิจการในเครือกว่า 50 รายการ ตัวเลขรายได้จึงรวมมาจากทั้งหมด และชี้แจงว่ามีกำไรจากเรื่องอื่น ส่วนรายได้จากโทรศัพท์หรืออินเทอร์เน็ตยังขาดทุน เพราะประมูลมาแพง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ได้นัดประชุมผู้เกี่ยวข้องมาแล้วหลายครั้ง และทุกครั้งได้รายงานให้ คสช.รับทราบ และในวันศุกร์ที่ 20 เม.ย. จะเชิญผู้เกี่ยวข้องมาหารืออีกครั้ง และจะรายงานให้ คสช.ทราบในวันจันทร์ที่ 23 เม.ย. ส่วนจะได้ข้อสรุปเมื่อใด ขึ้นอยู่กับ คสช.&amp;rdquo; นายวิษณุกล่าว และว่า ข้อห่วงใยหากรัฐบาลช่วยเหลือผู้ประกอบการแล้วอาจเสียประโยชน์ของแผ่นดินนั้น เป็นสิ่งที่กำลังพิจารณาอยู่ ส่วนจะพิจารณาออกเป็นมาตรา 44 หรือไม่นั้น อยู่ที่คสช.จะตัดสินใจ แต่ไม่ได้กำหนดไว้ว่าจะต้องสรุปให้ได้ภายในเดือน เม.ย.นี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้หารือถึงประเด็นการคืนใบอนุญาตประกอบการทีวีดิจิทัล รวมถึงการโอนสิทธิ และการควบรวมด้วย ซึ่งส่วนใหญ่รับไม่ได้กับการคืนใบอนุญาต เพราะส่วนใหญ่ลงทุนอุปกรณ์ โครงข่ายไปแล้วจำนวนมาก สู้วิธีขายใบอนุญาตไม่ได้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/7395</URL_LINK>
                <HASHTAG>กสทช., ข้อมูลบัตรประชาชนหลุด, นัดประชุมผู้เกี่ยวข้อง, นายฐากร ตัณฑสิทธิ์, นายาจีฟ บาวา, บริษัท เรียล มูฟ จำกัด, บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด, บริษัททรูมูฟเอช, ประกอบการทีวีดิจิทัล, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เยียวยาลูกค้า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180418/image_big_5ad75cd2c72b7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
