<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>18151</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/09/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/09/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผู้บริโภคกลุ่มเฮ! ฟอร์ดพ่ายชดใช้ ‘308ราย’23ล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;ศาลแพ่ง&amp;quot; สั่งบริษัทฟอร์ดชดใช้ค่าเสียหายเหยื่อรถยนต์ 23 ล้าน เหตุผลิตรถยนต์บกพร่องอันตรายต่อผู้บริโภค สร้างประวัติศาสตร์คดีฟ้องกลุ่มรายแรกของประเทศไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2561 เวลา 10.00 น. ที่ห้องพิจารณา 1005 ชั้น 10 ศาลแพ่งกรุงเทพใต้ ถ.เจริญกรุง 63 นายโอภาส อนันตสมบูรณ์ อธิบดีอัยการผู้พิพากษาศาลแพ่งกรุงเทพใต้, นายรัฐวิชญ์ อนันตวิทยานนท์ เลขานุการศาลแพ่งกรุงเทพใต้ พร้อมองค์คณะ 3 คน อ่านคำพิพากษาคดีผู้บริโภค หมายเลขดำ ผบ.492/2560 ที่กลุ่มผู้ใช้รถยนต์ฟอร์ดรุ่นเฟียสต้าและรุ่นโฟกัส จำนวน 308 ราย ยื่นฟ้องบริษัท ฟอร์ด เซลส์ แอนด์ เซอร์วิส (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบการสั่งผลิตและจำหน่ายรถยนต์ฟอร์ดในประเทศไทย เป็นจำเลย เรื่องสั่งผลิตและจำหน่ายรถยนต์ชำรุดบกพร่อง สินค้าไม่ปลอดภัย ไม่ได้มาตรฐาน ไม่เป็นไปตามคำโฆษณา ทำให้ผู้บริโภคเสี่ยงอันตราย โดยโจทก์เรียกค่าเสียหายตามราคารถยนต์ ค่าซ่อม ค่าขาดประโยชน์การใช้รถ ค่าเสียหายเชิงลงโทษ และค่าเสียหายต่อจิตใจ สำหรับสมาชิกร่วมฟ้องทั้ง 308 ราย รวมเป็นเงินค่าเสียหายที่เรียกร้องประมาณ 600 ล้านบาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศาลอ่านคำพิพากษาเสร็จในเวลา 11.15 น. โดยให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์และสมาชิกกลุ่ม จำนวน 291 ราย เป็นค่าเสื่อมราคาจากการเข้าซ่อม และค่าขาดประโยชน์ในการใช้รถตามจำนวนวันที่เข้าซ่อม รายละตั้งแต่ 20,000 บาทเศษ ถึง 200,000 บาทเศษ ขึ้นกับระดับความเสียหายของรถแต่ละคัน พร้อมชำระดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 นับแต่วันฟ้อง รวมการชดเชยเป็นเงินประมาณ 23 ล้านบาทเศษ และให้บังคับคดีตามคำพิพากษาให้เสร็จภายใน 7 วัน ทั้งนี้ ศาลให้ยกฟ้องสมาชิกจำนวน 12 ราย ที่มีการดัดแปลงระบบเชื้อเพลิงเป็นการใช้แก๊ส หรือไม่เคยได้รับการเปลี่ยนชุดคลัตช์และกล่องควบคุมเกียร์จากศูนย์บริการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจิณณะ แย้มอ่วม ทนายโจทก์ นำทีมทนาย โจทก์ และผู้เสียหายเกือบ 300 ราย เข้าฟังคำพิพากษาด้วยตนเอง โดยนายจิณณะเปิดเผยว่า การยื่นฟ้องคดีแบบกลุ่มของผู้เสียหายจากการใช้รถยนต์ฟอร์ดครั้งนี้ ได้ยื่นฟ้องไปเมื่อวันที่ 3 เม.ย.60 และศาลได้รับฟ้องไปเมื่อเดือน พ.ค.61 ที่ผ่านมา โดยเป็นการฟ้องตาม พ.ร.บ. แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ฉบับที่ 26 เรื่องการดำเนินคดีแบบกลุ่มที่เริ่มบังคับใช้เมื่อ พ.ศ.2558 และนับเป็นคดีประวัติศาสตร์ เพราะเป็นคดีแบบกลุ่มคดีแรกของประเทศไทยที่ศาลมีคำพิพากษา
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เราเคารพคำตัดสินของศาลในวันนี้ สิ่งสำคัญคือทีมทนายและผู้บริโภคต้องการเห็นการเปลี่ยนแปลงทางสังคม ทำคดีนี้ให้เป็นคดีตัวอย่าง สร้างบรรทัดฐานไม่ให้ผู้ประกอบการหาช่องว่างเอาเปรียบผู้บริโภค และสังคมต้องไม่เพิกเฉยหรือยินยอมให้เกิดการเอาเปรียบ กว่าปีครึ่งที่ทุกคนร่วมต่อสู้กันมา และรอคอยวันนี้ เรามีหลักฐานความเสียหายที่เกิดกับผู้บริโภคที่ชัดเจน ดังนั้น ประเด็นหลักในวันนี้จึงไม่ใช่ผลทางคดีอย่างเดียว แต่เราอยากผลักดันพลังของผู้บริโภค ให้นำไปสู่การออกกฎหมายที่เป็นธรรมและเป็นมาตรฐานเดียวกัน&amp;rdquo; นายจิณณะกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงกรณีที่คำพิพากษาของศาลไม่ได้สั่งการเรียกรถคืนนั้น นายจิณณะกล่าวว่า เรื่องการเรียกรถคืนที่ศาลไม่ได้สั่งนั้น เป็นเรื่องของ พ.ร.บ.สินค้าไม่ปลอดภัยฯ ซึ่งตรงนี้ศาลได้มีคำวินิจฉัยว่ากรณีดังกล่าวไม่ได้เข้าข่ายสินค้าที่ไม่ได้ปลอดภัย โดยประเด็นนี้เราก็ยังขอสงวนสิทธิ์ไว้ก่อนว่าจะยื่นอุทธรณ์คำพิพากษาหรือไม่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกอปรศักดิ์ นุ่มน้อย หนึ่งในโจทก์ผู้ร่วมฟ้องคดีนี้ กล่าวว่า รอคอยวันนี้มานาน ที่ผ่านมาตนเองได้ทำหน้าที่เรียกร้องสิทธิของผู้บริโภคอย่างดีที่สุดแล้ว การต่อสู้ไม่ใช่ของคนใดคนหนึ่ง แต่เป็นพลังความสามัคคีของทุกคน ทุกคนเคารพในคำตัดสินของศาล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ทุกคนอยากเห็นกระบวนการเยียวยาอย่างสมเหตุสมผล และหวังว่าคดีนี้จะเป็นคดีตัวอย่างให้สังคมตื่นตัวไม่ก้มหัวให้กับผู้ประกอบการที่จ้องจะเอาเปรียบ มันพิสูจน์ให้เห็นว่าคนเล็กคนน้อยกล้าลุกขึ้นมาปกป้องสิทธิ สามารถต่อกรกับบริษัทยักษ์ใหญ่ได้ ขณะเดียวกันหากไม่มีบทลงโทษ ไม่ควบคุมพฤติกรรมของผู้ประกอบการ การปัดความรับผิดชอบและการฉวยโอกาสก็จะเกิดขึ้นไม่จบสิ้น&amp;rdquo; นายกอปรศักดิ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ น.ส.วราภรณ์ แช่มสนิท หนึ่งในผู้เสียหาย กล่าวว่า ตนเองเข้าร่วมกับกลุ่ม &amp;ldquo;เหยื่อรถยนต์&amp;rdquo; มาตั้งแต่ปี 2559 หลังประสบปัญหาการใช้รถยนต์ฟอร์ด รุ่นเฟียสต้า และได้ร่วมกับสมาชิกกลุ่มเดินทางไปร้องเรียนปัญหาความเดือดร้อนกับหน่วยงานต่างๆ หลายแห่ง รวมทั้งสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) แต่ก็ไม่ได้รับการช่วยเหลือใดๆ สมาชิกกลุ่มจึงตัดสินใจรวมตัวฟ้องร้องต่อศาลกันเอง โดยได้รับความช่วยเหลือจากทีมทนายเอกชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;พวกเราผู้บริโภครวมตัวต่อสู้เรียกร้องความยุติธรรมกันมานาน อย่างน้อยวันนี้พวกเราก็ภูมิใจที่ได้ต่อสู้ร่วมกันมา และได้พิสูจน์ให้สังคมเห็นแล้วว่า ผู้บริโภคชาวไทยไม่ได้นิ่งเฉยยอมให้ผู้ประกอบการเอารัดเอาเปรียบ และหวังว่าการต่อสู้ของกลุ่มเราจะช่วยยกระดับการคุ้มครองผู้บริโภคในประเทศไทย ให้มีมาตรฐานดีขึ้นกว่าที่ผ่านมา&amp;rdquo; น.ส.วราภรณ์กล่าว.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/18151</URL_LINK>
                <HASHTAG>บริษัทฟอร์ดชดใช้ค่าเสียหายเหยื่อรถยนต์ 23 ล้าน, ประวัติศาสตร์คดีฟ้องกลุ่มรายแรกของประเทศไทย, ผลิตรถยนต์บกพร่องอันตรายต่อผู้บริโภค, ศาลแพ่ง, หนังสือพิมพ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180921/image_big_5ba4f9477f6c9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
