<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>110375</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/07/2021 00:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/07/2021 23:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แฉบริษัทยิวป้อนสปายแวร์ให้รัฐบาลทั่วโลกสอดแนมนักข่าว-แอคทิวิสต์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;องค์กรสื่อและนักการเมืองในยุโรปไม่พอใจ หลังมีรายงานข่าวเปิดโปงว่า บริษัทซอฟท์แวร์แห่งหนึ่งของอิสราเอลป้อนมัลแวร์สอดแนมโทรศัพท์ให้รัฐบาลต่างๆ ทั่วโลกใช้สอดแนมนักเคลื่อนไหว, นักข่าว, ทนายความ และนักการเมือง โดยมีรายชื่อหลุดรอดกว่า 50,000 ชื่อ ร้อนถึงรัฐบาลหลายชาติที่ถูกอ้างถึงต้องรีบปฏิเสธ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีเมื่อวันจันทร์กล่าวว่า บริษัท เอ็นเอสโอกรุ๊ป ของอิสราเอล ซึ่งมีฐานที่ตั้งอยู่ในเมืองเฮอร์ซลียาใกล้กรุงเทลอาวีฟ และมัลแวร์ &amp;quot;เพกาซัส&amp;quot; ของพวกเขาที่สามารถเปิดกล้องหรือไมค์ของโทรศัพท์มือถือและรวบรวมข้อมูลได้ เคยตกเป็นข่าวครึกโครมมาตั้งแต่ปี 2559 เมื่อนักวิจัยหลายคนกล่าวหาว่าบริษัทแห่งนี้ช่วยรัฐบาลสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) สอดแนมฝ่ายต่อต้านรัฐคนหนึ่ง แต่รายงานล่าสุดที่มาจากการสอบสวนร่วมกันของวอชิงตันโพสต์, การ์เดียน, เลอมงด์ และสื่ออีกหลายสำคัญ อ้างอิงจากลิสต์หมายเลขโทรศัพท์ 50,000 หมายเลขที่หลุดรอด เปิดเผยว่าการสอดแนมโดยใช้มัลแวร์ตัวนี้มีขอบเขตกว้างใหญ่กว่าที่คิดกันไว้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เชื่อกันว่าหมายเลขที่หลุดรอดออกมานี้เชื่อมโยงกับบุคคลที่ลูกค้าของเอ็นเอสโอระบุว่าเป็นเป้าหมายของการสอดแนม รวมถึงหมายเลขหนึ่งที่โยงถึงเซซิลิโอ ปินเยตา นักข่าวเม็กซิกันที่โดนฆาตกรรมเมื่อปี 2560 และสมาชิกในครอบครัวของจามัล คาช็อกกี นักข่าวชาวซาอุดีอาระเบียที่โดนฆ่าตายภายในสถานกงสุลโดยทีมสังหารของซาอุฯ เมื่อปี 2561&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานกล่าวว่า ยังไม่ชัดเจนว่ามีโทรศัพท์กี่เครื่องที่ตกเป็นเป้าหมายหรือโดนสอดแนม และเอ็นเอสโอก็ออกแถลงการณ์เมื่อวันอาทิตย์ ปฏิเสธคำกล่าวหาว่าเป็นเรื่องเท็จ และขู่จะฟ้องหมิ่นประมาทด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำกล่าวอ้างในรายงานที่เปิดโปงหลายประเทศ เช่น อินเดีย, ฮังการี และโมร็อกโก ซึ่งเจ้าหน้าที่ทางการปราบปรามสื่ออิสระและสอดแนมนักข่าวที่เห็นต่างจากรัฐทั้งในและนอกประเทศ ก่อให้เกิดความไม่พอใจ โดยรัฐบาลอินเดีย, โมร็อกโก และฮังการี ต่างรีบออกมาปฏิเสธในวันจันทร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประเทศอื่นๆ ที่มีรายชื่อเป้าหมายอยู่ในบัญชีนี้จำนวนมากที่สุด ได้แก่ อาเซอร์ไบจาน, บาห์เรน, คาซัคสถาน, เม็กซิโก, รวันดา, ซาอุดีอาระเบีย และยูเออี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักข่าวที่ร่วมในการสอบสวนบัญชีหมายเลขโทรศัพท์เหล่านี้สามารถระบุเจ้าของหมายเลขได้มากกว่า 1,000 รายในมากกว่า 50 ประเทศ ซึ่งรวมถึงสมาชิกหลายคนของราชวงศ์อาหรับ, ผู้บริหารธุรกิจอย่างน้อย 65 คน, นักเคลื่อนไหวด้านสิทธิมนุษยชน 85 คน, นักข่าว 189 คน และนักการเมืองและเจ้าหน้าที่รัฐบาลมากกว่า 600 คน ซึ่งไม่เว้นแม้แต่ระดับประมุข, นายกรัฐมนตรีและสมาชิกในคณะรัฐบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การสอบสวนสามารถระบุตัวนักข่าวอย่างน้อย 180 คนจาก 20 ประเทศที่ตกเป็นเป้าหมายการสอดแนมระหว่างปี 2559 ถึงเดือนมิถุนายน 2564 อาทิ นักข่าวของเอเอฟพี, วอลล์สตรีทเจอร์นัล, ซีเอ็นเอ็น, รอยเตอร์, นิวยอร์กไทมส์, เอพี, อัลจาซีราห์, ดิอีโคโนมิสต์ และบลูมเบิร์ก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านอัวร์ซูลา วอน แดร์ ไลเอิน ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป กล่าวถึงข่าวนี้ว่า หากยืนยันได้ว่าเป็นเรื่องจริงก็ยอมรับไม่ได้อย่างสิ้นเชิง ส่วนรัฐบาลฝรั่งเศสกล่าวว่า น่าตกใจอย่างยิ่ง ขณะที่คริสตอฟ เดอลัวร์ เลขาธิการกลุ่มผู้สื่อข่าวไร้พรมแดน กล่าวว่า การเปิดโปงครั้งนี้ชวนตกใจและน่าขยะแขยง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110375</URL_LINK>
                <HASHTAG>NSO, บริษัทอิสราเอล, มัลแวร์, สปายแวร์, สอดแนมนักข่าว, สอดแนมนักเคลื่อนไหว, เพกาซัส, เอ็นเอสโอ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210720/image_big_60f5b3cf80b94.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
