<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>120046</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/10/2025 14:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/10/2021 09:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘ปู เอาอยู่’ฝากคลิปสัมภาษณ์การบริหารจัดการน้ำเมื่อ10ปีก่อน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;18 ต.ค.64- น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โพสต์เฟศบุ๊กส่วนตัว Yingluck Shinawatra ระบุว่า ฝากคลิปสารคดีจากพรรคเพื่อไทยที่มาสัมภาษณ์เพื่อแบ่งปันประสบการณ์ ความทรงจำ การบริหารจัดการน้ำเมื่อ 10 ปีก่อน ท่ีควรเร่งแก้ไข เพื่ออนาคตท่ีดีของคนไทยค่ะ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;ทั้งนี้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ได้แชร์เพจพรรคเพื่อไทย ที่ระบุว่า 10 ปีที่แล้ว ประเทศไทยเกิดมหาอุทกภัยครั้งใหญ่ น้ำท่วม น้ำหลาก น้ำป่า น้ำเขื่อน พากันไหลบ่าท่วมพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศ ความยากลำบากเกิดขึ้นกับประชาชนแทบทุกจังหวัด ความเสียหายรุนแรงและยาวนานมากกว่า 6 เดือน จนกลายเป็นภาพหลอนที่ยังคงฝังใจหลายคนมาจนถึงทุกวันนี้&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;ณ วันนั้น รัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เข้ามาทำงานพร้อมกับมวลน้ำมหาศาล และเสียงวิพากษ์วิจารณ์จำนวนมากที่ไหลหลากเข้ามา พรรคเพื่อไทยพาย้อนรอยเหตุการณ์ ชวนฟังเสียงบอกเล่าจากบุคคลในเหตุการณ์ครั้งนั้น กับสารคดี &amp;lsquo;น(า)ทีวิปโยค : 10 ปีมหาอุทกภัย&amp;rsquo; ปลอดประสพ สุรัสวดี กิตติรัตน์ ณ ระนอง ทวิดา กมลเวชช และ&amp;hellip; อดีตนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร 18 ตุลาคม 2564 นี้ เวลา 20:00 น. พบกันบนช่องทาง Facebook และ Youtube พรรคเพื่อไทย&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&lt;/p&gt;giga888
lucac4
bkkgaming
tiger126
ubet89
3mbet
pgplay168
m358
chapo88
zata888
dara168
mslot99
betflik19
megame888
550ww
win9999
Jun88
zeed777plus
bigwin168
vodka168
scg9
superbet vip
cr168
iconxfun
fin88
bigboxfun
panama888
winbet55
789pro
betflix1688
fenix168
nexobet
ufalion168
168bet
bgame777
okcasino
run24
nemo168
pgdog
rich6et
zeed191
aress77
xe998
goatza88
bkm222
play97
live911
chalu
rpm888
megaways
1zlot
thorin99
easyroman
pattaya168
hunter1688
789step
ufavision
dark168
wing1688
pk789
e699
flowbet1234
playrich
g2g168p
uplay168
za88
gkbet888
g2gbetx
g2g59
g2g45
g2ggalaxy
tgaslot
betflix282
g79g
tkb666
vkr168
123direct
zeus789
zbet911
pk711
g2g888
betflixdc
g2gmajor
beo89
g2gbet168
lv177
madibet
metalslot
p6slot
pgslot999
pk999
sa168
slot1234
t6slot
ufa369
unix789
axie789th
g2grich888th
g2gmagicth

</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/120046</URL_LINK>
                <HASHTAG>น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร, บริหารจัดการน้ำ, เพื่อไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211018/image_big_616cd9034ec28.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>119947</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/10/2021 08:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/10/2021 08:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไพศาล โพสต์หลักคิด ในหลวง ร.9 แก้ไขปัญหาเรื่องน้ำ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 ต.ค. 2564 นายไพศาล พืชมงคล อดีตที่ปรึกษาพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลักคิด ของพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ในการแก้ไขปัญหาเรื่องน้ำ*****&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่ทรงพระราชทานไว้แล้วนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มี 3 หลักใหญ่คือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 จัดทางให้น้ำไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 จัดที่ให้น้ำอยู่และ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 จัดทางให้น้ำไหลออกทะเล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้ง 3 กระบวนทัศน์แห่งพระมหาราชเจ้าพระองค์นั้น ต้องทำเสียตั้งแต่ฤดูแล้งและต้องทำอย่างต่อเนื่องด้วยความสำนึกในหน้าที่รับผิดชอบ ก็จะสัมฤทธิ์ผลเป็นอาณาประโยชน์แก่ราษฎร!!!!
การแก้ไขปัญหาน้ำท่วมไม่อาจพูดหาเสียงในเทศกาลน้ำท่วมได้!มีแต่จะสะท้อนให้เห็นว่าเพราะละเลยเพิกเฉยไม่ใยดี จึงเกิดสภาพน้ำท่วมขนาดนี้ &amp;nbsp;ทั้งที่ปริมาณน้ำขณะนี้น้อยกว่าปริมาณน้ำปี 2554 ถึง 1.5 เมตร!!!&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119947</URL_LINK>
                <HASHTAG>บริหารจัดการน้ำ, ในหลวง ร.9, ไพศาล พืชมงคล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211005/image_big_615bd5c32a8b3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>117729</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/09/2021 16:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/09/2021 13:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> จับตา!&#039;บิ๊กตู่&#039;ควง&#039;บิ๊กป๊อก&#039;ลงพื้นที่สุโขทัยติดตามสถานการณ์น้ำ รมต.-ส.ส.กลุ่มสามมิตร แห่ต้อนรับ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24ก.ย.64- ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับการลงพื้นที่ตรวจราชการเพื่อติดตามสถานการณ์ แผนบริหารจัดการน้ำ ของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม จากกำหนดการเตรียมลงพื้นที่จ.สุโขทัย จ.นครราชสีมา และจ.นครศรีธรรมราช นั้น สำหรับการลงพื้นที่จ.สุโขทัย วันที่ 26 ก.ย.นายกฯมีกำหนดการประชุมหารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อรับฟังรายงานสถานการณ์น้ำและการบริหารจัดการน้ำ ที่โรงแรมสุโขทัย เฮอริเทจ รีสอร์ท ท่าอากาศยานสุโขทัย จากนั้น เดินทางไปยังวัดบ้านซ่าน ต.บ้านซ่าน อ.ศรีสำโรง สักการะหลวงพ่อสามพี่น้องและหลวงพ่อขาว พร้อมพบปะประชาชนและมอบปัจจัยทางการเกษตรให้กับผู้แทนเกษตรกรจำนวน 500 ชุด แล้วเดินทางจากวัดบ้านสร้างไปยังท่าอากาศยานสุโขทัย โดยใช้เส้นทางผ่านพื้นที่ประสบอุทกภัย ก่อนเดินทางกลับกทม.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่กำหนดการลงพื้นที่จ.นครราชสีมา ในวันที่ 29 ก.ย.ล่าสุด อาจมีการเปลี่ยนแปลง โดยมีรายงานข่าวนายกฯจะไปลงพื้นที่จ.ชัยภูมิ แทน เนื่องจากเห็นว่าจ.ชัยภูมิ ขณะนี้ประสบปัญหาอุทกภัยมากกว่า ขณะที่จ.นครราชสีมา มีหลายหน่วยงานลงพื้นที่ให้ความช่วยเหลือประชาชนเป็นส่วนใหญ่แล้ว ทั้งนี้ จ.ชัยภูมิ มีส.ส.พลังประชารัฐ 2 คนคือ เขตเลือกตั้งที่ 2 มีนายเชิงชาย&amp;nbsp; ชาลีรินทร์ ส.ส.เขต 2 และนายสัมฤทธิ์&amp;nbsp; แทนทรัพย์ ส.ส.เขต 3&amp;nbsp; ส่วนจ.นครศรีธรรมราช เบื้องต้นยังเป็นไปตามกำหนดการเดิมคือวันที่ 30 ก.ย.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ คณะที่ร่วมลงพื้นที่กับนายกฯที่จ.สุโขทัย ประกอบด้วย พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ นายฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทย นายสมเกียรติ ประจำวงศ์ เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ(สทนช.) นายประพิศ จันทร์มา อธิบดีกรมชลประทาน นายสุรสีห์ กิตติมณฑล อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ที่จ.สุโขทัย มีนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสาหกรรม ในฐานะรองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม และกรรมการบริหารพรรค นายอนุชา นาคาศัยรมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ส.ส.ชัยนาท และกรรมการบริหาร ลงพื้นที่ต้อนรับและร่วมคณะ นอกจากนั้น จะมีส.ส.พลังประชารัฐ จ.สุโขทัย และจังหวัดใกล้เคียง ได้แก่ จ.สุโขทัย จ.กำแพงเพชร จ.นครสวรรค์ พิษณุโลก และจ.ชัยนาท ไปร่วมต้อนรับด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ จ.สุโขทัย มีส.ส. 2 คน ได้แก่ นางพรรณสิริ กุลนาถศิริ ส.ส. เขต 1 และนายชูศักดิ์ คีรีมาศทอง ส.ส.เขต 2 ส่วนจ.กำแพงเพชร มีส.ส. 5 คนได้แก่ นายไผ่ ลิกค์ ส.ส.เขต1 นายเพชรภูมิ อาภรณ์รัตน์ ส.ส.เขต 2 นายอนันต์ ผลอำนวย ส.ส.เขต3 และนายปริญญา ฤกษ์หร่าย ส.ส.เขต 4​ นายสุรสิทธิ์​ วงศ์วิทยานันท์​ ส.ส.บัญชีรายชื่อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นครสวรรค์ มีส.ส. 4 คน ได้แก่ นายภิญโญ นิโรจน์ ส.ส.เขต 1 นายวีระกร คำประกอบ ส.ส.เขต2 นายสัญญา นิบสุพรรณ ส.ส.เขต3 และนายนิโรธ สุนทรเลขา ส.ส.เขต 6&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จ.พิษณุโลก มีส.ส.2คน ได้แก่ นายอนุชา น้อยวงศ์ ส.ส.เขต3 และนายมานัส อ่อนอ้าย เขต5 และจ.ชัยนาท มีส.ส. 2 คน ได้แก่ นายอนุชา นาคาศัย ส.ส.เขต1 และนายมณเฑียร สงฆ์ประชา ส.ส.เขต 2&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จ.สุโขทัย ถือเป็นบ้านเกิดของนายสมศักดิ์ และเป็นฐานที่มั่นของกลุ่มสามมิตร จึงปรากฎภาพบรรดาแกนนำและส.ส.ในกลุ่มเตรียมมาร่วมต้อนรับคณะของพล.อ.ประยุทธ์ อย่างคับคั่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117729</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่ม3ป., นายกฯลงพื้นที่, บริหารจัดการน้ำ, บิ๊กตู่-พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210924/image_big_614d69eda4d29.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>110976</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/07/2021 18:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/07/2021 17:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สทนช.  ชี้ ผลศึกษา SEA เพิ่มปริมาณน้ำ 11 จังหวัดลุ่มน้ำภาคใต้ฝั่งตะวันตก เสริมแกร่งเศรษฐกิจอันดามัน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;สทนช. เผยผลการศึกษา SEA ประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์ บริหารจัดการน้ำ 11 จังหวัดลุ่มน้ำภาคใต้ฝั่งตะวันตก เพิ่มปริมาณน้ำอุปโภคบริโภค เสริมความแกร่งเศรษฐกิจฐานรากหนุนฟื้นฟูการท่องเที่ยว ตามนโยบายรัฐบาล พร้อมรับการบริหารจัดการน้ำช่วงฤดูฝนนี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;วันนี้ (24 กรกฎาคม 2564)&amp;nbsp;ดร.สมเกียรติ ประจำวงษ์ เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) แถลงข่าวผลการศึกษาโครงการศึกษาการประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์และแผนหลักการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ (Strategic Environmental Assessment : SEA) พื้นที่ลุ่มน้ำภาคใต้ฝั่งตะวันตก ว่า สทนช. ได้ร่วมกับมหาวิทยาลัยนเรศวรและกลุ่มบริษัทที่ปรึกษา ดำเนินการศึกษาโครงการฯ มาตั้งแต่กลางปี 2563 และจะดำเนินการแล้วเสร็จปลายเดือนกรกฎาคม 2564 นี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อให้เกิดการพัฒนาของลุ่มน้ำที่สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมโดยไม่ก่อให้เกิดผลกระทบหรือมีผลกระทบในระดับที่ยอมรับได้ และเป็นไปตามแผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ 20 ปี พ.ศ.2561-2580&amp;nbsp; โดยมีแนวทางการศึกษา ประกอบด้วย การจัดทำแผนหลักและแผนปฏิบัติการ ตามแผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ 20 ปี ทั้ง 6 ด้าน ได้แก่ การจัดการน้ำอุปโภค-บริโภค การสร้างความมั่นคงของน้ำภาคการผลิต การจัดการน้ำท่วม และบรรเทาอุทกภัย การจัดการคุณภาพน้ำและอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำ การอนุรักษ์ฟื้นฟูสภาพป่าต้นน้ำที่เสื่อมโทรมและป้องกันการพังทลายของดิน และการบริหารจัดการโดยมีผลการศึกษาในประเด็นสำคัญที่แล้วเสร็จ อาทิ แผนงาน/โครงการที่เสนอ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ทั้งจากภาครัฐและภาคประชาชน รวม 2,894 โครงการ ทำให้มีปริมาณน้ำต้นทุนเพื่อการจัดการน้ำอุปโภคบริโภคและเสริมสร้างความมั่นคงของน้ำภาคการผลิตในพื้นที่เพิ่มขึ้น 1,218.33 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) และสามารถลดพื้นที่อุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ฝั่งตะวันตกได้อีก 47,631 ไร่ ปัจจุบันพื้นที่ลุ่มน้ำภาคใต้ฝั่งตะวันตกครอบคลุมพื้นที่ 11 จังหวัด โดยครอบคลุมพื้นที่ทั้งจังหวัดของจังหวัดระนอง จังหวัดพังงา จังหวัดภูเก็ต จังหวัดตรัง จังหวัดสตูล และครอบคลุมพื้นที่บางส่วนของจังหวัดกระบี่ จังหวัดชุมพร จังหวัด สุราษฎร์ธานี จังหวัดนครศรีธรรมราช จังหวัดพัทลุง และจังหวัดสงขลา ทั้งนี้ จากผลการศึกษาในกระบวนการ SEA ซึ่งใช้เป็นกรอบในการขับเคลื่อนการพัฒนาเชิงพื้นที่ (Area Based) สามารถสร้างความมั่นคงของทรัพยากรน้ำ เพื่อรองรับนโยบายด้านการท่องเที่ยวของรัฐบาล โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต ได้กำหนดให้มีการจัดทำแผนงานเร่งด่วน เพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำในช่วงฤดูแล้ง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;เลขาธิการ สทนช. กล่าวว่า การศึกษาพื้นที่ต้นแบบด้านการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำในระดับพื้นที่ที่เน้นการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนและภาคส่วนอื่นๆ ซึ่งมีต้นแบบความสำเร็จ คือ ที่จังหวัดตรังและจังหวัดกระบี่ โดยเฉพาะพื้นที่บ้านวังลำ ตำบลวังคีรี อำเภอห้วยยอด จังหวัดตรัง ถือเป็นแหล่งต้นน้ำและชุมชนต้นแบบที่มีการบริหารจัดการน้ำอย่างมีส่วนร่วม ทั้งนี้ ในอดีตพื้นที่บ้านวังลำ มักประสบปัญหาน้ำมีไม่เพียงพอต่อการอุปโภคบริโภคและการเพาะปลูก ทำให้คนในชุมชน ท้องถิ่นและภาครัฐได้หาแนวทางร่วมกันบริหารจัดการน้ำผ่านกลไกของการมีส่วนร่วมในการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐาน โดยมีแหล่งน้ำที่สำคัญในพื้นที่คือ อ่างเก็บน้ำบ้านน้ำราบและโครงการอ่างเก็บน้ำสถานีบำรุงพันธุ์สัตว์อันเนื่องมาจากพระราชดำริ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ในส่วนของจังหวัดกระบี่ พื้นที่บ้านไร่ตะวันหวาน ตำบลดินแดง อำเภอลำทับ นับเป็นอีกหนึ่งชุมชนต้นแบบที่มีการบริหารจัดการน้ำร่วมกันกับท้องถิ่นและภาคเอกชน บนพื้นที่กว่า 600 ไร่ ผ่านกิจกรรมการเรียนรู้ในชุมชนตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงและมีการพัฒนาชุมชนให้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สร้างรายได้ให้แก่คนในพื้นที่ โดยได้ก่อตั้งเป็นวิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวเชิงเกษตรบ้านไร่ตะวันหวาน&amp;nbsp; และเพื่อเป็นการสนับสนุนนโยบายของรัฐบาล ในการกระตุ้นการท่องเที่ยว โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในจังหวัดภูเก็ต ซึ่งถูกกำหนดให้เป็นจังหวัดต้นแบบ ในขณะที่ ปัญหาด้านน้ำอุปโภคบริโภคในกิจกรรมต่างๆในจังหวัดที่ผ่านมา ยังคงเป็นการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า และมีค่าใช้จ่ายของผู้ประกอบการที่สูงมาก แต่เมื่อจังหวัดภูเก็ตต้องเป็นต้นแบบในการดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกให้เข้ามาท่องเที่ยวแล้ว การแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำ จึงมีความจำเป็นที่ต้องได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน ในการรองรับกิจกรรมต่างๆที่จะเกิดขึ้นในอนาคต เพื่อไม่ให้เป็นปัญหาและอุปสรรคกับการดำเนินนโยบายดังกล่าว ตัวอย่างเช่น 1) การก่อสร้างสระน้ำแก้มลิงบ้านโคกโตหนดพร้อมระบบผันน้ำไปยังอ่างเก็บน้ำบางเหนียวดำ เพื่อเป็นแหล่งน้ำสำรองในช่วงแล้งสำหรับประชาชนในพื้นที่ใกล้เคียง 2) โครงการก่อสร้างปรับปรุงขยายระบบประปาจากจังหวัดพังงาไปยังจังหวัดภูเก็ต 3) การก่อสร้างระบบผลิตน้ำรีไซเคิล ตำบลตลาดใหญ่ อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต และ 4) การจัดหาน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคในพื้นที่เกาะต่าง ๆ ด้วยเทคโนโลยีนำน้ำทะเลให้เป็นน้ำจืด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;ldquo;การศึกษา SEA เป็นเครื่องมือสำคัญที่ใช้ในการจัดทำแผนหลักด้านน้ำ ที่ได้รับการยอมรับจากต่างประเทศและสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติได้ริเริ่มจัดทำเป็นมาตรฐานให้กับการพัฒนาด้านอื่น ๆ ทั้งนี้&amp;nbsp; การดำเนินการศึกษาของ สทนช. ได้เสริมการวิเคราะห์ความต้องการของพื้นที่ การจัดสรรทรัพยากรที่มีอยู่ เพื่อกำหนดเป้าหมาย วิธีการ และลำดับความสำคัญผ่านกระบวนการมีส่วนร่วม ผลที่ได้รับคือ แผนหลักการบริหารลุ่มน้ำซึ่งจะต้องเสนอเข้าสู่คณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติเพื่อการปรับปรุงเป็นแผนแม่บทน้ำของประเทศในปี 2565 ต่อไป&amp;rdquo; เลขาธิการ สทนช. กล่าวในตอนท้าย &lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110976</URL_LINK>
                <HASHTAG>Area Based, Strategic Environmental Assessment : SEA, การพัฒนาเชิงพื้นที่, การศึกษา SEA, ชุมชนท่องเที่ยวเชิงเกษตร, ดร.สมเกียรติ ประจำวงษ์, ทรัพยากรน้ำ, บริหารจัดการน้ำ, บ้านไร่ตะวันหวาน, ประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์, ปริมาณน้ำอุปโภคบริโภค, ฟื้นฟูการท่องเที่ยว, มหาวิทยาลัยนเรศวร, สทนช., สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ, สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ, อ่างเก็บน้ำบ้านน้ำราบ, โครงการศึกษาการประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์และแผนหลักการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ, โครงการอ่างเก็บน้ำสถานีบำรุงพันธุ์สัตว์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210724/image_big_60fbf5f008d81.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>79877</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/10/2020 18:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/10/2020 18:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>EEC ภายใต้คณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ ลงพื้นที่ภูเก็ต รับทราบปัญหาขาดแคลนน้ำประปาสำหรับอุปโภคบริโภค</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;วันที่ 7 ต.ค. 63 พลเรือเอก พิเชฐ ตานะเศรษฐ คณะทำงานรองนายกรัฐมนตรี พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ ประธานคณะอนุกรรมการบริหารจัดการน้ำในเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก(EEC) ภายใต้คณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ ลงพื้นที่จังหวัดภูเก็ต รับทราบสถานการณ์น้ำในพื้นที่ และรับทราบข้อมูลการทำน้ำจืดจากน้ำทะเล เพื่อพิจารณาแนวทางการดำเนินงานร่วมกับหน่วยงานของจังหวัดภูเก็ต รวมถึงติดตามรับทราบปัญหาการขาดแคลนน้ำประปาสำหรับอุปโภคบริโภค ความต้องการใช้น้ำของภาคเอกชน โดยมี นายสำเริง แสงภู่วงค์ รองเลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ นายณรงค์ วุ่นซิ้ว ผู้ว่าราชการจังหวัด และ นายวัชรินทร์ ปฐมวัฒนพงศ์ ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัด ปฏิบัติหน้าที่ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมให้ข้อมูลสถานการณ์น้ำ และเสนอแนวทางการแก้ไขปัญหาในพื้นที่ ณ ศาลากลางจังหวัดภูเก็ต อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/79877</URL_LINK>
                <HASHTAG>บริหารจัดการน้ำ, พลเรือเอก พิเชฐ, ภูเก็ต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201008/image_big_5f7ef20c47b3d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>75867</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/08/2020 08:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/08/2020 08:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทั่นหัวหน้าก้าวไกล ลงพื้นที่ดูน้ำท่วมเป็นครั้งที่ 3 เห็นปัญหาบริหารจัดการน้ำแบบซ้ำๆซากๆ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 ส.ค.63 - นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคก้าวไกล พร้อมด้วยนายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคก้าวไกล นายปดิพัทธ์ สันติภาดา ส.ส.พิษณุโลก พรรคก้าวไกล นายณัฐพล สืบศักดิ์วงศ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคก้าวไกล นายเกษมสันต์ มีทิพย์ ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคก้าวไกล และธัญญ์วาริน สุขะพิสิษฐ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคก้าวไกล ลงพื้นที่บ้านคลองกระจง อ.สวรรคโลก และบ้านปากแคว อ.เมือง จ.สุโขทัย เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของชาวบ้านที่ประสบอุทกภัย ซึ่งทั้งสองหมู่บ้านนี้ได้รับผลกระทบมากที่สุด แต่ยังไม่ได้รับความช่วยเหลือจากรัฐและรับรู้จากสังคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพิธา กล่าวว่า ก่อนหน้าที่จะเดินทางมา ตนได้ดูจากแผนที่ดาวเทียม และวันนี้ก็ได้เดินทางมาดูสถานที่จริง ถึงแม้ว่าน้ำจะได้ลดลงบ้างแล้ว แต่ความทุกข์ของพี่น้องประชาชนนั้นยังไม่ได้รับการช่วยเหลืออย่างทั่วถึง ตนได้มีโอกาสพูดคุยกับพี่น้องประชาชนที่รับความเดือดร้อน ในช่วงที่ก่อนน้ำท่วมจนถึงน้ำท่วมพบว่า ไม่ได้รับการแจ้งเตือนแต่อย่างใด แม่น้ำยมเอ่อสูงมาตั้งแต่จังหวัดแพร่แต่ไม่ได้รับการแจ้งเตือน จึงทำให้ไม่สามารถขนของไปยังที่ปลอดภัยได้ทันท่วงที ปัญหาของพี่น้องประชาชนในช่วงสองสามวันที่ผ่านมาคือไม่มีน้ำสะอาดใช้ ถนนถูกตัดขาดรวมไปถึงเชื้อโรคที่มากับน้ำ และในระยะเวลาที่ชาวบ้านไม่สามารถออกไปทำมาหากินได้ ไม่ว่าจะเป็นการเกษตรหรือการค้า จึงเป็นวิกฤตซ้อนวิกฤตทางเศรษฐกิจของชาวบ้าน เนื่องจากเศรษฐกิจช่วงโควิด-19 ก็แย่อยู่แล้ว ยังมาเจอน้ำท่วมอีก พรรคก้าวไกลจะนำเรื่องเข้าสภาฯ และจะเร่งประสานงานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อบรรเทาทุกข์ให้กับชาวบ้านโดยเร็วที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ผมในฐานะนักการเมือง มีโอกาสลงพื้นที่น้ำท่วมทั้งหมดสามครั้ง ครั้งแรกที่จังหวัดพิษณุโลก ครั้งที่สองจังหวัดอุบลราชธานีและครั้งนี้ครั้งที่สามที่จังหวัดสุโขทัย เราได้เห็นปัญหาซ้ำๆ ในการ บริหารจัดการน้ำทั้งลุ่มน้ำ ตั้งแต่ก่อนน้ำท่วม เรื่องการแจ้งเตือน ระหว่างน้ำท่วม เรื่องการบรรเทาทุกข์ให้กับพี่น้องประชาชน และหลังท่วมในเรื่องของการเยียวยา ผมเริ่มเห็นแล้วว่างบประมาณ 1700 ล้านบาท สำหรับการบริหารจัดการน้ำทั้งลุ่มน้ำยม น่าน แพร่ สุโขทัยและพิษณุโลก เราสามารถบริหารจัดการน้ำได้ดีกว่านี้ สามารถเอาเงินเยียวยาตลอดห้าปีที่ผ่านมา &amp;nbsp;มาสร้างระบบการป้องกันตามลุ่มน้ำต่างๆ ที่สามารถกักเก็บน้ำเอาไว้ได้ เท่านี้เราก็บริหารจัดการน้ำ ไม่ว่าจะเป็นช่วงน้ำท่วม หรือช่วงน้ำแล้ง และการบริหารจัดการน้ำที่ดีเท่านั้นถึงจะเป็นการแก้ปัญหาน้ำท่วมของพี่น้องจังหวัดสุโขทัยได้อย่างยั่งยืน ผมคิดว่าปัญหาน้ำท่วมเป็นในประเทศไทย ถ้ามีการบริหารจัดการน้ำที่ดีมีการนำเทคโนโลยีมาใช้ โดยการติดตั้งเซ็นเซอร์ริมแม่น้ำเพื่อที่จะรู้ระดับน้ำตลอดเวลา มีการบูรณาการข้อมูลเพื่อที่จะส่งข้อความไปให้กับพี่น้องประชาชน เราสามารถที่จะหยุดปัญหาเหล่านี้ได้ เราเชื่อว่ามันเป็นไปได้ ประชาชนไม่ควรจะทุกข์ซ้ำแล้วซ้ำเล่าอย่างนี้ต่อไป วันนี้ผมจะเก็บข้อมูลเอาไว้ แล้วจะผลักดันเป็นนโยบายที่ก้าวหน้าต่อไป&amp;rdquo; นายพิธา กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/75867</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทิม พิธา, น้ำท่วม, บริหารจัดการน้ำ, พรรคก้าวไกล, พิธา ลิ้มเจริญรัตน์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200829/image_big_5f49abce1f30d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>67352</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/05/2020 12:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/05/2020 08:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;ฤดูกาลเปลี่ยน&quot; ถึงยุค&quot;บริหารจัดการน้ำ&quot;ต้องวางแผนเก็บไว้ใช้ให้ได้นานกว่า 1ปี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยา เสี่ยงเกิดอุทกภัยน้ำหลากฤดูฝนปี63
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
ขณะนี้ประเทศไทยเข้าสู่ฤดูฝน ปี 2563 อย่างเป็นทางการแล้ว ช่วยคลี่คลายจากช่วงที่ผ่านมา ที่หลายจังหวัดต้องเผชิญกับภาวะภัยแล้งอย่างหนัก &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม การบริหารจัดการน้ำที่ดี มีประสิทธิภาพยังจำเป็น เพื่อเตรียมพร้อมและรับมือกับสถานการณ์น้ำในช่วงฤดูฝนแทน โดยมีแนวโน้มจะเกิดน้ำท่วมในหลายพื้นที่ ผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ฝนที่แปรปรวน &amp;nbsp;ตกเหนือเขื่อนบ้าง ใต้เขื่อนบ้าง &amp;nbsp;จำเป็นต้องมีมาตรการป้องกันน้ำท่วมและเก็บกักไว้ใช้ฤดูแล้งปี 63 และปี 64&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) &amp;nbsp;มียุทธศาสตร์การบริหารจัดการน้ำ เสนอ 8 มาตรการสำคัญรับสถานการณ์น้ำหลากฤดูฝน ปี 2563 เพื่อให้ กอนช. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเดินหน้ามาตรการป้องกันและลดผลกระทบความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นให้มากที่สุด ดังนี้ การคาดการณ์พื้นที่เฝ้าระวังน้ำท่วม โดยใช้ข้อมูลฝนคาดการณ์รายเดือนของกรมอุตุนิยมวิทยา และสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ(องค์การมหาชน) ในระบบ ONE MAP ร่วมกับข้อมูลเส้นทางลำน้ำ และข้อมูลพื้นที่เสี่ยงอุทกภัยที่หน่วยงานจัดทำไว้ &amp;nbsp;พื้นที่การเตือนภัยน้ำหลาก ดินโคลนถล่ม พื้นที่น้ำท่วมซ้ำซากต่อเนื่อง 5 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ถัดมามาตรการปรับแผนการเพาะปลูกพืช โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำท่วมซ้ำซาก ปรับแผนปลูกข้าวนาปีให้เร็วขึ้น เพื่อให้สามารถเก็บเกี่ยวทันก่อนฤดูน้ำหลาก และปรับเป็นพื้นที่รับน้ำ &amp;nbsp;,การจัดทำเกณฑ์การบริหารจัดการน้ำ ,การตรวจสอบอาคารชลศาสตร์ ระบบระบายน้ำ &amp;nbsp;ตรวจสอบสิ่งกีดขวางทางน้ำ ปรับปรุงแก้ไข &amp;nbsp;,สำรวจแม่น้ำคูคลอง และขุดลอก โดยเร่งให้เสร็จภายในมิถุนายนนี้ ขอให้ท้องถิ่นจัดเก็บขยะที่เป็นอุปสรรคต่อการระบายน้ำ &amp;nbsp;,เตรียมพร้อมเครื่องจักรช่วยเหลือประชาชนกรณีเกิดน้ำท่วม มาตรการสุดท้ายสร้างความรู้กับประชาชน สร้างเครือข่ายสื่อสารข้อมูลและแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่ทันต่อเหตุการณ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดร.สมเกียรติ ประจำวงษ์ เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สนทช.)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดร.สมเกียรติ ประจำวงษ์ เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สนทช.) ในฐานะกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) &amp;nbsp;กล่าวว่า การจัดการน้ำให้ความสำคัญกับการเตรียมพร้อมรับมือน้ำฤดูฝน &amp;nbsp;แม้ว่าประเทศไทยมีแหล่งกักเก็บน้ำทั่วไปความจุ 80,000 กว่าล้านลูกบาศก์เมตร แต่ยังมีแหล่งเก็บน้ำตามธรรมชาติขนาดเล็กแสนกว่าแห่ง แต่ละปีๆ พัฒนายาก วิธีการนี้ต้องปรับรูปแบบเพื่อเพิ่มน้ำต้นทุนลงแหล่งน้ำเหล่านี้ &amp;nbsp;บริหารจัดการหาทางเก็บน้ำในอ่างให้อยู่มากกว่าหนึ่งปีขึ้นไป เพราะอาจมีฝนทิ้งช่วง วิธีการเพิ่มน้ำในอ่างให้มากขึ้น นอกจากพึ่งฝนแล้ว ยังมีการขุดลอกแหล่งน้ำ เสริมสันฝายเพื่อให้ปริมาณน้ำในอ่างมีมากขึ้น ขุดเชิงลึกและเสริมให้สูงขึ้น เราทำมาตลอด แต่ตามนโยบาย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี &amp;nbsp;สั่งการให้ใช้ระบบสูบกลับ &amp;nbsp;เอาน้ำระบายออกไปแล้ว สูบกลับมาใช้ เดิมใช้ในพื้นที่ที่มีค่าลงทุนสูง แต่เนื่องจากฤดูฝนเปลี่ยนแปลง การใช้ประโยชน์ที่ดินพื้นที่เหนืออ่างเก็บน้ำมีความเปลี่ยนแปลงอย่างมาก น้ำไม่เข้าอ่างตามที่คาดการณ์ และฝนตกกระจุกตัวและแช่อยู่ พื้นที่ใดพื้นที่หนึ่ง ที่ไม่มีแหล่งเก็บน้ำ ต้องทำโครงข่ายน้ำ หากเอาน้ำจากจุดที่มากไปน้อย เช่น โครงการผันน้ำแม่กวง-แม่งัด แต่บางแห่งหาแหล่งน้ำยาก การสูบกลับจึงเป็นนโยบายหลัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo; การสูบกลับ &amp;nbsp;เอาน้ำที่ตกหรือไหลท้ายอ่างเก็บน้ำ สูบย้อนกลับเข้าไป ซึ่งต้องอาศัยแหล่งพลังงานมาป้อนด้วย เมื่อก่อนอาจไม่คุ้ม แต่ปัจจุบันการสูบกลับ เหมาะกับใช้ประโยชน์ด้านเศรษฐกิจ อุตสาหกรรม ไม่เหมาะกับการทำนา ฉะนั้น ต้องดูเป็นพื้นที่ ตัวอย่างชัดเจน คือ ภาคตะวันออก ทำทุกอย่างแล้ว เสริมอ่างเก็บน้ำ ทำโครงข่ายน้ำแล้ว แต่น้ำยังไม่เพียงพอ หมายความว่า ฝนที่ตกท้ายอ่าง หรือตกในสาขาอื่น ก็สูบกลับไปเติมสาขาเดิม ต้องทำทุกรูปแบบ เพราะการสร้างแหล่งเก็บน้ำใหม่อาจส่งผลกระทบ เมื่อเร็วๆนี้ พล.อ.ประวิตร ได้แต่งตั้งคณะทำงานเพื่อกำหนดพื้นที่ที่ต้องค้นหาน้ำบาดาลให้ได้ ทุกพื้นที่ของไทยจะต้องทำกิจกรรมเพื่อเอื้อเศรษฐกิจให้ได้ บางพื้นที่ใช้น้ำผิวดิน บางพื้นที่ใช้น้ำบาดาล หรือใช้ทั้งสองแบบ &amp;nbsp;&amp;ldquo; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ดร.สมเกียรติ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ต้องควบคุมปริมาณน้ำให้อยู่ในเกณฑ์ เฝ้าระวังใกล้ชิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;เลขาธิการ สนทช. กล่าวถึงการเตรียมรับมือช่วงฤดูฝนว่า ฝนทิ้งช่วง มาล่า มาน้อย ต้องใช้น้ำจากเขื่อน เสริมน้ำฝน ถัดมาจะบริหารน้ำท่า ฝนตกท้ายเขื่อน มีประตูน้ำ ฝาย ควบคุมยกระดับน้ำไปใช้หรือเก็บน้ำ รวมถึงการป้องกันอุทกภัย สำหรับการเก็บจะวางแผนการเก็บและใช้คู่กันไป โดยจำลองสถานการณ์ 5 Scenario หรือความน่าจะเป็นที่สำคัญ &amp;nbsp;หากฝนน้อยกว่าค่าเฉลี่ย พื้นที่ใดปล่อยน้ำ และเก็บน้ำ การบริหารจัดการต้องดูทุกมิติ และทำเป็นขั้นตอน ดึงน้ำ ระบายน้ำ เพื่อให้เกิดความมั่นคง ยั่งยืนต่อผู้ใช้น้ำ และเสถียรภาพตัวเขื่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;ldquo; หน้าฝนนี้มีการคาดการณ์ล่วงหน้า 3-4 เดือน เตรียมพร้อม ถึงแม้มีอปุกรณ์ เครื่องมือ แต่เป็นการแก้ระยะสั้น หัวใจสำคัญ คือ ท้องถิ่น ช่วยจัดทำแผนเพื่อพัฒนาและฟื้นฟู ขณะนี้มีคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนโครงการขนาดเล็ก ซึ่งมีพื้นที่ 100 ล้านไร่ บูรณาการทุกหน่วยงาน โครงการแบบนี้ต้นทุนมีแล้ว ก็เดินหน้าไป ส่วนหนองน้ำธรรมชาติ พื้นที่ท้องถิ่นที่มีความจุน้อยกว่า 2 ล้าน ลบ.ม. ทำโครงการของบฯ ได้เลย เพื่อเพิ่มศักยภาพกักเก็บน้ำ ต้องฟื้นฟูแหล่งน้ำชุมชนให้ได้ แต่ละท้องที่ให้สำรวจ หากเป็นแหล่งน้ำใหม่จะมีภาคีมาช่วยวางแนวทางเก็บน้ำมากขึ้น เป็นโครงการขนาดเล็ก &amp;nbsp;&amp;ldquo; ดร.สมเกียรติ กล่าว
ส่วนแผนน้ำชาติ 20 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดร.สมเกียรติ กล่าวว่า หลังทำแผนปฏิบัติการต้องมีเจ้าภาพ ประกอบด้วยเจ้าภาพเชิงพื้นที่ คือ จังหวัด และเจ้าภาพเชิงหน้าที่ จากนั้นจัดหางบประมาณ ซึ่งโครงการต้องมีความพร้อมทั้งเรื่องรูปแบบ สังคม และสิ่งแวดล้อม ต้องใช้เวลา บางหน่วยงานมีความชำนาญ แต่ท้องถิ่นอาจขาดความชำนาญ ต้องหนุน สิ่งที่ต้องทำให้ชัด คือ ข้อมูลน้ำลงสู่จังหวัด การจัดทำแผนงานงบล่วงหน้า 1-3-5 ปี ผ่านกระบวนการมีส่วนร่วม สุดท้ายการบริหารจัดการน้ำ แบ่งปันน้ำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ในส่วนกรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ออกมาตรการบริหารจัดการน้ำฤดูฝนปีนี้ เพื่อให้ปริมาณน้ำต้นทุนในอ่างเก็บน้ำมีเพียงพอสำหรับใช้ตลอดฤดูฝน ประกอบด้วย 5 มาตรการหลักๆ &amp;nbsp;คือ จัดสรรน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภค และรักษาระบบนิเวศให้เพียงพอตลอดปี ,ส่งเสริมการปลูกพืชฤดูฝน ให้ใช้น้ำฝนเป็นหลัก ใช้น้ำชลประทานเสริมกรณีฝนทิ้งช่วงเท่านั้น ,บริหารจัดการน้ำท่าให้มีประสิทธิภาพสูงสุด ด้วยระบบและอาคารชลประทาน มาตรการถัดมา กักเก็บน้ำในเขื่อนให้มากที่สุด และวางแผนป้องกันและบรรเทาอุทกภัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับสถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำทั้งประเทศ (ข้อมูลวันที่ 29 พฤษภาคม 2563) &amp;nbsp;อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศจำนวน 447 แห่ง มีปริมาณน้ำในอ่างฯ รวมกันทั้งสิ้น 33,289 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 44 ของความจุอ่างฯ ปริมาณน้ำใช้การได้ 9,632 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 18 ของความจุน้ำใช้การ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ส่วนสถานการณ์น้ำใน 4 เขื่อนหลักลุ่มเจ้าพระยา (เขื่อนภูมิพล สิริกิติ์ แควน้อยฯ และป่าสักฯ) ปริมาณน้ำรวมกันทั้งสิ้น 8,059 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 32 ของความจุอ่างฯ เป็นปริมาณน้ำใช้การได้ 1,363 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 8 ของความจุน้ำใช้การ ทั้งนี้ สำนักงานชลประทานทั่วประเทศ โดยเฉพาะในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยา และลุ่มน้ำใกล้เคียง ได้ดำเนินการตามมาตรการเตรียมการรับมือปัญหาอุทกภัยเรียบร้อยแล้ว เพื่อลดความเสี่ยงการเกิดอุทกภัยในพื้นที่ รวมทั้งเตรียมพร้อมเครื่องจักร เครื่องมือ และกำลังคน ที่พร้อมจะเข้าไปให้การช่วยเหลือประชาชนได้ทันทีหากเกิดอุทกภัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; ดร.ทองเปลว กองจันทร์ อธิบดีกรมชลประทาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ดร.ทองเปลว กองจันทร์ อธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่า สถานการณ์น้ำในเขื่อนที่กรมชลประทานและการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.)ดูแล &amp;nbsp;เป็นเขื่อนขนาดใหญ่ 35 แห่ง รวมถึงบึงที่ สนทช. ให้กรมชลประทานดูแลอีก 3 แห่ง ภาพรวมมีปริมาณน้ำในอ่างเพียง 46% เท่านั้น ใช้การได้เพียง 19% ถือว่าน้อย สืบเนื่องจากปริมาณฝนปี 62 ตกน้อยกว่าค่าเฉลี่ยทั้งประเทศ 16% ส่งผลให้น้ำในอ่างมีน้อย แต่ปริมาณความต้องการใช้เยอะกว่า เขื่อนใหญ่ในปัจจุบันมีปริมาณน้ำน้อยกว่า 30% ที่เก็บกักได้ถึง 19 แห่ง โดยเฉพาะภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีมากถึง 9 แห่ง ภาคตะวันออก 6 แห่ง ที่เหลือภาคเหนือและภาคกลาง พื้นที่ดังกล่าวต้องเฝ้าระวัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo; แม้เข้าสู่ฤดูฝนเป็นสัญญาณที่ดี แต่จะเบาใจหรือไม่ต้องดูผลคาดการณ์ ระบุว่า สถานการณ์ของฝนปี 63 จะน้อยกว่าค่าเฉลี่ย 5% &amp;nbsp; ช่วงปลายเดือนมิถุนายนถึงต้นเดือนกรกฎาคมฝนจะทิ้งช่วง &amp;nbsp; ปลายกรกฎาคมถึงจะดีดตัวกลับมา จากนั้นเดือนสิงหาคม กันยายนถึงจะมีพายุเข้า ฉะนั้น นับจากนี้ไปจนถึงเดือนกรกฎาคมต้องประคับประคองการใช้น้ำ ประหยัดน้ำ โดยเฉพาะพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ที่อยู่ในลุ่มน้ำชี ตอนล่างอยู่ในลำน้ำมูล รวมถึงพื้นที่ภาคตะวันออกและภาคกลาง การเปลี่ยนแปลงปริมาณฝนที่ผ่านมายาก เพราะเป็นเงื่อนไขที่เพิ่มขึ้นมาพฤติกรรมฝนเปลี่ยน กระจุกตกตามขอบประเทศ ไม่กระจาย ทิ้งช่วง แล้วมาเยอะสิงหาคมกันยายน วิธีบริหารจัดการต้องปรับเปลี่ยน รวมถึงคนใช้น้ำด้วย โดยเฉพาะภาคเกษตรต้องทำนาเหลื่อมเวลา ปรับเปลี่ยนวิธีการปลูกพืช การเก็บน้ำ การจัดการน้ำ&amp;rdquo; ดร.ทองเปลว กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อธิบดีกรมชลฯ กล่าวด้วยว่า ล่าสุด สนทช. ให้กรมชลประทานและหน่วยงานอื่นที่ดูแลเขื่อนขนาดใหญ่ กลาง ปรับการทำคู่มือการควบคุมรักษาระดับปริมาณน้ำ การระบายน้ำในแต่ละเดือนใหม่ จะไม่เกินหรือไม่ต่ำกว่าเท่าไหร่ &amp;nbsp;จากเดิมคงที่มีเส้นควบคุมน้ำตอนบนและตอนล่างที่คงที่ แต่ขณะนี้มีความเป็นพลวัตร มีความเคลื่อนไหว ดูจากสถานการณ์ฝนและคาดการณ์ถึงอนาคต การจัดการน้ำจะดีขึ้นเปลี่ยนตามบริบทและสภาพปัจจุบันที่เกิดขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ส่วนการพัฒนาแหล่งน้ำ อธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่า โครงการขนาดใหญ่ต้องใช้เวลา ต้องกลับมาดูแผนแม่บท หากไม่อยู่ในกรอบทำไม่ได้ เรากลับมาทบทวนของเดิม ทำอะไรได้บ้าง โดยเพิ่มประสิทธิภาพการเก็บน้ำ เช่น เสริมสันเขื่อน เสริมสันทางระบายน้ำล้น เพิ่มทางลึก โดยขุดตะกอนเพื่อคืนความจุเดิม หลังใช้งานมา 20-30 ปี หรือขุดเพื่อเพิ่มความจุเพิ่มขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
อีกแบบทำทางสูงเสริมทางทางระบายน้ำล้น สันฝาย สันเขื่อน ซึ่งในเชิงวิศวกรรมจะพิจารณาด้านความปลอดภัย อย่างเขื่อนลำพระเพลิง จ.นครราชสีมา เดิมจุ 110 ล้าน ลบ.ม. เพิ่มมาอีก 40 ล้าน ลบ.ม.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อีกตัวอย่างอ่างเก็บน้ำประแสร์ จ.ระยอง เดิมเก็บน้ำ 248 ล้าน ลบ.ม. เพิ่มฝายพับบริเวณทางระบายน้ำล้นความสูงเพียง 1 เมตร เพิ่ม 295 ล้าน ลบ.ม. เพิ่มความจุน้ำได้ 19% &amp;nbsp;หรือโครงการขุดลอกอ่างเก็บน้ำหนองช้างใหญ่ จ.อุบลราชธานี แผนปี 63-64 &amp;nbsp;ขุดปริมาณดิน 10 ล้าน ลบ.ม. &amp;nbsp;เดิมเก็บ 7ล้าน ลบ.ม. จะกลายเป็น 22 ล้าน &amp;nbsp;ลบ.ม. จากขุดและทำเพิ่มฝายพับ ฝนนี้เก็บได้ 1ล้าน ลบ.ม. อีกวิธีการถ่ายเทน้ำจากอ่างเก็บน้ำหนึ่งไปอีกแหล่งน้ำ รวมถึงแก้ปัญหาคอขวด &amp;nbsp;หากต้องการรับน้ำมากๆ เราทะลวงยิงตรงเลย สำหรับภาคตะวันออกถือว่าคุ้มค่าในภาพรวม เพราะการใช้น้ำทุกมิติมีทั้งพืชเศรษฐกิจ อุตสาหกรรม เหลียวหลัง แลหน้า ใช้การบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพบรรเทาภัยทั้งท่วมและขาดแคลนน้ำ
&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ต้องควบคุมปริมาณน้ำให้อยู่ในเกณฑ์ เฝ้าระวังใกล้ชิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/67352</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดร.สมเกียรติ ประจำวงษ์, ทองเปลว กองจันทร์, บริหารจัดการน้ำ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200530/image_big_5ed1ed082da93.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
