<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>78505</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/09/2020 17:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/09/2020 17:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โควิดป่วนบริษัทตั้งใหม่ปี63ลดวูบ12%</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
24 ก.ย.2563 นางโสรดา เลิศอาภาจิตร์ รองอธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยว่า การจดทะเบียนธุรกิจในเดือนส.ค.2563 มีผู้ประกอบธุรกิจยื่นขอจดทะเบียนจัดตั้งห้างหุ้นส่วนบริษัทใหม่ทั่วประเทศจำนวน 5,538 ราย เมื่อเทียบกับเดือนก.ค.ที่ผ่านมา ลดลง 2% และเทียบเดือนส.ค.2562 ลดลง 7% เนื่องจากผู้ประกอบการยังกังวลสถานการณ์โควิด-19 ที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ แต่ทิศทางเริ่มดีขึ้นต่อเนื่อง หลังเศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัว รัฐบาลเร่งกระตุ้นการใช้จ่าย เร่งการลงทุน และมีมาตรการเยียวยาออกมาต่อเนื่อง ทำให้ผู้ประกอบการมีความมั่นใจในการทำธุรกิจเพิ่มขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับธุรกิจที่มีการตั้งใหม่ในเดือนส.ค.2563 สูงสุด 3 อันดับแรก คือ ก่อสร้างอาคารทั่วไป อสังหาริมทรัพย์ และขนส่งและขนถ่ายสินค้ารวมถึงคนโดยสาร ซึ่งเป็นธุรกิจที่เติบโตต่อเนื่อง ในช่วงโควิด-19 นับตั้งแต่เดือนพ.ค.2563 เป็นต้นมา และคาดว่าจะมีแนวโน้มโตต่อเนื่อง โดยมีทุนจดทะเบียนมูลค่า 14,316 ล้านบาท เทียบกับก.ค.2563 ลดลง 14% เทียบกับส.ค.2562 ลดลง 17%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม มีธุรกิจที่น่าจังตา คือ ธุรกิจทำความสะอาด ที่มีการจัดตั้งทำธุรกิจใหม่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะธุรกิจรายย่อย เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 และยังประเมินว่าแนวโน้มธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว ทั้งบริษัททัวร์ ภัตตาคารและร้านอาหาร น่าจะกลับมาฟื้นตัวได้ดีขึ้น หลังจากที่รัฐบาลมีนโยบายกระตุ้นและส่งเสริมการท่องเที่ยวในประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนธุรกิจเลิกกิจการ มีจำนวน 1,337 ราย เทียบกับก.ค.2563 เพิ่มขึ้น 6% และเทียบกับส.ค.2562 ลดลง 24% มีมูลค่าทุนจดทะเบียนจำนวน 5,408 ล้านบาท เทียบกับก.ค.2563 ลดลง 29% และเทียบกับส.ค.2562 ลดลง 81% โดยธุรกิจที่เลิกกิจการสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ ธุรกิจก่อสร้างอาคารทั่วไป ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ภัตตาคารและร้านอาหาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ยอดรวมการจัดตั้งธุรกิจใหม่ในช่วง 8 เดือนปี 2563 (ม.ค.-ส.ค.) มีจำนวน 44,542 ราย ลดลง 12% ทุนจดทะเบียนรวม 135,601 ล้านบาท ลดลง 14% และธุรกิจเลิกกิจการ มีจำนวน 8,825 ราย ลดลง 12% ทุนจดทะเบียน 39,423 ล้านบาท ลดลง 34% โดยคาดว่าปี 2563 ทั้งปี จะมีการจดตั้งธุรกิจใหม่ประมาณ 65,000-70,000 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ล่าสุดมีธุรกิจดำเนินกิจการอยู่ทั้งสิ้น (ณ วันที่ 31 ส.ค.2563) มีจำนวน 770,278 ราย มูลค่าทุน 18.57 ล้านล้านบาท แยกเป็นห้างหุ้นส่วนจำกัด ห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคล จำนวน 187,176 ราย คิดเป็น 24.30% บริษัทจำกัด จำนวน 581,827 ราย คิดเป็น 75.53% และบริษัทมหาชนจำกัด จำนวน 1,275 ราย คิดเป็น 0.17% ตามลำดับ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/78505</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมพัฒนาธุรกิจการค้า, บริษัทตั้งใหม่, โสรดา เลิศอาภาจิตร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190828/image_big_5d65df0647ac2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>72267</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/07/2020 09:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/07/2020 09:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บริษัทตั้งใหม่เพิ่มขึ้นหลังคลายล็อกดาวน์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
23 ก.ค.2563 นายวุฒิไกร ลีวีระพันธุ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยว่า การจดทะเบียนธุรกิจเดือนมิ.ย.2563 มีผู้ประกอบธุรกิจยื่นขอจดทะเบียนจัดตั้งห้างหุ้นส่วนบริษัทใหม่ทั่วประเทศ จำนวน 5,731 ราย เมื่อเทียบกับเดือนพ.ค.ที่ผ่านมา เพิ่มขึ้น 37% และเทียบเดือนมิ.ย.2562 เพิ่มขึ้น 3% มีมูลค่าทุนจดทะเบียนจำนวน 14,757 ล้านบาท เมื่อเทียบกับพ.ค.2563 เพิ่มขึ้น 53% เทียบกับมิ.ย.2562 ลดลง 3% โดยธุรกิจจัดตั้งใหม่สูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ ธุรกิจก่อสร้างอาคารทั่วไป จำนวน 612 ราย คิดเป็น 11% รองลงมา คือ ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ จำนวน 271 ราย คิดเป็น 5% และอันดับ 3 คือ ธุรกิจขนส่งและขนถ่ายสินค้า รวมถึงคนโดยสาร จำนวน 188 ราย คิดเป็น 3%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;ยอดการตั้งธุรกิจใหม่ในเดือนมิ.ย.2563 ที่เพิ่มขึ้น มาจากการที่ผู้ประกอบการที่ชะลอการตัดสินใจทำธุรกิจในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 ได้ตอบสนองมาตรการคลายล็อกดาวน์ และการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ จึงได้ตัดสินใจตั้งธุรกิจใหม่ตามแผนที่ได้วางไว้ โดยส่วนใหญ่พบว่าเป็นธุรกิจขนาดเล็กมากถึง 99%&amp;rdquo;นายวุฒิไกรกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนธุรกิจเลิกประกอบกิจการ มีจำนวน 1,336 ราย เทียบกับพ.ค.2563 เพิ่มขึ้น 48% และเทียบกับมิ.ย.2562 เพิ่มขึ้น 6% มีมูลค่าทุนจดทะเบียนจำนวน 5,132 ล้านบาท เทียบกับพ.ค.2563 เพิ่ม 73% และเทียบกับมิ.ย.2562 เพิ่ม 3% โดยธุรกิจที่เลิกกิจการสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ ธุรกิจก่อสร้างอาคารทั่วไป จำนวน 111 ราย คิดเป็น 8% รองลงมาคือ ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ จำนวน 69 ราย คิดเป็น 5% และธุรกิจให้คำปรึกษาด้านการจัดการ จำนวน 36 ราย คิดเป็น 3%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; สำหรับยอดรวมการจัดตั้งธุรกิจใหม่ในช่วง 6 เดือนปี 2563 (ม.ค.-มิ.ย.) มีจำนวน 33,337 ราย ลดลง 13% ทุนจดทะเบียนรวม 104,571 ล้านบาท ลดลง 13% และธุรกิจเลิกกิจการ มีจำนวน 6,227 ราย ลดลง 7% ทุนจดทะเบียน 26,347 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ทั้งนี้ คาดว่าแนวโน้มการจดตั้งธุรกิจใหม่ในช่วงครึ่งหลังของปี 2563 จะดีขึ้นตามลำดับ จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล และมาตรการการเงิน ทั้งการลดอัตราดอกเบี้ย การเพิ่มสภาพคล่องในระบบเศรษฐกิจ และการช่วยเหลือผู้ประกอบการขนาดกลางและเล็ก (SMEs) ผ่าน Soft Loan ขณะที่ภาคเศรษฐกิจจะเริ่มตอบสนองต่อมาตรการของรัฐบาล เช่น การส่งเสริมการท่องเที่ยวภายในประเทศ การเร่งลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; รายงานข่าวจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า แจ้งว่า ปัจจัยที่ส่งผลให้ผู้ประกอบธุรกิจมีการจดตั้งธุรกิจใหม่ในเดือนมิ.ย.2563 เพิ่มขึ้น เนื่องจากการคลายล็อกดาวน์ ส่งผลให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจมีการขับเคลื่อน ทำให้มีความมั่นใจในการลงทุนทำธุรกิจเพิ่มขึ้น โดยมีธุรกิจที่น่าจับตา คือ ธุรกิจขนส่งและขนถ่ายสินค้า รวมถึงคนโดยสาร ที่มีการตั้งใหม่เข้ามาเป็นอันดับที่ 3 จากปกติจะเป็นธุรกิจภัตตาคารและร้านอาหาร เพื่อรองรับการขยายตัวของการค้าออนไลน์และบริการขนส่งสินค้าจากการซื้อขายออนไลน์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ณ วันที่ 30 มิ.ย.2563 มีธุรกิจดำเนินกิจการอยู่ทั้งสิ้น 765,775 ราย มูลค่าทุน 18.44 ล้านล้านบาท แยกเป็นห้างหุ้นส่วนจำกัด ห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคล จำนวน 186,682 ราย คิดเป็น 24.38% บริษัทจำกัด จำนวน 577,822 ราย คิดเป็น 75.46% และบริษัทมหาชนจำกัด จำนวน 1,271 ราย คิดเป็น 0.16% ตามลำดับ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/72267</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงพาณิชย์, บริษัทตั้งใหม่, มิ.ย.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181019/image_big_5bc9fe41d7b8f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>44456</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/08/2019 08:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/08/2019 08:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พาณิชย์ปลื้มบริษัทตั้งใหม่เดือน ก.ค.62 พุ่ง8%</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 ส.ค. 2562 นางโสรดา เลิศอาภาจิตร์ รองอธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยว่า การจดทะเบียนจัดตั้งห้างหุ้นส่วนบริษัทใหม่ทั่วประเทศในเดือนก.ค.2562 มีจำนวน 6,459 ราย เมื่อเทียบกับเดือนมิ.ย.2562 ที่มีจำนวน 5,586 ราย เพิ่มขึ้น 16% และเมื่อเทียบกับเดือนก.ค.2561 ที่มีจำนวน 5,964 ราย เพิ่มขึ้น 8% มีมูลค่าทุนจัดตั้งใหม่ 22,866 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 51% เมื่อเทียบกับเดือนมิ.ย.2562 และลดลง 13% เมื่อเทียบกับก.ค.2561&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ธุรกิจจัดตั้งใหม่สูงสุด 3 อันดับแรกของเดือนก.ค.2562 ยังเป็นไปในทิศทางเดียวกันกับการขยายตัวของการลงทุนและการท่องเที่ยว คือ ธุรกิจก่อสร้างอาคารทั่วไป ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ธุรกิจภัตตาคารและร้านอาหาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนธุรกิจจัดตั้งใหม่ในช่วง 7 เดือนของปี 2562 (ม.ค.-ก.ค.) มีจำนวน 44,681 ราย เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เพิ่มขึ้น 3% มีมูลค่าทุนจดทะเบียนรวม 140,622 ล้านบาท ลดลง 17%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การจดทะเบียนตั้งใหม่เดือนก.ค. ที่เพิ่มขึ้น เพราะผู้ประกอบธุรกิจมีความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจไทย และยังได้ผลดีจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลที่อัดฉีดลงไปในโครงการต่างๆ รวมถึงการขยายตัวของโครงการลงทุนขนาดใหญ่ และการเพิ่มขึ้นของการท่องเที่ยว ทำให้คนมีความมั่นใจในการลงทุนทำธุรกิจเพิ่มขึ้น&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับธุรกิจเลิกกิจการในเดือนก.ค.2562 มีจำนวน 1,594 ราย เทียบกับมิ.ย.2562 เพิ่มขึ้น 26% เทียบกับก.ค.2561 ลดลง 6% โดยธุรกิจที่เลิกกิจการ 3 อันดับแรก คือ ธุรกิจก่อสร้างอาคารทั่วไป ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ และธุรกิจให้คำปรึกษาด้านการจัดการ มีมูลค่าทุนเลิกกิจการ 8,279 ล้านบาท เทียบมิ.ย.2562 ลดลง 66% เทียบก.ค.2561 เพิ่มขึ้น 32% ส่วนยอดรวมเลิกกิจการ 7 เดือน มีจำนวน 8,261 ราย เพิ่มขึ้น 4% มีทุนจดทะเบียนเลิกรวม 30,615 ล้านบาท ลดลง 33%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางโสรดากล่าวว่า การจัดตั้งธุรกิจใหม่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ และการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของรัฐบาล โดยการจัดตั้งธุรกิจใหม่ เริ่มมีทิศทางการขยายตัวไปยังจังหวัดต่างๆ เพิ่มมากขึ้น จากเดิมที่กระจุกตัวอยู่ในกรุงเทพฯ ชลบุรี นนทบุรี สมุทรปราการ และปทุมธานี โดยเพิ่มขึ้นทั้งในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) ที่มีการส่งเสริมการลงทุนในอุตสาหกรรมสมัยใหม่ เขตพัฒนาพิเศษภาคใต้ (เอสอีซี) และเมืองรอง โดยเฉพาะเมืองรองที่เป็นแหล่งท่องเที่ยว ทั้งนี้ คาดว่าการจดทะเบียนจัดตั้งใหม่ในไตรมาสที่ 3 และ 4 ของปีนี้ จะเพิ่มขึ้น ทำให้เป้าหมายการจดตั้งใหม่ทั้งปีน่าจะทำได้ถึง 7.2-7.5 หมื่นราย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/44456</URL_LINK>
                <HASHTAG>บริษัทตั้งใหม่, โสรดา เลิศอาภาจิตร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190828/image_big_5d65df0647ac2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>27379</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/01/2019 01:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/01/2019 07:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บริษัทตั้งใหม่ปี 61 ลดลง 3% ชี้ภาครัฐเลิกสนับสนุน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 ม.ค. 2562 นายวุฒิไกร ลีวีระพันธุ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยว่า สถิติการจดทะเบียนธุรกิจจัดตั้งใหม่เดือนธ.ค.2561 มีจำนวน 5,539 ราย ลดลง 35% เพราะเป็นไปตามภาวะการจดทะเบียนที่ช่วงเดือนสุดท้ายของทุกปีมีจำนวนน้อย ทำให้ภาพรวมการจดตั้งใหม่ของปี 2561 มีผู้ประกอบการยื่นขอจดทะเบียนจัดตั้งห้างหุ้นส่วนบริษัทใหม่ทั่วประเทศมีจำนวน 72,109 ราย ลดลง 3% เทียบกับช่วงเดียวกันปี 2560 ที่มีการจดทะเบียนจัดตั้งจำนวน 74,517 ราย ทุนจดทะเบียนจัดตั้งใหม่มูลค่า 3.74 แสนล้านบาท ลดลง 28%&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สาเหตุที่ทำให้การจดทะเบียนธุรกิจในปี 2561 ลดลง เนื่องจากในปี 2560 กระทรวงการคลังมีมาตรการสนับสนุนผู้ประกอบการจดทะเบียนนิติบุคคล เช่น การยกเว้นภาษีธุรกิจเฉพาะ อากรแสตมป์ และค่าธรรมเนียมในการจดทะเบียนนิติกรรมที่ดิน แต่ปี 2561 ได้ลดความเข้มข้นของมาตรการเหล่านี้ลง ทำให้การจดทะเบียนไม่คึกคักเหมือนปี 2560 แต่ภาพรวม ถือว่าลดลงเพียงเล็กน้อยเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับธุรกิจที่มีการจดทะเบียนจัดตั้งสูงสุด 3 อันดับแรกในปี 2561 ได้แก่ ธุรกิจก่อสร้างอาคารทั่วไป จำนวน 6,578 ราย รองลงมา คือ ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ จำนวน 4,394 ราย และธุรกิจภัตตาคารและร้านอาหาร จำนวน 2,058 ราย &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนธุรกิจเลิกกิจการในเดือนธ.ค.2561 มีจำนวน 2,482 ราย ลดลง 4% ทำให้ภาพรวมทั้งปี 2561 มีธุรกิจเลิกกิจการรวม 21,775 ราย เพิ่มขึ้น 2% เทียบกับช่วงเดียวกันปี 2560 ที่มีจำนวนเลิกกิจการ 21,444 ราย โดยมีมูลค่าทุนเลิกกิจการ 100,749 ล้านบาท ลดลง 1% ซึ่งธุรกิจที่เลิกกิจการสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ ธุรกิจก่อสร้างอาคารทั่วไป 2,042 ราย รองลงมา คือ อสังหาริมทรัพย์ 1,269 ราย และธุรกิจภัตตาคารและร้านอาหาร 566 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวุฒิไกรกล่าวว่า ในปี 2562 กรมฯ คาดการณ์ยอดการจดทะเบียนจัดตั้งธุรกิจใกล้เคียงกับปี 2561 อยู่ที่ประมาณ 70,000 ราย โดยมีปัจจัยสนับสนุน คือ อัตราการเติบโตของเศรษฐกิจ 3.5-4.5% ตามการคาดการณ์ของสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ การขยายตัวของเศรษฐกิจโลกอยู่ที่ 3.8% ซึ่งตัวเลขคาดการณ์ดังกล่าวสอดคล้องและเป็นไปในทิศทางเดียวกับค่าเฉลี่ยอัตราการเติบโตของการจดทะเบียนจัดตั้งธุรกิจย้อนหลัง 7 ปี แต่ก็ต้องพิจารณาปัจจัยเสี่ยงทางเศรษฐกิจอื่นๆ เช่น ความผันผวนของเศรษฐกิจโลก สถานการณ์การค้าระหว่างประเทศ และความชัดเจนทางการเมือง ที่ล้วนแต่มีผลต่อการจดจัดตั้งธุรกิจใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทางด้านการจดทะเบียนจัดตั้งธุรกิจในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) ประกอบด้วย 3 จังหวัด ได้แก่ ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง ปี 2561 มีจำนวน 7,078 ราย เพิ่มขึ้น 5.47% เทียบกับช่วงเดียวกันปี 2560 ที่มียอดจัดตั้งธุรกิจ 6,711 ราย มีทุนจดทะเบียนจัดตั้ง 1.97 หมื่นล้านบาท ลดลง 26.30% โดยธุรกิจที่มีการจัดตั้งสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ อสังหาริมทรัพย์ 1,293 ราย รองลงมา คือ ก่อสร้างอาคารทั่วไป 578 ราย และภัตตาคารและร้านอาหาร 305 ราย &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/27379</URL_LINK>
                <HASHTAG>บริษัทตั้งใหม่, วุฒิไกร ลีวีระพันธุ์, สถิติการจดทะเบียนธุรกิจจัดตั้งใหม่, อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181019/image_big_5bc9fe41d7b8f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
