<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>32010</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/03/2019 10:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/03/2019 10:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“บีเจซี” ฟุ้งอากาศร้อนหนุนบรรจุภัณฑ์เครื่องดื่มขายดี </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 มี.ค. 2562 นายอัศวิน เตชะเจริญวิกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ บีเจซี เปิดเผยว่า &amp;nbsp;ภาพรวมการดำเนินธุรกิจในช่วงที่ผ่านมาของปี 2562 ยอมรับว่าต้องใช้พลังในการขับเคลื่อนพอสมควร เนื่องจากลูกค้ายังรอความชัดเจนกับปัจจัยต่าง ๆ แต่คาดว่าสถานการณ์จะปรับตัวดีขึ้นช่วงไตรมาส 3 และ 4 /2562เนื่องจากปีนี้สภาพอากาศค่อนข้างร้อน ทำให้เกิดความต้องการบริโภคเครื่องดื่มมากขึ้น ส่งผลต่อบรรจุภัณฑ์ขวดแก้วให้สามารถขยายตัวตามไปด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการลงทุนของบีเจซีในปี 2562 ในส่วนของการพัฒนาสินค้าให้ตอบโจทย์ลูกค้าอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น เบื้องต้นคาดว่าจะต้องใช้เงินลงทุน 1,000 ล้านบาท ยกระดับเทคโนโลยี และนำออโตเมชั่นมาใช้ในงาน เนื่องจากการแข่งขันในบรรจุภัณฑ์ขวดแก้วโดยหลักจะเป็นเรื่องคุณภาพ รวมถึงเทรนด์ความต้องการขวดที่น้ำหนักเบา และบางกว่าเดิม แต่ต้องมีความเหนียว ซึ่งจากการดำเนินธุรกิจมายาวนานกว่า 66 ปี ทำให้บริษัทมีความแข็งแกร่งในการพัฒนาสินค้า และยังมีพาร์ทเนอร์ โอเว่น อิลลินอยส์ อิงค์ ที่มีความเชี่ยวชาญเป็นอย่างมาก จึงทำให้บริษัทเชื่อว่าจะมีสินค้าตอบโจทย์ลูกค้าได้อย่างแน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกันบริษัทยังเตรียมหาโอกาสในการสร้างโรงการผลิตในอาเซียน โดยเฉพาะคาบสมุทรอินโดจีน ได้แก่ เมียนมา กัมพูชา และ สปป. ลาว โดยจะต้องดูความต้องการบรรจุภัณฑ์ของประเภทนั้น ๆ มาประกอบการพิจารณาลงทุนสร้างโรงงาน หรืออย่างน้อยต้องมีกำลังการผลิต 250 ตันต่อวัน มีขนาดพื้นที่ 30 ไร่ และน่าจะต้องใช้เงินลงทุน 1,000-1,500 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนโรงงานของเมืองไทยที่อยู่ใน จ. สระบุรี และ จ. สมุทรปราการ มีกำลังผลิตรวมกันที่ 3,400 ตันต่อวัน มีการส่งออกไปต่างประเทศ 6% ส่วนมากอยู่ในประเทศ 94% และมีสัดส่วนระหว่างผลิตบรรจุภัณฑ์แก้วและแคนที่ 50:50 โดยยังมีโรงงานในประเทศเวียดนามกำลังการผลิต 300 ตันต่อวัน และมาเลเซีย 510 ตันต่อวัน ที่กำลังจะขยายเป็น 650 ตันต่อวัน ส่งผลให้มีการผลิตรวมทั้งในและต่างประเทศ 4,350 ตันต่อวัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอัศวิน กล่าวว่า ภาพรวมตลาดบรรจุภัณฑ์อยู่ที่ 2.5 หมื่นล้านบาท มีอัตราการเติบโต 4-5% อยู่ในระดับที่ไม่หวือหวามากนัก และจะเติบโตมาจากการออกสินค้าที่มีนวัตกรรมและดีไซน์ใหม่ โดยในปี 2561 มียอดขายบรรจุภัณฑ์รวม 2 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็นขวดแก้ว 1.2 หมื่นล้านบาท เติบโต 8% และแคนอีก 8,000 ล้านบาท เติบโต 6-7% โดยแนวโน้มของบรรจุภัณฑ์แก้วจะมีการขยายตัวได้ดีกว่า เป็นไปตามเทรนด์ความต้องการของผู้บริโภคทั่วไป และขวดแก้วในหลายประเทศแถบยุโรปและอเมริกาก็เติบโตดีมากเช่นเดียวกัน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/32010</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตลาดบรรจุภัณฑ์เครื่องดื่ม, บริษัทเบอร์ลี่ ยุคเกอร์, บีเจซี, อัศวิน เตชะเจริญวิกุล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181213/image_big_5c11c2681b92c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>8550</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/05/2018 10:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/05/2018 10:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“บิ๊กซี” ทุ่ม 1 หมื่นล้านบาท ปูพรมขยายสาขาต่างจังหวัด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;บิ๊กซี&amp;rdquo; ทุ่ม 1 หมื่นล้านบาท ปูพรมขยายสาขาควบรีโนโวท เตรียมเปิดตัวแผนกของสดรูปแบบใหม่ สาขาราชดำริ หวังยกระดับบริการมากขึ้น ยิ้มไตรมาสแรกยอดขายเติบโตดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอัศวิน เตชะเจริญกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) ห้างค้าปลีกในกลุ่ม บริษัทเบอร์ลี่ ยุคเกอร์ (บีเจซี) เปิดเผยว่า แนวทางการดำเนินธุรกิจปี 2561 ยังมุ่งเน้นขยายสาขาตามทำเลศักยภาพต่างๆ อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะพื้นที่ต่างจังหวัดหรือย่านที่บิ๊กซียังไม่เข้าไปเปิดให้บริการ เบื้องต้นวางงบการลงทุนรวมไว้กว่า 1 หมื่นล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับในช่วงไตรมาสแรกของปี 2561 ที่ผ่านมา บริษัทได้เปิดสาขาใหม่รูปแบบไฮเปอร์มาร์เก็ต 3 สาขา ได้แก่ จ.สกลนคร 2 สาขา และสัตหีบ 1 สาขา ซึ่งในปีนี้น่าจะมีสาขาใหญ่หรือไฮเปอร์มาร์เก็ต 9-10 สาขา เงินลงทุน 200-300 ล้านบาทต่อสาขา พร้อมกับปรับปรุงสาขาเดิมที่เปิดให้บริการมานานอีกอย่างน้อย 10 สาขา โดยเฉพาะเรื่องของอาหารสดที่มีรุปแบบใหม่นำร่องในบิ๊กซี ราชดำริ บริษัทได้ปรับเปลี่ยนทั้งบรรยากาศและบริการให้ตอบโจทย์ได้ดียิ่งขึ้น เพราะการมีสินค้าดีอย่างเดียวอาจไม่พอ แต่การเข้ามาใช้บริการต้องมีบรรยากาศที่ดีด้วยเช่นกัน คาดการณ์ว่าจะแล้วเสร็จประมาณเดือน มิ.ย. 2561 นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ บิ๊กซี ราชดำริ ยังอยู่ระหว่างการปรับปรุงหลายอย่าง โดยด้านหน้าอาคารยังมีมินิ บิ๊กซี เปิดให้บริการ 24 ชั่วโมง รองรับตลาดนักท่องเที่ยวให้เข้ามาจับจ่ายได้อีกด้วย ขณะเดียวบิ๊กซียังมีสาขาเปิดให้บริการ 9.00- 02.00 น. จากเดิมปิดให้บริการ 23.00 น. ได้แก่ ราชดำริ รัชดา และภูเก็ต 2 โดยจะให้บริการในพื้นที่ขายเท่านั้น ส่วนนี้เป็นการขยายเวลาเพื่อรองรับผู้บริโภคที่ต้องการจับจ่ายยามค่ำมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอัศวิน กล่าวว่า นอกเหนือจากการลงทุนขยายสาขาแล้ว บริษัทยังให้ความสำคัญกับระบบฐานข้อมูลลูกค้า เพื่อเชื่อมโยงระหว่างต้นนำกับปลายน้ำ นำฐานข้อมูลมาวิเคราะห์ทำตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ และมีความเข้าใจลูกค้ามากขึ้น โดยหลังจากที่บีเจซีเข้ามาบริหารบิ๊กซี ก็ผลักดันให้ลูกค้าเข้ามาทำบัตรสมาชิกเพียง 6 เดือน มากถึง 2 ล้านคน จากเดิมมีสมาชิกอยู่ประมาณ 12 ล้านคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พร้อมกันนี้ เพื่อเป็นการสนับสนุนเกษตรกรไทยอย่างต่อเนื่อง จึงได้จัดงานเทศกาลผลไม้จากสวน ปี 2 บิ๊กซีสนับสนุนเกษตรกรไทย ในการนำสินค้าจากเกษตรกรหลายพื้นที่ ขยายโอกาสช่องทางการขยายไปสู่จังหวัดอื่นๆ มากขึ้น โดยปีนี้เตรียมพัฒนาสินคน้ากับคู่ค้าหลายรายการ อาทิ ทุเรียนทอดกรอบ ขนุน กล้วย มะขาม มะนาว เป็นต้น นับเป็นอีกหนึ่งทางที่ช่วยสร้างรายได้แก่เกษตรกรไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ภาพรวมการดำเนินธุรกิจในปี 2560 มีผลกำไรเติบโตมากกว่า 10% และในส่วนของรายได้ของบีเจซีก็อยู่ที่ 1.5 แสนล้านบาท โดยไตรมาสแรกของปี 2561 พบว่าสถานการณ์ทางด้านกำลังซื้อปรับตัวดีขึ้น ซึ่งบิ๊กซีเองก็มีการเติบโตดีกว่าช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา โดยช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมามีผู้บริโภคเข้ามาจับจ่ายในแผนกเสื้อผ้าและอุปกรณ์การเรียนจำนวนมาก บริษัทเองก็จัดทำแคมเปญแบ็คทูสคูลเพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายของผู้ปกครองเช่นเดียวกัน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/8550</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขยายสาขา, บริษัทเบอร์ลี่ ยุคเกอร์, บิ๊กซี, บีเจซี, มินิบิ๊กซี, หัวเมือง, อัศวิน เตชะเจริญกุล, ไฮเปอร์มาร์เก็ต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180505/image_big_5aed265e8a99f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
