<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>50797</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/11/2019 11:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/11/2019 11:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นักวิชาการนิด้าไขข้อข้องใจทำไม&#039;วีลัค-มีเดีย&#039;เป็นบริษัทสื่อ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 พ.ย.62- &amp;nbsp;ผศ.ดร.วรัชญ์ ครุจิต ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายสื่อสารองค์การ &amp;nbsp;สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) &amp;nbsp;NIDA โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Warat Karuchit ว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;บริษัทสื่อ ตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ ควรมีลักษณะเช่นใด&amp;quot; ในความเห็นของนักวิชาการสื่อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สิ่งหนึ่งจากคดีถือหุ้นสื่อ ที่ผมเห็นว่าสมควรแก้ไข ก็คือการตีความว่า &amp;quot;บริษัทสื่อ&amp;quot; คืออะไร ควรต้องนิยามให้ชัดเจนถึงองค์ประกอบว่าต้องมีลักษณะอย่างไรบ้าง เช่นเดียวกับที่กำหนดลักษณะต้องห้ามของ สส. /รมต.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในความเห็นผมคือ ต้องมีการทำธุรกิจ (คือมีรายได้หรือมีธุรกรรม) ในการสื่อสารไปสู่สาธารณะ และ/หรือ มีการจดทะเบียนเพื่อจุดประสงค์ในการทำสื่อเป็นหลักกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่นการพิมพ์ การทำโทรทัศน์ สื่อดิจิทัลต่างๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถ้าเป็นบริษัทที่เป็นสื่อจริงๆ เช่นไทยรัฐ เดลินิวส์ ช่อง 3 อะไรแบบนี้ ตีความไม่ยาก แต่หลายครั้งในการสื่อสารต่อสาธารณะนั้น ไม่ได้มาจากบริษัทนั้นโดยตรง บางทีมีสายการผลิตด้วย เอาง่ายๆเป็นสามส่วน คือตัวบริษัทลูกค้า บริษัทคนกลาง (เช่นเอเยนซี่) และบริษัทที่ผลิต (เช่นโปรดักชั่นเฮาส์หรือโรงพิมพ์) เช่นในกรณีธนาธร อ้างว่าผลิตนิตยสารให้ผู้ว่าจ้างอีกที จึงไม่ถือเป็นสื่อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ว่าจ้างนั้นตัดออกไปอยู่แล้ว (ไม่ตรงกับเจตนารมณ์ของ รธน. และใครๆก็ว่าจ้างได้ ถ้านับผู้สมัครคงมีหุ้นในบริษัทอะไรไม่ได้เลย เพราะแทบจะไม่มีบริษัทไหนไม่เคยว่าจ้างทำการสื่อสาร) แต่ส่วนที่ 2 กับ 3 นี่สิ ควรจะนับมั้ย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในความเห็นของผมคือ ถ้ารับผลิตอย่างเดียว โดยไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการสร้างเนื้อหา เช่นโรงพิมพ์รับงานพิมพ์ตามงานที่ส่งมา แบบนี้ไม่ควรจะนับว่าเป็นบริษัทสื่อ แต่ถ้าบริษัทนี้มีส่วนในการคิดเนื้อหา เช่นมีนักเขียน มีกองบก. แม้จะประจำหรือไม่ประจำก็ตาม หรือในการให้โจทย์บริษัทผู้ผลิตไปผลิตมาจากการได้รับการว่าจ้างจากบริษัทอื่น ย่อมถือว่ามีโอกาสในการมีอิทธิพลต่อความคิดของผู้รับสาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สรุปว่า ในความคิดเห็นของผม บริษัทสื่อ ตามเจตนารมณ์ของรธน. ที่ป้องกันไม่ให้มีการครอบงำทางความคิดอย่างไม่เป็นธรรม คือ
1. มีรายได้/ธุรกรรมในการสื่อสารต่อสาธารณะ หรือ มีการจดทะเบียนเพื่อจุดประสงค์ในการทำสื่อเป็นหลัก (ถ้าจดแล้วก็เป็นแล้ว แม้ยังไม่เกิดธุรกรรม)
2. มีส่วนในการสร้างเนื้อหาที่สื่อสารต่อสาธารณะ (ไม่ว่าจะทำเองหรือจ้างผู้ผลิตอีกต่อหนึ่ง)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในกรณีของวีลัค มีทั้งทำนิตยสารของตัวเอง ทั้งการสร้างเนื้อหาให้กับบริษัทผู้ว่าจ้าง และยังไม่ได้แจ้งปิดกิจการ จึงถือว่าเป็นบริษัทสื่ออย่างแน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ในกรณีของ สส.รายอื่นที่รอการพิจารณา บางบริษัทนั้นหากพิจารณาด้วยเกณฑ์นี้ ไม่ควรจะนับว่าเป็นบริษัทสื่อ โดยไม่ต้องยึดกับการจดทะเบียนกับกรมธุรกิจการค้าด้วยแบบฟอร์มสำเร็จรูปที่มีคำว่าทำสื่ออยู่ด้วย เนื่องจากไม่ได้ตั้งใจจะทำสื่อ และไม่เคยมีธุรกรรมทางการสื่อสาร และไม่มีการสร้างเนื้อหาด้วยตนเองเลย.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/50797</URL_LINK>
                <HASHTAG>นิด้า, บริษัทสื่อ, วรัชญ์ ครุจิต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191121/image_big_5dd61635388a6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
