<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>117499</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/09/2021 11:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/09/2021 11:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แอมเนสตี้ฯออกเคมเปญนับถอยหลัง100วัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 ก.ย.2564 - แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล เปิดรายงานฉบับใหม่ชื่อ &amp;ldquo;ความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงวัคซีนเข็มสอง: บริษัทยาและวิกฤติด้านวัคซีนโควิด-19&amp;rdquo; (A Double Dose of Inequality: Pharma companies and the Covid-19 vaccine crisis) ซึ่งแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนลได้ทำการประเมินหกบริษัทที่เป็นผู้กุมชะตากรรมของประชาชนหลายพันล้านคน ได้แก่ แอสตร้าเซนเนก้า จำกัด (มหาชน) ไบออนเทค เอสอี จอห์นสันแอนด์จอห์นสัน โมเดอร์นา อิงค์ โนวาแวกซ์ อิงค์ และไฟเซอร์ อิงค์ ทำให้เห็นภาพที่เลวร้ายของอุตสาหกรรมที่ไม่เคารพสิทธิมนุษยชนอย่างสิ้นเชิง &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แอกเนส คาลามาร์ด เลขาธิการแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่ลแนลเผยว่า การฉีดวัคซีนให้ประชากรทั่วโลกเป็นหนทางเดียวที่จะสามารถหลุดพ้นจากวิกฤตินี้ได้ ถึงเวลาที่ควรยกย่องบริษัทเหล่านี้ในฐานะวีรบุรุษ ที่สามารถพัฒนาวัคซีนได้อย่างรวดเร็ว แต่ในทางตรงกันข้าม เป็นเรื่องที่น่าละอายและเป็นความเศร้าสลดของคนจำนวนมากที่บริษัทยักษ์ใหญ่เหล่านี้ กลับขัดขวางการถ่ายทอดความรู้ และมุ่งทำสัญญาขายวัคซีนให้กับประเทศร่ำรวย ส่งผลให้เกิดความขาดแคลนวัคซีนตามที่คาดการณ์ไว้ และสร้างความเสียหายร้ายแรงให้กับประเทศอื่น ๆ อีกมากมาย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;หลายประเทศในแถบละตินอเมริกา แอฟริกาและเอเชีย ต้องประสบกับวิกฤติครั้งใหม่ ซึ่งส่งผลกระทบต่อระบบสุขภาพที่อ่อนแออยู่แล้วให้ถึงจุดต่ำที่สุด ก่อให้เกิดการเสียชีวิตที่ควรจะป้องกันได้ของคนจำนวนหลายหมื่นคนในทุกสัปดาห์ ในหลายประเทศที่มีรายได้ต่ำแม้แต่บุคลากรทางการแพทย์และประชาชนกลุ่มเสี่ยงก็ยังไม่ได้รับและเข้าถึงวัคซีน&amp;rdquo; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ท่ามกลางความเหลื่อมล้ำที่รุนแรงเหล่านี้ ไบออนเทค โมเดอร์นา และไฟเซอร์ น่าจะมีรายได้รวมกัน 130 พันล้านเหรียญภายในสิ้นปี 2565 ผลกำไรไม่ควรสำคัญเหนือกว่าชีวิตคน&amp;rdquo; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ได้เปิดตัวรายงานพร้อมกับเริ่มแคมเปญรณรงค์ระดับโลก ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากองค์การอนามัยโลก และข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ เพื่อตรวจสอบรัฐและบรรษัทยายักษ์ใหญ่ แคมเปญนับถอยหลัง 100 วัน: วัคซีนโควิด-19 จำนวน 2 พันล้านโดส ในตอนนี้! เป็นการเรียกร้องตามเป้าหมายขององค์การอนามัยโลก ที่จะฉีดวัคซีนให้กับ 40% ของประชากรในประเทศรายได้ต่ำและรายได้ปานกลางระดับต่ำภายในสิ้นปีนี้ เราเรียกร้องให้รัฐต่าง ๆ จัดสรรวัคซีนที่เกินความจำเป็นหลายร้อยล้านโดส ซึ่งปัจจุบันถูกเก็บไว้เฉย ๆ และให้บริษัทผลิตวัคซีนดำเนินการเพื่อส่งมอบอย่างน้อย 50% ของวัคซีนที่ผลิตได้ให้กับประเทศรายได้ต่ำเหล่านี้ หากรัฐและบริษัทยายังคงดำเนินการตามทิศทางในปัจจุบัน เราย่อมมองไม่เห็นทางที่จะหลุดพ้นจากปัญหาโรคโควิด-19 ได้ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;วันนี้เป็นการเริ่มต้นนับถอยหลัง 100 วันก่อนสิ้นปี เราเรียกร้องรัฐต่าง ๆ และบริษัทยาดังกล่าว ให้เปลี่ยนแนวทางการดำเนินงานอย่างจริงจัง และดำเนินการทุกอย่างที่จำเป็น เพื่อส่งมอบวัคซีนจำนวน 2 พันล้านโดสให้กับประเทศรายได้ต่ำและรายได้ปานกลางระดับต่ำ โดยให้เริ่มตั้งแต่ตอนนี้ เราไม่ควรปล่อยให้ใครต้องทนทุกข์ทรมาน และอยู่กับความหวาดกลัวต่อไปอีกหนึ่งปี&amp;rdquo; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;บริษัทยาได้รับเงินอุดหนุนจากภาษีของประชาชนหลายพันล้านเหรียญ และยังได้รับความช่วยเหลือทางวิชาการจากสถาบันวิจัยต่าง ๆ จนทำให้พวกเขากลายเป็นผู้มีบทบาทสำคัญในการพัฒนาวัคซีนที่สามารถช่วยชีวิตคนได้ แต่ตอนนี้ พวกเขาต้องดำเนินการส่งมอบวัคซีนหลายพันล้านโดสให้กับประชาชนโดยทันที เพื่อให้มีคนได้รับการฉีดวัคซีนจำนวนมากขึ้น ทั้งนี้ เพื่อให้เกิดการจัดสรรวัคซีนที่เป็นธรรมและรวดเร็ว บริษัทผู้ผลิตวัคซีนต้องให้ความสำคัญกับการส่งมอบให้กับประเทศที่ต้องการใช้วัคซีนมากสุด และต้องระงับการบังคับใช้สิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา ต้องถ่ายทอดความรู้และเทคโนโลยี และอบรมให้ผู้ผลิตที่มีคุณสมบัติสามารถช่วยเร่งการผลิตวัคซีนโควิด-19 ได้&amp;rdquo; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ประธานาธิบดีไบเดนเตรียมประกาศพันธกิจใหม่ในที่ประชุมสุดยอดที่เกิดขึ้นวันนี้ เพื่อต่อสู้กับการระบาดใหญ่ของโคโรนาไวรัส รวมทั้งการฉีดวัคซีนให้กับ 70% ของประชากรโลกภายในเดือนกันยายนปีหน้า แอกเนส คาลามาร์ดกล่าวว่า &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เราต้องจัดสรรวัคซีนโควิด-19 และทำให้เกิดการเข้าถึงอย่างทั่วถึงและเท่าเทียม ซึ่งเป็นหน้าที่ของรัฐบาลและบริษัทยาที่จะทำเรื่องนี้ให้เป็นจริงขึ้นมาได้ เราต้องการผู้นำอย่างประธานาธิบดีไบเดน เพื่อระดมวัคซีนหลายพันล้านโดส และเพื่อส่งมอบผลิตภัณฑ์เหล่านี้ ไม่เช่นนั้นแล้วก็จะเป็นเพียงคำสัญญาที่ว่างเปล่าและเราอาจต้องสูญเสียชีวิตเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง&amp;rdquo; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนลยังเรียกร้องให้รัฐต่าง ๆ ประกันว่า บุคคลทุกคนต้องสามารถเข้าถึงสถานพยาบาลและยารักษาโรคในปริมาณที่มากพอ เข้าถึงได้ ยอมรับได้ และมีคุณภาพ โดยต้องมีการออกกฎหมายและนโยบายเพื่อประกันว่าบริษัทยาจะปฏิบัติตามมาตรฐานด้านสิทธิมนุษยชน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนลได้เขียนจดหมายถึงแต่ละบริษัท ก่อนจะเปิดตัวรายงานฉบับนี้ และได้รับจดหมายตอบกลับจากห้าบริษัท ได้แก่ แอสตร้าเซนเนก้า โมเดอร์นา ไฟเซอร์ ไบออนเทคและจอห์นสันแอนด์จอห์นสัน บริษัทเหล่านี้ยอมรับถึงความจำเป็นที่จะต้องมีการจัดสรรวัคซีนที่เป็นธรรมและเท่าเทียม โดยเฉพาะสำหรับประเทศรายได้ต่ำ แต่พวกเขาก็ไม่สามารถปฏิบัติตามอุดมการณ์และความรับผิดชอบด้านสิทธิมนุษยชนได้
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117499</URL_LINK>
                <HASHTAG>ความเหลื่อมล้ำ, บริษัทยา, วัคซีนเข็มสอง, แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210922/image_big_614aab803ea71.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>102011</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/05/2021 17:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/05/2021 17:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บ.ยาเสียวสันหลัง &#039;ไบเดน&#039;หนุนยกเว้นสิทธิบัตรวัคซีนโควิด </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;อเมริกากลับใจ ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ประกาศสนับสนุนการยกเว้นสิทธิบัตรสำหรับวัคซีนป้องกันโควิด-19 ทั่ว ให้ความหวังแก่ประเทศยากจนที่ต้องดิ้นรนหาวัคซีน แต่กลุ่มบริษัทเวชภัณฑ์ระบุน่าผิดหวัง หุ้นบริษัทวัคซีนร่วงระนาว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำประกาศของประธานาธิบดีโจ ไบเดน เมื่อวันพุธที่ผ่านมาเป็นการเปลี่ยนแปลงจากจุดยืนเดิมของรัฐบาลสหรัฐก่อนหน้านี้ ที่คัดค้านการยกเว้นสิทธิบัตร ซึ่งเป็นจุดยืนเดียวกับสหภาพยุโรปและอังกฤษ และเป็นการยืนยันท่าทีใหม่ของรัฐบาลสหรัฐไล่หลังแถลงการณ์ของแคเธอรีน ไท่ ผู้แทนเจรจาการค้าของสหรัฐ ซึ่งสนับสนุนการเจรจาต่อรองเพื่อยกเว้นสิทธิบัตรในองค์การการค้าโลก (ดับเบิลยูทีโอ)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไท่กล่าวว่า แม้ว่าสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาสำหรับธุรกิจมีความสำคัญ แต่สหรัฐสนับสนุนการยกเว้นสิทธิบัตรของวัคซีนโควิด-19 เพื่อยุติการแพร่ระบาดของโรคนี้ &amp;quot;นี่่เป็นวิกฤติสุขภาพทั่วโลก และเหตุการณ์พิเศษของการระบาดของโควิด-19 ก็เรียกร้องให้มีมาตรการพิเศษ&amp;quot; เธอกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานกล่าวว่า ไบเดนซึ่งเคยหาเสียงเลือกตั้งปี 2563 สนับสนุนการยกเว้นสิทธิบัตรวัคซีน กำลังถูกกดดันอย่างหนังทั้งจากสมาชิกสภาคองเกรสพรรคเดโมแครตและจากมากกว่า 100 ประเทศทั่วโลก ให้แบ่งปันวัคซีนและเทคโนโลยีการผลิต สหรัฐและประเทศร่ำรวยอีกหลายประเทศถูกวิจารณ์ว่ากักตุนวัคซีนไว้ ในขณะที่ชาติยากจนต้องดิ้นรนหาวัคซีนเพื่อรักษาชีวิตของประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การตัดสินใจของสหรัฐมีออกมาในช่วงยามที่อินเดียเผชิญการระบาดอย่างรุนแรง มีผู้ติดเชื้อรายใหม่คิดเป็น 46% ของผู้ติดเชื้อรายใหม่ทั่วโลกเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว และมีสัญญาณด้วยว่าการระบาดกำลังลุกลามสู่เนปาล, ศรีลังกา และเพื่อนบ้านอีกหลายประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สหรัฐและหลายประเทศเคยขัดขวางการเจรจาในดับเบิลยูทีโอเกี่ยวกับข้อเสนอของอินเดียและแอฟริกาใต้ ที่ต้องการให้ยกเลิกการคุ้มครองสิทธิบัตรและเทคโนโลยี และการส่งเสริมการผลิตวัคซีนในประเทศกำลังพัฒนา ภายหลังคำประกาศของไบเดน หุ้นของบริษัทผู้ผลิตวัคซีนโควิดรายใหญ่ ทั้งโมเดอร์นาอิงค์และโนวาแวกซ์อิงค์ ร่วงลงหลายเปอร์เซ็นต์ในการซื้อขายปกติ แต่หุ้นของไฟเซอร์อิงค์ร่วงลงเล็กน้อย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทีโดรส อัดฮานอม กีบรีเยซุส ผู้อำนวยการองค์การอนามัยโลก กล่าวถึงการตัดสินใจของสหรัฐว่าเป็นครั้งประวัติศาสตร์และถือเป็นช่วงเวลาสำคัญในการต่อสู้กับโควิด-19&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำแถลงของผู้นำสหรัฐเมื่อวันพุธเปิดทางสำหรับการเจรจาต่อรองเพื่อทำแผนยกเลิกสิทธิบัตรดังกล่าว อย่างไรก็ดี ไท่เตือนไว้ก่อนหน้านี้ว่า การเจรจาต่อรองต้องใช้เวลา ซึ่งอาจนานหลายเดือน เพื่อให้ได้ฉันทมติจากสมาชิกดับเบิลยูทีโอทั้ง 164 ประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดับเบิลยูทีโอเผชิญเสียงเรียกร้องมานานหลายเดือนให้เพิกถอนการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาว่าด้วยวัคซีนโควิด-19 เป็นการชั่วคราว แต่ข้อเรียกร้องนี้ถูกต่อต้านอย่างดุเดือดจากบริษัทเภสัชภัณฑ์ยักษ์ใหญ่หลายแห่งและประเทศที่ตั้งของบริษัทเหล่านี้ ที่ยืนกรานว่าสิทธิบัตรไม่ใช่อุปสรรคใหญ่ต่อการเพิ่มกำลังการผลิต และเตือนด้วยว่าการดำเนินการดังว่าอาจขัดขวางนวัตกรรมได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สมาพันธ์สมาคมและผู้ผลิตเภสัชภัณฑ์นานาชาติ ที่เป็นกลุ่มล็อบบี้ กล่าวว่า การยกเว้นสิทธิบัตรเป็นเรื่องง่าย แต่เป็นคำตอบที่ผิดสำหรับปัญหาที่ซับซ้อน และกล่าวถึงการตัดสินใจของสหรัฐว่า &amp;quot;น่าผิดหวัง&amp;quot;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/102011</URL_LINK>
                <HASHTAG>บริษัทยา, ประธานาธิบดีโจ ไบเดน, สนับสนุนยกเลิกสิทธิบัตร, สิทธิบัตรวัคซีนโควิด, แคเธอรีน ไท่, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210427/image_big_60882bb375ceb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
