<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>115055</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/08/2021 16:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/08/2021 16:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คปภ. ออก 3 มาตรการเร่งด่วนคุ้มครองผู้บริโภคเคลมประกันโควิด&#039;เจอจ่ายจบ&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 ส.ค. 2564 นายสุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (เลขาธิการ คปภ.) เปิดเผยว่า ตามที่มีประชาชนจำนวนหนึ่งร้องเรียนกรณีบริษัทประกันภัยบางแห่งจ่ายเคลมประกันภัยโควิด-19 &amp;ldquo;แบบเจอจ่ายจบ&amp;rdquo; ล่าช้า โดยได้ยื่นเรื่องร้องเรียนทั้งที่สำนักงาน คปภ. และบริษัทประกันภัยโดยตรง รวมทั้งสภาองค์กรของผู้บริโภค ซึ่งกรณีเรื่องร้องเรียนที่เกิดขึ้น สำนักงาน คปภ. ไม่ได้นิ่งนอนใจและมีความห่วงใยต่อประชาชนผู้เอาประกันภัย ได้กำชับให้บริษัทประกันภัยดำเนินการในเรื่องดังกล่าวโดยเร่งด่วน เพื่อให้ประชาชนผู้เอาประกันภัยได้รับความคุ้มครองตามสิทธิประโยชน์อันพึงจะได้รับตามเงื่อนไขกรมธรรม์ประกันภัย และไม่เป็นการซ้ำเติมสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในปัจจุบัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เลขาธิการ คปภ. ได้กล่าวเพิ่มเติมว่า สำนักงาน คปภ. ได้หารือร่วมกับภาคธุรกิจประกันภัย เพื่อกำหนดมาตรการและแนวทางต่าง ๆ พร้อมทั้งได้ติดตามและประสานกับบริษัทประกันภัยอย่างต่อเนื่อง ซึ่งรับทราบว่าปริมาณเรื่องเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนของผู้เอาประกันภัยที่ยื่นต่อบริษัทต่อวันมีจำนวนมาก ทำให้บริษัทประกันภัยไม่สามารถบริหารจัดการการจ่ายค่าสินไหมทดแทนได้อย่างทันท่วงที ดังนั้น เพื่อเป็นการแก้ไขเรื่องร้องเรียนกรณีดังกล่าว สำนักงาน คปภ. ได้ออก 3 มาตรการเร่งด่วนเป็นการเฉพาะกิจ ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. มาตรการเข้าตรวจสอบบริษัท เพื่อประเมินความเสี่ยงของบริษัทและการดำเนินการให้เป็นไปตามบทบัญญัติของกฎหมาย โดยเมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 2564 สำนักงาน คปภ. ได้เร่งจัดทีมเฉพาะกิจซึ่งประกอบไปด้วยผู้แทนจากสายตรวจสอบ สายวิเคราะห์ธุรกิจประกันภัยและสายคุ้มครองสิทธิประโยชน์ เข้าตรวจสอบ ณ ที่ทำการของบริษัทที่รับประกันภัยโควิด-19 จำนวน 4 บริษัท เพื่อประเมินความเสี่ยงของบริษัทและกำกับการดำเนินการให้เป็นไปตามบทบัญญัติของกฎหมาย จากกรณีที่มีเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับความล่าช้าในการจ่ายผลประโยชน์ตามกรมธรรม์ให้แก่ผู้เอาประกันภัย รวมถึงกระบวนการจัดการสินไหมทดแทน ของกรมธรรม์ประกันภัยโควิด-19 ของบริษัททั้งระบบ จำนวนเรื่องที่คงค้างพิจารณาของบริษัท พร้อมทั้งเชิญผู้บริหารของบริษัทเข้าชี้แจงต่อสำนักงาน คปภ. ผ่านการประชุมทางจอภาพ ในประเด็นเกี่ยวกับฐานะการเงินและความมั่นคงของบริษัท ตลอดจน ติดตามการปฏิบัติตามกฎหมายในกระบวนการจ่ายผลประโยชน์ตามกรมธรรม์ประกันภัยโควิด-19 แต่ละบริษัทด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ สำนักงาน คปภ. กำชับให้ปรับปรุงวิธีการสื่อสารเพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง ตลอดจนชี้แจงให้บริษัทเข้าใจถึงมาตรการทางกฎหมายในการกำกับการดำเนินการของบริษัทให้เหมาะสมกับสภาพการณ์และปัญหาที่เกิดขึ้น เพื่อให้ประชาชนผู้เอาประกันภัยได้รับผลประโยชน์ตามกรมธรรม์ประกันภัยอย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.&amp;nbsp; มาตรการทางกฎหมาย สำนักงาน คปภ. ได้ออกคำสั่งสำนักงาน คปภ. เรื่อง ให้แก้ไขเพิ่มเติมคู่มือ ระบบงาน และกระบวนการดำเนินการพิจารณาและจ่ายค่าสินไหมทดแทนตามกรมธรรม์ประกันภัย COVID-19 ของบริษัทประกันวินาศภัย พ.ศ. 2564 ซึ่งคำสั่งฯ ดังกล่าวมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2564 ให้บริษัทประกันวินาศภัยที่มีปัญหาการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนเกี่ยวกับกรมธรรม์ประกันภัยโควิด-19 ตั้งแต่ 100 เรื่องขึ้นไป ให้มีระบบงาน กระบวนการการดำเนินการพิจารณา และจ่ายค่าสินไหมทดแทนเกี่ยวกับประกันภัยโควิด-19 ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;bull; ให้บริษัทจัดให้มีหน่วยงานรับเรื่องการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนและเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับประกันภัยโควิด-19 เป็นการเฉพาะขึ้นภายในบริษัท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;bull; ให้บริษัทดำเนินการพิจารณาและจ่ายค่าสินไหมทดแทนเกี่ยวกับประกันภัยโควิด-19 ตามหลักเกณฑ์ดังนี้ 1) ตรวจสอบความครบถ้วนของเอกสารหลักฐานประกอบการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนให้แล้วเสร็จ ภายใน 3 วันนับแต่วันที่ได้รับเอกสารหลักฐาน 2) กรณีผู้เอาประกันภัยยื่นเอกสารหลักฐานประกอบการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนครบถ้วน ให้บริษัทดำเนินการจ่ายค่าสินไหมทดแทน ภายใน 15 วัน และ 3) กรณีผู้เอาประกันภัยยื่นเอกสารหลักฐานประกอบการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนไม่ครบถ้วน ให้แจ้งผู้เอาประกันภัยในวันเดียวกับที่ตรวจพบ และให้จ่ายค่าสินไหมทดแทน ภายใน 15 วันนับแต่วันที่ได้ยื่นเอกสารหลักฐานครบถ้วนแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;bull; ในกรณีที่มีปัญหาการตีความหรือโต้แย้งเกี่ยวกับกรมธรรม์ประกันภัยโควิด-19 และยังหาข้อยุติไม่ได้ ให้บริษัทเสนอ ความเห็นต่อสำนักงาน คปภ. ภายใน 7 วันนับแต่วันที่ได้รับเอกสารหลักฐานประกอบการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน เพื่อดำเนินการต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;bull; ให้บริษัทรายงานข้อมูลเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับประกันภัยโควิด-19 และผลการดำเนินการต่อสำนักงาน คปภ. ทุก 15 วัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การออกมาตรการทางกฎหมายเพิ่มเติมดังกล่าว เพื่อให้การดำเนินการพิจารณาและจ่ายค่าสินไหมทดแทนตามกรมธรรม์ประกันภัยโควิด-19 มีประสิทธิภาพ คุ้มครองสิทธิประโยชน์ของประชาชนให้ได้รับการชดใช้ค่าสินไหมทดแทนตามกรมธรรม์ประกันภัยอย่างสะดวก รวดเร็ว และเป็นธรรม รวมถึงเพิ่มศักยภาพในการบริหารจัดการด้านสินไหมทดแทนให้มีประสิทธิภาพสูงสุด ประกอบกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นมีความจำเป็นเร่งด่วนที่ต้องออกคำสั่ง เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงต่อประชาชนในวงกว้าง และส่งกระทบต่อความเชื่อมั่นของระบบประกันภัย สำหรับมาตรการบังคับใช้กฎหมาย สำนักงาน คปภ. อยู่ระหว่างตรวจสอบเอกสารหลักฐานประกอบการพิจารณาการประวิงจ่ายค่าสินไหมทดแทนของบริษัทประกันภัย หากปรากฏเอกสารหลักฐานว่ามีเจตนาประวิงการจ่ายสินไหมทดแทน จะบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัดต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. มาตรการเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการเรื่องร้องเรียน โดยใช้กลไกของคณะทำงานเฉพาะกิจเพื่อคุ้มครองสิทธิประโยชน์ประชาชนด้านประกันภัยในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) โดยมีการบูรณาการร่วมกันระหว่างสายงานที่เกี่ยวข้องในสำนักงาน คปภ. จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ทวีความรุนแรงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้ยอดเคลมประกันภัยโควิด-19 แบบเจอจ่ายจบ มีจำนวนเพิ่มสูงขึ้นตามไปด้วย ส่งผลให้การจ่ายค่าสินไหมทดแทนของบริษัทประกันภัยเป็นไปด้วยความล่าช้า คณะทำงานฯ จึงได้จัดทำแผนบริหารจัดการเรื่องร้องเรียนทั้งระบบ ซึ่งครอบคลุม&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ทั้งในส่วนเรื่องร้องเรียนที่ได้ยื่นมายังสำนักงาน คปภ. และเรื่องร้องเรียนที่ยื่นกับบริษัทประกันภัยโดยตรง โดยในแผนดังกล่าวได้กำหนดให้บริษัทต้องรายงานยอดการเรียกร้องและการจ่ายค่าสินไหมทดแทนต่อคณะทำงานฯ อย่างต่อเนื่อง รวมทั้งรายงานสภาพปัญหาและอุปสรรคที่เกิดขึ้นเพื่อคณะทำงานฯ จะได้กำหนดมาตรการในการแก้ไขปัญหาได้อย่างทันท่วงที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในส่วนเรื่องร้องเรียนที่ยื่นมายังสำนักงาน คปภ. จะได้ดำเนินการแยกเรื่องร้องเรียนออกเป็นกลุ่ม ๆ เพื่อให้เกิดความรวดเร็วและมีประสิทธิภาพในการพิจารณาเร่งแก้ไขเรื่องร้องเรียน โดยเรื่องร้องเรียนที่ไม่มีปัญหาเกี่ยวกับเอกสารหลักฐานการในการเคลม ก็จะแจ้งให้บริษัทดำเนินการจ่ายค่าสินไหมทดแทนให้แก่ผู้เอาประกันภัยโดยเร็ว ภายใน 3 วัน พร้อมทั้งรายงานผลต่อคณะทำงานฯ ทราบ กรณีเรื่องร้องเรียนที่ยังมีประเด็นปัญหาที่ต้องพิจารณา สำนักงาน คปภ. ได้เสริมเขี้ยวเล็บให้แก่คณะทำงานฯ ชุดดังกล่าว โดยมีการตั้งทีมย่อยอีก 4 ชุด ประกอบด้วยผู้แทนจากสายคุ้มครองสิทธิประโยชน์ สายกฎหมายและคดี และสายกำกับผลิตภัณฑ์ประกันภัย ทำหน้าที่ช่วยในการกลั่นกรองเสนอความเห็น รวมทั้งตีความเงื่อนไขกรมธรรม์ที่มีปัญหาก่อนเสนอความเห็นต่อคณะทำงานฯ เพื่อพิจารณาต่อไป นอกจากนี้ จะมีการเพิ่มเจ้าหน้าที่เพื่อรองรับในการให้บริการข้อมูลด้านประกันภัยผ่านสายด่วน คปภ. 1186 และติดตั้งระบบการจัดลำดับสายที่โทรเข้ามา รวมทั้งระบบเสียงแจ้งสถานะการรอสาย เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;หวังว่า 3 มาตรการเร่งด่วนเฉพาะกิจดังกล่าว จะช่วยบรรเทาความเดือดร้อนและเพิ่มประสิทธิภาพการคุ้มครองสิทธิประโยชน์ของพี่น้องประชาชน กรณีการจ่ายสินไหมทดแทนเกี่ยวกับประกันภัยโควิด-19 ให้กับประชาชนผู้เอาประกันภัยได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตาม จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในปัจจุบัน ยังมีผู้ติดเชื้อรายวันเป็นจำนวนมากและแนวโน้มยังคงมีความรุนแรง โดยการประกันภัยโควิด-19 ได้พัฒนาขึ้นเป็นการเฉพาะในช่วงสถานการณ์ดังกล่าว เพื่อหวังเป็นหลักประกันให้กับประชาชนในการบริหารความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากการติดเชื้อโควิด-19 และมีประชาชนจำนวนมากให้ความสนใจซื้อประกันภัยดังกล่าว สำนักงาน คปภ. ในฐานะหน่วยงานกำกับ จะดูแลคุ้มครองสิทธิประโยชน์ของประชาชนผู้เอาประกันภัยอย่างเต็มที่ และกำกับดูแลธุรกิจประกันภัยให้บริหารจัดการการจ่ายค่าสินไหมทดแทนให้ถูกต้อง รวดเร็วและเป็นธรรม เพื่อให้ระบบประกันภัยเข้ามาเยียวยาความเดือดร้อนของประชาชนผู้เอาประกันภัยในสถานการณ์นี้ และมีส่วนร่วมในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมให้มีความมั่นคงและยั่งยืนต่อไป ทั้งนี้ หากต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือไม่ได้รับความเป็นธรรมเรื่องประกันภัยติดต่อได้ที่สายด่วนคปภ. 1186 หรือ Add Line Official@oicconnect หรือ website คปภ. www.oic.or.th&amp;rdquo; เลขาธิการ คปภ. กล่าวในตอนท้าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115055</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ่ายล่าช้า, บริษัทประกันภัย, สุทธิพล ทวีชัยการ, เจอจ่ายจบ, เลขาธิการ คปภ.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210430/image_big_608ba3ce61dca.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>110270</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/07/2021 09:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/07/2021 09:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>งานจบแล้ว! ขอบคุณ 180 นักกฎหมายทั่วประเทศ กดดันจนบริษัทยอมจ่ายประกันโควิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ก.ค.64 -&amp;nbsp;นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่บริษัทประกันภัยบอกเลิกสัญญาประกันโควิด19 ว่า ตนได้ประกาศจุดยืนเพื่อระดมนักกฎหมายทั่วประเทศเพื่อให้ความช่วยเหลือในด้านกฎหมาย ซึ่งต่อมาบริษัทประกันภัยได้ยกเลิกการบอกเลิกกรมธรรม์ประกันภัยดังกล่าวแล้ว ก็ต้องถือว่าทุกอย่างขณะนี้ได้จบลงแล้ว หากมีปัญหากรณีอื่นๆก็พร้อมให้ความช่วยเหลือประชาชนต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;การเรียกร้องต่อสู้ในครั้งนี้จะเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่ให้เห็นว่าเมื่อประชาชนไม่ได้รับความเป็นธรรม ทุกคนพร้อมร่วมกันช่วยเหลืออย่างเต็มที่ ต้องขอบพระคุณนักกฎหมายทั่วทั้งประเทศที่อาสามาเพื่อช่วยประชาชนเป็นจำนวนกว่า 180 คน ทั่วประเทศ การรวมกลุ่มกันครั้งนี้จะไม่เป็นการเฉพาะแต่จะเป็นกลุ่มที่จะคอยให้ความช่วยเหลือประชาชนในเรื่องที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมต่อไป&amp;quot;นายราเมศ กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110270</URL_LINK>
                <HASHTAG>บริษัทประกันภัย, ประกันโควิด, ราเมศ รัตนะเชวง, สินมั่นคง, โควิด19วันนี้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210621/image_big_60d01515cc50c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>74804</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/08/2020 15:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/08/2020 15:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สกสค.ส่องเลือกบริษัทประกันเงินกู้ ช.พ.ค.เผยมีตัวเลือกแค่ 2บริษัท</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18ส.ค.63-นายธนพร สมศรี รองเลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) ในฐานะโฆษก สกสค. กล่าวถึงความคืบหน้าในการต่อประกันเงินกู้โครงการสวัสดิการเงินกู้ฌาปนกิจสงเคราะห์ช่วยเหลือเพื่อนครูและบุคลากรทางการศึกษา (ช.พ.ค.) หลังจากที่กรมธรรม์เริ่มทยอยสิ้นสุดอายุการคุ้มครอง ว่า ขณะนี้ สกสค.มีการแต่งตั้งคณะกรรมการสรรหาบริษัทประกันสำหรับผู้กู้เงินโครงการสวัสดิการเงินกู้ ช.พ.ค.แล้ว โดยคณะกรรมการประกอบด้วยผู้แทนจากธนาคารออมสิน ผู้แทนจาก สกสค.และผู้แทนจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เป็นที่ปรึกษา โดยจะมีการพิจารณาข้อร้องเรียนของครูและบุคลากรทางการศึกษาที่กู้เงินกับโครงการบางส่วน ที่ระบุว่า การทำประกันโครงการ ช.พ.ค.ที่ผ่านมา ไม่ได้ทำประกันประเภทประกันชีวิต ดังนั้นคณะกรรมการจึงต้องคำนึงถึงความต้องการและประโยชน์ของผู้กู้เงิน อีกทั้งมีการศึกษารายละเอียดข้อดี ข้อเสียของการทำประกันต่าง ๆ อย่างรอบด้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นายธนพร กล่าวต่อว่า เนื่องจากการพิจารณาสรรหาบริษัทที่จะมาทำประกันในครั้งนี้มีระยะเวลาที่ค่อนข้างจำกัด คณะกรรมการฯ จึงเห็นว่าการพิจารณาบริษัทประกัน จะกำหนดให้มีตัวเลือกเพียงแค่ 2 บริษัท โดยในส่วนของธนาคารออมสินในฐานะเจ้าหนี้ ได้สิทธิในการเลือกบริษัทประกันชีวิต 1 บริษัท ซึ่งได้เลือกบริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) เนื่องจากทางธนาคารเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ และสินเชื่อประเภทอื่น ๆ ของธนาคารก็ให้ทิพยประกันภัย เป็นผู้ทำประกัน ส่วนอีก 1 บริษัทนั้น ทางคณะกรรมการฯ จะพิจารณาบริษัทที่มีความคุ้มค่าและตอบโจทย์มากที่สุด ซึ่งจะพิจารณาจากการจัดอันดับบริษัทที่ประกอบธุรกิจด้านประกันที่ดีที่สุดที่ได้รับการรับรองจาก คปภ. ทั้งนี้คาดว่าคณะกรรมการฯน่าจะได้ข้อสรุปในเรื่องดังกล่าวได้ในเร็ว ๆ นี้ และจะเสนอให้คณะกรรมการ สกสค.ได้พิจารณาต่อไป
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/74804</URL_LINK>
                <HASHTAG>#สกสค, ธนพร สมศรี, ธนาคารออมสิน, บริษัทประกันภัย, เงินกู้ช.พ.ค.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200731/image_big_5f23ef108498c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>9139</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/05/2018 12:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/05/2018 12:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ระส่ำหนัก! บ.ประกันภัยยกเลิกกรมธรรม์รถเมล์เอ็นจีวีล็อตแรก100คัน ศาลย้ำ&#039;อาคม&#039;ต้องรับผิดชอบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 พ.ค.61- นายสามารถ ราชพลสิทธิ์ &amp;nbsp;อดีตส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาธิปัตย์ โพต์ข้อความในเฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่าบริษัทประกันภัยยกเลิกกรมธรรม์รถเมล์เอ็นจีวีล็อตแรกจำนวน 100 คัน หลังสขมก.ทำผิดเงื่อนไข&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยระบุว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การประมูลจัดซื้อรถเมล์เอ็นจีวีจำนวน 489 คัน มีปัญหาตลอดมาจนถึงการประมูลครั้งที่ 8 ปรากฏว่าบริษัท ช.ทวี จำกัด (มหาชน) ร่วมกับบริษัท สแกนอินเตอร์ จำกัด (มหาชน) ชนะการประมูล ซึ่งองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ชี้แจงว่าได้รับรถเมล์เอ็นจีวีล็อตแรกแล้วจำนวน 100 คัน เมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2561&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การที่ ขสมก.อ้างว่าได้รับรถเมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2561 นั้น ก็เพราะต้องการหาเหตุผลมาสนับสนุนการรับรถจำนวน 100 คัน ให้ได้ว่า ขสมก.รับรถก่อนที่ศาลปกครองกลางจะมีคำสั่งเมื่อวันที่ 10 เมษายน 2561 ให้ทุเลาการบังคับตามมติของคณะกรรมการบริหารกิจการ ขสมก. (บอร์ด ขสมก.) ที่มีมติให้ ขสมก.ทำสัญญากับ ช.ทวีร่วมกับสแกนอินเตอร์ในการประชุมเมื่อวันที่ 18 และ วันที่ 20 ธันวาคม 2560 เนื่องจากศาลได้ไต่สวนแล้วพบว่าไม่มีมติดังกล่าวเกิดขึ้นจริง ดังนั้น การทำสัญญาระหว่าง ขสมก.กับ ช.ทวีร่วมกับสแกนอินเตอร์อาจไม่ชอบด้วยกฎหมาย อีกทั้ง ศาลได้สั่งห้ามมิให้ ขสมก.นำมติดังกล่าวไปดำเนินการใดๆ ที่มีผลผูกพันกับ ขสมก. เป็นการชั่วคราวจนกว่าศาลจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก่อนจะมีการรับรถ ขสมก.ได้ทำประกันภัยกับบริษัทประกันแห่งหนึ่ง โดยกรมธรรม์หรือสัญญาเริ่มคุ้มครองตั้งแต่วันที่ 26 มีนาคม 2561 จนถึง 31 ธันวาคม 2561 ซึ่งตามเงื่อนไขของกรมธรรม์ ขสมก.จะต้องชำระเบี้ยประกันภายใน 30 วัน แต่เมื่อถึงกำหนด ขสมก.ไม่ได้ชำระเบี้ยประกัน บริษัทดังกล่าวจึงมีหนังสือทวงถาม และขีดเส้นตายให้ ขสมก.ชำระเบี้ยประกันภายใน 15 วัน หรือประมาณวันที่ 11 พฤษภาคม 2561 ที่ผ่านมา หาก ขสมก.ยังคงไม่ชำระเบี้ยประกันภายในเวลาที่กำหนดให้ บริษัทขอสงวนสิทธิ์ที่จะยกเลิกกรมธรรม์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เหตุที่ ขสมก.ไม่กล้าเสี่ยงที่จะชำระเบี้ยประกันก็เพราะว่าศาลได้สั่งห้ามมิให้ ขสมก.ดำเนินการใดๆ ที่มีผลผูกพันกับ ขสมก. หากจ่ายไปแล้ว ผู้อนุมัติให้จ่ายจะต้องรับผิดชอบ จึงทำให้ไม่มีคนกล้าสั่งจ่าย เป็นเหตุให้บริษัทประกันภัยเตรียมถอนประกันภัยรถเมล์เอ็นจีวีจำนวน 100 คัน ดังนั้น หากไม่มีประกันภัย จึงน่าเป็นห่วงอย่างยิ่งว่าใครจะรับผิดชอบเมื่อมีอุบัติเหตุเกิดขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรณีอุบัติเหตุที่ทำให้มีผู้เสียชีวิต และ/หรือมีผู้บาดเจ็บสาหัส หรือในกรณีที่รถเมล์ชนกับรถหรูซึ่งมีราคาแพง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากปัญหาเรื่องประกันภัยดังกล่าวข้างต้นแล้ว ยังมีปัญหาเรื่องการใช้อำนาจหน้าที่ในการควบคุมดูแลกิจการ ขสมก.ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวคือหลังจากศาลมีคำสั่งเมื่อวันที่ 10 เมษายน 2561 นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมได้ให้สัมภาษณ์ว่า &amp;ldquo;...จะเดินหน้าตามสัญญา พร้อมทยอยรับมอบรถจนครบ 489 คัน ตามสัญญาที่ระบุไว้...&amp;rdquo; นับว่าเป็นการให้สัมภาษณ์ที่สวนทางกับคำสั่งศาลอย่างชัดเจน เนื่องจากศาลมีคำสั่งห้ามมิให้ ขสมก.ดำเนินการใดๆ ที่มีผลผูกพันกับ ขสมก.เป็นการชั่วคราวจนกว่าศาลจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น ดังนั้น การรับรถเพิ่มเติมจึงไม่สามารถกระทำได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการให้สัมภาษณ์ของ รมว.คมนาคมดังกล่าวข้างต้น เป็นเหตุให้บริษัท สยาม สแตนดาร์ด เอนเนอจี้ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทที่ได้รับเชิญให้เข้าร่วมประมูลครั้งที่ 8 ด้วย เข้ายื่นคำร้องต่อศาลปกครองกลางเมื่อวันที่ 19 เมษายน 2561 ให้ไต่สวนและกำหนดบทลงโทษ รมว.คมนาคมที่ไม่ได้ปฏิบัติตามคำสั่งของศาลให้ถูกต้องครบถ้วน เนื่องจาก รมว.คมนาคมให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนในลักษณะยั่วยุส่งเสริมไม่ให้ ขสมก. และบอร์ด ขสมก.ปฏิบัติตามคำสั่งของศาล เป็นการละเมิดคำสั่งศาล อีกทั้ง ผู้ฟ้องคดีหรือบริษัท สยาม สแตนดาร์ด เอนเนอจี้ จำกัด เห็นว่า รมว.คมนาคมมีอำนาจเรียกประธานบอร์ด ขสมก. ผู้อำนวยการ ขสมก. พนักงานหรือลูกจ้าง ขสมก. มาชี้แจงข้อเท็จจริงหรือแสดงความคิดเห็น หรือให้ทำรายงานเสนอ หรือสั่งให้กระทำหรือยับยั้งมิให้กระทำการใดๆ เพื่อให้เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลและมติคณะรัฐมนตรี ตลอดจนมีอำนาจที่จะสอบสวนข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการดำเนินงานของ ขสมก. ตามมาตรา 12 แห่งพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ พ.ศ.2519 แต่ รมว.คมนาคมไม่ดำเนินการสอบสวนข้อเท็จจริง อีกทั้ง ยังออกมาให้สัมภาษณ์ยุยงส่งเสริมไม่ให้ ขสมก.และบอร์ด ขสมก.ปฏิบัติตามคำสั่งศาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาเมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2561 ศาลปกครองกลางมีคำสั่งออกมาว่า รมว.คมนาคมไม่ใช่คู่กรณีหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐที่ตกอยู่ภายใต้การบังคับที่จะต้องปฏิบัติตามคำสั่งของศาลเมื่อวันที่ 10 เมษายน 2561 เนื่องจากผู้ฟ้องคดีหรือบริษัท สยาม สแตนดาร์ด เอนเนอจี้ จำกัด ไม่ได้ฟ้อง รมว.คมนาคม แต่ฟ้องเฉพาะ ขสมก. กับบอร์ด ขสมก.เท่านั้น อย่างไรก็ตาม ศาลได้ระบุไว้ในคำสั่งชัดว่า &amp;ldquo;รมว.คมนาคมจะใช้หรือไม่ใช้อำนาจหน้าที่ควบคุมดูแลกิจการทั่วไปของ ขสมก. ตามมาตรา 12 แห่งพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ พ.ศ.2519 ตามที่ผู้ฟ้องคดีกล่าวอ้างหรือไม่ ก็เป็นความรับผิดชอบต่ออำนาจหน้าที่ตามกฎหมายของ รมว.คมนาคม&amp;rdquo; นั่นหมายความว่า หากผู้ฟ้องคดีหรือใครคนใดคนหนึ่งนำเรื่องนี้ไปร้องต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.) รมว.คมนาคมจะหนีความรับผิดชอบไปไม่พ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถึงเวลานี้ หาก รมว.คมนาคมยังคงนิ่งเฉย ผมเป็นห่วงท่านจริงๆ เพราะทราบมาว่ามีผู้เตรียมร้องต่อ ปปช. โดยตั้งใจจะดำเนินคดีจนถึงที่สุดให้เหมือนกับคดีรับจำนำข้าวที่ดังฉาวโฉ่ข้ามประเทศเลยทีเดียว.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/9139</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขสมก, บริษัทประกันภัย, ยกเลิกกรมธรรม์, รถเมล์เอ็นจีวีล็อตแรก 100 คัน, สามารถ ราชพลสิทธิ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180514/image_big_5af91f431542b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
