<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>60720</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/03/2020 11:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/03/2020 11:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ก.ล.ต. เปิดทาง บลจ. บริหารสภาพคล่องกองทุนรวมตราสารหนี้มากขึ้น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 มี.ค. 2563 ก.ล.ต. ผ่อนคลายให้บริษัทจัดการกองทุนรวมกู้ยืมเงินหรือทำธุรกรรมการขายโดยมีสัญญาซื้อคืน (ธุรกรรม repo) สำหรับกองทุนรวมตราสารหนี้ และกองทุนรวมผสมที่เน้นลงทุนตราสารหนี้ได้มากขึ้น เพื่อบริหารสภาพคล่องเป็นการชั่วคราวภายใต้สถานการณ์การระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางสาวรื่นวดี สุวรรณมงคล เลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดเผยว่า ก.ล.ต. ได้ออกประกาศให้บริษัทจัดการกองทุนรวมสามารถกู้ยืมเงินหรือทำธุรกรรม repo เพื่อการบริหารสภาพคล่องสำหรับกองทุนรวมตราสารหนี้ และกองทุนรวมผสมที่เน้นลงทุนในตราสารหนี้ไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกอง โดยธุรกรรมดังกล่าวได้ขยายเป็นไม่เกินร้อยละ 30 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนรวม ณ สิ้นวัน จากเดิมที่กำหนดไว้ไม่เกินร้อยละ 10 ทั้งนี้ มีผลจนถึงวันที่ 30 เมษายน 2563 ซึ่งจะเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญที่ช่วยให้บริษัทจัดการกองทุนรวมสามารถบริหารสินทรัพย์ของกองทุนได้คล่องตัวขึ้นภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/60720</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก.ล.ต., กองทุนรวมตราสารหนี้, ธุรกรรม repo, บลจ., ผ่อนคลายกฎ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200123/image_big_5e290c9944d1f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>8892</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/05/2018 09:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/05/2018 09:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ลุ้นกำไร บจ.ทะลุ 1.1ล้านล้านบาท อานิสงส์เศรษฐกิจดี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
บลจ.ทาลิสชูกำไรสุทธิ บจ.ไทย เป็นพระเอกแตะ 1.1 &amp;nbsp;ล้านล้านบาท ดันดัชนีหุ้นสดใส อานิสงส์เศรษฐกิจไทย-เทศเติบโต ท่องเที่ยวไทยบูม จับตาปัญหาการเมือง ติดโรคเลื่อน เงินต่างชาติไหลออก หวั่นฉุดหุ้นติดกระดานแดง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายประภาส ตันพิบูลย์ศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ทาลิส เปิดเผยว่า ในปีนี้กำไรสุทธิของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) จะเป็นตัวหลักในการผลักดันดัชนีตลาดหุ้นไทย ที่คาดว่าจะขยายตัวได้ 1.1 ล้านล้านบาท หรือคิดเป็น 8-10% จากปีก่อนที่ทำได้ 1 ล้านล้านบาท เนื่องจากได้รับปัจจัยบวกจากภาพรวมเศรษฐกิจไทยที่จะเติบโตไม่ต่ำกว่า 4% จากการขยายตัวของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว หลังสัดส่วนการเที่ยวต่อภาพรวมของผลผลิตมวลรวมในประเทศ (จีดีพี) เพิ่มขึ้นเป็น 18% จากเดิมที่ 10% ประกอบกับเศรษฐกิจโลกที่มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง ส่งผลให้ช่วงปลายปีดัชนีตลาดหุ้นไทยมีโอกาสเคลื่อนไหวที่ระดับ 1,850-1,900 จุดได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ ปัจจัยเสี่ยงที่ต้องติดตาม คือทิศทางการเมืองในประเทศ โดยเฉพาะการเลือกตั้ง หากไม่เลื่อนเลือกตั้ง หรือเลื่อนในระยะเวลาไม่มาก เชื่อว่ายังคงเป็นปัจจัยบวกที่ช่วยให้ประเทศไทยได้รับความสนใจอีกครั้ง แต่หากเกิดการเลือกตั้งขึ้นไปเป็นปี ก็อาจส่งผลกระทบต่อดัชนีตลาดหุ้นไทยอีกครั้ง ส่วนปัจจัยในต่างประเทศ ยังต้องติดตามการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) และทิศทางการไหลออกของเงินทุนต่างชาติที่มีโอกาสไหลออกเพิ่มเป็น 100,000-150,000 ล้านบาท จากปัจจุบันที่ไหลออกแล้ว 90,000 ล้านบาท เนื่องจากค่าเงินดอลลาร์ยังมีทิศทางแข็งค่า โดยมองกรอบล่างของดัชนีหุ้นไทยไว้ที่ 1,600-1,700 จุด &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เศรษฐกิจไทยขยายตัวได้ต่อเนื่อง จากการท่องเที่ยวที่เติบโตได้ดี สะท้อนได้จากยอดสายการบินต่าง ๆ ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นอยู่ที่ 9-12 % จากปกติขยายตัวได้เพียง 5% เท่านั้น แต่ต้องติดตามตัวเลขจีดีพีไทย ซึ่งปัจจุบันตลาดมีมุมมองขยายตัวที่ 4% และหากเติบโตถึง 4.5-5% จะสนับสนุนภาพรวมตลาดหุ้นในระยะยาวได้ แม้ในช่วงที่ผ่านมาจะมองว่าดัชนีตลาดหุ้นไทยไม่ขยับได้มาก เพราะได้รับแรงกดดันจากทิศทางเงินทุนต่างชาติไหลออกจากกลุ่มประเทศเกิดใหม่ ตั้งแต่ช่วงต้นปีที่ผ่านมาถึงปัจจุบันมีเงินทุนต่างชาติไหลออกแล้ว 90,000 ล้านบาท แต่ช่วงปลายปีเชื่อว่าตลาดหุ้นไทยจะขึ้นทดสอบที่จุดสูงสุดเดิม และอาจจะขึ้นไปถึงระดับ 1,900 จุดได้จากแรงหนุนของผลประกอบการ บจ.ไทยที่มีทิศทางดี&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับปัจจุบันบริษัทบริหารพอร์ตกองหุ้นไทย 5,733 ล้านบาท ทั้งกองทุนส่วนบุคคล และกองทุนรวมหุ้นไทยที่ครอบคลุมทั้งหุ้นใหญ่ หุ้นกลาง-เล็ก หุ้นปันผล และหุ้นธรรมาภิบาล ที่ครอบคลุมทุกกลุ่ม โดยจะเลือกหุ้นของบริษัทที่มีผลการดำเนินงานที่ดี และมีแนวโน้มของการเติบโตต่อเนื่อง รวมถึงจะทำการตรวจสอบความเสี่ยง และติดตามผลการลงทุนอย่างสม่ำเสมอ โดยตั้งเป้าหมายการสร้างผลตอบแทนจากการลงทุนระยะยาวเฉลี่ยปีละ 10% ซึ่งแนวโน้มการลงทุนในตลาดหุ้นไทยครึ่งปีหลัง ยังมีแนวโน้มเติบโตดี อัตราดอกเบี้ยยังอยู่ในระดับต่ำ และผลประกอบการของ บจ.ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น ทำให้ขณะนี้มูลค่าหุ้นไทยไม่แพงและยังสามารถลงทุนได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายฉัตรพี ตันติเฉลิม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บลจ.ทาลิส กล่าวว่า ในปีนี้บริษัทตั้งเป้าหมายรักษาฐานลูกค้าเก่าและเพิ่มขยายฐานลูกค้าใหม่ โดยธุรกิจกองทุนส่วนบุคคล จะเน้นที่กลุ่มลูกค้าที่เคยลงทุนในกองทุนหรือหุ้นอยู่แล้ว ซึ่งตั้งเป้าหมายเพิ่มกองทุนส่วนบุคคลที่มีนโยบายลงทุนในหุ้นอีก &amp;nbsp;2,000 ล้านบาท หรือคิดเป็น 37% จากปีที่แล้ว ขณะที่ธุรกิจกองทุนรวมคาดว่าจะเพิ่มอีก 1,500 ล้านบาท โดยกองทุนรวมจะเน้นการขายผ่านตัวแทนทั้ง 14 บริษัท และที่ปรึกษาการลงทุนอิสระกว่า 20 ราย รวมถึงได้จัดช่องทางการให้บริการแก่ลูกค้าทางอิเล็กทรอนิกส์อีกด้วย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/8892</URL_LINK>
                <HASHTAG>กำไร, กำไรบจ., ตลาดหุ้น, ทาลิส, ท่องเที่ยวบูม, บลจ., เศรษฐกิจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180510/image_big_5af3b21f43014.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>2675</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/02/2018 15:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/02/2018 15:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“วรวรรณ” โพสต์เฟซบุ๊กจี้รัฐกดดันบอร์ดสอบธรรมาภิบาลผู้บริหาร ITD</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกสมาคมบลจ.โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว วอนรัฐกดดันบอร์ดบริษัทตรวจสอบธรรมาภิบาลผู้บริหารล่าสัตว์ในป่าสงวน เพราะบริษัทรับงานบิ๊กโปรเจ็คของรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 ก.พ. 61 - นางวรวรรณ ธาราภูมิ นายกสมาคมบริษัทจัดการลงทุน (สมาคมบลจ.) โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวถึงกรณีผู้บริหารบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ถูกควบคุมตัวเนื่องจากเข้าไปล่าสัตว์ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร โดยมีตอนหนึ่งระบุว่า เนื่องจากบริษัทนี้เป็นกิจการที่ได้รับงานใหญ่จากภาครัฐ ถ้าภาครัฐเห็นความสำคัญของการพิทักษ์สิ่งแวดล้อมและการกระทำที่ไม่ผิดต่อกฏหมาย ก็ควรส่งความกดดันไปยังกิจการ เพื่อให้ความศักดิ์สิทธิ์ของกฏหมายยังคงอยู่ และมีความเป็นธรรมเมื่อเทียบกับกรณีอื่นๆ ที่เคยเกิดขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม บริษัทและผู้บริหาร ไม่ได้ทำผิดต่อ พรบ.หลักทรัพย์ฯ จึงอยู่นอกเหนือขอบข่ายการพิจารณาความผิดของ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย (ก.ล.ต.) แต่อาจจะผิดต่อกฏหมายอื่นๆ ซึ่งเป็นเรื่องต้องพิสูจน์ สืบสวน สอบสวน กันต่อไป ทั้งนี้ หากผู้บริหารระดับสูงของกิจการใดใด กระทำผิดต่อกฏหมายอื่นๆ เป็นส่วนตัว (ไม่ใช่ ผิดกฏหมายหลักทรัพย์) เช่น ไปทำร้ายหรือฆ่าใคร ไปลักทรัพย์คนอื่น ฯลฯ ... ผลกระทบต่อบริษัทน่าจะขึ้นอยู่กับคณะกรรมการของบริษัทนั้นๆ ว่าจะพิจารณาผู้บริหารรายนั้นๆ อย่างไรให้เหมาะสม โดยคำนึงถึง &amp;quot;Reputation Risk&amp;quot; ของบริษัท (ความเสี่ยงที่มีผลกระทบต่อชื่อเสียงของกิจการ จนอาจส่งผลต่อการทำธุรกิจ) ซึ่งเสียงสะท้อนจากสาธารณชนจะมีส่วนกดดัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เอกสารบรรษัทภิบาล ปี 61 ของบริษัทนี้ที่ประกาศต่อผู้ลงทุนและสาธารณชน ระบุในหน้า 10 โดยข้อ 6. ด้านสังคมส่วนรวม ระบุว่า บริษัทฯ จะไม่กระทำการใดๆ ที่จะส่งผลเสียหายต่อสังคม ทรัพยากรธรรมชาติและสภาพแวดล้อม อีกทั้งยังต้องแสวงหาโอกาสสนับสนุนกิจกรรมสร้างสรรค์สังคม ปลูกฝังจิตสำนึกของความรับผิดชอบต่อสังคมให้เกิดขึ้นในหมู่พนักงานทุกระดับอย่างต่อเนื่องและจริงจัง รวมทั้งปฏิบัติหรือควบคุมให้มีการปฏิบัติอย่างเคร่งครัดตามเจตนารมย์ของกฏหมายและกฏระเบียบที่ออก และในหน้า 11 เรื่องจริยธรรมธุรกิจและจรรยาบรรณ ระบุในหน้า 13 ข้อ 1.6 เรื่องผู้บริหารต่อสังคมส่วนรวม เอาไว้ว่า &amp;quot;ไม่กระทำการใดๆ ที่จะมีผลเสียหายต่อทรัพยากรธรรมชาติ และสภาพแวดล้อม&amp;quot; กรณีนี้ จึงน่าจะเป็นเรื่องที่คณะกรรมการบริษัทจะพิจารณา&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/2675</URL_LINK>
                <HASHTAG>ITD, บจ., บลจ., วรวรรณ ธาราภูมิ, อิตาเลียนไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180208/image_big_5a7c07cfa9c01.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
