<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>19305</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/10/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/10/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ภาคต่อศึกชิงแหล่งปิโตรเลียม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คิดอยู่แล้วว่าจะต้องเป็นประเด็นขัดแย้ง และมีผู้ต่อต้านเหมือนกับโครงการอื่นๆ ด้านพลังงาน เนื่องจากการเปิดประมูลแหล่งปิโตรเลียมในอ่าวไทยที่จะหมดอายุ ทั้งแหล่งเอราวัณที่จะหมดอายุในปี 2565 และแหล่งบงกชที่จะหมดอายุในปี 2566 มีบางกลุ่มคนที่มองว่าเป็นการขายทรัพยากรของประเทศให้บริษัทต่างชาติหรือเอกชนรายใหญ่ของไทยเข้ามากอบโกยทำกำไร รวมทั้งเงื่อนไขการประมูลอาจจะส่งเสริมให้กับคนบางกลุ่มเท่านั้นมาโดยตลอด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และก็เป็นอย่างที่ว่าจริงๆ สืบเนื่องจากการเปิดประมูลโครงการดังกล่าวผ่านขั้นตอนมาหลายขั้นตอนไม่ว่าจะเป็นการเรียกผู้สนใจหารือถึงเงื่อนไขการประมูล การเปิดพิจารณาคุณสมบัติผู้สนใจก่อนที่จะยื่นประมูล และการเปิดให้เข้าชมข้อมูลการผลิตของทั้ง 2 โครงการ โดยที่ผ่านมาก็พอจะได้ยินผ่านหูผ่านตามาบ้างว่ามีบริษัทอะไรบ้างที่สนใจที่จะร่วมประมูลจริงๆ และยื่นตรวจสอบคุณสมบัติเข้ามา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซึ่งก่อนที่จะมีการเปิดยื่นซองประมูลในวันที่ 25 ก.ย.ที่ผ่านมา กลุ่มผู้ต่อต้านนำโดยนางสาวรสนา โตสิตระกูล อดีตสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ด้านพลังงาน ออกมากล่าวว่าการที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน หรือ นายศิริ จิระพงษ์พันธ์ จะทำการเปิดประมูลแหล่งเอราวัณและบงกชนั้นเข้าข่ายประพฤติมิชอบ ทำให้รัฐบาลเสียหาย เนื่องจากไม่ตรวจสอบคุณสมบัติของผู้ประมูลรายหนึ่งที่มีข่าวเกี่ยวกับการซื้อขายน้ำมันเถื่อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ด้วยความมั่นใจของนายศิริ การเปิดประมูลดังกล่าวจึงดำเนินไปท่ามกลางทั้งเสียงคัดค้านและเสียงเชียร์สนับสนุนจากหลายกลุ่ม ทั้งด้านสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) โดยนายบวร วงศ์สินอุดม รองประธานสภา &amp;nbsp;กล่าวว่า ทาง ส.อ.ท.มีความเป็นห่วงหากการประมูลล่าช้าไปมากกว่านี้ จะกระทบต่อเศรษฐกิจโดยรวมเพราะค่าไฟจะสูงขึ้น และอุตสาหกรรมเป้าหมายในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) ก็จะไม่เกิดขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางสาวอัปสร กฤษณะสมิต ประธานสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) หรือ สร.ปตท. &amp;nbsp;กล่าวว่า สร.ปตท.ขอแสดงจุดยืนต้องการให้รัฐบาลเร่งตัดสินใจในสิ่งที่จะทำให้ประเทศและประชาชนไม่เสี่ยงกับการขาดแคลนพลังงาน หรือตกอยู่ในภาวะที่ต้องใช้พลังงานในราคาที่สูงเกินความจำเป็น จึงต้องการให้รัฐบาลดำเนินการตามแผนที่กำหนด เนื่องจากมีความล่าช้ามาก ทำให้เสียโอกาสในการนำทรัพยากรของประเทศมาใช้ในเวลาที่เหมาะสมกับความจำเป็น ขณะเดียวกัน ยังขอสนับสนุนการเปิดประมูลที่มีกำหนดเวลาที่ชัดเจน เพื่อปกป้องคนงานทั้งหมดในกลุ่มอุตสาหกรรมพลังงานและห่วงโซ่อุปทานทั้งปิโตรเลียมขั้นต้น และปิโตรเลียมขั้นปลาย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพนมทวน ทองน้อย รองประธานบริหารสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ (สร.กฟผ.) กล่าวว่า เป็นห่วงการรักษาความมั่นคงต่อเนื่องของพลังงาน ซึ่งทาง ทสร.กฟผ.หวังให้การประมูลครั้งนี้มีความเป็นธรรมโปร่งใส ตรวจสอบได้เป็นประโยชน์ต่อประเทศและประชาชนส่วนรวม เรื่องนี้ถือว่าข้อมูลทั้งสองด้านอาจไม่ตรงกัน ทำให้มีมุมมองและความคิดไม่เข้าใจกัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และเมื่อวันที่ 25 ก.ย.ที่ผ่านมา ตลอดทั้งวันที่เปิดรับซองการประมูลก็มี 2 บริษัทหลัก คือ บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) เข้ายื่นประมูลทั้ง 2 แหล่งการผลิต โดยในแหล่งบงกชได้มีการร่วมทุนกับบริษัท เอ็มพี จี 2 (ประเทศไทย) จำกัด ขณะที่บริษัทเชฟรอน ประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด ก็มีการเข้ายื่นซองประมูลทั้ง 2 แหล่งเช่นเดียวกัน และได้ร่วมทุนกับบริษัท มิตซุยออยล์ เอ็กซ์โปลเรชั่น คัมปานี ลิมิเต็ด ด้วยซึ่งถือว่าเป็นศึกชิงแหล่งระหว่าง 2 บริษัทยักษ์อย่างชัดเจน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่การต่อต้านจะมีเสียงดังขึ้นมาบ้างก่อนที่จะถึงวันยื่นซอง แต่หลังจากนั้นก็ไม่สามารถที่จะล้มมการดำเนินงานต่อไปได้ ซึ่งการประมูลเดินหน้าไปตามกำหนดการที่ตั้งไว้ และจะใช้ระยะเวลาประมาณ 2 เดือนในการพิจารณาหาผู้ชนะ ยังไงก็ตามเชื่อว่าการประมูลครั้งนี้ก็ต้องมีคนเข้ามาต่อต้านอีกอยู่ดี ไม่น่าจะจบลงได้อย่างสวยงาม ซึ่ง 2 บริษัทที่ร่วมประมูลและกระทรวงพลังงานก็ต้องเหนื่อยหน่อยที่จะพยายามสร้างความมั่นใจกันต่อไป.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ณัฐวัฒน์ หาญกล้า&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/19305</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระจกไร้เงา, ณัฐวัฒน์ หาญกล้า, บวร วงศ์สินอุดม, พนมทวน ทองน้อย, สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย, อัปสร กฤษณะสมิต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180114/5a5b68b2a156d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>18361</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/09/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/09/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ลุยประมูลเอราวัณ-บงกช สร้างเสถียรภาพพลังงาน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ศิริ&amp;quot; เมินเสียงต้าน เดินหน้าประมูลเอราวัณ-บงกช 25 ก.ย. ชี้เครือข่ายไหนข้องใจยื่นข้อเสนอมา พร้อมแจงทุกกลุ่ม &amp;quot;ส.อ.ท.-ปตท.-กฟผ.&amp;quot; ตบเท้าหนุน หวั่นล่าช้ากระทบเศรษฐกิจชาติ สภาพลังงานเพื่อประชาชนฮือค้านทั่วประเทศ บุกศาลากลางฯ บี้ &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; สั่งชะลอ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 24 กันยายน นายศิริ จิระพงษ์พันธ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยภายหลังการหารือผู้บริหารกระทรวงและการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ว่า กระทรวงพลังงานเล็งเห็นความจำเป็นในการสร้างเสถียรภาพความมั่นคงด้านพลังงาน จึงพร้อมเดินหน้าขั้นตอนการประมูลหาผู้รับสัญญาแบ่งปันผลผลิต (พีเอสซี) ในแปลงสำรวจและผลิตก๊าซธรรมชาติในทะเลอ่าวที่จะหมดอายุ ทั้งเอราวัณและบงกชต่อไป โดยจะเปิดรับข้อเสนอทางเทคนิคและราคาในวันที่ 25 ก.ย.นี้ ตั้งแต่ 08.30-16.30 น.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เบื้องต้นแหล่งเอราวัณมีเอกชน 4 ราย และแหล่งบงกช 3 ราย ซึ่งคาดว่าปลายเดือน พ.ย.นี้จะวิเคราะห์เงื่อนไขด้านเทคนิคและราคาแล้วเสร็จว่าข้อเสนอใดมีจุดเด่น และจะเสนอให้คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) พิจารณาเห็นชอบผลการวิเคราะห์ที่สามารถนำไปสู่การสรุปเรื่องได้ว่าใครจะเป็นผู้ได้รับสัญญาแบ่งปันผลผลิต 2 แหล่ง หลังจากนั้นจะประกาศชื่อผู้ได้รับสัมปทานดำเนินงานต่อและลงนามในสัญญาแบ่งปันผลผลิตช่วงเดือน ก.พ.62&amp;quot; นายศิริระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่สภาพลังงานเสนอขอจัดเวทีดีเบตกับ รมว.พลังงานต่อหน้าสาธารณชนนั้น เห็นว่าอยู่นอกขอบเขตหน้าที่ของหน่วยงานราชการ ซึ่งเป็นการไม่เหมาะสม หากกลุ่มไหนที่มีข้อสงสัยในการเปิดประมูลครั้งนี้ สามารถสอบถามหรือยื่นข้อเสนอมายังกระทรวงพลังงานได้ โดยจะมีข้าราชการชี้แจงทำความเข้าใจกับทุกกลุ่มอยู่แล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับวันที่ 25 ก.ย.นี้ ที่กำหนดให้ผู้ที่มีสิทธิ์เข้าร่วมการประมูลที่ผ่านหลักเกณฑ์ตามขั้นตอนต่างๆ &amp;nbsp;เข้ายื่นแผนการดำเนินงาน งบประมาณการลงทุน ข้อเสนอทางด้านเทคนิค และผลประโยชน์ตอบแทนรัฐตามเงื่อนไขหลักสำคัญที่ระบุไว้ในเงื่อนไขการประมูล (ทีโออาร์) เพื่อการได้รับคัดเลือกเป็นผู้ดำเนินการสำรวจ พัฒนาและผลิตก๊าซธรรมชาติ ร่วมกับภาครัฐให้เกิดความต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ โดยจะต้องยื่นเอกสารจำนวน 4 ซอง ประกอบด้วย ซองที่ 1 เป็นซองด้านคุณสมบัติของผู้ประกอบการปิโตรตามกฎหมาย ซองที่ 2 การยอมรับเงื่อนไขให้ภาครัฐเข้าร่วมในสัดส่วน 25% ซองที่ 3 ข้อเสนอทางเทคนิค ซึ่งประกอบด้วยแผนการลงทุน แผนการพัฒนาแหล่ง แผนช่วงรอยต่อ และแผนบริหารจัดการด้านสิ่งแวดล้อม และซองที่ 4 ซองด้านผลประโยชน์ตอบแทนรัฐ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ การประมูลแหล่งเอราวัณ-บงกชในครั้งนี้ จะสามารถสร้างผลประโยชน์ให้รัฐในรูปค่าภาคหลวง &amp;nbsp;ภาษีเงินได้ปิโตรเลียม และส่วนแบ่งกำไรประมาณ 800,000 ล้านบาท ตลอดจนก่อให้เกิดการจ้างงานพนักงานคนไทยในสัดส่วน 80% ในปีแรก และอย่างน้อย 90% ในปีที่ 5 ตามเงื่อนไขหลักสำคัญที่ระบุไว้ในทีโออาร์ นอกจากนี้ยังช่วยลดการนำเข้าก๊าซแอลพีจีได้ประมาณ 22 ล้านตัน คิดเป็นมูลค่าประมาณ 460,000 ล้านบาท และยังก่อให้เกิดการลงทุนหมุนเวียนในประเทศอีกประมาณ 1.2 ล้านล้านบาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เรื่องนี้มีความสำคัญต่อความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศ ตามแผนงานเดิมต้องดำเนินงานให้ได้ผู้ประกอบการรายใหม่ให้แล้วเสร็จก่อน 5 ปีสุดท้ายที่จะสิ้นอายุสัมปทาน แต่ขณะนี้เหลือเวลาเพียงแค่ &amp;nbsp;3 ปี และในปี 2563 จะต้องเลือกแท่นที่มีศักยภาพในการดำเนินงาน และทำการส่งมอบให้ผู้ประกอบการใหม่ให้ดำเนินการต่อเนื่องทันที ซึ่งปัจจุบันมีอยู่ 278 แท่น จึงถือว่าเป็นเรื่องที่จะต้องทำให้แล้วเสร็จก่อนสิ้นอายุสัมปทาน หากล่าช้าไปกว่านี้จะทำให้ไม่สามารถส่งมอบทรัพย์สินให้ผู้ประกอบการที่มาดำเนินการต่อได้ทันเวลา&amp;quot; รมว.พลังงานกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายบวร วงศ์สินอุดม รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวภายหลังเข้าพบ รมว.พลังงาน เพื่อแสดงจุดยืนในการสนับสนุนให้เปิดประมูลแหล่งเอราวัณ-บงกชให้สำเร็จว่า &amp;nbsp;ส.อ.ท.มีความเป็นห่วงหากการประมูลล่าช้าไปมากกว่านี้ จะกระทบต่อเศรษฐกิจโดยรวมเพราะค่าไฟจะสูงขึ้น และอุตสาหกรรมเป้าหมายในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) จะไม่เกิดขึ้น ถึงแม้จะนำเข้าก๊าซธรรมชาติจากต่างประเทศได้ แต่เราไม่มีที่รับและเก็บก๊าซ เพราะต้องใช้เวลาก่อสร้างอย่างน้อย 3-4 &amp;nbsp;ปี ซึ่งหมายความว่าปริมาณก๊าซจะหายไป เทียบเท่ากับโรงไฟฟ้าขนาด 1,200 เมกะวัตต์ต่อโรงหายไป &amp;nbsp;10 โรง ซึ่งไม่ใช่กระทบเพียงความมั่นคงทางด้านพลังงานของประเทศ แต่รวมถึงรากฐานการพัฒนาเศรษฐกิจ อุตสาหกรรม และชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางสาวอัปสร กฤษณะสมิต ประธานสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) &amp;nbsp;หรือ สร.ปตท.กล่าวว่า สร.ปตท.ขอแสดงจุดยืนความต้องการให้รัฐบาลเร่งตัดสินใจในสิ่งที่จะทำให้ประเทศและประชาชนไม่เสี่ยงกับการขาดแคลนพลังงาน หรือตกอยู่ในภาวะที่ต้องใช้พลังงานในราคาที่สูงเกินความจำเป็น จึงต้องการให้รัฐบาลดำเนินการตามแผนที่กำหนด เนื่องจากมีความล่าช้ามาก ทำให้เสียโอกาสในการนำทรัพยากรของประเทศมาใช้ในเวลาที่เหมาะสมกับความจำเป็น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพนมทวน ทองน้อย รองประธานบริหารสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ (สร.กฟผ.) ในฐานะตัวแทน กล่าวว่า ปัจจุบันการผลิตไฟฟ้าของ กฟผ.ใช้ก๊าซธรรมชาติ 70% ดังนั้นเป็นห่วงการรักษาความมั่นคงต่อเนื่อง ซึ่ง สร.กฟผ.หวังให้การประมูลครั้งนี้มีความเป็นธรรม โปร่งใส ตรวจสอบได้ เป็นประโยชน์ต่อประเทศและประชาชนส่วนรวม เรื่องนี้ถือว่าข้อมูลทั้งสองด้านอาจไม่ตรงกัน ทำให้มีมุมมองและความคิดไม่เข้าใจกัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ประตู 4 ทำเนียบรัฐบาล เวลา 10.00 น. สภาพลังงานเพื่อประชาชน พร้อมด้วยสมาพันธ์รัฐวิสาหกิจแห่งประเทศไทย (สรส.) นัดรวมตัวกันเพื่อยื่นหนังสือให้นายกรัฐมนตรีมีคำสั่งชะลอการเปิดประมูลแหล่งปิโตรเลียมบงกชและเอราวัณออกไปก่อน และตั้งคณะกรรมการ 3 ฝ่ายขึ้นมาพิจารณา &amp;nbsp;เพราะกฎหมายที่เกี่ยวข้องมีข้อบกพร่องอย่างร้ายแรง โดยแก้ไขข้อกำหนดและหลักเกณฑ์การประมูล (ทีโออาร์) ให้ใช้ระบบสัญญาจ้างผลิตและตั้งบรรษัทพลังงานแห่งชาติ ทั้งนี้มีตัวแทนจากสำนักรับเรื่องราวร้องทุกข์ของทำเนียบรัฐบาลออกมารับหนังสือ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นายนพพร วิสุทธิศักดิ์ชัย ผู้ประสานงานสภาพลังงานฯ กล่าวว่า เนื่องจากกระทรวงพลังงานจะเปิดซองประมูลแหล่งบงกชและเอราวัณในวันที่ 25 ก.ย.ด้วยสัญญาทีโออาร์ที่ประเทศไม่ได้ผลประโยชน์สูงสุด &amp;nbsp;ทำให้เราต้องลุกขึ้นมาเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของคนไทย โดยในเวลาเดียวกันนี้ได้มีการยื่นหนังสือให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดทั่วประเทศด้วย ทั้งนี้ กลุ่มสภาพลังงานฯ จะปักหลักชุมนุมไปจนถึงวันที่ &amp;nbsp;25 ก.ย.นี้ก่อนที่จะมีการเปิดซองประมูลแหล่งบงกช-เอราวัณ ว่ารัฐบาลจะสั่งชะลอเรื่องนี้หรือไม่&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ มีผู้ชุมนุมมารวมตัวประมาณ 80-100 คน โดยคืนนี้ผู้ชุมนุมจะพักอยู่ที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ของรัฐบาล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตัวแทนสภาพลังงานเพื่อประชาชนทั่วประเทศต่างรวมตัวกันไปที่ศาลากลางจังหวัด เพื่อยื่นหนังสือเรียกร้องให้นายกฯ ชะลอการเปิดประมูลแหล่งปิโตรเลียมบงกชและเอราวัณ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/18361</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพพร วิสุทธิศักดิ์ชัย, บวร วงศ์สินอุดม, พนมทวน ทองน้อย, ศิริ จิระพงษ์พันธ์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อัปสร กฤษณะสมิต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180924/image_big_5ba8ecd188543.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
