<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>48678</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/10/2019 09:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/10/2019 09:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไม่ยอม!&#039;พี่ศรี&#039;จ่อหอบหลักฐานใหม่ยื่นอุทธรณ์&#039;กกต.&#039;กรณี&#039;ธนาธร&#039;แหกตา&#039;บลายด์ทรัสต์&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 ต.ค 62 -&amp;nbsp;นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เปิดเผยว่า ตามที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) มีคำวินิจฉัยที่ 152/2562 เมื่อวันที่ 16 ก.ย.62 ที่ผ่านมา โดยยกคำร้องกรณีนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หน.พรรคอนาคตใหม่ ได้แถลงข่าวว่าเมื่อตนเข้าสู่ตำแหน่งทางการเมืองจะโอนหุ้นของบริษัทมหาชนในเครือซัมมิท ให้แก่บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนภัทร จำกัด บริหารจัดการทรัพย์สินแทนในรูปของบลายด์ทรัสต์ โดยเป็นการโอนทรัพย์สินให้กองทุนเป็นผู้ดูแล ทำให้ผู้เป็นเจ้าของทรัพย์สินไม่สามารถเข้าไปเกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการทรัพย์สินของตนเองได้ การโอนทรัพย์สินในลักษณะนี้เป็นมาตรฐานใหม่ ไม่เคยมีนักการเมืองคนใดทำกาก่อน กระทำโดยสมัครใจไม่ต้องมีกฎหมายมาบังคับ ซึ่ง กกต.เห็นว่า การกล่าวอ้างของนายธนาธรในลักษณะเช่นนี้มีลักษณะเป็นเพียงการหาเสียงเลือกตั้งให้แก่ตนเองเท่านั้น ไม่เป็นการหลอกลวง หรือจูงใจให้เข้าใจผิดในคะแนนนิยมของผู้สมัครหรือพรรคการเมือง เพื่อจูงใจให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ลงคะแนนให้แก่ตนเองหรือผู้สมัครอื่น จึงฟังไม่ได้ว่าเป็นการกระทำอันเป็นการฝ่าฝืน พรป.ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 2561 ม.73(5) จึงยกคำร้องนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เห็นว่า การกระทำที่ผ่านมาของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ เมื่อได้รับการประกาศรับรองให้เป็น สส.ระบบบัญชีเลือกตั้งของพรรคอนาคตใหม่จาก กกต. และมีการปฏิญาณตนเข้ารับตำแหน่งเมื่อ 25 พ.ค.62 แล้ว แต่จนถึงบัดนี้นายธนาธรยังไม่ดำเนินธุรกรรมการโอนหุ้นของบริษัทมหาชนในเครือซัมมิท ให้แก่บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนบริหารจัดการทรัพย์สินแทนในรูปของบลายด์ทรัสต์ตามการแถงข่าวหาเสียงก่อนการเลือกตั้งแต่อย่างใด ซึ่งปรากฏหลักฐานโดยชัดแจ้งว่าหุ้นของบริษัทมหาชนในเครือซัมมิทดังกล่าวนายธนาธรยังคงถืออยู่ ตามแบบแสดงรายการบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของนายธนาธรที่ยื่นต่อ ป.ป.ช.เมื่อ 28 ส.ค.62 ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อหลักฐานปรากฏโดยปริยายเช่นนี้ จะไม่เรียกว่าเป็นการหาเสียงหลอกลวงหรือจูงใจให้เข้าใจผิดในคะแนนนิยมของผู้สมัครหรือพรรคการเมือง เพื่อจูงใจให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ลงคะแนนให้แก่ตนเองหรือผู้สมัครอื่นได้อย่างไร หรือว่าจะมีงูเห่าเกิดขึ้นในศูนย์ราชการ ดังนั้นสมาคมฯจำต้องนำหลักฐานดังกล่าวไปยื่นอุทธรณ์ต่อ กกต. เพื่อขอให้ทบทวนการวินิจฉัยดังกล่าวอีกครั้ง เพราะถือว่าเป็นข้อมูลใหม่ตามกฎหมาย ที่สามารถยื่นอุทธรณ์ได้ โดยจะนำหลักฐานไปยื่นคำร้องในวันพฤหัสที่ 24 ต.ค.62 เวลา 10.00 น. ณ สำนักงาน กกต. ศูนย์ราชการฯ อาคาร B ถ.แจ้งวัฒนะ หลักสี่ กทม.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/48678</URL_LINK>
                <HASHTAG>กกต., ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ, บลายด์ทรัสต์, พรรคอนาคตใหม่, ศรีสุวรรณ จรรยา, เอก ธนาธร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191023/image_big_5dafbbe4aa594.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>48612</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/10/2019 18:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/10/2019 18:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กกต.ยกคำร้อง&#039;ธนาธร&#039;ทำ&#039;บลายด์ทรัสต์&#039;แค่หาเสียง ไม่ได้หลอกลวง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 ต.ค.62 - &amp;nbsp; เว็บไซต์ของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)เผยแพร่คำวินิจฉัย &amp;nbsp;โดยนายอิทธิพร บุญประคอง &amp;nbsp;ประธานคณะกกต. &amp;nbsp;ได้ลงนามคำวินิจฉัย กกต. เมื่อวันที่ 16 ก.ย. &amp;nbsp; ซึ่งเป็นคำสั่งยกคำร้องของนายศรีสุวรรณ &amp;nbsp;จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย &amp;nbsp;ที่ขอให้วินิจฉัยกรณี &amp;nbsp;ที่นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ &amp;nbsp;หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ &amp;nbsp;แถลงข่าวเรื่องแนวทางการจัดการทรัพย์สินในการเข้าสู่ตำแหน่งทางการเมืองโดยใช้แนวทางบลายด์ทรัสต์ &amp;nbsp;ว่าเข้าข่ายความผิดมาตรา 73 (5) ของกฎหมายว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.หรือไม่ &amp;nbsp; หรือเป็นการเข้าข่ายหลอกลวง หรือจูงใจให้เข้าใจผิดในคะแนนนิยมของผู้สมัครหรือพรรคการเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ กกต. ได้พิจารณารายงานการไต่สวน &amp;nbsp;และพยานหลักฐานอื่นประกอบแล้วได้ความว่า &amp;nbsp; การแถลงข่าวการจัดการทรัพย์สินผ่านคณะกรรมการบลายด์ทรัสต์ &amp;nbsp; ของนายธนาธร เมื่อวันที่ 18 มี.ค.นั้น &amp;nbsp;เป็นเพียงการหาเสียงเลือกตั้งให้แก่ตัวเองเท่านั้น &amp;nbsp;ไม่ได้เป็นการหลอกลวง หรือจูงใจให้เข้าใจผิดในคะแนนนิยมของผู้สมัครหรือพรรคการเมือง หรือเพื่อจงใจให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งลงคะแนนให้ตนเองหรือผู้สมัคร ซึ่งข้อเท็จจริงฟังไม่ได้ว่า นายธนาธรกระทำการฝ่าฝืนตามคำร้องแต่อย่างใด.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/48612</URL_LINK>
                <HASHTAG>กกต., ธนาธร, บลายด์ทรัสต์, ยกคำร้อง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180409/image_big_5acb540928229.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>47079</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/10/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/10/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทอนเคลียร์บลายด์ทรัสต์ พปชร.ข้องใจจี้โชว์อีเมล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; อัยการสั่งไม่ฟ้อง &amp;quot;ธนาธร&amp;quot; กับพวกไลฟ์สดวิจารณ์พลังดูด คสช. &amp;quot;ช่อ&amp;quot; ไม่แปลกใจ เผยยังมีอีกหลายคดี ชวน ปชช.จับตากระบวนการยุติธรรมปลอดการแทรกแซงทางการเมืองหรือไม่ &amp;nbsp;&amp;quot;ธนาธร&amp;quot; ดิ้นแก้ตัวไม่ได้ทำบลายด์ทรัสต์ เปิด จม.ขอโทษบริษัทตั้งแต่ 26 ส.ค. อ้างเหตุศาล รธน.สั่งห้ามปฏิบัติหน้าที่ &amp;quot;ทิพานัน&amp;quot; จับผิดแค่ &amp;ldquo;ขอโทษ&amp;rdquo; ไม่ใช่ &amp;ldquo;ขอเลื่อน&amp;rdquo; สงสัยเลิกสัญญาแล้ว เหตุจดหมายแจ้งเงื่อนไขลงนามใหม่อีกรอบหากได้กลับเข้าสภา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำนักงานอัยการสูงสุด ถ.รัชดาภิเษก วันที่ 1 ตุลาคม พนักงานอัยการ สำนักงานคดีอาญา นัดฟังคำสั่งคดีที่นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่, นายไกลก้อง ไวทยการ นายทะเบียนพรรค และ น.ส.จารุวรรณ ศรัณย์เกตุ กรรมการบริหารพรรค ที่ตกเป็นผู้ต้องหาในข้อหาที่พนักงานสอบสวน ปอท.นำสำนวนพร้อมความเห็นสมควรสั่งฟ้องในความผิดฐานร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จฯ ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 (แก้ไขฉบับที่ 2 พ.ศ.2560) มาตรา 14 (2) ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 จากกรณีผู้ต้องหาร่วมกันจัดรายการ &amp;ldquo;คืนวันศุกร์ให้ประชาชน&amp;rdquo; ผ่านเฟซบุ๊กไลฟ์ ในเพจอนาคตใหม่-The Future We Want และเพจ Thanathorn Juangroongruangkit วิจารณ์กระแสข่าวกรณีพลังดูดของรัฐบาลคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในวันนี้ นายกฤษฎางค์ นุตจรัส ทนายความของนายธนาธร, &amp;nbsp;น.ส.จารุวรรณ และนายไกลก้อง รับมอบอำนาจเดินทางมาฟังคำสั่งคดีจากพนักงานอัยการ โดยนายกฤษฎางค์เปิดเผยว่า วันนี้อัยการได้แจ้งว่าอธิบดีอัยการสำนักคดีอาญามีความเห็นสั่งไม่ฟ้องนายธนาธร, นายไกลก้อง และ น.ส.จารุวรรณ ส่วนรายละเอียดเหตุผลนั้น ทางอัยการสำนักงานคดีอาญายังไม่ได้แจ้งความเห็นมา เนื่องจากขั้นตอนหลังจากนี้ อัยการจะต้องส่งความเห็นสั่งไม่ฟ้องดังกล่าวไปยังสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) เพื่อทำความเห็นกลับมายังพนักงานอัยการว่าเห็นพ้องกับอัยการหรือเห็นแย้ง &amp;nbsp;หากตำรวจเห็นพ้องด้วย คดีถือเป็นอันยุติ แต่หากตำรวจเห็นแย้ง &amp;nbsp;ตามขั้นตอนก็ต้องนำความเห็นส่งให้อัยการสูงสุดเป็นผู้วินิจฉัยชี้ขาดต่อไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า หากผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เห็นพ้องด้วย หรือสุดท้ายแล้วคดีชี้ขาดไม่ฟ้อง จะมีการดำเนินคดีกลับต่อเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องหรือผู้แจ้งความหรือไม่ นายกฤษฎางค์กล่าวว่า เรายังไม่ได้คุยกันถึงเรื่องนี้ ที่อัยการสั่งไม่ฟ้องเนื่องจากต้องเห็นว่าเรื่องดังกล่าวไม่ใช่การกระทำที่ผิดกฎหมาย แม้จะมีการไลฟ์สดจริง สุดท้ายแล้วเราก็ต้องค่อยพิจารณาหลังจากที่คดีนี้มีความเห็นเด็ดขาดสิ้นสุดลงก่อน แต่คดีนี้ผู้ต้องหาก็ถือว่าได้รับความเสียหายไปแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.พรรณิการ์ วานิช โฆษกพรรคอนาคตใหม่ กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า ตนและพรรคอนาคตใหม่ไม่แปลกใจที่อัยการมีความเห็นไม่สั่งฟ้องคดีนี้ เพราะเชื่อมั่นว่าเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นวิพากษ์วิจารณ์ โดยเฉพาะการวิจารณ์รัฐบาลทหาร ที่ใช้ภาษีประชาชนโดยขาดการตรวจสอบถ่วงดุลจากสภา เป็นสิ่งที่ทุกคนสามารถทำได้ และพรรคการเมืองยิ่งควรทำ ในฐานะตัวแทนของประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;นี่เป็นคดีแรกที่แกนนำพรรคอนาคตใหม่ถูกยกฟ้อง แต่ยังมีอีกหลายคดี ขอให้ประชาชนช่วยกันจับตา เพราะการตัดสินใจของทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในทุกกระบวนการของคดี จะเป็นบทพิสูจน์ว่ากระบวนการยุติธรรมไทยปกป้องคุ้มครองประชาชนได้จริงหรือไม่ ปลอดจากการแทรกแซงทางการเมืองจริงหรือไม่&amp;rdquo; น.ส.พรรณิการ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ โพสต์ข้อความผ่านเพจเฟซบุ๊กส่วนตัว กรณีที่ยังไม่โอนทรัพย์สินให้บลายด์ทรัสต์ว่า &amp;quot;ผมยืนยันเจตจำนงเดิมที่จะนำทรัพย์สินให้บุคคลที่สามบริหารในรูปแบบ Blind Trust&amp;quot; สืบเนื่องจากการที่มีสื่อมวลชนบางสำนักตั้งข้อครหาหลังจากที่ผมเปิดเผยทรัพย์สินต่อ ป.ป.ช. ตามกฎหมายเมื่อต้นเดือนกันยายน ว่าผมไม่ได้โอนทรัพย์สินเข้า Blind Trust ตามที่เคยพูดไว้กับประชาชน เพื่อทำลายความน่าเชื่อถือของผม ผมขอแนบจดหมายที่ผมส่งถึงบริษัทที่ผมตั้งใจมอบหมายให้จัดการทรัพย์สินแทนผมเพื่อให้สาธารณะตัดสินเจตนารมณ์ของผมอย่างเป็นกลาง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จดหมายนี้ผมเขียนขึ้นเมื่อวันที่ 22 สิงหาคม และส่งทางอีเมลให้บริษัทดังกล่าววันที่ 26 สิงหาคม เดิมทีจดหมายนี้เขียนเพื่อขอโทษและชี้แจงต่อผู้บริหารบริษัทสองบริษัทที่จะเกี่ยวข้องกับธุรกรรมดังกล่าวเป็นการส่วนตัว แต่การโจมตีเพื่อทำลายความน่าเชื่อถือของผมทำให้ผมตัดสินใจเปิดเผยจดหมายฉบับนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผมยืนยันเจตนาที่จะทำงานการเมืองที่โปร่งใส ผมกล่าวขอโทษบริษัททั้งสองที่เกิดการล่าช้าของการทำตามแผน เพราะการสั่งห้ามผมปฏิบัติหน้าที่ของศาลรัฐธรรมนูญ ผมเขียนชัดเจนว่าหากคำสั่งห้ามปฏิบัติหน้าที่ถูกยกเลิก ผมจะทำตามแผนที่เราวางไว้โดยเร็ว จดหมายถูกส่งทางอิเล็กทรอนิกส์ สามารถสอบทานวันเวลาส่งได้ ปลายทางสามารถยืนยันวันเวลาส่งได้เช่นกัน วันที่ดังกล่าวเกิดก่อนการตั้งข้อครหาจากสื่อบางสำนัก ดังนั้นจดหมายนี้น่าจะพอยืนยันเจตนาของผมที่ตั้งใจทำสิ่งที่พูดไว้ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผมและชาวอนาคตใหม่ตั้งพรรคนี้ขึ้นมาเพื่อสร้างประชาธิปไตยที่ยั่งยืน, ปฏิรูปกองทัพ ยุติวงจรรัฐประหารอุบาทว์, ปฏิรูประบบรัฐราชการรวมศูนย์, สร้างรัฐสวัสดิการ ให้พี่น้องประชาชนมีชีวิตที่มั่นคง และคงไว้ซึ่งศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์, สร้างเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมก้าวหน้า ยกเลิกทุนผูกขาดให้หมดสิ้น และปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม เพื่อให้คนทุกคนเสมอภาคอย่างแท้จริงต่อหน้ากฎหมาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ให้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์ว่าผมไม่ได้ตั้งพรรคนี้มาเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัวหรือเพื่อพวกพ้อง ผมตั้งพรรคนี้เพื่อทำให้ความฝันเหล่านั้นเป็นจริง ผมจะพิสูจน์ให้กลุ่มคนที่โจมตีผมด้วยอคติเพื่อให้ประชาชนเกลียดชังผมดู ว่าพวกเขาคิดผิดขอให้ทุกท่านหนักแน่น และเดินทางด้วยกันต่อไป จนกว่าฝันของเราจะเป็นจริง&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ นายธนาธรได้เผยแพร่ แปลภาษาไทยของจดหมาย ลงวันที่ 22 สิงหาคม 2019 ถึง : ฝ่ายบริหารของบริษัท... เรื่อง : ทิศทางของแผนการจัดการทรัพย์สิน เรียน : คุณ... ระบุว่า ผมเขียนจดหมายนี้ขึ้นมาเพื่อยืนยันความตั้งใจในการเดินหน้าแผนการบริหารจัดการทรัพย์สินที่เราได้ตกลงร่วมกันไว้ ผมเข้าใจว่าสถานการณ์การเมืองในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมาทำให้คุณอาจมีข้อสงสัยถึงอนาคตของแผนดังกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่ว่าสถานการณ์การเมืองจะเป็นอย่างไร ความตั้งใจแต่แรกเริ่มของผมยังคงแน่วแน่ไม่เปลี่ยนแปลง นั่นก็คือการพยายามสร้างบรรทัดฐานใหม่ของความโปร่งใสตรวจสอบได้ สำหรับนักธุรกิจที่หันมาทำงานการเมือง ผมต้องการพิสูจน์ตัวเองว่าการเข้าสู่การเมืองของผมไม่เคยเกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ส่วนตน แต่มีเป้าหมายสูงสุดคือการรับใช้ประชาชนของประเทศอันเป็นที่รักของเรา และสร้างประชาธิปไตยที่ยั่งยืนสถาพรให้กับคนรุ่นต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้วยเหตุดังที่กล่าวมานี้ หากศาลรัฐธรรมนูญตัดสิทธิ์ผมในฐานะสมาชิกรัฐสภา เราจะระงับแผนการจัดการทรัพย์สินดังกล่าวจนกว่าผมจะดำรงตำแหน่งทางการเมืองใดๆ ซึ่งหวังว่าจะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้ แต่หากศาลรัฐธรรมนูญอนุญาตให้ผมกลับมาทำหน้าที่สมาชิกรัฐสภาตามเดิม เราจะลงนามในสัญญาและเริ่มต้นการบังคับใช้แผนการดังกล่าวโดยเร็วที่สุด ผมขอมอบอำนาจในการจัดการตกลงรายละเอียดต่างๆ เกี่ยวกับสัญญา ให้กับ... หากยังมีข้อติดขัดใดๆ หลงเหลืออยู่ และโปรดเตรียมสัญญาให้พร้อม เพื่อบังคับใช้ได้ทันทีในกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยที่เป็นคุณกับผม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สุดท้ายนี้ โปรดรับคำขอโทษจากผม ที่ผมไม่สามารถบอกกล่าวข้อความสำคัญนี้กับคุณด้วยตัวเองได้ ทุกวันนี้เวลาเป็นสิ่งมีค่าที่ผมขาดแคลนอย่างมาก หวังว่าคุณจะเข้าใจและให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่ในเรื่องนี้&amp;quot; จดหมายระบุ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ขณะที่ น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ รองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า จดหมายที่นายธนาธรเปิดเผยนั้น อาจเป็นเพียงจดหมายส่วนตัวเพื่อขอโทษที่ไม่ทำตามข้อตกลงนำทรัพย์สินเข้าบลายทรัสต์เท่านั้น ไม่น่าจะเป็นหนังสือขอเลื่อนการปฏิบัติตามข้อตกลงตามที่กล่าวอ้าง เพราะจดหมายส่วนตัวดังกล่าวลงวันที่ 22 สิงหาคม 2562 หลังจากวันที่นายธนาธรทราบคำสั่งศาลให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ ส.ส.ถึง 3 เดือน และจดหมายส่วนตัวดังกล่าวใช้เวลาเกือบ 1 สัปดาห์ในการส่งทางอีเมลโดยที่ไม่แสดงหลักฐานการส่งอีเมลด้วย การที่นายธนาธรโพสต์ข้อความพร้อมจดหมายดังกล่าวน่าจะหวังผลในการประชาสัมพันธ์ชวนเชื่อกู้ภาพลักษณ์ของตน เพราะจดหมายดังกล่าวไม่มีผลทางกฎหมาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เมื่ออ่านและแปลใจความย่อหน้าที่ 3 โดยละเอียด สามารถเข้าใจว่าจดหมายนี้กล่าวถึงการพักการดำเนินการตามแผนในกรณีที่นายธนาธรถูกตัดสิทธิ์ในฐานะสมาชิกรัฐสภาเหตุขาดคุณสมบัติ (disqualify) ไม่ใช่จดหมายการขอเลื่อนการปฏิบัติตามข้อตกลง เพราะถูกศาลสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ ส.ส.ชั่วคราว (suspension) ตามที่เคยอ้าง และเมื่ออ่านข้อความต่อมาในย่อหน้าเดียวกัน ที่ระบุว่า &amp;nbsp;&amp;ldquo;หากศาลรัฐธรรมนูญอนุญาตให้ผมกลับมาทำหน้าที่สมาชิกรัฐสภาตามเดิม เราจะลงนามในสัญญาและเริ่มต้นการบังคับใช้แผนการดังกล่าวโดยเร็วที่สุด&amp;rdquo; นั้น เมื่อพิจารณาความหมายในประโยค &amp;ldquo;... we would sign the deals ...&amp;rdquo; จึงเกิดความสงสัยว่า ที่ผ่านมานายธนาธรได้ลงนามแล้วจริงหรือไม่ หรืออาจมีการทำหนังสือทางการเพื่อขอยกเลิก MOU ที่ลงนามโชว์สื่อไปแล้ว ดังนั้นจึงต้องมีการลงนามในสัญญาหากศาลรัฐธรรมนูญอนุญาตให้กลับมาปฏิบัติหน้าที่&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; น.ส.ทิพานันกล่าวทิ้งท้ายว่า การเปิดเผยเพื่อความโปร่งใส ควรเป็นการเปิดเผยข้อมูลให้ประชาชนทราบก่อนที่ข้อมูลนั้นจะถูกเปิดเผยและตั้งคำถามโดยสาธารณชน การที่นายธนาธรชี้แจงรายละเอียดเป็นเพียงการตอบคำถามที่ประชาชนสงสัยถึงปมการปกปิดข้อมูลเท่านั้น ไม่น่าจะถือว่าเป็นมาตรฐานจริยธรรมทางการเมืองใหม่ที่มีความโปร่งใสหรือเปิดเผยแต่อย่างใด.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/47079</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ, บลายด์ทรัสต์, พรรคอนาคตใหม่, วิจารณ์พลังดูด, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191001/image_big_5d93656b64ab6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>46996</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/10/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/10/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘สนธิ’ลากไส้‘ทอน’หลงตัวเอง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;บิ๊กป้อม&amp;rdquo; ไม่ถือสา &amp;ldquo;ธนาธร&amp;rdquo; ท้าเจอหน้า ปัดเรียกมาสอบปมจ้างล็อบบี้ยิสต์ประท้วงไล่ &amp;ldquo;บิ๊กตู่&amp;rdquo; ที่สหรัฐ ระบุเป็นเรื่องหน่วยงานความมั่นคงไม่ใช่เรื่องส่วนตัว &amp;quot;สนธิ&amp;quot; ลากไส้ &amp;quot;ไพร่หมื่นล้าน&amp;quot; นายทุนหนุน &amp;quot;ฟ้าเดียวกัน&amp;quot; ไทยซัมมิทใช้ ตร.ปิดล้อมโรงงาน ถือหุ้นสื่อ ไม่ทำบลายด์ทรัสต์ จ้างล็อบบี้ยิสต์ให้ อนค.กู้ 191 ล้าน ชี้ไม่ต่างกับนักการเมืองเก่า เตือนประมาท หลงตัวเอง เลยเป็นช่องโหว่ให้โดนโจมตี จับตา ต.ค.ชี้ชะตาอนาคต&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; เมื่อวันที่ 30 กันยายน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ พร้อมถูกเรียกตัวไปสอบสวนในประเด็นที่อาจเกี่ยวโยงกับการว่าจ้างบริษัทล็อบบี้ยิสต์กลุ่มม็อบที่ประท้วง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ระหว่างการประชุมสหประชาติที่สหรัฐอเมริกา ว่าเป็นเรื่องของหน่วยงานที่จะต้องไปดูว่านายธนาธรทำผิดอะไรหรือไม่ ถามว่าตนจะไปเรียกอะไรเขา เพราะเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องส่วนตัว ส่วนที่ตนพูดก็คือพูดในฐานะที่ดูแลความมั่นคง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่นายธนาธรท้าเจอหน้า พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ตนจะไปเจออะไรกับนายธนาธร และไม่ได้ถือสา เพราะเป็นเรื่องความมั่นคง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า นายธนาธรอาจจะเข้าใจผิดว่าเป็นการเรียกตัวนายธนาธรเข้าไปสอบสวน พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ตนไม่ได้เรียก และไม่รู้ว่าจะเรียกมาทำไม หากจำเป็นต้องเจอกันก็ไม่เป็นอะไร เพราะสามารถคุยกันได้ เนื่องจากไม่ใช่เรื่องส่วนตัว ซึ่งขอย้ำว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องของความมั่นคง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามถึงความคืบหน้าการตรวจสอบกลุ่มที่อยู่เบื้องหลังการประท้วง พล.อ.ประยุทธ์ที่สหรัฐอเมริกา รองนายกฯ กล่าวว่า อยู่ระหว่างการตรวจสอบ โดยทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็กำลังดูอยู่ เมื่อถามต่อว่าจะมีการตรวจสอบบริษัทล็อบบี้ยิสต์ที่อยู่ในประเทศไทยทั้งหมดหรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ทำไมต้องไปตรวจสอบ เพราะเรามีข้อมูลทั้งหมดและรู้อยู่แล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามอีกว่า การใช้บริษัทล็อบบี้ยิสต์ควรมีขอบเขตหรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ไม่ขอตอบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน เพจเฟซบุ๊ก &amp;ldquo;คุยทุกเรื่องกับสนธิ&amp;rdquo; เผยแพร่ความเห็นของนายสนธิ ลิ้มทองกุล อดีตแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) ระบุว่า มีคนเขาบอกว่าเดือนตุลาคมนี้จะเป็นระยะเวลาที่ชี้ชะตาคุณธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ในเรื่องอนาคตทางการเมือง และในเรื่องอื่นๆ ที่อาจจะตามมาภายหลังได้ ผมดูคุณธนาธรแล้วก็น่าเห็นใจ เพราะนอกจากจะเป็นคนรุ่นใหม่ที่คิดหลายๆ อย่างออกไปเหมือนคนรุ่นเก่าแล้ว ฐานะส่วนตัว และฐานะทางบ้าน ก็อยู่ในขั้นอภิมหาเศรษฐี คนที่มีการศึกษา มองอะไรในรูปแบบใหม่ๆ และมีเงินมีทองหนุนหลังน่าจะเป็นคนที่เพียบพร้อมมีคุณสมบัติในการเข้ามาเล่นการเมือง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสนธิกล่าวว่า นับตั้งแต่คุณธนาธรได้ก่อตั้งพรรคอนาคตใหม่ และก้าวเข้ามาสู่สังเวียนการเมืองที่ต้องวนเวียนอยู่กับการแย่งชิงอำนาจ และแสวงหาผลประโยชน์ต่อไป จากวันนั้นถึงวันนี้ คุณธนาธรได้ประสบพบและก้าวเข้าสู่สงครามการต่อสู้ช่วงชิง และการโค่นล้มในทุกรูปแบบ เมื่อมองย้อนหลังไปถึงวันแรกที่คุณธนาธรได้แสดงเจตนารมณ์ความคิดของตัวเอง ก็อดคิดไม่ได้ถึงเรื่องบางเรื่องที่คุณธนาธรได้มีส่วนร่วมหรือได้สนับสนุนการกระทำดังกล่าว เช่น ในยุคที่คุณธนาธรเพิ่งเรียนจบใหม่ๆ ยังหนุ่มยังแน่น ได้มีส่วนร่วมในการสนับสนุนให้กับนิตยสาร &amp;ldquo;ฟ้าเดียวกัน&amp;rdquo; ได้ถูกกล่าวหาและถูกมองว่าเป็นนิตยสารที่แสดงออกถึงการไม่เห็นด้วยกับที่ประเทศไทยจะมีสถาบันพระมหากษัตริย์&amp;nbsp;
ประมาทและผิดพลาด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เผอิญช่วงนั้นเป็นยุคที่ทักษิณ ชินวัตร มีอำนาจทางการเมือง และในกลุ่มของทักษิณที่มีอิทธิพลในด้านความคิดกับทักษิณ ก็เป็นกลุ่มคนที่มีความคิดในแนวทางเดียวกันกับข้อเขียนของนิตยสาร &amp;ldquo;ฟ้าเดียวกัน&amp;rdquo; เช่น คุณจักรภพ เพ็ญแข, คุณจรัญ ดิษฐาอภิชัย และอีกหลายๆ คน ที่ปัจจุบันส่วนใหญ่ก็ได้หนีไปพำนักพักพิงอยู่ในต่างประเทศ ด้วยเหตุผลนี้ นิตยสารฟ้าเดียวกัน และคุณธนาธร ก็เลยรอดพ้นจากการถูกจับตามองและดำเนินการให้หยุดทำเรื่องดังกล่าว เพราะกลุ่มผู้มีอำนาจในยุคนั้น ก็เป็นกลุ่มผู้มีความคิดแบบเดียวกันกับคุณธนาธร&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อดีตแกนนำ พธม.กล่าวต่อว่า อีกเรื่องหนึ่ง คนที่เดือดร้อนจากการกระทำของ บริษัท ไทยซัมมิท อินดัสตรี (ของตระกูลคุณธนาธร) ได้มีปัญหาแรงงานกับคนงานของกลุ่มบริษัททางตระกูลคุณธนาธร ซึ่งเป็นเจ้าของ ก็ประกาศปิดโรงงาน แล้วเอาตำรวจมาล้อมโรงงานไว้ แสดงความแข็งกร้าวในการไม่ยอมเจรจา เรื่องนี้มันก็เป็นเรื่องปกติของการทำการค้าการขาย แต่พฤติกรรมแบบนี้มันสวนทางกับบุคลิกและปรัชญาของคุณธนาธร ที่กำลังจะต่อสู้เพื่อความเป็นธรรมให้กับกลุ่มต่างๆ รวมทั้งกลุ่มผู้ใช้แรงงานด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากล่าวว่า คุณธนาธรก้าวเข้าสู่วงการเมือง การที่มีคนรุ่นใหม่ เข้ามาสนับสนุนอย่างล้นหลาม ก็เป็นบทพิสูจน์ว่าคุณธนาธรได้มาถูกทางแล้ว แต่การเข้ามาสู่สังเวียนสงครามของการแย่งชิงอำนาจกับระบบการเมืองเดิมๆ นั้น คุณธนาธรประมาทเกินไปหรือเปล่า? ทั้งๆ ที่ตัวเองรู้อยู่ว่าต้องเดินเข้าไปในดงหมาป่า ตัวเองก็ยังทำพลาดอยู่ เมื่อพลาดแล้ว ถูกหมาป่ากระโดดเข้าขย้ำ พลพรรคของคุณธนาธรก็บอกว่าคุณธนาธรถูกรังแก ถูกใส่ร้ายป้ายสี ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นเพราะคุณธนาธรทำผิดมาตลอดเวลา อาจจะเป็นเพราะว่า มีความเชื่อมั่นในตัวเองสูง หรืออาจจะเป็นเพราะว่าตัวเองมีความมุ่งมั่น และไม่เกรงกลัวอะไรทั้งสิ้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสนธิระบุว่า ความผิดพลาด ข้อแรก คุณธนาธรเข้ามาในแวดวงการเมือง ก็ย่อมรู้อยู่แก่ใจว่าเขาห้ามถือหุ้นสื่อ และคุณธนาธรไม่ได้เข้ามาในสถานภาพสมาชิกพรรค แต่เข้ามาเป็นหัวหน้าพรรคจะประมาทเลินเล่อถึงเพียงนี้เชียวหรือ ไม่ว่าจะแก้ตัวอย่างไรก็ตาม ความผิดก็ยังตกอยู่ที่คุณธนาธรเหมือนเดิม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สอง คุณธนาธรไม่ได้เอาทรัพย์สินตัวเองเข้าไปไว้ในบลายด์ทรัสต์ (BLIND TRUST) แล้วต่อมาภายหลังพอถูกศัตรูจี้ประเด็นก็มีข้ออ้างว่า เนื่องจากว่าตัวเองถูกตัดสิทธิ์ในการเป็น ส.ส. ก็เลยไม่จำเป็นต้องเอาทรัพย์สินเข้าบลายด์ทรัสต์ ข้อแก้ตัวดังกล่าวจะฟังขึ้นเฉพาะพวกคุณธนาธรเท่านั้น แต่ฝ่ายตรงข้ามและฝ่ายที่เป็นกลางๆ ก็จะไม่เห็นด้วยกับตรรกะอันนี้ เพราะถ้าจะมาเล่นการเมือง และอยากแสดงออกถึงความโปร่งใส ก็จะต้องเอาทรัพย์สินทั้งหมดเข้าไปในบลายด์ทรัสต์ เพื่อไม่ให้มีผลประโยชน์ทับซ้อนในอนาคต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สาม การจ้างบริษัทล็อบบี้ วันนี้กลุ่มคุณธนาธรออกมาชี้แจงในประเด็นนี้ว่า ไม่ได้เป็นความลับอะไรทั้งสิ้น เปิดเผยหมดทุกอย่าง แต่ข้อมูลที่เปิดเผยนั้น กลับถูกเปิดเผยโดยคนที่ไม่เกี่ยวข้อง เช่น ดอกเตอร์ 2 คน ที่เปิดเผยข้อมูลนี้มา และก็เลยกลายเป็นเรื่องเป็นราวพัวพันกันอย่างชุลมุน ถ้าคุณธนาธรจะเป็นคนรุ่นใหม่ที่มาเล่นการเมือง การว่าจ้างบริษัทล็อบบี้ในต่างชาตินั้น ไม่ผิดอะไรทั้งสิ้น ถ้าเปิดเผยเอาไว้ก่อนอย่างตรงไปตรงมาว่า จ้างฝรั่งที่ทำหน้าที่ล็อบบี้ มาล็อบบี้เรื่องอะไร? และระยะเวลาในการจ้างนานแค่ไหน ? ซึ่งถ้าทำเช่นนั้นแล้ว ภาพคุณธนาธรก็จะกลายเป็นคนรุ่นใหม่จริงๆ ที่มีคุณสมบัติครบถ้วน
ไม่ต่างนักการเมืองเก่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;คนที่ต่อต้านคุณธนาธรนั้น เพราะเขาได้รับบทเรียนจากคุณทักษิณ ชินวัตร ที่ไปจ้างบริษัทล็อบบี้แล้วมาทำร้ายประเทศไทย ตรงนี้คุณธนาธรจะตำหนิคนที่ต่อต้านคุณไม่ได้ เพราะเขามีประสบการณ์ที่เลวร้ายจากคุณทักษิณในเรื่องการจ้างบริษัทล็อบบี้ อุปมาอุปไมยเหมือนคนที่เคยถูกงูกัด โดนเชือกกล้วยเปียกน้ำมาสัมผัส ก็ย่อมคิดว่าเป็นงู แล้วคุณจะไปตำหนิพวกเขาได้ยังไง ถ้าเขาตั้งข้อสงสัยและเชื่อว่ากลุ่มคนที่ไปประท้วง พล.อ.ประยุทธ์ที่สหประชาชาติ ในมหานครนิวยอร์กนั้น ต้องมีส่วนเกี่ยวข้องกับคุณ เพราะสิ่งแวดล้อมต่างๆ ในหมู่ผู้ประท้วงนั้น มันชวนให้เชื่อได้ว่าต้องมีคนว่าจ้างแน่นอน ซึ่งก็อาจจะเป็นบริษัทล็อบบี้ยิสต์ที่คุณธนาธรจ้างอยู่ก็ได้ หรืออาจจะไม่ใช่ก็ได้&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อสุดท้าย พรรคอนาคตใหม่กู้เงินคุณธนาธร 191 ล้าน โดยพฤติกรรมแล้ว ถือได้ไหมว่าคุณธนาธรคือเจ้าของพรรคอนาคตใหม่ ไม่ใช่พรรคที่มหาชนเข้ามามีส่วนร่วม ถึงแม้ว่าในข้อเท็จจริงทุกพรรคอาจจะทำเช่นนี้ เพียงแต่ว่าเขามีวิธีหลบหลีกหลบซ่อน ใช้นอมินี ในเมื่อคุณธนาธรจะเข้ามาสู้กับระบบการเมืองเก่า และคุณธนาธรก็ยังใช้วิธีเก่าๆ ในการเป็นเจ้าของพรรค โดยที่ทุกคนต้องมาเอาเงินกับคุณธนาธร แล้วจะมีความต่างกันตรงไหนระหว่างพรรคการเมืองแบบเก่ากับพรรคอนาคตใหม่ เพราะคนที่คิดเป็นก็ต้องตั้งคำถามถามว่า พรรคอนาคตใหม่จะเอาเงินมาคืนคุณธนาธรได้อย่างไร 191 ล้านบาท? ในข้อนี้คุณธนาธรไม่ได้ต่างไปกว่าคุณทักษิณ ชินวัตร, คุณบรรหาร ศิลปอาชา, คุณเสนาะ เทียนทอง ฯลฯ ในวิธีการเล่นการเมือง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ทั้งหมดที่ผมพูดมานี้ เป็นความประมาทของคุณธนาธร และพรรคพวกที่ไม่เคยคิดว่าเหล่านี้จะเป็นช่องโหว่ต่างๆ ที่จะโดนโจมตี และใช้กฎหมายมาจัดการ ผมเห็นใจที่กลุ่มคุณธนาธร เพราะอำนาจรัฐไม่เคยเข้าข้างใคร นอกจากเข้าข้างผู้ที่ถืออำนาจรัฐอยู่ &amp;nbsp;ถ้าวันหนึ่งคุณธนาธรมีอำนาจรัฐ ก็จะต้องทำเช่นนี้เช่นกัน&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสนธิกล่าวทิ้งท้ายว่า เมื่อคุณเข้ามาในแวดวงการเมืองที่มีแต่เขี้ยวงาสารพัน สิ่งเดียวที่คุณทำได้ เพื่อไม่ให้คุณบาดเจ็บล้มตายไปก่อนที่จะได้มีโอกาสเข้ามาช่วงชิงอำนาจ (ที่คุณเข้ามาเล่นการเมืองก็เพราะว่าคุณต้องการล้มล้างอำนาจเก่า แล้วก็ให้พวกคุณเข้ามาใช้อำนาจใหม่ บริหารชาติบ้านเมืองแทนมิใช่หรือ?)เพราะฉะนั้นแล้ว ก็ต้องเดินเข้ามาตั้งการ์ดสูงปิดช่องโหว่ทุกอย่าง ทำอะไรด้วยความรอบคอบ ไม่แสดงออกเพื่อให้ตัวเองดูดีเหนือคนอื่น เนื่องจากคุณไม่ได้ทำเช่นนี้เลยแม้แต่นิดเดียว ในความหลงตัวเองมันก็เลยเป็นช่องโหว่ที่คุณโดนโจมตีอย่างดุเดือดตลอดเวลา คุณอย่าไปเที่ยวโทษใครเลยแม้แต่นิดเดียว คุณต้องโทษตัวเองที่สร้างปัญหาให้ตัวเอง ด้วยตัวเอง เปิดช่องโหว่ให้คนมาเล่นงานตัวคุณเอง.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/46996</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ้างล็อบบี้ยิสต์, ธนาธร จึงรุ่งเริองกิจ, บลายด์ทรัสต์, ฟ้าเดียวกัน, สนธิ ลิ้มทองกุล, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, ไพร่หมื่นล้าน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190930/image_big_5d9211ec487fc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>46552</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/09/2019 08:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/09/2019 07:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ที่แท้ก็เลี้ยงแกะ!ย้อนดูความเห็น &#039;กรณ์&#039; กรณี Blind Trust </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 ก.ย.62 - จากกรณีการตรวจสอบบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ที่แจ้งต่อสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กรณีเข้ารับตำแหน่ง ส.ส. เมื่อวันที่ 22 พ.ค. 2562 แจ้งบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินรวมคู่สมรส (นางรวิพรรณ จึงรุ่งเรืองกิจ) ประมาณ 5.6 พันล้านบาทเศษ โดยมีรายการเงินลงทุนรวมคู่สมรสประมาณ 3.2 พันล้านบาท และยังไม่มีการแจ้งต่อ ป.ป.ช. ว่าดำเนินการโอนสินทรัพย์และหุ้นให้กับกองทุนดูแล หรือ Trust ตามที่เมื่อวันที่ 18 มี.ค. 2562 นายธนาธร เคยแถลงข่าวลงนามบันทึกข้อตกลงการทำ Trust หรือที่นายธนาธรเรียกว่า &amp;lsquo;Blind Trust&amp;rsquo; (บลายด์ทรัสต์) กับบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ภัทร จำกัด (มหาชน) นั้น โดยสำนักข่าวอิศรา ระบุว่า ไม่พบการแจ้งข้อมูลกับ ป.ป.ช. นั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรณีดังกล่าว ย้อนไปเมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2562 ซึ่งเป็นช่วงก่อนการเลือกตั้ง นายกรณ์ จาติกวณิช เคยให้ความเห็นไว้ใน 4 ประเด็นว่า 1. &amp;ldquo;Blind Trust&amp;rdquo; ยังไม่มีจริงในประเทศไทย เพราะยังไม่มีกฎหมายรองรับ เพราะฉะนั้นที่คุณธนาธรลงนามไปนั้น ไม่ใช่ blind trust และไม่มีใครเคยทำได้มาก่อน 2. นายธนาธรได้โอนทรัพย์สินให้สถาบันการเงินดูแล อันนี้หลายคนน่าจะเคยทำเหมือนกัน ผมก็เคยและวันนี้ก็ยังมีอยู่ โดยที่ผมก็ได้ลงนามสัญญาให้เขาบริหารโดยอิสระเช่นเดียวกัน 3. ตัวนายกรณ์เองเคยมี Trust อยู่ที่ต่างประเทศ และรายงานรายละเอียดทั้งหมดกับ ปปช. ตามกฎหมายว่าด้วยเรื่องการรายงานบัญชีทรัพย์สิน และ 4. หลายปีมาแล้วที่นายกรณ์ตัดสินใจทำสวนทางกับที่นายธนาธรพยายามที่จะทำ คือนายกรณ์ได้ยกเลิก Trust ที่มีอยู่ เนื่องจากคิดว่าความโปร่งใสสำคัญกว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ผมคิดว่าประเด็นที่น่ากังวลที่สุดในสิ่งที่คุณธนาธรได้ประกาศวันนี้ ไม่ใช่ว่าท่านเป็นคนแรกหรือไม่ แต่ที่ท่านบอกว่าทรัพย์สินที่ท่านโอนไปนี้จะ &amp;lsquo;มองไม่เห็น&amp;rsquo; มันเป็นการบิดเบือนข้อเท็จจริง เพราะเมื่อทุกคนบอดสนิทกับข้อเท็จจริงว่าท่านมีทรัพย์สินอะไรบ้าง การตรวจสอบเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนจะเกิดขึ้นไม่ได้ จริงๆ แล้ววิธีที่ชัดเจนที่สุดที่จะปลดปัญหาเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนคือการขายขาด อย่างไรก็ตาม ทางที่ดีที่สุดคือ เปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณะว่าเรามีทรัพย์สินอะไรบ้าง เพื่อให้มีการตรวจสอบได้ และที่ไม่ควรเลยคือการโอนเข้าไปในที่ ๆ มองไม่เห็น &amp;rdquo; นายกรณ์ ตั้งข้อสังเกตในวันนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แหล่งข่าวจากนักวิชาการทางการเงินระบุว่า ประเด็นเรื่องนี้คือ นักการเมืองทุกคนต้องยื่นบัญชีทรัพย์สิน นายธนาธรต้องยื่นเพราะเป็นนักการเมือง นายธนาธรบอกว่าจะยกระดับมาตรฐานนักการเมืองด้วยการตั้ง blind trust แต่ก็ไม่ได้ทำ และไม่ชี้แจงเอง ทั้งที่ช่วงก่อนเลือกตั้งแถลงไว้อย่างครึกโครม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;สรุปให้ง่าย ๆ คือ ณ วันนี้ Blind trust ในเมืองไทยไม่มีกฎหมายรองรับ &amp;nbsp;คุณกรณ์พูดถูกว่ามันไม่มีตั้งแต่แรก แต่การไม่มีถือว่าเป็นเรื่องดีกว่า เพราะเราจะสามารถเห็นได้ว่านักการเมืองแต่ละคนมีอะไรบ้างตามที่รายงานในการเปิดเผยของปปช. และในกรณีที่มีผลประโยชน์ทับซ้อน นักการเมืองจะไม่สามารถปฏิเสธความรับผิดชอบด้วยการอ้างว่า &amp;lsquo;โอนเข้า Blind trust แล้ว&amp;rsquo; และการที่นายธนาธรอ้าง Blind trust เป็นการยกระดับมาตรฐานนั้น เป็นเรื่องไม่จริงก็แย่อยู่แล้ว ตอนนี้ให้คนอื่นๆ ในพรรคมาย่ำว่าบอกจะทำแต่ไม่ได้ทำนั้นแย่ยิ่งกว่า&amp;rdquo; แหล่งข่าวระบุ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/46552</URL_LINK>
                <HASHTAG>Blind Trust, กรณ์ จาติกวณิช, ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ, บลายด์ทรัสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190925/image_big_5d8aba42aa0f5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>46542</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/09/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/09/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กกต.ลากยาว‘อนค.’กู้‘ธนาธร’</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;กกต.ยังไม่มีมติปมเงินกู้ อนค. สั่งสำนักงานส่งสำนวนเข้าอนุ กก.วินิจฉัยพิจารณาตามขั้นตอนให้ถูกต้อง รองโฆษก พปชร.ลากไส้ &amp;quot;ธนาธร&amp;quot; ยื้อโอนทรัพย์สินเข้าบลายด์ทรัสต์ส่อผิดกฎหมายเลือกตั้ง ฐานหลอกลวงจูงใจให้เข้าใจผิด ด้านเพจอนาคตใหม่ยกเหตุผลเพื่อแสดงความโปร่งใสจึงเปิดเผยที่มางบทำกิจกรรม มิใช่มีนายทุนใหญ่หอบเงินมาแล้วไม่แจ้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; เมื่อวันที่ 24 กันยายน พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เปิดเผยว่า ที่ประชุม กกต.ได้มีการพิจารณาสำนวนตรวจสอบกรณีนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) ถูกร้องว่าให้พรรคอนาคตใหม่กู้ยืมเงิน 191 ล้านบาท เพื่อดำเนินกิจการพรรคอาจเข้าข่ายผิดกฎหมายพรรคการเมืองแล้ว โดยให้สำนักงานนำเรื่องดังกล่าวไปดำเนินการตามขั้นตอนให้ถูกต้อง คือนำไปเข้าคณะอนุกรรมการวินิจฉัยคำร้องและปัญหาหรือข้อโต้แย้งก่อนเพื่อพิจารณาพยานหลักฐาน และมีความเห็นก่อนที่จะเสนอ กกต.พิจารณาโดยเร็วอีกครั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ รองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวถึงกรณีที่นายธนาธรไม่ได้นำทรัพย์สินเข้าบลายด์ทรัสต์ว่า เรื่องนี้แม้ไม่ได้มีข้อกฎหมายใดบังคับว่าให้นายธนาธรต้องทำตามที่ประกาศเอาไว้ แต่หากจำกันได้ นายธนาธรบอกเองว่าต้องการสร้างมาตรฐานจริยธรรมทางการเมืองใหม่ และเพื่อป้องกันข้อครหาเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนกับธุรกิจของครอบครัว เมื่อนายธนาธรได้รับการเลือกตั้งเป็น ส.ส.แล้ว ก็ควรปฏิบัติตามที่ประกาศไว้ เพราะเหนือข้อกฎหมายใดก็คือสัญญาประชาคมที่เหมือนเป็นข้อตกลงกับประชาชน เมื่อไม่ได้ทำตามที่ประกาศไว้ อาจทำให้เข้าใจได้ว่าเป็นวาทกรรมหาเสียงเรียกคะแนนนิยมในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนการเลือกตั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;โดยนายธนาธรประกาศเมื่อวันที่ 18 มี.ค.2562 ก่อนที่จะมีการเลือกตั้งเพียงแค่ 6 วัน ซึ่งอาจเข้าข่ายผิดมาตรา 73 (5) พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2561 ที่บัญญัติว่า หลอกลวง ... หรือจูงใจให้เข้าใจผิดในคะแนนนิยมของผู้สมัครหรือพรรคการเมือง&amp;rdquo; ซึ่งจะมีโทษตามมาตรา 159 จําคุกตั้งแต่ 1-10 ปี หรือปรับตั้งแต่ 20,000-200,000 บาท หรือทั้งจําทั้งปรับ และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 20 ปี ซึ่งได้เคยมีผู้ยื่นร้องเรียนต่อ กกต.ไปแล้ว&amp;rdquo; น.ส.ทิพานันกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.ทิพานันกล่าวต่อว่า เมื่อประกอบกับเรื่องราวในอดีต ทั้งการลงประวัติของตนเองว่าเป็นประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย 2 สมัยติดต่อกัน ทั้งที่ความจริงเป็นเพียงประธานสภาอุตสาหกรรม จ.นครนายก หรือการให้สัมภาษณ์ข้อมูลวันโอนหุ้นที่กลับไปกลับมาจนต้องกล่าวว่านักข่าวถามคำถามผิด รวมถึงการให้สัมภาษณ์ยอดเงินกู้พรรคที่ไม่ตรงกันกับบัญชีทรัพย์สินที่แสดงจริง ยิ่งทำให้สังคมเกิดความสงสัยถึงความน่าเชื่อถือในคำพูดของนายธนาธร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนกรณีที่นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรค อนค. ชี้แจงว่าที่นายธนาธรยังไม่ได้โอนทรัพย์สินเข้าบลายด์ทรัสต์ เพราะยังไม่ได้ปฏิบัติหน้าที่ ส.ส.นั้น รองโฆษกพรรค พปชร.กล่าวว่า เป็นการอ้างแบบศรีธนญชัย ขาดเหตุผลทางความคิดของนักกฎหมาย เพราะถึงแม้ศาลรัฐธรรมนูญจะสั่งให้นายธนาธรหยุดปฏิบัติหน้าที่ก็จริง แต่สถานะของนายธนาธรยังเป็น ส.ส.อยู่ ดังนั้นจึงทำให้นายธนาธรมีหน้าที่ต้องยื่นแสดงบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินต่อ ป.ป.ช. จนทำให้ประชาชนทราบว่าบลายด์ทรัสต์ของนายธนาธรนั้นไม่มีจริง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ถ้านายธนาธรต้องการสร้างมาตรฐานจริยธรรมทางการเมืองใหม่ และความโปร่งใสจริงๆ ทำไมเมื่อมีการทำหนังสือแจ้งเลื่อนการปฏิบัติตามเอ็มโอยูนายธนาธร ไม่แจ้งให้สังคมทราบเอง แต่กลับให้ประชาชนตรวจสอบและทราบข้อมูลเองจากบัญชีทรัพย์สินว่าบลายด์ทรัสต์ของนายธนาธรนั้นไม่มีจริง ประชาชนจึงเกิดความสงสัยในมาตรฐานจริยธรรมในมาตรฐานของนายธนาธรและพรรคอนาคตใหม่&amp;quot; น.ส.ทิพานันระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ นางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรค อนค. โพสต์แฟนเพจเฟซบุ๊กตอบโต้ น.ส.ทิพานัน ว่า แสดงว่าผู้กล่าวหายังไม่ตกผลึกหลังได้รับสาร เพราะตามที่ น.ส.ทิพานันเข้าใจว่า เมื่อวันที่ 18 มี.ค.62 เป็นการโอนทรัพย์สินของนายธนาธรนั้น ความจริงคือการทำ &amp;quot;เอ็มโอยู&amp;quot; ยังไม่ใช่การโอน เมื่อนายธนาธรถูกระงับการปฏิบัติหน้าที่ ส.ส. จึงทำหนังสือเลื่อนการทำตาม MOU ไปก่อน ส่วนกรณีกล่าวหาว่านายธนาธรหลอกลวงประชาชนนั้น คิดว่าเต็มไปด้วยอคติ เพราะคุณธนาธรไม่ได้หยุดปฏิบัติหน้าที่เองหาก แต่หยุดปฏิบัติหน้าที่ด้วยคำสั่งศาลรัฐธรรมนูญ ดังนั้นหากจะถามหามาตรฐานจริยธรรมทางการเมืองคุณทิพานัน น่าจะถามตัวเองดูว่าในขณะที่พรรคอนาคตใหม่ถูกแจกคดีกว่า 20 คดี กลับกันพรรคพลังประชารัฐทำอะไรก็ไม่ผิด ขอแนะนำให้โฟกัสไปที่พรรคตัวเองเร่งทำงานตามนโยบายที่สัญญาหาเสียงเอาไว้ เพราะประชาชนกำลังทวงถามอยู่ทั้งราคาปาล์ม ราคายางต่างๆ ที่โฆษณาชวนเชื่อเอาไว้ ดีกว่ามานั่งจับผิดคนอื่นแบบนี้ เสียดายภาษีประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน เพจเฟซบุ๊กพรรคอนาคตใหม่ - Future Forward Party โพสต์ข้อความเรื่อง ยุบพรรค ยุบพรรค ยุบพรรค!!! ใช่หรือมั่ว ชัวร์หรือไม่? เงินกู้ยุบพรรคอนาคตใหม่? &amp;nbsp;สรุปใจความสั้นๆ คือ 1.เราจำเป็นต้องกู้เพราะรับบริจาค-ระดมทุนไม่ได้ เพราะติดประกาศ คสช. ที่ กกต.ห้ามไม่ให้พรรครับบริจาค-ขายสินค้าระดมทุนในช่วงตั้งพรรคใหม่ๆ ในขณะที่จำเป็นต้องใช้งบประมาณในการเริ่มต้นสร้างพรรคต่อสาธารณชน ไม่ได้มาจากการขุด การแฉใดๆ ทั้งสิ้น 2.การกู้เงิน เพื่อแสดงให้เห็นถึงความโปร่งใส เราต้องการเปิดเผยที่มาของงบประมาณที่มาทำกิจกรรมอย่างชัดแจ้ง มิใช่มีนายทุนใหญ่หอบเงินมา แล้วไม่แจ้งที่มาที่ไป ตัวเลขที่ออกมาทั้งหมดเป็นการตั้งใจเปิดเผยของพรรคอนาคตใหม่ต่อสาธารณชน 3.ไม่มีกฎหมายข้อใดห้ามพรรคการเมืองกู้เงิน และหากต้องการห้ามการใดจะต้องมีกฎหมายเขียนห้ามไว้ชัด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;4.&amp;ldquo;เงินกู้&amp;rdquo; ไม่ใช่ &amp;ldquo;รายได้&amp;rdquo; และไม่ใช่การบริจาค แต่เป็น &amp;ldquo;หนี้สิน&amp;rdquo; ที่ต้องชำระคืน นี่คือหลักสากล 5.เงินกู้ที่ได้มา นำไปใช้ในการตั้งพรรค ค่าเช่าอาคาร สถานที่ ที่ทำการพรรค สาขาพรรค ศูนย์ประจำจังหวัดทั่วประเทศ เงินเดือนพนักงาน การจัดกิจกรรมรณรงค์หาสมาชิกพรรค ไม่ได้นำมาใช้ในการรณรงค์หาเสียง 6.ต่อให้ กกต. และองค์กรอิสระอื่นใด มีข้อวินิจฉัยว่าพรรคอนาคตใหม่ทำผิดกฎหมายจริง ก็ไม่มีโทษถึงขนาด &amp;ldquo;ยุบพรรค&amp;rdquo;
7.อย่าปล่อยให้ผู้ไม่หวังดี ฉวยโอกาสทุกครั้งเพื่อสร้างความเข้าใจผิดให้สังคมว่าพรรคจะโดนยุบแน่นอน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;8.สรุปแล้วสังคมไทยอยากเห็นพรรคการเมืองแบบไหนกันแน่? ระหว่างพรรคที่ทำอะไรโปร่งใส ตรวจสอบได้ เอาทุกอย่างมาแบกะดินทั้งหมด แต่ถูกเล่นงานทางกฎหมายวันต่อวัน หรือพรรคการเมืองที่ใช้เงินมหาศาลในทางที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย-ไม่ถูกจริยธรรม และไม่เคยเปิดเผยรายละเอียดใดๆ แต่อยู่รอดปลอดภัยเพราะตรวจสอบอะไรไม่ได้เลย?&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เป็นเรื่องง่ายมากที่เราจะทำอย่างหลัง และในประเทศนี้ก็มีอยู่ทั่วไป แต่ถามจริงๆ คุณอยากได้พรรคแบบนั้นจริงๆ หรือ?&amp;quot; พรรคอนาคตใหม่ระบุ.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/46542</URL_LINK>
                <HASHTAG>กกต., ธนาธร จึงรุ่งเริองกิจ, บลายด์ทรัสต์, ยื้อโอนทรัพย์สิน, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เงินกู้พรรคอนาคตใหม่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190924/image_big_5d8a27903234a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>46448</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/09/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/09/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ลุ้นกกต.เคาะปมเงินกู้‘อนค.’ ยังไม่บลายด์ทรัสต์แค่MOU</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;วิษณุ&amp;quot; ชี้ปมเงินกู้อนาคตใหม่ กกต.ต้องสืบพยานจนรู้แน่ชัด แย้มอาจยกประโยชน์ให้จำเลยหาก กม.เขียนไม่ชัดแล้วส่งผลร้าย &amp;quot;ช่อ&amp;quot; แจง &amp;quot;ธนาธร&amp;quot; ยังไม่บลายด์ทรัสต์แค่ทำเอ็มโอยู รอทำหน้าที่ ส.ส.หรือได้เป็นนายกฯ ก่อน &amp;quot;เต้&amp;quot; โชว์พระเครื่องโต้ราคาเวอร์ ขู่ฟ้อง &amp;quot;ศรีสุวรรณ&amp;quot; ให้ล้มละลาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 23 กันยายน นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่มี ส.ส.บางรายยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) โดยระบุมูลค่าทรัพย์สินเกินจริงว่าไม่แน่ใจ แต่นายวิชา มหาคุณ อดีตกรรมการ ป.ป.ช.ให้ความเห็นถูกต้องว่า &amp;nbsp;อันดับแรกต้องดูก่อนว่าของนั้นเป็นของจริงหรือไม่จริง มูลค่านั้นบางทีแล้วแต่ใจคนจะกำหนด แล้วแต่ว่าเป็นของจริงหรือไม่จริง ถ้าของไม่จริงแล้วไปตีราคาเวอร์เกินไปคงไม่ได้ แต่ถ้าของจริงจะตีราคาเวอร์หรือไม่เวอร์ค่อยเอาผู้เชี่ยวชาญมาดู ซึ่งเป็นดุลพินิจของ ป.ป.ช.ว่าจะเชื่ออย่างไร ทั้งนี้ ในอดีตเคยมีกรณีอดีตรองปลัดกระทรวงการคลัง (นายนิพัทธ พุกกะณะสุต) ที่มีเหรียญรัชกาลที่ 5 และมีการตีราคาขายไป 30 กว่าล้านบาท แต่ ป.ป.ช.ไม่เชื่อในราคานี้เพราะดูราคาในท้องตลาดแล้วไม่ใช่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนกรณีเหล็กไหลนั้นไม่ทราบ คงไปเหนื่อยที่ ป.ป.ช.เอง เจ้าของจะกำหนดอย่างไรก็ช่างเขา แต่คนที่สงสัยต้องพิสูจน์ให้ได้ว่าราคาเป็นอย่างไรกันแน่ อย่างไรก็ตามหากผลออกมาปรากฏว่าเกินจริงและชี้แจงทรัพย์สินเป็นเท็จนั้น ตามกฎหมาย ป.ป.ช.มีอยู่แล้วว่าถ้าแจ้งเท็จถือว่ามีความผิด แต่จำไม่ได้แล้วว่าจะต้องเพิกถอนสิทธิ์เลือกตั้งหรือไม่ ขอสื่อช่วยไปถาม ป.ป.ช.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิษณุกล่าวถึงกรณีทนายความของ น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รมช.เกษตรและสหกรณ์ ชี้แจงถึงการที่ น.ส.มนัญญาไม่ยื่นบัญชีทรัพย์สินฯ ต่อ ป.ป.ช. เนื่องจากพ้นจากตำแหน่งนายกเทศมนตรีเมืองอุทัยธานีไม่ถึง 1 เดือนก่อนเข้าถวายสัตย์ปฏิญาณรับตำแหน่ง รมช.เกษตรฯ จึงเข้าข่ายได้รับการยกเว้นว่า ต้องให้ ป.ป.ช.เป็นคนชี้ ซึ่งกฎหมายได้บอกไว้จริงว่าคนที่ดำรงตำแหน่งทางการเมือง หากดำรงตำแหน่งใหม่ภายใน 1 เดือนไม่ต้องยื่น แต่ต้องยื่นตอนออกจากตำแหน่งอยู่ดี จึงตอบไม่ถูกว่าตำแหน่งนายกเทศมนตรีเป็นตำแหน่งที่มาต่อกับตำแหน่งรัฐมนตรีหรือไม่ สามารถไปดูมาตรฐานว่าคนที่เคยดำรงตำแหน่งในท้องถิ่นแล้วมาเป็น ส.ส.ต้องยื่นหรือไม่ หากพบว่าตำแหน่งไม่ต่อกันก็ต้องยื่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตามเรื่องนี้อาจทำหนังสือแจ้ง ป.ป.ช.ได้ว่า เมื่อวินิจฉัยว่าต้องยื่นก็พร้อมจะยื่นย้อนหลังไป &amp;nbsp;ซึ่งเขาอะลุ่มอล่วยกันอยู่แล้วทั่วไปทุกคน โดยถือเป็น reasonable doubt หรือความสงสัยที่มีเหตุผล &amp;nbsp;เนื่องจากกฎหมายใหม่เพิ่งประกาศใช้เมื่อปี 2561 นี่เอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รองนายกฯ ยังกล่าวถึงกรณีนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ให้พรรคอนาคตใหม่กู้เงิน 191 ล้านบาทเศษว่า ไม่ตอบว่าทำได้หรือไม่ เพราะขณะนี้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ตรวจสอบอยู่ หากพูดอะไรจะกลายเป็นการชี้นำ โดย กกต.ต้องสืบพยานให้รู้แน่ว่าคืออะไร ซึ่งไม่ใช่การตัดสินโดยใช้ดุลยพินิจ เพราะหากเป็นดุลยพินิจจะชี้ซ้ายหรือขวาก็ได้อย่างใดอย่างหนึ่ง เรื่องนี้อาจจะไม่ผิดก็ได้ อย่างไรก็ตามถือเป็นเรื่องใหม่ เพราะกฎหมายเดิมเรื่องการเงินไม่ได้รัดกุมเท่ากับปัจจุบัน และไม่ทราบว่าการกู้เงินจะถือเป็นรายได้หรือไม่ ซึ่งทางกฎหมายกับทางบัญชีกำหนดเรื่องเงินกู้ต่างกัน ทั้งนี้ กกต.กำลังวินิจฉัยอยู่ หากผลออกมาแล้วไม่เชื่อ ยังต้องไปศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง มาตรฐานจะอยู่ตรงนั้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนหากผลเป็นลบขึ้นมาจะต้องมีการคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อใหม่หรือไม่นั้น นายวิษณุกล่าวว่า &amp;nbsp;หากเหตุเกิดภายใน 1 ปีหลังเลือกตั้งต้องคำนวณใหม่ โดยจะเอาคะแนนมาคิด ส.ส.บัญชีรายชื่อใหม่ทั้งหมด ซึ่งอาจจะกระทบบ้าง แต่ถ้าไม่ใช่เรื่องของการทุจริตไม่ต้องคำนวณใหม่ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า รายได้พรรคการเมืองที่กำหนดไว้ในมาตรา 62 พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยพรรคการเมือง ไม่ได้ระบุเรื่องกู้ยืมเอาไว้ ในทางกฎหมายแล้วจะต้องยกประโยชน์ให้จำเลยหรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่าได้ทุกทาง หากกฎหมายไม่เขียนไว้แล้วเป็นผลร้ายก็ต้องยกประโยชน์ &amp;nbsp;แต่ถ้าไม่เขียนและเทียบเคียงได้ก็ต้องวินิจฉัย เมื่อถามย้ำว่าการยุบพรรคถือเป็นผลร้ายหรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่าเป็นผลร้าย ทำไมจะไม่เป็น ร้ายยิ่งกว่าอะไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำนักงาน กกต. นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ยื่นหนังสือถึง กกต.ขอให้ตรวจสัญญากู้ยืมเงินระหว่างนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ &amp;nbsp;กับพรรคอนาคตใหม่ จำนวน 191 ล้านบาท ตามที่ระบุไว้ในบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินที่นายธนาธรยื่นต่อ ป.ป.ช. ซึ่งขัดแย้งกับคำพูดของนายธนาธรที่ระบุให้พรรคยืม 110 ล้านบาท ขณะที่ &amp;nbsp;น.ส.พรรณิการ์ วานิช โฆษกพรรคอนาคตใหม่ เคยให้สัมภาษณ์ว่าพรรคทำสัญญากู้เงินจากนายธนาธร &amp;nbsp;250 ล้านบาท จึงจำเป็นต้องนำหลักฐานมายืมเพิ่มเติมให้ กกต.พิจารณาก่อนส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;หาก กกต.พบว่าการกระทำของนายธนาธรและพรรคอนาคตใหม่เป็นการฝ่าฝืน พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง ขอให้เอาผิดกับนายธนาธรและกรรมการบริหารพรรค ซึ่งเอาผิดนายธนาธรตามมาตรา &amp;nbsp;66 วรรคสองประกอบมาตรา 125 มีโทษปรับไม่เกิน 1 ล้านบาท ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของหัวหน้าพรรคและกรรมการบริหารพรรค 5 ปี และให้เงินทรัพย์สินส่วนที่เกิน 10 ล้านบาทตกเป็นของกองทุนพัฒนาพรรคการเมือง&amp;quot; นายศรีสุวรรณระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายอิทธิพร บุญประคอง ประธาน กกต.กล่าวว่า ที่ประชุม กกต.วันนี้ยังไม่มีวาระพิจารณาสำนวนการไต่สวนคำร้องของนายศรีสุวรรณในเรื่องดังกล่าว คาดว่าอาจจะมีการพิจารณาในวันที่ 24 &amp;nbsp;ก.ย.นี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นนายศรีสุวรรณเดินทางเข้ายื่นหนังสือถึงคณะกรรมการ ป.ป.ช. ขอให้ไต่สวนและตรวจสอบบัญชีแสดงรายการบัญชีทรัพย์สินหรือหนี้สินของนายคฑาเทพ เตชะเดชเรืองกุล หัวหน้าพรรคพลังไทยรักไทย และนายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ หัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ ที่ได้ยื่นไว้ต่อสำนักงาน ป.ป.ช. ว่าเข้าข่ายจงใจยื่นบัญชีทรัพย์สินหรือหนี้สินด้วยข้อความอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรแจ้งให้ทราบ ตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 หรือไม่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่รัฐสภา นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ ได้นำพระกริ่งปวเรศทองคำ ราคา 50 ล้านบาท พระร่วงหลังรางปืน ราคา 30 ล้านบาท พระสมเด็จไกเซอร์ ราคา 12 ล้านบาท มาโชว์ต่อสื่อมวลชนว่าราคาพระเครื่องที่แจ้งต่อ ป.ป.ช.ไม่ได้มีราคาสูงเกินจริง น่าจะแจ้งราคาต่ำไปด้วยซ้ำ มีพุทธคุณสูงมากช่วยให้ทำอะไรก็สำเร็จ ยืนยันเป็นของแท้ให้หน่วยงานต่างๆ &amp;nbsp;มาตรวจพิสูจน์ได้ อย่างพระกริ่งปวเรศราคาตลาดปกติขั้นต่ำอยู่ที่ 30 ล้านบาท แต่ของตนเป็นพระกริ่งปวเรศทองคำ ราคา 50 ล้านบาทจึงไม่แปลก ซึ่งการที่นายศรีสุวรรณยื่นตรวจสอบคงอิจฉาที่ไม่มีแบบตน เพราะต้องคนมีบุญเท่านั้นจึงจะได้ครอบครอง และหากนายศรีสุวรรณก้าวล่วงกระทบสิทธิ์ตนทำให้เกิดความเสียหาย จะยื่นฟ้องเอาให้ล้มละลาย ถ้าต้องการก็พร้อมจัดให้ แค่ฟ้องเรียกค่าเสียหาย 200 &amp;nbsp;ล้านบาท นักร้องก็ล้มละลายแล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ไม่ต้องกังวลว่าเป็นการสร้างมูลค่าลวงเพื่อฟอกเงิน เพราะไม่คิดที่จะขายพระเครื่อง &amp;nbsp;หรือหากขายไปต้องมีหลักฐานชัดเจนว่าขายให้ใคร มีหลักฐานทางภาษี ทั้งนี้หาก ป.ป.ช.จะเรียกไปตรวจสอบพร้อมไปชี้แจงข้อมูล อยากถามว่า ป.ป.ช.เอาบรรทัดฐานอะไรมากำหนดว่าตั้งราคาสูงเกินจริง &amp;nbsp;เพราะไม่มีราคากลางกำหนด แต่เป็นเรื่องของจิตใจและความรู้สึกส่วนตัว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน น.ส.พรรณิการ์ วานิช โฆษกพรรคอนาคตใหม่ กล่าวในรายการเจาะลึกทั่วไทยอินไซด์ไทยแลนด์ ถึงกรณีที่นายธนาธรนอกจากปล่อยเงินกู้ให้พรรคอนาคตใหม่ ยังให้นายชูชัย มุ่งเจริญพร &amp;nbsp;อดีต ส.ส.สุรินทร์ พรรคเพื่อไทยกู้เงินว่า เป็นเรื่องส่วนตัวของนายธนาธรที่จะให้ใครกู้เงิน และคงเป็นเรื่องผิดฝาผิดตัวเพราะตอนนั้นยังไม่มีพรรคอนาคตใหม่ ซึ่งนายธนาธรให้กู้เงินหลายรายและมีเหตุผลที่ต่างกันไป อาจจะรู้จักกันเป็นการส่วนตัวหรือเกี่ยวข้องกับธุรกิจในตอนนั้นก็ไม่อาจทราบได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่นายธนาธรยังไม่โอนทรัพย์สินไปยังบลายด์ทรัสต์ตามที่เคยระบุไว้เมื่อวันที่ 18 มี.ค.ที่ผ่านมานั้น ซึ่งหากย้อนไปดูข่าวคือการทำเอ็มโอยูกับบริษัทหลักทรัพย์ภัทร จำกัด ยังไม่ใช่การโอนทรัพย์สินไป &amp;nbsp;แต่การปฏิบัติตามเอ็มโอยูนี้จึงเลื่อนไปก่อนจนกว่านายธนาธรจะเข้ารับตำแหน่งทำหน้าที่ ส.ส.อย่างสมบูรณ์ หากศาลตัดสินว่าให้กลับไปปฏิบัติหน้าที่ ส.ส.อีกครั้ง หรือหากมีตำแหน่งรัฐมนตรีหรือนายกรัฐมนตรี นายธนาธรก็จะเข้าบลายด์ทรัสต์ตามเอ็มโอยูดังกล่าวแน่นอน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/46448</URL_LINK>
                <HASHTAG>กกต., ธนาธร จึงรุ่งเริองกิจ, บลายด์ทรัสต์, ยกประโยชน์ให้จำเลย, หนังสือพิมพ์, เงินกู้พรรคอนาคตใหม่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190923/image_big_5d88d6270e05d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
