<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>93569</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/02/2021 16:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/02/2021 16:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บอร์ด กพฐ. เผยผลวิจัยพบ ผอ.โรงเรียนยังขาดความเป็นผู้นำทางวิชาการอย่างชัดเจน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19ก.พ.64-นายเอกชัย กี่สุขพันธ์ ประธานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) กล่าวภายหลังการประชุม กพฐ.ว่า ที่ประชุมได้มีการหารือถึงงานวิจัยของมูลนิธิ The Asia Foundation ที่สำรวจกลุ่มผู้อำนวยการโรงเรียนกลุ่มสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 189 คน และผู้อำนวยการโรงเรียน สังกัด กรุงเทพมหานคร 85 คน รวม 274 คน พบว่า ปัญหาผู้อำนวยการโรงเรียนยังขาดความเป็นผู้นำทางวิชาการอย่างชัดเจน อีกทั้งยังเข้าใจว่า การทดสอบทางการศึกษาระดับชาติชั้นพื้นฐาน หรือ โอเน็ต คือ การแสดงผลงานวิชาการ การที่นักเรียนเข้าร่วมประกวดและได้รางวัล ถือเป็นผลงานวิชาการของโรงเรียน ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว ผลงานวิชาการ คือ เรื่องการพัฒนาการจัดการเรียนการสอนและพัฒนาสภาพแวดล้อมต่างๆ โดยเรื่องนี้ที่ประชุมมองว่าเรามีความจำเป็นที่จะต้องพัฒนาความเป็นผู้นำทางวิชาการของผู้บริหารสถานศึกษา ซึ่งสอดคล้องกับสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ที่อยู่ระหว่างการยกร่างเกณฑ์การเข้าสู่ตำแหน่งใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเอกชัย กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ที่ประชุมยังได้มีการหารือถึงเรื่องการประเมินและประกันคุณภาพโรงเรียน ว่า จากนี้ สพฐ.และสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (สมศ.) จะร่วมมือทำงานในเชิงบูรณาการ โดยโรงเรียน สพฐ.ก็จะสร้างคุณภาพให้เกิดขึ้นอย่างเต็มที่ตามบริบทของแต่ละโรงเรียน และ สมศ.ก็จะทำหน้าที่ประเมินในสิ่งที่โรงเรียนประกันคุณภาพไว้ ว่า ทำได้หรือไม่ ต้องแก้ไขในจุดใด ช่วยกันพัฒนา และต้องมีการนำผลการประเมินโรงเรียนส่งไปยังสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา เพื่อที่จะนำผลการประเมินนั้นไปสู่การได้รับสนับสนุน และแก้ไขปรับปรุงให้เป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนด เพราะที่ผ่านมาเป็นเพียงการประเมินแต่ไม่ได้รับการช่วยเหลือ ทั้งนี้ที่ประชุมยังได้หารือถึงเรื่องการเรียนออนไลน์ ว่า จะต้องมีการทำให้ชัดเจนและสามารถเรียนออนไลน์ได้จริง หรือ ทำเป็นแนวความรู้เสริมจากบทเรียนในเด็กได้เข้าไปศึกษาได้ เพราะในอนาคตการเรียนการสอนจะมุ่งไปสู่รูปแบบผสมผสานอย่างแน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายอัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาฯ กพฐ.) กล่าวว่า ตนได้เสนอที่ประชุม ว่า การขับเคลื่อนการศึกษาต่อจากนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกหน่วยจะต้องบูรณาการกัน ไม่ใช่จัดการศึกษาแข่งกัน เช่น องค์การปกครองส่วนท้องถิ่นมีความพร้อมเรื่องการจัดการศึกษาระดับปฐมวัยอย่างมีคุณภาพ ก็ให้ อปท.เป็นผู้จัด และเมื่อถึงระดับประถมศึกษา สพฐ.มีความสามารถในการจัดการศึกษาอย่างมีคุณภาพก็ให้ สพฐ.เป็นผู้จัดการศึกษา เป็นต้น อย่างไรก็ตาม ขณะนี้มีโรงเรียนประถมศึกษาหลายแห่ง เปิดเป็นโรงเรียนขยายโอกาส แต่มีจำนวนนักเรียนเด็กมัธยมศึกษาไม่ถึง 20 คน ดังนั้นตนจึงมองว่าการจัดการศึกษาในระดับมัธยมศึกษา ควรที่จะเป็นหน้าที่ของโรงเรียนระดับมัธยมศึกษาที่มีความพร้อม และความเชี่ยวชาญเป็นผู้ดำเนินการจัด
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/93569</URL_LINK>
                <HASHTAG>#ผอ.โรงเรียน, นายเอกชัย กี่สุขพันธุ์, บอร์ด กพฐ.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200921/image_big_5f68668c1404a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>43087</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/08/2019 16:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/08/2019 16:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;ณัฏฐพล&quot;ประชุมบอร์ดกพฐ.นัดแรก จี้ต้องทบทวนปรับปรุงหลักสูตร ให้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงของโลก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
9 &amp;nbsp;ส.ค.62- นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวภายหลังการประชุมคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) ว่า เป็นครั้งแรกที่ได้มีโอกาสร่วมประชุมกับ กพฐ. ซึ่งตนได้มอบนโยบาย เกี่ยวกับแผนการปฏิบัติงานของกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) &amp;nbsp;แผนยุทธศาสตร์แห่งชาติที่สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล และแผนงานนี่เกี่ยวกับการศึกษาปฐมวัย รวมถึงการจัดสรรงบประมาณในแต่ละภาคส่วนที่ต้องใช้ความระมัดระวัง มีประสิทธิภาพและคุ้มค่า ซึ่งทาง กพฐ. เห็นพ้องในแนวทางดังกล่าว ทั้งนี้ ยังได้เน้นย้ำของการดำเนินงานที่ต้องคำนึงถึงประสิทธิภาพและคุณภาพของการศึกษา เรื่องของหลักสูตร &amp;nbsp;โดยอยากให้คณะทำงานที่มีความเชี่ยวชาญทบทวนหลักสูตรที่ใช้อยู่ในขณะนี้ว่าควรจะปรับปรุง &amp;nbsp;พัฒนาต่อยอดอย่างไรให้เท่าทันกับโลกที่เปลี่ยนไป &amp;nbsp;โดยจะนำข้อมูลทางวิชาการที่ได้มาผสมผสานกับข้อมูลของทีมงานศธ. และทีมงานจากภาคเอกชน เพื่อร่วมกันทำให้หลักสูตรเหมาะสมกับโลกที่เปลี่ยนแปลง แต่คงไม่เร่งดำเนินการเพื่อให้ทันในปีการศึกษา 2563 เพราะทุกเรื่องต้องมีความมั่นใจว่าปรับแล้วเกิดการพัฒนาจริงๆ อีกทั้งการเสนออะไรที่เป็นเรื่องการพัฒนาบุคลากรของประเทศทั้งหมดควรจะมีการศึกษา พิจารณาข้อมูลให้รอบด้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ผมได้กำชับทุกฝ่ายว่าการดำเนินทุกอย่างต้องมีเป้าหมาย มีกรอบระยะเวลาที่กำหนด และมีตัวชี้วัดที่ชัดเจน เช่น การพัฒนาภาษาอังกฤษครูในระบบที่มีอยู่ &amp;nbsp;ต้องสามารถทำให้ครูพูดภาษาอังกฤษในการเรียนการสอนได้อย่างเข้มแข็ง ใช้งานในอนาคตได้ โดยตั้งเป้ากรอบระยะเวลา 3 ปี &amp;nbsp;ซึ่งถ้าใครทำสำเร็จก่อน 3 ปีถือเป็นเรื่องที่ดี &amp;nbsp;แต่ควรทำให้ได้ภายใน 3 ปี ทั้งนี้ สำหรับเป้าหมายระยะใกล้ที่อยากเห็น คือ การวางโครงสร้าง เพื่อการใช้งบประมาณปี 2563 &amp;nbsp;เช่น การนำเทคโนโลยีมาใช้ในการพัฒนาการเรียนการสอน ซึ่งขณะนี้ได้มีการวางโครงสร้างบางส่วนในการนำเทคโนโลยีมาใช้แล้ว และ ถ้าประสบความสำเร็จ เราก็จะใช้ต่อเนื่องใน ปี 2563 และ ปี 2564 ต่อไป&amp;rdquo;รมว.ศธ.กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายณัฏฐพล กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันได้ขอให้แต่ละพื้นที่มีจัดทำข้อมูล จัดทำแผน เพราะหากมีข้อมูล มีการวางแผนก็จะช่วยให้การตัดสินใจเรื่องต่างๆ ได้มากขึ้น ซึ่งข้อมูลดังกล่าว ต้องเป็นบูรณาการทั้งระบบ ซึ่งในระยะเวลา 6 เดือน เชื่อว่าจะมีข้อมูลชัดเจน ส่วนการแก้ไขปัญหาโรงเรียนขนาดเล็กนั้น &amp;nbsp;ต้องไปดูข้อมูลที่มีอยู่แล้วว่าจะทำอย่างไรให้มีคุณภาพมากขึ้น ส่วนผลลัพธ์จะออกมาเป็นอย่างไรในแต่ละพื้นที่ก็แล้วแต่การนำเสนอ ซึ่งแต่ละพื้นที่ต้องไม่เหมือนกัน &amp;nbsp;และต้องมีความยืดหยุ่นในการทำงาน ไม่อยากให้มีกฎระเบียบมาหยุดการพัฒนา หรือโอกาสในการพัฒนา แต่ก็ต้องคำนึงถึงกฎหมาย กรอบระเบียบที่มีอยู่ด้วย เพียงบางเรื่องให้มีความยืดหยุ่นมากกว่าเดิม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ด้านนายเอกชัย กี่สุขพันธ์ ประธานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(กพฐ.) กล่าวนายณัฏฐพล ได้มอบนโยบายให้การพัฒนาการศึกษาทั้งระบบ เน้นเรื่องคุณภาพเด็กและพัฒนาครู &amp;nbsp;โดยเฉพาะเรื่องของการพัฒนาครู ขอให้ทาง กพฐ.หาขั้นตอน หรือถ้านโยบายเดิม อย่าง คูปองครูที่มีปัญหาอยู่ส่วนที่ดีก็อาจจะดำเนินการต่อ แต่ส่วนที่ไม่ดีก็ต้องปรับปรุง หรืออาจจะหารูปแบบอื่นมาใช้ในการพัฒนาครู เปิดโอกาสให้ครูได้เรียนรู้ พัฒนาตนเองด้วยแพลตฟอร์มที่เป็นเทคโนโลยีด้านดิจิตอลมากขึ้น และถ้าครูได้รับการพัฒนาดีขึ้นถึงระดับหนึ่งต้องมีโอกาสได้เลื่อนวิทยฐานะแต่ต้องตามความสามารถที่เพิ่มขึ้น นอกจากนั้น ขณะนี้ ทาง รมว.ศธ.ได้ประสานไปทางนายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (รมว.อว.) ในการผลิตครูให้มีทักษะความสามารถในการสื่อสารภาษาอังกฤษ เนื่องจากว่าการพัฒนาครูจะมาอบรมเพิ่มเติมตอนทำงานแล้วอาจไม่เพียงพอ ต้องเริ่มตั้งแต่เรียนจบมหาวิทยาลัย เพราะหากครูไม่มีทักษะภาษาอังกฤษ จะไม่มีความรู้ทันต่อเหตุการณ์ และจะล้าสมัยในการสอน ซึ่งหลังจากนี้ สพฐ.จะดูแลในเรื่องการพัฒนาครู และการส่งเสริมความก้าวหน้าให้แก่ครูสพฐ. ตามนโยบายของรมว.ศธ.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/43087</URL_LINK>
                <HASHTAG>จี้สพฐ.ทบทวนหลักสูตร, ณัฏฐพล  ทีปสุวรรณ, บอร์ด กพฐ.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190628/image_big_5d16088caa17c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
