<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>70177</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/07/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/07/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศิลปากรเอาผิด คนรื้ออาคารเก่า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; สำนักศิลปากรที่ 7 แจ้งความดำเนินคดีผู้ร่วมรับผิดชอบรื้อถอนอาคารบอมเบย์ เบอร์มา ชี้เป็นโบราณสถานที่ห้ามกระทำโดยพลการ ฝ่าฝืนมีโทษจำคุกสูงสุด 7 ปี ปรับ 7 แสนบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 30 มิถุนายนนี้ ที่หอประชุมเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา ศูนย์ราชการจังหวัดเชียงใหม่ มีการประชุมส่วนราชการประจำเดือนมิถุนายน นายไกรสิน อุ่นใจจินต์ ผู้อำนวยการสำนักศิลปากรที่ 7 เชียงใหม่ ได้แจ้งถึงแนวทางการปฏิบัติตาม พ.ร.บ.โบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พ.ศ.2504 แก้ไขเพิ่มเติมปี พ.ศ.2535 ว่า กรมศิลปากรเป็นหน่วยงานของรัฐที่มีภารกิจเกี่ยวกับการป้องกัน อนุรักษ์ บำรุงรักษา ฟื้นฟู สืบทอด ศิลปะทรัพย์สิน มรดกทางศิลปวัฒนธรรมของชาติ โดยมีอำนาจหน้าที่ดำเนินการตาม พ.ร.บ.โบราณสถานฯ ซึ่งโบราณสถานที่กระทรวงวัฒนธรรมได้มอบมายังสำนักศิลปากรที่ 7 เชียงใหม่ มี 3 ประเด็นหลักคือ งานด้านวิชาการ งานด้านกฎหมาย และการตีความ ประเด็นดังกล่าวนี้สืบเนื่องจากกรณีทุบรื้ออาคารบอมเบย์ เบอร์มา ที่จังหวัดแพร่ ซึ่งเป็นโบราณสถาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายไกรสินกล่าวว่า ช่วงบ่ายวันเดียวกันจะได้แจ้งความดำเนินคดีผู้ฝ่าฝืนที่จังหวัดแพร่ต่อไป กฎหมายมาตรา 10 ซึ่งระบุชัดว่า ห้ามมิให้ผู้ใดซ่อมแซม แก้ไข เปลี่ยนแปลง รื้อถอน ต่อเติม ทำลาย เคลื่อนย้ายโบราณสถานหรือส่วนต่างๆ ของโบราณสถาน หรือขุดค้นสิ่งใดๆ หรือปลูกสร้างอาคารภายในบริเวณโบราณสถาน เว้นแต่จะกระทำตามคำสั่งของอธิบดีหรือได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากอธิบดี และถ้าหนังสืออนุญาตนั้นกำหนดเงื่อนไขไว้ประการใดก็ต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขนั้นด้วย ส่วนบทลงโทษหลักๆ มี 2 มาตรา คือ มาตรา 32 ที่ระบุว่า ผู้ใดบุกรุกโบราณสถาน หรือทำให้เสียหาย ทำลาย ทำให้เสื่อมค่า หรือทำให้ไร้ประโยชน์ซึ่งโบราณสถาน ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินเจ็ดปี หรือปรับไม่เกินเจ็ดแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ โดยกรมศิลปากรจะเป็นผู้แจ้งความดำเนินคดี อีกมาตราคือ มาตรา 35 ระบุว่า ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา 10 หรือไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนดไว้ในหนังสืออนุญาตตามมาตรา 10 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินสามแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2563 สำนักศิลปากรที่ 7 เชียงใหม่ ได้ส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่สวนรุกขชาติเชตวัน สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 13 แพร่ เพื่อสำรวจตรวจสภาพชิ้นส่วนโครงสร้างอาคารบอมเบย์ เบอร์มา ที่ถูกรื้อถอนไป รวบรวมข้อมูลสำคัญที่เกี่ยวข้องในการจัดทำผังรูปแบบเพื่อการบูรณะ ตามโครงการบูรณปฏิสังขรณ์เพื่อฟื้นคืนสภาพโบราณสถานอาคารศูนย์เรียนรู้ป่าไม้สวนรุกขชาติเชตวัน (อาคารที่ทำการบริษัท อีสต์เอเซียติก และบริษัทบอมเบย์ เบอร์มา) จ.แพร่.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/70177</URL_LINK>
                <HASHTAG>บอมเบย์ เบอร์มา, รื้อถอนอาคาร, ศิลปากร, เอ็กซ์ไซต์, เอ็กซ์ไซต์ไทยโพสต์, แจ้งความดำเนินคดี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200630/image_big_5efb347b48f36.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>70075</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/06/2020 21:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/06/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยื่นปปช.ฟันกราวรูด รื้อทิ้งบ้านบอมเบย์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; กมธ.วุฒิสภาส่งไม้ต่อ ป.ป.ช. สอบปมรื้อ &amp;ldquo;บอมเบย์ เบอร์มา&amp;rdquo; ชี้คนที่เกี่ยวข้องต้องมีส่วนรับผิดชอบ ตั้งแต่กรมอุทยานฯ จังหวัดแพร่ซึ่งโยงไปถึงผู้ว่าฯ กรมศิลปากร และผู้รื้อถอน ระบุถือเป็นบทเรียน คนทำผิดต้องไม่ลอยนวล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 29 มิถุนายนนี้ ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) คณะกรรมาธิการการศาสนา คุณธรรม จริยธรรม ศิลปะและวัฒนธรรม และคณะกรรมาธิการศึกษาตรวจสอบเรื่องการทุจริตประพฤติมิชอบและเสริมสร้างธรรมาภิบาล วุฒิสภา นำโดยนายวันชัย สอนศิริ สมาชิกวุฒิสภา และ พล.ร.อ.ฐนิธ กิตติอำพน เดินทางมายื่นเรื่องร้องเรียนต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. ผ่านนายธรรมนูญ เรืองดิษฐ์ รองเลขาธิการ ป.ป.ช. เพื่อขอให้ตรวจสอบเรื่องการทุจริต ประพฤติมิชอบ กรณีรื้อถอนอาคารศูนย์เรียนรู้ป่าไม้สวนรุกขชาติเชตวัน (บ้านบอมเบย์ เบอร์มา) อายุกว่า 127 ปี จังหวัดแพร่ โดยเห็นว่าการกระทำดังกล่าวอาจเป็นการกระทำที่ผิดต่อประมวลกฎหมายอาญา กฎหมายโบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ แสดงให้เห็นถึงความบกพร่อง ส่อถึงการทุจริตและประพฤติมิชอบของเจ้าหน้าที่รัฐ และหน่วยงานอื่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หนังสือระบุว่า การกระทำดังกล่าวอาจมีผู้เกี่ยวข้องและต้องรับผิดชอบคือ 1.กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช 2.สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 13 (แพร่) 3.จังหวัดแพร่ 4.กรมศิลปากร โดยสำนักศิลปากรที่ 7 เชียงใหม่ 5.ห้างหุ้นส่วนแพร่โกสินทร์ก่อสร้าง โดยกรรมาธิการทั้ง 2 คณะเห็นว่า แต่ละหน่วยงานน่าจะมีความผิดตามกฎหมายและระเบียบของทางราชการ และการกระทำดังกล่าวของเจ้าหน้าที่ของรัฐก่อให้เกิดความเสียหายขึ้นทั้งทรัพย์สินของราชการ กระทบกระเทือนต่อความรู้สึกของประชาชนอย่างร้ายแรง อาจเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา พ.ร.บ.โบราณสถาน พ.ร.บ.ว่าด้วยการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ นอกจากนี้ ข้าราชการที่เกี่ยวข้องอาจมีความผิดทางวินัย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวันชัยกล่าวว่า จาการตรวจสอบในส่วนของจังหวัดแพร่ เราได้เห็นว่ามีความผิดพลาดบกพร่องในส่วนใด รวมทั้งกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช เราก็ได้ตรวจสอบแล้วว่ามีใครเกี่ยวข้องบ้าง และกรมศิลปากรซึ่งเป็นหน่วยอนุญาตและหน่วยตรวจสอบก็ได้พิจารณาแล้วว่าบกพร่อง ผิดพลาดในส่วนใด รวมทั้งบริษัทที่รับเหมา ซึ่งทั้งหมดเป็นการกระทำคามผิดต่างกรรม ต่างโอกาส ต่างวันเวลากัน และเชื่อมโยงกัน ซึ่ง กมธ.เห็นว่าการกระทำดังกล่าวน่าจะเป็นอำนาจหน้าที่ของ ป.ป.ช.ที่จะพิจารณาดำเนินการต่อบุคคลที่เกี่ยวข้องต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่าในส่วนของจังหวัดแพร่ รวมไปถึงระดับผู้ว่าราชการจังหวัดและรองผู้ว่าราชการจังหวัดที่เป็นคนลงนามอนุญาตหรือไม่ นายวันชัยกล่าวว่า เราได้มีการสอบสวนแล้วเชิญมาให้ถ้อยคำชี้แจงแล้ว กรรมาธิการก็ได้ตรวจสอบรายละเอียดแล้ว เห็นว่าในฐานะคนให้งบประมาณน่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องต่อเหตุที่เกิดขึ้น แต่ยังไม่ยืนยันว่าเป็นความผิดของผู้ว่าราชการจังหวัด แต่เราคิดว่าน่าจะมีการกระทำความผิดเชื่อมโยงกันในหลายส่วนงาน ส่วนตัวบุคคลใครผิดมากน้อยเพียงใด กรรมาธิการทั้ง 2 คณะได้ตรวจสอบและชี้ให้เห็นในเบื้องต้นแล้ว จึงเป็นเรื่องที่ ป.ป.ช.จะลงลึกในรายละเอียดอีกส่วนหนึ่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ที่เห็นชัดเจนคืออาคารดังกล่าวเป็นโบราณสถาน และกฎหมายกำหนดไว้ว่าเมื่อเป็นโบราณสถาน กระบวนการต้องทำอย่างไร ต้องขออนุญาตจากใคร ดังนั้นใครก็ตามที่ดำเนินการเกี่ยวกับเรื่องนี้ควรรู้ จะปฏิเสธว่าไม่รู้ จึงไม่ทำตามที่กฎหมายกำหนดนั้นไม่ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่านอกจากเรื่องการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบของผู้ที่เกี่ยวข้องแล้ว จะโยงถึงเรื่องทุจริตด้วยหรือไม่ นายวันชัยกล่าวว่า ขอยืนยันว่าเรื่องนี้ทุกมิติของการจัดสรรงบประมาณ รวมทั้งการดำเนินการในเรื่องนี้ เราไม่ต้องการสอบแค่อาคารดังกล่าว แต่เราต้องการให้เรื่องนี้เป็นบทเรียน ซึ่งคนที่เกี่ยวข้องไม่ควรจะลอยนวล ไม่ควรปัดความรับผิดชอบไปมา เพราะถือว่าเรื่องนี้หากทุกคนที่เกี่ยวข้องมีส่วนตรวจสอบกำกับดูแล เข้มงวดตามระเบียบตามกฎหมาย เหตุการณ์แบบนี้จะไม่เกิดขึ้น นอกจากนั้น กมธ.ทั้ง 2 คณะกำลังดำเนินการตรวจสอบโบราณสถานทั้งหมด และกำลังจะมีการสรุปข้อมูลวิธีการแนวทางการแก้ไขปัญหาไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งกระทรวงมหาดไทย กระทรวงวัฒนธรรม และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งเกี่ยวข้องกับโบราณสถานทั้งหมดทั่วประเทศ เพื่อหาทางยับยั้งไม่ให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นอีก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ส่วนการบูรณะอาคารดังกล่าวกลับมาเหมือนเดิมได้หรือไม่ เป็นเรื่องของกรรมาธิการการศาสนาฯ จะเข้าไปช่วยตรวจสอบดูแลว่าการดำเนินการเป็นไปตามหลักการและถูกต้องหรือไม่ ทั้งนี้อยากเร่งให้ ป.ป.ช.ดำเนินการอย่างรวดเร็ว จริงจัง เพราะถือเป็นเรื่องที่กระทบต่อความรู้สึกของประชาชนจำนวนมาก ดังนั้นการแก้ไขปัญหาที่ดีที่สุดจึงต้องรวดเร็วและรุนแรงเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาแบบนี้ขึ้นอีก&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.ร.อ.ฐนิธกล่าวว่า ขั้นตอนการดำเนินการเรื่องนี้ทำโดยไม่ได้รับอนุญาตเลยตั้งแต่การจ้างบริษัทมาบำรุงรักษา แต่กลายเป็นการรื้อถอน และเท่าที่ดูเอกสารแล้วไม่มีรูปแบบ ไม่มีเจ้าหน้าที่ที่เป็นสถาปนิกหรือวิศวกร ตาม พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร และ พ.ร.บ.สถาปนิกกำหนดไว้ จึงเป็นการทำแบบไม่มีรูปแบบ แล้วมีการตกลงกันว่าต้องถอนฐานรากออกทั้งหมด แต่กลับไม่มีการขอแก้สัญญา ซึ่งถือว่าไม่ถูกต้องตามระเบียบวัสดุ ดังนั้นควรให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบให้ชัดเจนว่า การทำงานทุกงานในการจัดซื้อจัดจ้างควรเป็นไปตามระเบียบวัสดุอย่างครบถ้วนเพื่อไม่ให้เกิดความเสียหาย ส่วนการขออนุญาตปรับปรุงอาคารนั้นถือเป็นสิ่งสำคัญเพราะเป็นโบราณสถาน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/70075</URL_LINK>
                <HASHTAG>กมธ.วุฒิสภา, กรมศิลปากร, กรมอุทยาน, บอมเบย์ เบอร์มา, รื้อถอนบอมเบย์ เบอร์มา, เอ็กซ์ไซต์, เอ็กซ์ไซต์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200629/image_big_5ef9e4faaf5e3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
