<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>21841</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/11/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/11/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เชื่อม3สนามบินเชื่อมอีอีซี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลเร่งผลักดันอีอีซี เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศและการก้าวพ้นจากกับดักรายได้ปานกลาง ดังนั้นเพื่อให้เกิดการจูงใจลงทุนของภาคเอกชนนอกจากในด้านสิทธิประโยชน์เพื่อจูงใจการลงทุนแล้วในด้านโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ ก็ต้องมีความพร้อมเพื่อรองรับ ไม่ว่าจะเป็นน้ำ ไฟ และการคมนาคม ซึ่งขณะนี้นอกจากการพัฒนาโครงข่ายถนนให้มีการเชื่อมโยงกันแล้ว สิ่งที่ต้องเร่งรัดคือคือการพัฒนาระบบราง โดยเฉพาะโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อูตะเภา แบบไร้รอยต่อ รวมมูลค่าโครงการกว่า 237,700 ล้านบาท&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซึ่งหลังจากเปิดโครงการมาได้รับความสนใจจากเอกชนทั้งในและต่างประเทศเป็นจำนวนมาก อาทิ บมจ.ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ หรือบีทีเอส กรุ๊ป ซึ่งดำเนินธุรกิจระบบขนส่งมวลชนทางรางอยู่ในปัจจุบัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บมจ.ช.การช่าง ซึ่งเป็นหนึ่งในยักษ์ใหญ่ในวงการธุรกิจก่อสร้าง ซึ่งก็สนใจเข้าร่วมประมูล โดยอาจจะร่วมกับ บมจ.ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ หรือ BEM บริษัทลูกที่มีประสบการณ์เดินรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินและสีม่วง ดึงพันธมิตรอย่างโตคิว คอร์ปอเรชั่น จากญี่ปุ่น ผู้เชี่ยวชาญอสังหาริมทรัพย์และคอมเพล็กซ์เข้าร่วม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บมจ.ปตท. เองก็ให้ความสนใจ เพราะมีเงินลงทุนพร้อม และด้วยเหตุผลที่ว่ารถไฟความเร็วสูงเชื่อมถึง 3 สนามบิน และมีบางซื่อเป็นศูนย์กลาง โดยมีกระแสข่าวว่าอาจร่วมกับพันธมิตรนักลงทุนญี่ปุ่นที่เชี่ยวชาญด้านการก่อสร้างและพัฒนาที่ดิน เพื่อต่อยอดกับโครงการสมาร์ทซิตี้ที่บางซื่อ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; เครือเจริญโภคภัณฑ์ หรือซีพี กรุ๊ป ก็จะร่วมกับบริษัท ซิติก คอนสตรัคชั่น จำกัด จากฮ่องกง ซึ่งเป็นบริษัทก่อสร้าง ออกแบบ ที่ปรึกษา และบริษัท ไหหนาน กรุ๊ป จำกัด ที่เชี่ยวชาญงานก่อสร้างท่าเรือ สนามบิน และรถไฟ ซึ่งได้ศึกษาโครงการรถไฟความเร็วสูงกรุงเทพฯ-ระยองมาแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รวมถึงกลุ่มทุนจากญี่ปุ่นก็พยายามจะเปิดตลาดรถไฟความเร็วสูงในประเทศไทย หลังจากที่จีนได้สายกรุงเทพฯ-โคราช ซึ่งภาคตะวันออกเป็นฐานธุรกิจของญี่ปุ่นอยู่ก่อนแล้ว จึงอยากรักษาฐานที่มั่นไว้ หากสำเร็จมีแนวโน้มจะขยายไปยังจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งมีคนญี่ปุ่นอาศัยอยู่จำนวนมาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ยังมีกลุ่มทุนจากเยอรมนีและเกาหลีที่ได้แสดงความสนใจเข้าร่วมประมูลรถไฟทางคู่ และรถไฟความเร็วสูงด้วยเช่นกัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่อย่างไรก็ตาม หลังจากเปิดขายซองทีโออาร์ พบว่ามีภาคเอกชนทั้งในและต่างประเทศถึง 31 ราย ในจำนวนนี้เป็นเอกชนจากประเทศไทย 14 ราย อาทิ บมจ.บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ (BTS), บมจ.เจริญโภคภัณฑ์โฮลดิ้ง บมจ.อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ (ITD), บมจ.ยูนิค เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น, บมจ.เอนเนอร์ยี่ คอมเพล็กซ์ บมจ.ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น (STEC)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บมจ.ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ (BEM), บมจ.ช.การช่าง (CK), บมจ.ผลิตไฟฟ้าราชบุรีโฮลดิ้ง (RATCH), บมจ.ทีพีไอ โพลีน, บมจ.เทอดดำริ, บมจ.เพาเวอร์ไลน์ เอ็นจิเนียริ่ง, บมจ.เซ็นทรัลพัฒนา และบริษัท แอล เอ็ม ที สโตน จำกัด นอกจากนี้ยังมีเอกชนจากจีน, มาเลเซีย, ฝรั่งเศส, อิตาลี และเกาหลีใต้ที่ซื้อซอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ล่าสุด การรถไฟแห่งประเทศไทยเปิดรับซองประมูลโครงการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-ระยอง วงเงิน 2.2 แสนล้านบาท วันที่ 12 พ.ย.นี้ พบมีเพียง 2 กลุ่มที่ยื่นซอง ประกอบด้วย กลุ่มกิจการร่วมค้าบีเอสอาร์ (BSR) ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่าง BTS, บริษัท (STEC) และบริษัท RATCH ยืนประมูลโครงการก่อสร้าง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และกลุ่มกิจการร่วมค้า บริษัท เจริญโภคภัณฑ์โฮลดิ้ง จำกัด และพันธมิตร กับเครือซีพี ได้แก่ China Railway Construction Corporation Limited, BEM, ITD, CK, Japan Overseas Infrastructure Investment Corporation for Transport &amp;amp; Urban Development, CITIC Group Corporation (จากจีน), China Resources (Holdings) Company Limited, Siemen (จากเยอรมนี) Hyundai (จากเกาหลี) Ferrovie dello Stato Italiane (จากอิตาลี) CRRC-Sifang (จากจีน) และธนาคารเพื่อความร่วมมือระหว่างประเทศแห่งญี่ปุ่น (JBIC) (จากญี่ปุ่น) เป็นต้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เห็นแค่ผู้ร่วมกลุ่มทั้ง 2 กลุ่มก็วางใจเพราะเป็นผู้เชี่ยวชาญกันทั้งนั้น และคงต้องลุ้นกันต่อไปในช่วงกลางเดือน ม.ค.ปี 2562 ว่าใครจะเป็นผู้ชนะและจะได้ใช้บริการกันเมื่อไหร่.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/21841</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระจกไร้เงา, บริษัท ซิติก คอนสตรัคชั่น จำกัด, บริษัท ไหหนาน กรุ๊ป จำกัด, บุญช่วย ค้ายาดี, ปตท.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180114/5a5b68b2a156d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
