<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>116824</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/09/2021 19:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/09/2021 19:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลปกครองสูงสุดสั่งเพิกถอนใบอนุญาตโรงงานผลิตไฟฟ้าชีวมวลเขาไม้แก้ว ปราจีนบุรี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 ก.ย. 2564 ศาลปกครองสูงสุดพิพากษาเพิกถอนใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงานที่คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน ออกให้แก่บริษัทเค เอส มาร์เก็ตติ้ง อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด โดยให้มีผลนับแต่วันที่ออกใบอนุญาตดังกล่าว และให้องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) เขาไม้แก้ว โดยนายก อบต. เขาไม้แก้ว ปฏิบัติหน้าที่ตามพ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 มาตรา 40 มาตรา 41 มาตรา 42 และมาตรา 43 แล้วแต่กรณี กับการที่บริษัทก่อสร้างอาคารโดยไม่ได้รับอนุญาต ให้เสร็จสิ้นภายใน 180 วัน นับแต่วันที่มีคำพิพากษา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เนื่องจากศาลฯ เห็นว่า ในระหว่างที่คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานพิจารณาคำขอรับใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงานของบริษัทฯ อยู่นั้น พื้นที่อันเป็นที่ตั้งของโรงงานพิพาทได้มีการประกาศกฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมจังหวัดปราจีนบุรี พ.ศ. 2555 ซึ่งมีผลทำให้ต้องนำพ.ร.บ. ควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 มาใช้บังคับในพื้นที่ตั้งโรงงานพิพาทของบริษัทฯ ด้วย ดังนั้น นับแต่เวลาดังกล่าว การก่อสร้างอาคารโรงงานของบริษัทฯ ก็ต้องเป็นไปตามกฎหมายที่ใช้บังคับขณะนั้น การก่อสร้างอาคารเพื่อประกอบกิจการโรงงานพิพาทจึงต้องได้รับใบอนุญาตก่อสร้างอาคารตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคารฯ มิใช่เป็นกรณีที่บริษัทฯ มีสิทธิก่อสร้างอาคารโรงงานโดยไม่จำเป็นต้องขออนุญาตอีกต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และนอกจากนี้ เมื่อมีการประกาศกฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมจังหวัดปราจีนบุรี พ.ศ. 2555 ในพื้นที่ที่ตั้งโรงงานพิพาทแล้ว การใช้ประโยชน์ในที่ดินก็จะต้องไม่ผิดไปจากที่กำหนดไว้ในผังเมืองรวม ตามมาตรา 27 วรรคหนึ่ง แห่ง พ.ร.บ. การผังเมือง พ.ศ. 2518 ด้วย ดังนั้น เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่า พื้นที่ตำบลเขาไม้แก้วซึ่งเป็นที่ตั้งโรงงานพิพาทถูกกำหนดเป็นที่ดินประเภทชนบทและเกษตรกรรม ซึ่งเป็นที่ดินสำหรับใช้ประโยชน์เพื่อเกษตรกรรม หรือเกี่ยวข้องกับเกษตรกรรม การอยู่อาศัย สถาบันการศึกษา สถาบันศาสนา สถาบันราชการ การสาธารณูปโภคและสาธารณูปการ ต้องห้ามใช้ประโยชน์ประกอบกิจการโรงงานทุกจำพวก อีกทั้งโรงงานไฟฟ้าไม่ใช่โรงงานตามประเภท ชนิด และจำพวกที่ให้ดำเนินการได้ตามบัญชีท้ายกฎกระทรวง การขออนุญาตประกอบกิจการโรงงาน เพื่อผลิตและจำหน่ายกระแสไฟฟ้า ขนาดกำลังผลิตกระแสไฟฟ้ารวม 9.9 เมกกะวัตต์ ของบริษัทฯ จึงเป็นการใช้ประโยชน์ที่ดินผิดไปจากที่กำหนดไว้ในผังเมืองรวม หรือปฏิบัติการใด ๆ ซึ่งขัดกับข้อกำหนดของผังเมืองรวม ตามมาตรา 27 วรรคหนึ่ง แห่ง พ.ร.บ. การผังเมือง พ.ศ. 2518&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และเมื่อการประกอบกิจการโรงงานของบริษัทฯ จะต้องมีการก่อสร้างอาคารโรงงานแล้ว การใช้ประโยชน์ที่ดินเกี่ยวกับการก่อสร้างอาคารตาม พ.ร.บ. การผังเมือง พ.ศ. 2518 จึงต้องสอดคล้องกับ พ.ร.บ. ควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 กล่าวคือ เจ้าของหรือผู้ครอบครองที่ดินต้องได้ใช้ประโยชน์ที่ดินโดยเริ่มดำเนินการก่อสร้างอาคารแล้ว จึงจะได้รับการยกเว้นไม่ต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดในกฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวม เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏตามพยานหลักฐานในสำนวนคดีว่า นับแต่ที่บริษัทฯ ยื่นคำขอใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงานพิพาท เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2553 จนถึงวันที่ 2 พฤศจิกายน 2555 ที่มีการประกาศกฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมจังหวัดปราจีนบุรี พ.ศ. 2555 บริษัทฯ เพียงแต่ได้มีการจัดเตรียมพื้นที่และจัดหาวัสดุก่อสร้างเพื่อเตรียมการก่อสร้างอาคารโรงงานเท่านั้น ยังมิได้เริ่มลงมือดำเนินการก่อสร้างอาคารโรงงานพิพาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนการขุดสระน้ำหรือบ่อน้ำขนาดใหญ่ในที่ดินที่ตั้งโรงงานที่มีประชาชนร้องเรียนนั้น เห็นว่า การขุดบ่อเก็บน้ำดิบดังกล่าว บริษัทฯ เพิ่งเริ่มดำเนินการอย่างเร็วที่สุด ในวันที่ 30 พฤษภาคม 2556 อันเป็นเวลาภายหลังมีประกาศกฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมจังหวัดปราจีนบุรี พ.ศ. 2555 เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 2555 อีกทั้งเป็นการขุดดินถมดินโดยที่ยังไม่ได้รับใบรับแจ้งจากเจ้าพนักงานท้องถิ่น ตามมาตรา 17 วรรคสอง และมาตรา 26 วรรคสี่ แห่ง พ.ร.บ. การขุดดินและถมดิน พ.ศ. 2543&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรณีจึงไม่อาจถือว่า บริษัทฯ ซึ่งเป็นเจ้าของที่ดิน ได้ใช้ประโยชน์ที่ดินโดยชอบด้วยกฎหมายมาก่อนที่จะมีกฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมและจะใช้ที่ดินเช่นนั้นต่อไป ตามมาตรา 27 วรรคสอง แห่ง พ.ร.บ. การผังเมือง พ.ศ. 2518&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้น การประกอบกิจการโรงงานเพื่อผลิตและจำหน่ายกระแสไฟฟ้า ขนาดกำลังผลิตกระแสไฟฟ้า รวม 9.9 เมกกะวัตต์ ตามคำขอใบอนุญาตประกอบกิจการ ลงวันที่ 22 มิถุนายน 2553 ของบริษัทฯ จึงต้องห้ามตามข้อ 11 วรรคสอง (1) ของกฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมจังหวัดปราจีนบุรี พ.ศ. 2555 และไม่อาจถือเป็นการขออนุญาตประกอบกิจการโรงงานที่มีที่ตั้งในทำเลและสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม ตามข้อ 4 ของกฎกระทรวงฉบับที่ 2 (พ.ศ. 2535) ออกตามความใน พ.ร.บ. โรงงาน พ.ศ. 2535 ก่อนการแก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวงฉบับที่ 25 (พ.ศ. 2559) ประกอบมาตรา 8 แห่ง พ.ร.บ. โรงงาน พ.ศ. 2535 การที่คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานออกใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงานที่ (สรข.5) 02-58/2556 ทะเบียนโรงงานเลขที่ 3-88-43/56ปจ ลงวันที่ 10 พฤษภาคม 2556 ให้แก่บริษัทเค เอส มาร์เก็ตติ้งฯ จึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116824</URL_LINK>
                <HASHTAG>บริษัทเค เอส มาร์เก็ตติ้ง อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด, ศาลปกครองสูงสุด, เพิกถอนใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210520/image_big_60a624f00a54d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
