<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>84082</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/11/2020 11:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/11/2020 11:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บวท.แจงปรับเส้นทางบินช่วงลมเปลี่ยนทิศฤดูหนาว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 พ.ย. 2563 นายทินกร ชูวงศ์ รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่(ปฏิบัติการ) บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด (บวท.) เปิดเผยถึงเหตุผลและความจำเป็นในการปรับเส้นทางบินและทิศทาง &amp;nbsp;การวิ่งขึ้น-ลง ของเครื่องบิน เนื่องจากกระแสลมเปลี่ยนทิศทางในช่วงฤดูหนาว (ระหว่างเดือนพฤศจิกายน-กุมภาพันธ์ ของทุกปี) เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของทุกเที่ยวบิน ซึ่งพัดจากทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-20 น็อต หรือ 25-40 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เป็นลักษณะอากาศปกติ ในช่วงฤดูหนาว โดย บวท. ได้มีการปรับเส้นทางบินและปรับทิศทางการวิ่งขึ้น-ลง ของเครื่องบิน ทั้งสนามบินดอนเมือง และสนามบินสุวรรณภูมิ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามโดยเครื่องบินที่ทำการร่อนลงสู่สนามบินดอนเมือง จะทำการบินมาจากทางทิศใต้ขึ้นไปทางทิศเหนือ เพื่อให้ทำการบินสวนกับทิศทางลมที่เปลี่ยนแปลงไปดังกล่าว &amp;nbsp;จึงทำให้เครื่องบินมีความจำเป็นต้องทำการบินผ่านเขตเมืองกรุงเทพมหานคร อาทิ ย่านบางเขน ลาดพร้าว ดินแดง เพชรบุรี สุขุมวิท คลองเตย เพื่อร่อนลงสู่สนามบิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับสนามบินสุวรรณภูมิ การปรับใช้เส้นทางบิน จะเป็นไปในลักษณะเดียวกับสนามบินดอนเมือง คือ เครื่องบินจะทำการวิ่งขึ้นและร่อนลง จากทางทิศใต้ขึ้นไปทางทิศเหนือ ในช่วงฤดูหนาวเป็นระยะเวลาประมาณ 4 เดือน เช่นกัน ซึ่ง บวท. ได้เตรียมพร้อมบริหารจราจรทางอากาศในช่วงการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศเข้าสู่ฤดูหนาว โดยได้ประสานงานแจ้งข้อมูลให้นักบินและสายการบินทราบเรื่องการปรับเส้นทางบินและปรับทิศทางการวิ่งขึ้น-ลง ของเครื่องบิน นอกจากนี้ยังประสานงานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เกิดความปลอดภัยสูงสุด และเกิดผลกระทบต่อภาพรวมของการให้บริการจราจรทางอากาศน้อยที่สุด &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม จากการคาดการณ์ลักษณะอากาศของสนามบินดอนเมืองในช่วงฤดูหนาวนี้ ยังคงเป็นกระแสลมที่พัดมาจากทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ แต่ความเร็วไม่เกิน 10 น็อต หรือ 18 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งเป็นทิศทางและความเร็วลม ที่ยังคงอยู่ในค่ามาตรฐานความปลอดภัยที่เครื่องบินสามารถยอมรับการวิ่งขึ้นและร่อนลงได้ &amp;nbsp;ในเส้นทางบินปกติ ดังนั้นหากมีการเปลี่ยนแปลงของกระแสความเร็วลมที่เกินกว่าค่ามาตรฐานความปลอดภัย บวท. ก็มีความจำเป็นต้องปรับเส้นทางบินให้เป็นลักษณะทำการวิ่งขึ้นและร่อนลง จากทางทิศใต้ขึ้นไปทางทิศเหนือ ซึ่งต้องผ่านเขตเมืองกรุงเทพมหานคร ตามพื้นที่ดังกล่าวข้างต้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ บวท. ได้เฝ้าติดตามลักษณะอากาศกับกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด เพื่อวางแผนและบริหารจัดการให้เกิดความปลอดภัยต่อทุกเที่ยวบินที่ทำการบิน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/84082</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทินกร ชูวงศ์, บวท., ปรับเส้นทางบิน, ฤดูหนาว, วิทยุการบินแห่งประเทศไทย(จำกัด)</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201117/image_big_5fb34ad783ead.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>62501</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/04/2020 11:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/04/2020 11:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> วิทยุการบินอ่วมพิษโควิด-19 กระทบหนักฉุดรายได้หายเกลี้ยง คาดปีงบ 63 ขาดทุน 4.2 พันล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 เม.ย.63-นายสมนึก รงค์ทอง กรรมการผู้อำนวย การใหญ่ บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด (บวท.) เปิดเผยถึงผลกระทบจากสถานการณ์โควิด19 โดยชี้แจงว่าก่อนเกิดสถานการณ์ บวท. มีรายได้จากการเก็บค่าบริการจากเที่ยวบินประมาณ 2,500 เที่ยวบินต่อวัน เป็นเงินวันละประมาณ 35 ล้านบาท แต่เมื่อเกิดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส ส่งผลให้รายได้ของ บวท. ลดลงเหลือ 2-3 ล้านบาทต่อวันเท่านั้นและยังลดลงอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้จากการประกาศหยุดบินของสายการบิน โดยมีเที่ยวบินที่สร้างรายได้ 263 เที่ยวบิน ซึ่ง บวท. ควรจะได้รับเงิน 3.1 ล้านบาทต่อวัน แต่กลับไม่ได้เงินจากส่วนนี้ เนื่องจากทุกสายการบินต่างได้รับผลกระทบด้านเศรษฐกิจอย่างหนัก โดยมติจาก กบร. ให้บวท.ลดค่าบริการให้กับสายการบินภายในประเทศลง 50% และสายการบินระหว่างประเทศ 20% แต่สายการบินก็ยังขอพักชำระหนี้ และขอไม่เสียค่าปรับจากการชำระล่าช้า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;จึงเท่ากับว่าปัจจุบัน บวท. มีรายได้เป็นศูนย์บาทต่อวันและต่อเดือน ขณะที่รายจ่ายยังคงอยู่ที่ 25 ล้านบาทต่อวัน หรือ 750 ล้านบาทต่อเดือน ส่งผลให้ปีงบประมาณ 63 บวท. จะขาดทุนราว 4,200 ล้านบาท โดยเบื้องต้น บวท. จะใช้วิธีลดค่าใช้จ่ายโดยตัดงบประมาณที่ไม่จำเป็น ชะลอการรับพนักงานใหม่ ซึ่งคาดว่าจะช่วยลดค่าใช้จ่ายลงได้ 1,480 ล้านบาท / ตัดลดรายได้บางส่วนของผู้บริหาร 30-50 % &amp;ldquo;นายสมนึก กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ในส่วนของระบบเงินสำรองตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา บริษัทฯ ดำเนินการด้วยความรอบคอบมีระบบการเก็บเงินสำรอง จึงทำให้บริษัทฯ สามารถยืนระยะอยู่ได้จนถึงเดือนก.ย.นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามที่ผ่านได้มีมาตรการลดค่าใช้จ่ายเพื่อบรรเทาวิกฤติการณ์ รอบแรก บริษัทฯ ลดค่าใช้จ่าย โดยตัดงบประมาณที่ไม่จำเป็นออกหมด เช่น การประชุม งานซ่อม งานสร้าง Over Time ที่เกินจำเป็น ชะลอการรับพนักงานใหม่ เป็นต้น ทำให้ค่าใช้จ่ายลดลงจากงบประมาณเดิมเป็นจำนานเงิน 1,480 ล้านบาท รอบสอง บริษัทฯ ลดค่าใช้จ่าย โดยตัดรายได้บางส่วนของผู้บริหาร ทำให้ใน 6 เดือน ตามรอบประเมินพิจารณาบำเหน็จครั้งที่ 1/2563 1เม.ย.-30 ก.ย. 63สามารถประหยัดงบประมาณได้ประมาณ 13 ล้านบาท โดยมีรายละเอียด ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับผู้บริหาระดับผู้อำนวยการใหญ่ (ผญ.) ขึ้นไป แต่ละท่านได้แสดงเจตจำนงในการขอลดรายได้รายเดือน ในส่วนของค่ารถและเงินประจำตำแหน่ง โดย ผวท. ลดลง 50% และระดับ ผญ. ขึ้นไปลดลง 30% ส่วนผู้บริหารทุกระดับ แต่ละท่านได้แสดงเจตจำนง ในการไม่ขอขึ้นเงินเดือนในรอบประเมินพิจารณาบำเหน็จครั้งที่ 1/2563&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานสำหรับหนังสือเวียนต่อพนักงานตอนหนึ่งมีใจความว่าสถานการณ์ที่ยากลำบากเช่นนี้ ซึ่งไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ธุรกิจทั้งหลายต่างได้รับผลกระทบกันถ้วนหน้าอย่างเลวร้ายและร้ายแรง โดยเฉพาะอย่างยิ่งธุรกิจการเดินอากาศ ไม่เว้นแม้แต่บริษัทฯ ของเรา ที่ถือได้ว่ามั่นคงมากที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศ ที่ต้องตกอยู่ในสภาพวิกฤติตามที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้น เราจะเห็นได้ว่า บริษัทฯ ได้พยายามทุกวิถีทาง เพื่อให้กระทบกับพนักงานน้อยที่สุดและช้าที่สุด โดยบริษัทฯ พยายามอย่างยิ่งที่จะรักษาไว้ซึ่งค่าใช้จ่ายของพนักงาน และค่าใช้จ่ายที่จำเป็นของบริษัทฯ ให้ได้ยาวนานที่สุดในยามวิกฤติเช่นนี้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/62501</URL_LINK>
                <HASHTAG>บวท., รายได้เกลี้ยง, วิทยุการบินแห่งประเทศไทย, สมนึก รงค์ทอง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190620/image_big_5d0aebd81cda4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>44633</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/08/2019 15:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/08/2019 14:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บวท.เผยสงครามการค้าฉุดเที่ยวบินวูบโตต่ำสุดในรอบ10 ปี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 ส.ค.62-นายสมนึก รงค์ทอง กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด (บวท.) เปิดเผยว่าแนวโน้มตลาดการบินในปีนี้มีการเติบโตลดลงอย่างน่าตกใจ ถือว่าต่ำสุดในรอบนับสิบปีที่ผ่านมา บวท.คาดการณ์ว่าปีนี้ตลาดการบินจะขยายตัวเพียง 1% จากเดิมที่ตั้งเป้าไว้ 6% โดยมีเที่ยวบินลดลงราว 60,000 เที่ยวบิน อยู่ที่ 1.04 ล้านเที่ยวบินตลอดปี จากเดิม 1.1 ล้านเที่ยวบินในปีก่อน

ทั้งนี้เนื่องจากเศรษฐกิจทั่วโลกได้ผลกระทบจากสงครามการค้า(สหรัฐ-จีน)​ รวมถึงสภาวสงครามในปากีสถานและการแยกตัวออกจากยุโรปของสหราชอาณาจักร (Brexit)​ สอดคล้องกับยอดนักท่องเที่ยวต่างชาติของไทยในครึ่งปีแรกที่เติบโตเพียง 0.7% ลดลงมากเมื่อเทียบกับการขยายตัวนักท่องเที่ยวในปีก่อนที่ 6-7% ดังนั้นจะเห็นได้ว่าการสภาวะทางเศรษฐกิจ มีผลต่อการขยายตัวของเที่ยวบินโดยตรง ส่งผลให้การเติบโตในปี 2563 ตลาดการบินมีโอกาสเงียบเหงาต่อเนื่องหากการเติบโตเศรษฐกิจไทยยังคงขยายตัวแค่ 2-3 %

นายสมนึกกล่าวต่อว่า สำหรับตัวเลขปริมาณการบินในปีงบประมาณ 2562 (ต.ค. 2561-ส.ค. 2562) ในรอบ 11 เดือนที่ผ่านมา มีปริมาณรวม 964,322เที่ยวบิน เฉลี่ย 2,876 เที่ยวบิน/วัน สำหรับสนามบินที่มีสัดส่วนมากที่สุดคือสุวรรณภูมิอยู่ที่ 348,615เที่ยวบิน คิดเป็นสัดส่วน 36% รองลงมาเป็นสนามบินดอนเมือง 265,616 เที่ยวบิน คิดเป็นสัดส่วน 27.5% และสนามบินภูเก็ต 108,095 เที่ยวบิน คิดเป็นสัดส่วน 11.2%

อย่างไรก็ตามสำหรับเส้นทางบินทางด้านตะวันออกเฉียงเหนือ เป็นอีกหนึ่งเส้นทางบินที่มีปริมาณจราจรทางอากาศเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง มีปริมาณเที่ยวบินรวมอยู่ที่ 239,771 เที่ยวบินต่อปี เฉลี่ยวันละ 632 เที่ยวบินต่อวัน เฉลี่ยภาพรวมเติบโตอยู่ที่ 7.4%

นายสมนึกกล่าวอีกว่าทั้งนี้คาดว่ารายได้ในปีนี้จะมากกว่า 10,000 ล้านบาท คิดเป็นกำไรอยู่ที่ 1,000 ล้านบาท อย่างไรก็ตามในอนาคตอันใกล้จะมีการลงทุน 1,200 ล้านบาท แบ่งเป็นการลงทุนสร้างหอบังคับการบินใหม่ที่สนามบินอู่ตะเภา วงเงิน 1,000 ล้านบาท เปิดใช้ปี ‭2566-2567‬ และการลงทุนสร้างหอบังคับการบินใหม่ที่สนามบินเบตง มูลค่า 200 ล้านบาท เปิดใช้ปี 2563

นายสมนึกกล่าวถึงข้อพิพาทเรื่องเซ็นทรัลวิลเลจว่าสำหรับโครงการเซ็นทรัล วิลเลจนั้นที่ทอท.มีกลัวว่าโครงการดังกล่าวจะกระทบต่อการบินนั้นมีส่วนทั้งเรื่องแสงไฟและคลื่นความถี่ของโครงการจะกระทบกับการบินแน่นอน ซึ่งในแต่ละปีมีระยะเวลากระทบเพียง 1 เดือน หรืออาจไม่กระทบเลย เนื่องจากโครงการเซ็นทรัลวิลเลจอยู่ทางฝั่งด้านใต้ของสนามบิน (South Runway) ซึ่งส่วนใหญ่การนำเครื่องบินเทคออฟจะอยู่ที่ฝั่งด้านเหนือ (North Runway) ถึง 11 เดือนโดยจะมีเพียงปีละ 1 เดือนที่ต้องเปลี่ยนมาเทคออฟฝั่งรันเวย์ใต้ ตามทิศทางของกระแสลมช่วงสั้นๆในแต่ละปี หรือบางปีอาจไม่มีลมเปลี่ยนทิศเลยก็เป็นได้

ทั้งนี้ประกอบกับจากการบินทดสอบของ บวท. เมื่อช่วง เม.ย. 2562 ที่ผ่านมา ซึ่งในขณะนั้นการก่อสร้างของโครงการดังกล่าวแล้วเสร็จเป็นที่เรียบร้อยแล้วนั้น ก็ไม่พบปัญหาใดใดในการนำเครื่องบินขึ้นและลง ส่วนการขยายรันเวย์ที่ 3และรันเวย์ที่4 ของสนามบินสุวรรณภูมิก็จะไม่กระทบกับเซ็นทรัลวิลเลจเช่นกันเพราะรันเวย์ใหม่จะอยู่อีกฝั่งของสนามบิน มีเรื่องเดียวที่น่าเป็นห่วงคือการใช้แสงไฟในงานอีเวนท์ อาทิ แสงสปอร์ตไลท์ แสงยิงขึ้นฟ้าแบบซิตี้ไลท์ รวมถึงแสงเลเซอร์ ต้องควบคุมไม่ให้กระทบกับนักบิน

&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/44633</URL_LINK>
                <HASHTAG>การท่องเที่ยว, บวท., วิทยุการบินแห่งประเทศไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190830/image_big_5d68cc24d3abe.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>38999</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/06/2019 09:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/06/2019 09:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บวท.เตรียมแผนรองรับเที่ยวบินผู้นำประชุมสุดยอดอาเซียน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 มิ.ย.62-นายสมนึก รงค์ทอง กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด (กอญ.บวท.) เปิดเผยว่า จากที่ประเทศไทยจะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน ครั้งที่ 34 &amp;nbsp;(34th ASEAN SUMMIT) ระหว่างวันที่ 21 &amp;ndash; 23 มิถุนายน 2562 ณ กรุงเทพมหานคร โดยจะมีผู้นำและบุคคลสำคัญจากประเทศสมาชิกอาเซียน เดินทางเข้ามาประชุมที่ประเทศไทย

สำหรับเที่ยวบินแรก จะเดินทางมาตั้งแต่วันที่ 20 มิถุนายน 2562 และเที่ยวบินสุดท้ายจะเดินทางกลับในวันที่ 24 มิถุนายน 2562 วิทยุการบินฯ ในฐานะผู้ให้บริการจราจรทางอากาศ ซึ่งเป็นด่านแรกในการสร้างความประทับใจแก่ผู้นำและบุคคลสำคัญในการเดินทางเข้ามาประชุมในครั้งนี้

ทั้งนี้จึงได้เชิญผู้แทนจากสายการบินผู้ให้บริการ ณ ท่าอากาศยานดอนเมือง และ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ พร้อมด้วยผู้แทนจากบริษัท &amp;nbsp;ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) เข้าร่วมประชุมเพื่อหารือและทราบถึงมาตรการในการบริหารจราจรทางอากาศ เพื่อให้เกิดความปลอดภัยสูงสุดแก่เที่ยวบินพิเศษของผู้นำแต่ละประเทศในครั้งนี้ โดย วิทยุการบินฯ ได้จัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการเฉพาะกิจ เพื่อการประสานงาน อำนวยความสะดวก และความปลอดภัย แก่อากาศยานบุคคลสำคัญ ณ หอบังคับการบินดอนเมือง ท่าอากาศยานดอนเมือง ระหว่างวันที่ 20 - 24 มิถุนายน 2562 นี้

อย่างไรก็ตาม วิทยุการบินฯ ขอความร่วมมือไปยังสายการบิน ช่วยประชาสัมพันธ์ให้ผู้โดยสารที่จะต้องเดินทางในช่วงเวลาดังกล่าว เตรียมพร้อมถึงผลกระทบจากความล่าช้าที่อาจจะเกิดขึ้นในบางช่วงเวลา ณ ท่าอากาศยานดอนเมือง และ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ทั้งนี้เพื่อความปลอดภัยในทุกเที่ยวบิน และเป็นการสร้างความประทับใจในด่านแรกให้กับผู้นำและบุคคลสำคัญที่จะเดินทางเข้ามายังประเทศไทย &amp;nbsp;จึงขอเชิญชวนประชาชนคนไทยทุกคนร่วมเป็นเจ้าภาพที่ดี ให้การต้อนรับผู้เข้าร่วมการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน ครั้งที่ 34 &amp;nbsp;ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ ในโอกาสที่ประเทศไทยดำรงตำแหน่งประธานอาเซียนในปี 2562
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/38999</URL_LINK>
                <HASHTAG>การประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน, บวท., วิทยุการบินแห่งประเทศไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190620/image_big_5d0aebd81cda4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>2432</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/02/2018 13:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/02/2018 13:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> บวท.พร้อมรับนักท่องเที่ยวช่วงตรุษจีน  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บวท.เตรียมพร้อมรับช่วงเทศกาลตรุษจีนระหว่างวันที่ 15 &amp;ndash; 21 ก.พ.นี้ คาดมีปริมาณเที่ยวบินถึง&amp;nbsp;20,677 เที่ยวบิน มากกว่าช่วงตรุษจีนช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา 6% &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 ก.พ.61 - นางสาริณี อังศุสิงห์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บวท. เปิดเผยว่า ปัจจุบันมีปริมาณเที่ยวบินระหว่างประเทศไทย-จีน เฉลี่ยวันละ 350 เที่ยวบิน เป็นกลุ่มของเที่ยวบินระหว่างประเทศที่มากที่สุด คิดเป็น 27% ของเที่ยวบินระหว่างประเทศทั้งหมด รองลงมาคือเที่ยวบินระหว่างประเทศไทย-สิงคโปร์ เฉลี่ย 110 เที่ยวบิน คิดเป็น 8%&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ปริมาณเที่ยวบินที่เพิ่มขึ้นในช่วงเทศกาลตรุษจีน มาจากปริมาณการเดินทางของนักท่องเที่ยวชาวจีน โดยมีเป้าหมายการท่องเที่ยว ต่างแดนในช่วงตรุษจีน ประเทศไทยเป็นอีกหนึ่งจุดหมายปลายทางในการท่องเที่ยวของกลุ่มดังกล่าว จึงส่งผลให้ปริมาณเที่ยวบินในช่วงนี้เพิ่มมากขึ้นจากปกติ โดยเทศกาลตรุษจีน ระหว่างวันที่ 15 &amp;ndash; 21 ก.พ. 2561 บวท. ได้คาดการณ์ปริมาณเที่ยวบินทั่วประเทศจำนวน 20,677 เที่ยวบิน เฉลี่ย 2,954 เที่ยวบินต่อวัน เพิ่มขึ้นจากเทศกาลตรุษจีนปี 60 คิดเป็น6%โดยวันที่ 15 ก.พ.61 จะมีปริมาณเที่ยวบินสูงสุด 3,070 เที่ยวบินต่อวัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม บวท. มีความพร้อมในการรองรับปริมาณเที่ยวบินที่เพิ่มมากขึ้นในเมืองท่องเที่ยวรอง ซึ่งทุกสนามบินมีหอบังคับการบินลูกข่าย เพื่อให้บริการการเดินอากาศด้วยความพร้อมของอุปกรณ์และบุคลากร เช่น หอบังคับการบินน่าน &amp;nbsp;หอบังคับการบินแม่สอด หอบังคับการบินแม่ฮ่องสอน หอบังคับการบินบุรีรัมย์ &amp;nbsp;หอบังคับการบินตราด หอบังคับการบินระนอง เป็นต้น ทั้งนี้ เพื่อเป็นการสนับสนุนการขับเคลื่อนนโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยวของประเทศในเมืองรองของรัฐบาล
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/2432</URL_LINK>
                <HASHTAG>บวท., สาริณี, เที่ยวบิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180205/image_big_5a77fe316dfe7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
