<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>96792</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/03/2021 16:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/03/2021 16:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;มหิดล&quot;ประกาศงดรับทุนบริษัทบุหรี่ และไม่ร่วมมือในกิจกรรมใดๆทั้งสิ้น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
21มี.ค.64-ศ.นพ.บรรจง มไหสวริยะ อธิการบดี มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า มหาวิทยาลัยมหิดลเล็งเห็นถึงปัญหาการแทรกแซงของบริษัทบุหรี่และองค์กรที่เกี่ยวข้องในการเข้ามาสร้างความสัมพันธ์กับมหาวิทยาลัยฯ ผ่านการให้ทุนการทำวิจัย การศึกษาดูงาน และการอุปถัมภ์ในรูปแบบอื่นๆ ซึ่งอาจก่อให้เกิดผลประโยชน์ทับซ้อนในการดำเนินกิจการหลักของมหาวิทยาลัยในการผลิตข้อมูลความรู้และชี้นำสังคมอย่างเป็นกลางและมีอิสระทางวิชาการ อีกทั้งยังขัดต่อกรอบอนุสัญญาว่าด้วยการควบคุมยาสูบ (Framework Convention on Tobacco Control; FCTC) ซึ่งเป็นกฎหมายระหว่างประเทศฉบับแรกที่องค์การอนามัยโลกจัดทำขึ้นเพื่อช่วยในการควบคุมยาสูบซึ่งเป็นสินค้าที่อันตรายต่อสุขภาพ และพระราชบัญญัติควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ. 2560 ที่ห้ามมิให้บริษัทบุหรี่มอบทุนให้แก่บุคลากรของมหาวิทยาลัย จึงจัดการแถลงข่าวครั้งนี้ขึ้น เพื่อประกาศว่ามหาวิทยาลัยมหิดลจะไม่ร่วมมือกับบริษัทบุหรี่และเครือข่ายของบริษัทบุหรี่ในการดำเนินกิจกรรมใดๆ ทั้งสิ้น และถือโอกาสเชิญชวนมหาวิทยาลัยทุกแห่งในประเทศไทยมาร่วมกันแสดงเจตนารมณ์ที่จะไม่ร่วมมือกับบริษัทบุหรี่เช่นกัน&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รศ.ดร. นภเรณู สัจจรักษ์ ธีระฐิติ รองอธิการบดี ฝ่ายวิเทศสัมพันธ์และสื่อสารองค์กร ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า มหาวิทยาลัยมหิดลมุ่งเน้นพันธกิจในการให้ความรู้ทางด้านสุขภาพ และบทบาทการเป็นสื่อกลางของสังคมเพื่อรณรงค์เรื่องการไม่รับทุนจากบริษัทยาสูบในการจัดกิจกรรมต่างๆ ในมหาวิทยาลัย โดยขับเคลื่อนการเผยแพร่ข้อมูลนี้ทั้งภายในและภายนอกมหาวิทยาลัยเพื่อมิให้นักศึกษา คณาจารย์ และบุคลากรถูกโน้มน้าวและตกเป็นเครื่องมือของบริษัทบุหรี่ และต่อยอดการเป็นมหาวิทยาลัยแห่งสุขภาพ (Healthy University) รวมถึงให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภาคส่วนได้รับทราบและร่วมประกาศเจตนารมณ์ดังกล่าวโดยทั่วกัน ทั้งยังป้องกันมิให้เกิดการกระทำผิดกฎหมายขึ้นในอนาคต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รศ.ดร.นพ.ภูดิท เตชาติวัฒน์ ผู้อำนวยการ สถาบันพัฒนาสุขภาพอาเซียน มหาวิทยาลัยมหิดล ในฐานะที่เป็นสำนักงานเลขาธิการของ ASEAN University Network - Health Promotion Network (AUN-HPN ) กล่าวว่า แนวทางการดำเนินงานของสถาบันฯ ในปีนี้จะเน้นกิจกรรมขับเคลื่อนการสร้างจุดยืนที่ถูกต้องให้กับสังคมในวงกว้าง เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงนโยบายในมหาวิทยาลัยต่างๆ หนึ่งในนั้นคือการสร้างองค์ความรู้เรื่องการรู้เท่าทันบริษัทยาบุหรี่และยาสูบ ซึ่งปัจจุบันใช้กลยุทธ์แฝงตัวและบิดเบือนข้อมูลเรื่องพิษภัยของบุหรี่ต่อนักศึกษา อาจารย์ และนักวิจัย โดยหันมาเน้นนำเสนอผลิตภัณฑ์บุหรี่ไฟฟ้าและกลุ่มเป้าหมายที่เป็นคนรุ่นใหม่มากขึ้น ผ่านการให้ทุนที่มีวัตถุประสงค์แอบแฝง เช่น สนับสนุนกิจกรรมนักศึกษา การศึกษาดูงาน และทุนวิจัย&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศ.นพ.ประกิต วาทีสาธกกิจ เลขาธิการมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ กล่าวว่า ในประเทศไทยมีพระราชบัญญัติควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ. 2560 มาตรา 35 ที่ห้ามผู้ประกอบการและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องให้การอุปถัมภ์บุคคลกลุ่มบุคคล หน่วยงานของรัฐ ซึ่งรวมถึงมหาวิทยาลัยด้วย การประกาศงดรับทุนทุกรูปแบบจากบริษัทบุหรี่จึงสอดคล้องกับกฎหมายไทย และช่วยให้บุคลากรในมหาวิทยาลัยมหิดลและมหาวิทยาลัยทั่วประเทศสามารถทำหน้าที่ได้อย่างเป็นอิสระ ไม่ละเมิดกฎหมาย และผลิตผลงานวิชาการที่ก่อประโยชน์ต่อคุณภาพชีวิตของประชาชน&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ คุณบังอร ฤทธิภักดี ผู้อำนวยการศูนย์ธรรมาภิบาลในการควบคุมการบริโภคยาสูบ กล่าวว่า &amp;nbsp;&amp;ldquo;บุหรี่เป็นสินค้าชนิดเดียวที่ฆ่าผู้บริโภคของตนเองแม้จะใช้ปกติ ขณะนี้จึงมีมหาวิทยาลัยชั้นนำของโลกกว่า 20 แห่ง นำโดยมหาวิทยาลัยจอนส์ฮอปกินส์ ที่ได้ประกาศนโยบายไม่รับทุนและไม่ร่วมกิจกรรมใดๆ กับบริษัทบุหรี่และเครือข่ายของบริษัทบุหรี่ อาทิ มูลนิธิและองค์กรต่างๆ ที่บริษัทบุหรี่จัดตั้งขึ้น ดังนั้นการประกาศจุดยืนของมหาวิทยาลัยมหิดลในฐานะต้นแบบของสถานศึกษา จึงถือเป็นความเคลื่อนไหวที่สำคัญทั้งในระดับสถาบัน ระดับประเทศ และในระดับนานาชาติ อันจะนำไปสู่การที่แต่ละหน่วยงานออกมาสร้างความขับเคลื่อนและออกแนวทางปฏิบัติที่สอดคล้องกับองค์กรของตนเอง ตลอดจนการผลักดันนโยบายสาธารณะอย่างเข้มแข็ง&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ศ.นพ.ประกิตและคุณบังอร ยังได้เสริมเกี่ยวกับพฤติกรรมการบิดเบือนข้อมูลและแทรกแซงของบริษัทบุหรี่ว่า มีนักวิชาการที่คาดว่ามีสายสัมพันธ์กับบริษัทบุหรี่ให้ข้อมูลว่าการสูบบุหรี่ไม่เกี่ยวข้องกับความรุนแรงของโรคโควิด-19 ตรงกันข้ามกับข้อมูลจากงานวิจัยที่เป็นอิสระจากบริษัทบุหรี่ ซึ่งระบุว่าการสูบบุหรี่เป็นปัจจัยเสี่ยงที่เพิ่มความรุนแรงของโรคโควิด-19 &amp;nbsp;นอกจากนี้ ปัจจุบันผู้ผลิตบุหรี่ยังพยายามเพิ่มจำนวนผู้สูบบุหรี่หน้าใหม่ด้วยการสนับสนุนงานวิจัยเพื่อนำเสนอประโยชน์ของผลิตภัณฑ์ทางเลือกหรือบุหรี่ไฟฟ้าอีกด้วย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/96792</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทุนการศึกษา, บริษัทบุหรี่, มหาวิทยาลัยมหิดล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210321/image_big_60570aaab1c79.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
