<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>92812</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/02/2021 13:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/02/2021 13:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>GPSC โชว์กำไร ปี 63 โต 85% พร้อมปันผลเพิ่ม 1.50 บาท</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 ก.พ. 2564 นายวรวัฒน์ พิทยศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ GPSC แกนนำนวัตกรรมธุรกิจไฟฟ้า กลุ่ม ปตท. เปิดเผยว่า กำไรสุทธิส่วนของบริษัทใหญ่ สำหรับปี 2563 มีจำนวน 7,508 ล้านบาท ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากปี 2562 จำนวน 3,447 ล้านบาท หรือร้อยละ 85 โดยมีสาเหตุหลักเนื่องมาจากการรับรู้ผลประกอบการจาก GLOW เต็มปี 2563 ประกอบกับต้นทุนค่าก๊าซธรรมชาติและถ่านหินที่ปรับตัวลดลงตามสภาวะตลาด ทำให้ผลประกอบการของบริษัทฯ โดยเฉพาะโรงไฟฟ้าขนาดเล็ก (SPP) มี margin จากการขายไฟฟ้าเพิ่มมากขึ้น อีกทั้งต้นทุนทางการเงินของบริษัทฯ ลดลงจากการปรับโครงสร้างเงินทุน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยได้ดำเนินการเพิ่มทุนแล้วเสร็จในเดือนตุลาคม 2562 และปรับโครงสร้างเงินกู้ยืมจากการเข้าซื้อ GLOW แล้วเสร็จในเดือนมีนาคม 2563 นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังมีรายได้อื่นเพิ่มขึ้นจากเงินปันผลรับ ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมและกิจการร่วมค้า รวมถึงการรับรู้มูลค่า Synergy จากการควบรวม GLOW จำนวน 701 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่มาจากการบริหารจัดการโรงไฟฟ้าและโครงข่ายร่วมกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับผลประกอบการในไตรมาส 4/2563 บริษัทฯ มีกำไรสุทธิส่วนของบริษัทใหญ่ จำนวน 1,813 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน สาเหตุหลักมาจากราคาก๊าซธรรมชาติและถ่านหินลดลง ประกอบกับต้นทุนทางการเงินที่ลดลง ทั้งนี้ เมื่อเทียบกับไตรมาส 3/2563 บริษัทฯ มีกำไรสุทธิส่วนของบริษัทใหญ่ ลดลง 43% สาเหตุหลักจากกำไรขั้นต้นของโรงไฟฟ้า IPP ลดลง เนื่องจากรายได้ค่าความพร้อมจ่ายส่วนที่อ้างอิงกับดอลลาร์สหรัฐฯ (USD-linked AP) ลดลงจากการแข็งค่าของค่าเงินบาท อีกทั้ง โรงไฟฟ้าโกลว์ไอพีพีเดินเครื่องครบชั่วโมง Contracted Available Hours (CAH) ตั้งแต่ต้นเดือนธันวาคม 2563 นอกจากนี้ ยังมีค่าใช้จ่ายการซ่อมบำรุงตามแผนงานของโรงไฟฟ้าโกลว์ เอสพีพี 3 และ 11 และการหยุดเดินเครื่องของโรงไฟฟ้าโกล์ว พลังงาน ระยะที่ 5&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พร้อมกันนี้ ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ ได้มีมติอนุมัติให้เสนอจ่ายเงินปันผลประจำปี 2563 ในอัตราหุ้นละ 1.50 บาท หรือคิดเป็นสัดส่วนร้อยละประมาณ 56 ของกำไรสุทธิของงบการเงินรวม แบ่งเป็นการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลสำหรับผลการดำเนินงานครึ่งแรกของปี 2563 ในอัตราหุ้นละ 0.50 บาท ซึ่งบริษัทฯ ได้จ่ายไปแล้วเมื่อวันที่ 14 กันยายน 2563 จึงยังคงเหลือส่วนเงินปันผลสำหรับผลการดำเนินงานสำหรับผลการดำเนินงานครึ่งหลังของปี 2563 ที่จะต้องจ่ายในอัตราหุ้นละ 1.00 บาท โดยบริษัทฯ กำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิรับเงินปันผล (Record Date) ในวันที่ 4 มีนาคม 2564 (หรือ XD วันที่ 3 มีนาคม 2564) และกำหนดวันจ่ายเงินปันผลในวันที่ 21 เมษายน 2563 หลังจากได้รับการอนุมัติจากที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2564 แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การแพร่ระบาดของโควิด 19 ตั้งแต่ปลายปี 2563 ถึงปัจจุบัน บริษัทฯ ได้ให้ความสำคัญในเรื่องการรักษาเสถียรภาพ เพื่อสร้างความมั่นคงต่อระบบการผลิตไฟฟ้าและไอน้ำ เพื่อส่งมอบให้กับลูกค้าอุตสาหกรรมได้อย่างต่อเนื่อง ด้วยการยกระดับมาตรการด้านความปลอดภัยให้กับบุคลากร โดยเฉพาะหน่วยควบคุมการผลิตและปฏิบัติการ กระทั่งสามารถผลิตเพื่อตอบสนองต่อความต้องการใช้ไฟฟ้า ไอน้ำ และสาธารณูปโภคได้อย่างมีประสิทธิภาพ&amp;rdquo; นายวรวัฒน์กล่าว
สำหรับกลยุทธ์ทางธุรกิจในปี 2564 บริษัทฯ มุ่งเน้นขยายการลงทุนทางด้านนวัตกรรมพลังงาน โดยเฉพาะในกลุ่มธุรกิจ New S Curve ในฐานะแกนนำนวัตกรรมธุรกิจไฟฟ้าของกลุ่ม ปตท. เพื่อให้สามารถรองรับการการเปลี่ยนแปลงธุรกิจพลังงานไฟฟ้าในอนาคต สะท้อนจากความสำเร็จในการผลิตแบตเตอรี่ G-Cell ด้วยเทคโนโลยี Semi-Solid จากบริษัท 24M Technologies เป็นเซลล์แรกของประเทศไทยเมื่อปลายปี 2563 ที่ผ่านมา โดยคาดว่าโรงงานผลิตหน่วยกักเก็บพลังงานขนาดกำลังการผลิต 30 เมกะวัตต์ต่อชั่วโมง จะพร้อมดำเนินการผลิตภายในไตรมาส 2 ของปี 2564 นี้
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/92812</URL_LINK>
                <HASHTAG>บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน), บอร์ด GPSC, ปันผล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210212/image_big_602624998ecb5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>83001</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/11/2020 14:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/11/2020 14:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>GPSC แต่งตั้ง “วรวัฒน์ พิทยศิริ”เป็น CEO คนใหม่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 พ.ย. 2563 บอร์ด GPSC ประกาศแต่งตั้ง นายวรวัฒน์ พิทยศิริ ดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่คนใหม่ มีผล 1 ธ.ค. 2563 เดินหน้าภารกิจขับเคลื่อนนวัตกรรมพลังงานเพื่อความยั่งยืนในระดับสากล เตรียมพร้อมขยายการลงทุนธุรกิจไฟฟ้าทั้งในและต่างประเทศ รองรับการพัฒนาเทคโนโลยี New S-Curve ตอบโจทย์ธุรกิจพลังงานแห่งอนาคต &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ &amp;nbsp;GPSC &amp;nbsp;ได้แจ้งมติคณะกรรมการบริษัทฯ นัดพิเศษครั้งที่ 13/2563 เมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน 2563 ที่ได้รับทราบการลาออกของนายชวลิต ทิพพาวนิช จากตำแหน่งกรรมการ กรรมการบริหารความเสี่ยง และประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ GPSC &amp;nbsp;มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2563 และได้อนุมัติการแต่งตั้งให้นายวรวัฒน์ พิทยศิริ &amp;nbsp;ขึ้นดำรงตำแหน่งกรรมการ กรรมการบริหารความเสี่ยง และประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ GPSC คนใหม่ มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2563 เป็นต้นไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ การแต่งตั้งดังกล่าว เพื่อให้การบริหารงานของ GPSC ดำเนินการได้อย่างต่อเนื่อง โดย นายวรวัฒน์ พิทยศิริ &amp;nbsp;มีคุณสมบัติครบถ้วน พร้อมด้วยประสบการณ์และความเชี่ยวชาญด้านการบริหารจัดการทั้งด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อให้เป็นไปตามวิสัยทัศน์และกลยุทธ์ของ GPSC &amp;nbsp;ในฐานะบริษัทผลิตไฟฟ้าชั้นนำด้านนวัตกรรมและความยั่งยืนในระดับสากล และแกนนำในการดำเนินธุรกิจไฟฟ้าของกลุ่ม ปตท. ที่มีเป้าหมายในการขยายธุรกิจ โดยเพิ่มกำลังการผลิตไฟฟ้าทั้งในและต่างประเทศ เพื่อมุ่งสู่การสร้างเสถียรภาพด้านพลังงาน ควบคู่ไปกับการพัฒนานวัตกรรมพลังงาน เพื่อก้าวสู่ธุรกิจ S-Curve ที่จะรองรับการเปลี่ยนแปลงด้านเทคโนโลยีเพื่อสร้างรายได้ในอนาคต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวรวัฒน์ พิทยศิริ อายุ 54 ปี ปัจจุบันดำรงตำแหน่ง รองกรรมการผู้จัดการใหญ่นวัตกรรมและดิจิทัล บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) และได้ร่วมงานกับกลุ่ม ปตท. มากว่า 20 ปี โดยเคยดำรงตำแหน่งสำคัญๆ ในกลุ่ม ปตท. อาทิ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ แผนกลยุทธ์กลุ่มธุรกิจปิโตรเลียมขั้นปลาย ปตท. ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริหารกลยุทธ์กลุ่มธุรกิจปิโตรเลียมขั้นปลาย ปตท. และผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ &amp;nbsp;ปตท. ปฎิบัติงาน Secondment ตำแหน่ง President บริษัท พีทีที เอ็มซีซี ไบโอเคม จำกัด เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับประวัติการศึกษา สำเร็จการศึกษาในระดับปริญญาโท &amp;nbsp;บริหารธุรกิจมหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และปริญญาตรี วิศวกรรมศาสตร์บัณฑิต (วิศวกรรมเคมี) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และผ่านการฝึกอบรมหลักสูตรผู้บริหารทั้งในและต่างประเทศ อาทิ หลักสูตร &amp;nbsp;Direct Certification Program (DCP) จากสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (IOD) &amp;nbsp;หลักสูตร NIDA-Wharton Exclusive Leadership program จาก The Wharton School of the University of Pennsylvania, USA &amp;nbsp;เป็นต้น&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/83001</URL_LINK>
                <HASHTAG>ซีอีโอ GPSC, บอร์ด GPSC, วรวัฒน์ พิทยศิริ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201106/image_big_5fa4ff74207ce.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
