<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>71384</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/07/2020 09:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/07/2020 09:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พาณิชย์จ่อขีดชื่อบริษัทร้าง 12,629 แห่งออกจากระบบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 ก.ค. 2563 นายวุฒิไกร ลีวีระพันธุ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า&amp;nbsp;เปิดเผยว่า กรมฯ กำลังอยู่ระหว่างการเผยแพร่ประกาศสำนักงานทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกรุงเทพมหานคร ลงวันที่ 30 มิ.ย.2563 เรื่อง จะขีดชื่อห้างหุ้นส่วนบริษัทออกจากทะเบียนจำนวน 12,629 ราย ซึ่งเป็นนิติบุคคลที่มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ในเขตกรุงเทพมหานคร แบ่งเป็น 2 กรณี คือ&amp;nbsp;1.กรณีไม่ส่งงบการเงินติดต่อกัน 3 ปี นับตั้งแต่ปี 2559-2561 ซึ่งเป็นเหตุให้เชื่อว่ามิได้ทำการค้าขายหรือดำเนินธุรกิจแล้ว มีจำนวน 9,393 ราย&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;2.กรณีจดทะเบียนเลิกแล้ว แต่ไม่มีตัวผู้ชำระบัญชีทำการอยู่&amp;nbsp;หรือมิได้จัดทำรายงานการชำระบัญชี หรือมิได้ยื่นจดทะเบียนเสร็จการชำระบัญชีต่อนายทะเบียนภายในระยะเวลา 3 ปี นับแต่เลิกห้างหุ้นส่วนบริษัท มีจำนวน 3,236 ราย&amp;nbsp;

&amp;ldquo;ขณะนี้กรมฯ ได้ประกาศรายชื่อนิติบุคคลผ่านทางเว็บไซต์&amp;nbsp;www.dbd.go.th&amp;nbsp;หัวข้อคู่มือทำธุรกิจ เลือกบริการข้อมูล เลือกจดทะเบียนธุรกิจ และเลือกประกาศถอนทะเบียนร้างและคืนสู่ทะเบียน โดยหากพ้นกำหนดเวลา 90 วันนับแต่วันที่ออกประกาศ นิติบุคคลดังกล่าวจะถูกขีดชื่อออกจากทะเบียนและสิ้นสภาพนิติบุคคล เว้นแต่จะแสดงเหตุให้เห็นเป็นอย่างอื่น&amp;rdquo;นายวุฒิไกรกล่าว

สำหรับนิติบุคคลที่ตั้งอยู่ในต่างจังหวัด กรมฯ ได้ประสานงานสำนักงานพาณิชย์จังหวัดให้ตรวจสอบเพื่อจะได้ดำเนินการไปในทิศทางเดียวกัน

นายวุฒิไกรกล่าวว่า ขอฝากไปยังนิติบุคคลถึงการจัดทำงบการเงินประจำปีและยื่นต่อกรมฯ เพื่อแสดงฐานะทางการเงินและผลการดำเนินธุรกิจ ถือเป็นหน้าที่อย่างหนึ่งที่สำคัญของห้างหุ้นส่วนและบริษัททุกรายที่จดทะเบียนจัดตั้งตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ หากนิติบุคคลไม่ปฏิบัติตามกฎหมายดังกล่าวหรือมีเหตุอันเชื่อได้ว่าไม่ได้ทำการค้าขายหรือประกอบธุรกิจใดๆ รวมไปถึงการไม่ยื่นงบการเงิน ไม่มีสำนักงานใหญ่ตามที่จดทะเบียนไว้ จดทะเบียนเลิกแล้วไม่ยื่นรายงานการชำระบัญชี หรือไม่จดทะเบียนเสร็จการชำระบัญชีให้เสร็จสิ้น&amp;nbsp;ซึ่งการกระทำต่างๆ เหล่านี้ จะส่งผลเสียต่อผู้ที่สืบค้นฐานข้อมูลนิติบุคคลของกรมฯ และเข้าใจผิดว่านิติบุคคลดังกล่าวยังมีสถานะคงอยู่

ทั้งนี้ กฎหมายได้ให้อำนาจนายทะเบียนในการถอนทะเบียนนิติบุคคลที่ทิ้งร้างหรือเลิกประกอบกิจการไปแล้ว เพื่อปรับปรุงข้อมูลให้เป็นปัจจุบัน สร้างความน่าเชื่อถือ ความมั่นใจให้แก่ภาคธุรกิจที่เข้ามาตรวจสอบข้อมูล และป้องกันความเสียหายจากกลุ่มมิจฉาชีพต่างๆ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/71384</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมพัฒนาธุรกิจการค้า, บริษัทร้าง, ยวุฒิไกร ลีวีระพันธุ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190513/image_big_5cd92fe7d47f9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>39420</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/06/2019 15:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/06/2019 15:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เพื่อไทยไม่กลัวถือหุ้นสื่อ!&#039;ชูศักดิ์&#039;ลั่นแค่บริษัทร้าง </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 มิ.ย.62- &amp;nbsp;นายชูศักดิ์ ศิรินิล ประธานคณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีการยื่นร้องปมถือหุ้นสื่อของส.ส.ว่า ต้องตีความให้ชัดเจนก่อน เนื่องจากกฎหมายเขียนว่า เป็นเจ้าของหรือถือหุ้นในกิจการหนังสือพิมพ์ หรือสื่อมวลชน เมื่อตรวจสอบดูแล้วมีหลายวัตถุประสงค์ หลายบริษัท หลายคนที่มีการร้องเรียนไปเขียนว่าประกอบกิจการโฆษณา วิทยุ โทรทัศน์ คำถามคือ ถ้าเขียนอย่างนี้ถือว่า เป็นการประกอบกิจการสื่อมวลชนหรือไม่ โดยส่วนตัวคิดว่า ไม่ใช่เพราะบางคนค้าขายสิ่งพิมพ์ ไม่ใช่คนทำสื่อ ดังนั้นจึงจำเป็นที่จะต้องตีความคำเหล่านี้ให้ชัดเจนก่อนว่าหมายความว่าอย่างไร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประเด็นต่อมาคือ ต้องถามว่า หากตีความว่าใช่ แล้วท้ายที่สุดศาลรัฐธรรมนูญจะยึดบรรทัดฐานแบบศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งหรือไม่ เพราะศาลฎีกาฯระบุว่า แม้ไม่ได้ประกอบกิจการเขียนไว้ในวัตถุประสงค์ของบริษัทเท่านั้น ไม่ได้ประกอบกิจการก็ต้องห้าม ปัญหาคือท้ายที่สุด ศาลรัฐธรรมนูญจะต้องยึดถือตามที่ศาลฎีกาจังหวัดสกลนครหรือไม่ ทั้งนี้ เรื่องดังกล่าวเป็นดุลพินิจของศาลว่าจะเอาอย่างไร ประเด็นสุดท้ายคือ หากศาลเห็นว่าเข้าข่ายแล้ว จะต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่หรือไม่ ซึ่งดูจากรัฐธรรมนูญ และเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น อ่านไปอ่านมาเหมือนตีความได้ว่า ถ้ารับมาพิจารณาแล้วก็ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นาชูศักดิ์กล่าวอีกว่า สำหรับพรรคเพื่อไทยได้ตรวจดูหลายครั้งหลายหน เป็นบริษัทร้าง ไม่ได้ประกอบกิจการ หรือเลิกกิจการแล้ว หรือเป็นการเขียนวัตถุประสงค์ไว้กว้างๆ ไม่อาจจะตีความได้ว่าเป็นเจ้าของ หรือถือหุ้นในกิจการหนังสือพิมพ์ หรือสื่อมวลชน เพราะการเขียนวัตถุประสงค์ไม่ได้หมายความว่าจะประกอบกิจการสื่อได้เลย ซึ่งเราไม่ได้วิตกกังวลอะไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามถึงถึงกรณีนายสมพงศ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ที่ถูกร้องในประเด็นการถือหุ้นสื่อ นายชูศักดิ์กล่าวว่า นายสมพงษ์เคยถือหุ้นอยู่ในบริษัทหนึ่งและได้ตรวจสอบแล้วว่าเป็นบริษัทร้าง เลิกกิจการแล้ว และดูจากคำร้องคล้ายกับว่ามีบริษัทอื่นๆอีก คำถามคือ จะถือว่าเขียนไว้แบบนี้ จะถือว่าเข้าข่ายในประเด็นดังกล่าวหรือไม่ แต่ดูแล้วว่า ท่านไม่ได้ประกอบกิจการแน่เพราะผ่านมา 40-50 ปีแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามว่า คำตัดสินของศาลฎีกาไม่ผูกพันกับศาลรัฐธรรมนูญ นายชูศักดิ์ กล่าวว่า ก็ต้องว่ากันอย่างตรงไปตรงมาว่า เพราะระบบของบ้านเราเป็นคนละช่องทาง ศาลฎีการแผนกคดีเลือกตั้งพิจารณาช่วงก่อนการเลือกตั้ง แต่ศาลรัฐธรรมนูญก็เป็นอีกช่องทางหนึ่ง ที่สำคัญคือเขียนไว้ว่า วินิจฉัยอะไรออกมาผูกพันทุกองค์กร ในท้ายที่สุดหากเรื่องนี้ถูกรับไว้พิจารณา ศาลรัฐธรรมนูญจะคำนึงถึงคำวินิจฉัยของศาลฎีกามากน้องเพียงใด ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของศาล.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/39420</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชูศักดิ์ ศิรินิล, ถือหุ้นสื่อ, บริษัทร้าง, เพื่อไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190501/image_big_5cc97889c851c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
