<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>90481</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/01/2021 19:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/01/2021 19:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รฟม.ปัดฝุ่นตั๋วเที่ยวรถไฟฟ้าสีน้ำเงิน-ม่วง/รฟท.เคาะรถไฟสายสีแดง14-42 บาท</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ม.ค. 2564 นายภคพงศ์ ศิริกันทรมาศ ผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการ (บอร์ด) รฟม. ซึ่งมีนายสราวุธ ทรงศิวิไล อธิบดีกรมทางหลวง (ทล.) ในฐานประธานบอร์ด รฟม. เป็นประธานว่า ที่ประชุมมีมติเห็นชอบออกบัตรโดยสารรถไฟฟ้า MRT แบบจำกัดเที่ยว และจำกัดวันใช้ในเวลา 30 วัน เพื่อใช้สำหรับเฉพาะสายสีน้ำเงิน และบัตรโดยสารร่วมสายสีน้ำเงินและสายสีม่วง ที่เรียกว่าบัตร Multiline Pass อย่างไรก็ตามหลังจากนี้ รฟม. จะต้องประสานไปยัง บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ บีอีเอ็ม ผู้รับสัมปทาน เพื่อเร่งประชาสัมพันธ์ให้ผู้ใช้บริการทราบปลายเดือน ม.ค.64&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายงานข่าวจาก รฟม. แจ้งว่า บัตรโดยสารรถไฟฟ้าแบบจำกัดเที่ยว และจำกัดวันใช้ในเวลา 30 วันดังกล่าว จะเริ่มใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มี.ค.64 เป็นต้นไป เพื่อลดภาระค่าครองชีพในการเดินทางให้แก่ประชาชน อย่างไรก็ตามสำหรับสายสีน้ำเงิน มีบัตรโดยสารแบบจำนวน 15 เที่ยว 30 วัน ราคา 450 บาท, จำนวน 25 เที่ยว 30 วัน ราคา 700 บาท, จำนวน 40 เที่ยว 30 วัน ราคา 1,040 บาท และจำนวน 50 เที่ยว 30 วัน ราคา 1,250 บาท ส่วนบัตร Multiline Pass เดินทางข้ามระบบสายสีน้ำเงินกับสายสีม่วง มีจำนวน 15 เที่ยว 30 วัน ราคา 810 บาท, จำนวน 25 เที่ยว 30 วัน ราคา 1,300 บาท, จำนวน 40 เที่ยวโดยสาร 40 เที่ยว 30 วัน ราคา 2,000 บาท และจำนวน 50 เที่ยว 30 วัน ราคา 2,250 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับตั๋วเที่ยวจะช่วยอำนวยความสะดวกและลดค่าใช้จ่ายสำหรับผู้โดยสารที่เดินทางประจำ ซึ่ง รฟม.เคยมีตั๋วเที่ยวใช้เมื่อปี 58 และยกเลิกไปเมื่อ ส.ค. 60 ครั้งนี้ถือเป็นการนำกลับมาใช้ใหม่แต่ยังประเมินไม่ได้ว่าจะทำให้มีผู้โดยสารเพิ่มขึ้นหรือไม่ เนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 ระลอกใหม่ ขณะที่การเดินทางข้ามสายสีม่วงกับสีน้ำเงิน จะใช้ปริมาณผู้โดยสารครบปีมาพิจารณาส่วนแบ่งรายได้ตามสัญญาสัมปทานในปีนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามปัจจุบันจำนวนผู้โดยสาร MRT สายสีน้ำเงิน (หัวลำโพง-บางแค และบางซื่อ-ท่าพระ) เฉลี่ยอยู่ที่ 170,000-180,000 คน/วัน ส่วนวันเสาร์-อาทิตย์ เหลือ 90,000 คน ลดจากช่วงก่อนโควิดระลอกใหม่ที่มีถึง 390,000 คน ส่วน MRT สายสีม่วง มีผู้โดยสารเฉลี่ย 30,000 คน/วัน วันเสาร์-อาทิตย์ 9,000 คน ลดลงจากช่วงก่อนโควิดระลอกใหม่ที่มีเกือบ 60,000 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายงานข่าวจากกรมการขนส่งทางราง (ขร.) แจ้งว่า ที่ประชุมร่วมระหว่าง ขร., การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.), รฟม. บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท.จำกัด (รฟฟท.) และสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศ (ทีดีอาร์ไอ) มีมติอนุมัติอัตราค่าโดยสารรถไฟชานเมือง(สายสีแดง) ช่วงบางซื่อ-รังสิต และบางซื่อ-ตลิ่งชัน อยู่ที่ 14-42 บาทตามระยะทาง โดยเส้นทางบางซื่อ-รังสิต อยู่ที่ 14-42 บาท ส่วนเส้นทางบางซื่อ-ตลิ่งชัน อยู่ที่ 14-38 บาท ทั้งนี้หากใช้ทั้งสองเส้นทางรวมกันจะจัดเก็บในอัตราไม่เกิน 42 บาท อย่างไรก็ตามอัตราค่าโดยสารดังกล่าวถือว่ามีความเหมาะสม เป็นธรรม ไม่เป็นภาระต่อประชาชน และไม่เป็นภาระหนี้สินต่อ รฟท. ในอนาคตด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังจากนี้ รฟท. ต้องไปจัดทำรายละเอียดค่าโดยสารแต่ละสถานี รวมทั้งตรวจสอบให้มั่นใจว่าการจัดเก็บในอัตราดังกล่าวจะไม่เกิดภาวะขาดทุน โดยให้นำเสนอให้ ขร.พิจารณาอีกครั้งในวันที่ 25 ม.ค.นี้ จากนั้นให้เสนอขอความเห็นชอบจากคณะกรรมการ (บอร์ด) รฟท. และคาดว่าจะเสนอให้นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม พิจารณาได้ภายในเดือน ก.พ.64 ก่อนที่จะนำมาใช้จัดเก็บค่าโดยสารตั้งแต่เดือน พ.ย.64 เป็นต้นไป.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/90481</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตั๋วเที่ยว, บอร์ด รฟท., รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน, รฟม., ราคาสายสีแดง, สายสีม่วง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190718/image_big_5d303dad94e40.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>70406</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/07/2020 13:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/07/2020 13:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นิรุฒลั่นประกาศสู้ไม่ถอยคดีโฮปเวลล์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 ก.ค.63-นายนิรุฒ มณีพันธ์ ผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย(รฟท.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าคดีค่าโง่โฮปเวลล์ หลังจากที่ผ่านมากระทรวงคมนาคมยืนยัน จะต่อสู้คดีดังกล่าวถึงที่สุด โดยยืนยันว่าคดีนี้ รฟท.จะดำเนินการอย่างเต็มที่ โดยจะต่อสู้คดีไม่มีถอย ล่าสุด รฟท.ได้ยื่นฟ้องร้องต่อศาลปกครองกลางไปแล้ว ขอให้เพิกถอนการจดทะเบียนที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายของบริษัท โฮปเวลล์ (ประเทศไทย) จำกัด และขณะนี้อยู่ระหว่างรอฟังคำสั่งของศาลปกครองกลาง ว่าจะมีคำสั่งว่าอย่างไร

ผู้สื่อข่าวรายงานถึงรายละเอียดการฟ้องศาลปกครองกลาง ของฝ่ายกฎหมาย รฟท.นั้น ได้ดำเนินการยื่นฟ้องร้องต่อศาลปกครองกลาง ไปเมื่อวันที่ 17 มิถุนายนที่ผ่านมา โดยเป็นการยื่นฟ้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้นายทะเบียน ซึ่งก็คือกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ดำเนินการเพิกถอนการจดทะเบียนย้อนหลังของบริษัท โฮปเวลล์ โดยขอให้เพิกถอนตั้งแต่ปี 2533 ที่มีการจดแจ้ง เนื่องจากบริษัทขาดคุณสมบัติตามกฎหมาย เพราะมีนิติบุคคลต่างชาติเป็นเจ้าของกิจการ ขัดต่อข้อกฎหมายของไทยในขณะนั้น และล่าสุดหลังจากศาลรับคำร้องแล้วและนัดฟังคำสั่งว่าจะพิจารณาคดีตามคำร้องหรือไม่ ภายใน 30 วัน .

&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/70406</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีโฮปเวลล์, นิรุฒ มณีพันธ์, บอร์ด รฟท.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200703/image_big_5efeca7bb411d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>61878</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/04/2020 22:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/04/2020 22:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คนรถไฟฯผวาหลังพนักงานขับรถไฟเสียชีวิตจากCOVID-19</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 เม.ย.63-ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากมีรายงานการเสียชีวิตของผู้ป่วยจากไวรัส COVID -19 รายหนึ่ง ซึ่งเป็นชาวจังหวัดปทุมธานี เมื่อวันที่ 1 เมษายนที่ผ่านมา โดยข้อมูลระบุว่าเสียชีวิตที่โรงพยาบาลธรรมศาสตร์ฯ และมีการทำรายงานจากนิติบุคคลหมู่บ้านพฤกษาวิลล์ 46/1 อำเภอคลองหลวงจังหวัดปทุมธานี แจ้งไปยังนายกองค์การบริหารส่วนตำบลคลองสาม ด้วยผู้เสียชีวิต ชื่อนายวีระศักดิ์ บุศยรัตน์ ซึ่งเป็นผู้อาศัยอยู่ในหมู่บ้านดังกล่าว

อย่างไรก็ตามต่อมาทราบว่าผู้ตาย เป็นพนักงานของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท. ) ปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งพนักงานขับรถไฟ แขวงดีเซลรางกรุงเทพฯ

ทั้งนี้เมื่อไปตรวจสอบตารางการปฏิบัติงานย้อนหลังของผู้ตาย พบว่า ผู้ตายได้ขึ้นขับรถไฟ (ทำขบวน) หลังสุดวันที่ 23-24 มีนาคมที่ผ่านมา ในเส้นทางกรุงเทพฯ-แก่งคอย และแก่งคอย-กรุงเทพ หลังจากนั้นได้มีบันทึกของการรถไฟฯ ให้ผู้เสียชีวิตปฏิบัติหน้าที่คนขับสำรอง และกักตัว , สลับกับการลาป่วย ,วันหยุดประจำสัปดาห์ ก่อนที่จะมีการอาการหนักส่งโรงพยาบาลและเสียชีวิตในวันที่ 1 เมษายน 2563

ทั้งนี้หลังจากมีการรายงานข่าวแจ้งภายในองค์กรของการรถไฟฯ ว่าผู้เสียชีวิตเสียชีวิตจากไวรัส COVID-19 ก็ที่สร้างความกังวลกับเพื่อนพนักงาน ที่ปฏิบัติงานใกล้ชิดและสอบถามถึงขบวนรถ ที่ผู้ตายใช้คำขบวนว่าได้มีการทำมาตรการทำความสะอาด ตามมาตรการของกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข และมีการกักตัวผู้ร่วมงานที่ใกล้ชิดหรือยัง เนื่องจากจะเกิดการระบาดเป็นวงกว้าง

ล่าสุดนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมได้ทราบข้อมูลถึงประเด็นดังกล่าวแล้ว และได้มีการสั่งให้มีการสอบสวนข้อเท็จจริงโดยด่วนแล้ว.

รายงานข่าวแจ้งว่า ผู้เสียชีวิตมีอาชีพขับรถไฟ เริ่มแรกมีอาการเป็นไข้ ไม่สบาย เมื่อวันที่ 22 มีนาคม 63 ไปหาหมอที่โรงพยาบาลบางปะกอก หมอแจ้งว่าเป็นไข้ธรรมดา เนื่องจากผู้ป่วย ไม่ได้เป็นกลุ่มเสี่ยง หรือไปต่างประเทศ หรือไปในที่ที่มีการแพร่ระบาด หรือมีคนติดเชื้อ หมอให้ยากับมากินที่บ้านปกติ หลังจากนั้นอาการหายเป็นปกติ

เมื่อวันที่ 1 เม.ย.ที่ผ่านมา ผู้เสียชีวิตได้เดินทางไปที่สถานีรถไฟรังสิต นำเอกสารไปให้เพื่อนที่ทำงาน และหลังจากนั้นกลับมาบ้าน เข้าห้องน้ำ มีอาการหน้ามืด จะเป็นลม เกร็ง เนื่องจากอากาศข้างนอกร้อนด้วย ทางญาติจึงได้เรียกรถพยาบาลเข้ามา ผู้ป่วยหมดสติแล้วตอนที่ทางทีมแพทย์ ทำการช่วยชีวิต ผู้ป่วยถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/61878</URL_LINK>
                <HASHTAG>บอร์ด รฟท.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200402/image_big_5e85612fe9fbf.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>54166</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/01/2020 12:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/01/2020 12:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รฟท.ไม่รอช้า 10 ม.ค.นี้ เปิดจองตั๋วล่วงหน้าช่วงเทศกาลสงกรานต์ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 ม.ค. 2563 นายวรวุฒิ มาลา รองผู้ว่าการกลุ่มธุรกิจการบริหารทรัพย์สิน รักษาการในตำแหน่งผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เปิดเผยว่า ปัจจุบันมีจำนวนผู้โดยสารที่ยังต้องการใช้บริการเดินทางโดยรถไฟในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ปี 2563 อยู่จำนวนมาก ล่าสุดการรถไฟฯ ได้จัดแผนอำนวยความสะดวกรองรับการเดินทางของประชาชนที่คาดว่าจะเดินทางโดยรถไฟกลับภูมิลำเนาและท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลสงกรานต์ โดยการเปิดให้จองตั๋วโดยสารรถไฟล่วงหน้าสูงสุดได้ถึง 90 วันก่อนเดินทาง

สำหรับขบวนรถที่มีเดินประจำในทุกเส้นทาง 244 ขบวน พร้อมทั้งพ่วงตู้โดยสารนั่งและนอนปรับอากาศชั้น 2, รถนั่ง/นอนพัดลม ชั้น 2 และรถชั้น 3 เพิ่มไปกับขบวนรถที่มีเดินประจำจนเต็มหน่วยลากจูง สามารถรองรับการเดินทางของผู้โดยสารได้สูงสุดถึง 100,000 คนต่อวัน โดยจะเริ่มเปิดให้ประชาชนที่จะเดินทางในช่วงเทศกาลดังกล่าว สามารถจองตั๋วพร้อมกันทุกที่นั่งได้ตั้งแต่วันที่ 10 มกราคม 2563 เวลา 08.30 น. เป็นต้นไป

อย่างไรก็ตามสำหรับรายละเอียดการจองล่วงหน้า 90 วัน ผู้โดยสารจะต้องซื้อตั๋วเดินทางไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 ของระยะทางของขบวนรถ ถ้าหากระยะทางน้อยกว่านั้น จะซื้อตั๋วได้ไม่ถึง 90 วัน ซึ่งมีหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้

ผู้โดยสารที่ซื้อตั๋วเดินทางน้อยกว่าร้อยละ 25 ของระยะทางขบวนรถ ซื้อตั๋วล่วงหน้าได้ 1 วัน
ผู้โดยสารที่ซื้อตั๋วเดินทางระหว่างร้อยละ 25 &amp;ndash; 59 ของระยะทางขบวนรถ ซื้อตั๋วล่วงหน้าได้ภายใน 30 วันผู้โดยสารที่ซื้อตั๋วเดินทางตั้งแต่ 60%ของระยะทางขบวนรถขึ้นไป ซื้อตั๋วล่วงหน้าได้ภายใน 90 วัน ทั้งนี้ การกำหนดวันข้างต้นให้รวมถึงการเปลี่ยนแปลงการเดินทางด้วย

นายวรวุฒิ กล่าวต่ออีกว่า ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ การรถไฟแห่งประเทศไทยขอแจ้งงดเดินขบวนรถนำเที่ยว ขบวนที่ 909/910 กรุงเทพ &amp;ndash; น้ำตก &amp;ndash; กรุงเทพ และขบวนที่ 911/912 กรุงเทพ &amp;ndash; สวนสนประดิพัทธ์ &amp;ndash; กรุงเทพ ในวันที่ 11 &amp;ndash; 15 เมษายน 2563 ซึ่งเป็นวันหยุดเสาร์ &amp;ndash; อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ ทั้งนี้ ผู้โดยสารสามารถจองตั๋วและสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม รวมทั้งกำหนดเวลาต่าง ๆ ของขบวนรถที่มีให้บริการในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ได้ที่ศูนย์บริการลูกค้าสัมพันธ์ หมายเลขโทรศัพท์ 1690 ตลอด 24 ชั่วโมง หรือเฟซบุ๊ก แฟนเพจ ทีมพีอาร์การรถไฟแห่งประเทศไทย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/54166</URL_LINK>
                <HASHTAG>#สงกรานต์, จองตั๋วรถไฟ, บอร์ด รฟท.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200109/image_big_5e16be6e6a5c3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>51293</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/11/2019 22:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/11/2019 06:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รฟท.เปิดรับสมัครสรรหาผู้ว่าฯ28 พ.ย.นี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 พ.ย.62-นายอำนวย ปรีมนวงศ์ กรรมการการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) ในฐานประธานกรรมการสรรหาผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการสรรหาผู้ว่าการการถไฟฯ ได้เห็นชอบให้มีการออกประกาศรับสมัครบุคคลผู้เข้ารับการสรรหาตำแหน่งผู้ว่าการ ร.ฟ.ท. โดยเริ่มเปิดรับสมัครตั้งแต่วันที่ 28 พ.ย.62 ไปจนถึงวันที่ 27 ธ.ค.62 เพื่อต้องการสรรหาผู้ว่าการการรถไฟฯ ตัวจริงเข้ามารับตำแหน่งให้เร็วที่สุด ตามนโยบายของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี หลังจากมีการว่างเว้นมานาน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ขั้นตอนกระบวนการสรรหาช่วงหลังจากนี้ จะใช้เวลาเปิดรับสมัครประมาณ 1 เดือน เพื่อต้องการเปิดกว้างให้บุคคลผู้มีความรู้ความสามารถเข้ามาสมัครให้มากที่สุด หลังจากนั้นจะมีการตรวจสอบคุณสมบัติอีกประมาณ 1 สัปดาห์ ซึ่งผู้สมัครจะต้องมีคุณสมบัติตามเกณฑ์ที่สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) กำหนดไว้ เช่น เป็นบุคคลที่เคยบริหารองค์กรขนาดใหญ่ เป็นบุคคลที่ไม่เคยเป็นผู้ล้มละลาย และเมื่อตรวจสอบคุณสมบัติเสร็จ จากนั้นจะมีการเปิดให้เข้ามาแสดงวิสัยทัศน์คัดเลือก&amp;rdquo; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการพิจารณาวิสัยทัศน์ผู้เข้าสมัครตำแหน่างผู้ว่าการ รฟท.คณะกรรมการสรรหาฯจะให้ความสำคัญหลักใน 3 ด้าน ได้แก่ 1 เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านระบบขนส่งขนาดใหญ่ของประเทศ โดยเฉพาะระบบขนส่งทางราง 2.เป็นผู้มีความรู้ความเชี่ยวชาญด้านบริหารการเงิน และ 3. เป็นผู้มีความสามารถในการบริหารจัดการองค์กร เนื่องจากการรถไฟฯ เป็นองค์กรที่มีขนาดใหญ่จำเป็นต้องพิจารณาความสามารถด้านนี้ด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ตามปกติขั้นตอนกระบวนการสรรหาผู้บริหารรัฐวิสาหกิจจะใช้เวลาประมาณ 3 เดือน แต่ในส่วนของการสรรหาผู้ว่าการรถไฟฯ จะต้องการทำให้เร็วกว่านั้น หากจบได้ภายใน 2 เดือนก็ยิ่งดี แต่ทั้งหมดก็ต้องขึ้นอยู่กับจำนวนผู้สมัครด้วย หากมีผู้สมัครมากอาจต้องใช้เวลาพิจารณานานหน่อย&amp;rdquo;นายอำนวย กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามส่วนเรื่องที่มีข้อกังวลว่ากระบวนการสรรหาผู้ว่าการ รฟท.จะเดินหน้าได้หรือไม่ เนื่องจากก่อนหน้านี้ยังมีคำสั่งมาตรา 44 แต่งตั้งให้นายวรวุฒิ มาลา รองผู้ว่าการ รฟท.เป็นรักษาการผู้ว่าการ รฟท.อยู่ นายอำนวยกล่าวว่า ยืนยันว่ากระบวนสรรหาผู้ว่าการการรถไฟฯ สามารถทำได้ เพราะก่อนหน้านี้ได้มีการทำหนังสือสอบถามไปยัง ครม. แล้ว และได้รับการยืนยันว่าการสามารถเดินหน้าสรรหาต่อได้ทันที &amp;nbsp;จึงไม่มีปัญหาอะไร&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/51293</URL_LINK>
                <HASHTAG>บอร์ด รฟท., สรรหาผู้ว่า รฟท., อำนวย ปรีมนวงศ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181123/image_big_5bf80154de231.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>51235</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/11/2019 11:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/11/2019 11:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นายกฯไฟเขียว​สรรหาผู้ว่า​ รฟท.ตัวจริงแล้วหลังว่างมา2ปี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 พ.ย.62-ผู้สื่อข่าวรายงานว่า​&amp;nbsp; ปัญหาการสรรหาผู้ว่า​การรถไฟแห่ง ประเทศ​ไทย​ (รฟท.​)ที่ยืดเยื้อมานาน​ หลังจากที่​พลเอกประยุทธ์​ จันทร์โอชานายกรัฐมนตรี ใช้อำนาจตามม 44&amp;nbsp;&amp;nbsp; สั่งให้นายวุฒิชาติ​ กัลยาณมิตร​ ผู้ว่าการ​ รฟท.ขณะนั้น​พ้นจากหน้าที่​ เมื่อเดือนกุมภาพันธ์​&amp;nbsp; 2560&amp;nbsp; หลังจากนั้น​ได้มีการตั้งรักษาการ​ผู้ว่าฯมาแล้ว​2คน​ โดยการรถไฟฯ​ว่างเว้นการไม่มีผู้ว่าฯตัวจริงมาแล้วกว่า​ 2​ ปี

อย่างไรก็ตามขณะที่กระบวนการสรรหา์​ในช่วงที่ผ่านมาเกิดความวุ่นวาย​ เริ่มจากรณีที่นายวรวุฒิ​ มาลา​รักษาการ​ ผู้ว่า​รฟท.คนปัจจุบัน​ ได้ทำหนังสือสอบถาม​ ไปถึง ผู้อำนวย​การ​ สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ​(สคร.)​ เมื่อวันที่​ 2​ สิงหาคม​ 2562​ เรื่องขอความเห็น​การดำนินการสรรหาผู้ว่า​ การรถไฟแห่งประเทศไทย&amp;nbsp; เนื่องจากการ ดำรงตำแหน่งของตน เป็นไปตามคำสั่งของนายกรัฐมนตรี ไม่ได้มาดำรงตำแหน่ง หรือพ้นตำแหน่งตามแนวทางการสรรหาปกติ​ ดังนั้นจะดำเนินการเริ่มกระบวนการสรรหาใหม่ ได้หรือไม่อย่างไร

นายศักดิ์สยาม​ ชิดชอบ​ รมว.คมนาคม​ กล่าวยอมรับว่า​ เพื่อให้เกิดความกระจ่างชัดในประเด็นดังกล่าว​ และเป็นแนวทางปฏิบัติ​จากฝ่ายนโยบายที่ชัดเจน​ กระทรวงคมนาคมได้ทำหนังสือ​ขอข้อหารือ​ไปยังนายกรัฐมนตรีแล้ว​&amp;nbsp; ว่าจะเริ่มกระบวนการสรรหา​ผู้ว่า​รฟท.ได้หรือไม่อย่างไร​ต่อไป

ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่าล่าสุดพลเอกประยุทธ์​ จันทร์โอชา​ นายกรัฐมนตรี ได้ทำหนังสือตอบกลับมายังกระทรวงคมนาคม แล้วว่าให้เดินหน้าเร่งรัด​ กระบวนการสรรหาผู้ว่า​ รฟท.ใหม่ได้ทันที​ ในขณะที่กระทรวงคมนาคมก็เร่งรัด บอร์ดการรถไฟฯชุดใหม่​, ให้เร่งการสรรหาให้ยุติโดยเร็ว​ ​โดยนายศักดิ์สยาม​ ชิดชอบ​ รัฐมนตรีว่าการ​กระทรวงคมนาคม​ เคยประกาศว่าจะไปให้นโยบาย​ รฟท.​ภายหลัง​ รฟท.มีผู้ว่าการฯ​ตัวจริงแล้ว​ ​และเมื่อวันที่26 พ.ย.ที่ผ่านมา คณะกรรมการสรรหาที่มีนายอำนวย&amp;nbsp; ปรีมนวงศ์​ เป็นประธาน​ ได้มีการประชุมนัดแรก หลังได้รับการแต่งตั้งจากบอร์ดชุดใหม่ที่มีนายจิรุตม์​ วิศาลจิต​ร​เป็นประธานฯ​ เมื่อวันที่​29​ ตุลาคม​ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/51235</URL_LINK>
                <HASHTAG>การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.), บอร์ด รฟท., วรวุฒิ  มาลา, สรรหาผู้ว่า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190319/image_big_5c90cfb367abd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>48286</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/10/2019 23:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/10/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บอร์ดฯเปลี่ยนตัวรถไฟไทย-จีน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;บอร์ด รฟท.ไฟเขียวเปลี่ยนรถรุ่นใหม่สัญญา 2.3ไฮสปีดเทรนไทย-จีน คาดชง ครม.ลงนามต้นเดือน พ.ย. พร้อมเห็นชอบติดตั้งระบบอาณัติสัญญาณรถไฟทางคู่ 3 เส้นทาง 1.1 หมื่นล้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 17 ตุลาคม นายวรวุฒิ มาลา รักษาการผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการการรถไฟแห่งประเทศไทย (บอร์ด รฟท.) ที่มีนายจิรุตม์ &amp;nbsp;วิศาลจิตร เป็นประธาน ว่าที่ประชุมอนุมัติวาระสำคัญ 2 เรื่อง ประกอบด้วย ได้อนุมัติการเปลี่ยนแปลงรายละเอียดของงานในสัญญา 2.3 โครงการรถไฟความเร็วสูงความร่วมมือไทย-จีน เส้นทางกรุงเทพฯ-นครราชสีมา ระยะทาง 253 กิโลเมตร ในส่วนของสัญญา 2.3 (งานระบบราง ระบบไฟฟ้าและเครื่องกล รวมทั้งจัดหาขบวนรถไฟและฝึกอบรมบุคลากร) ที่มีการปรับจาก 38,558.38 ล้านบาท เป็น 50,633.50 ล้านบาท ซึ่งรัฐบาลมีเป้าหมายที่จะลงนามกับจีนได้ในช่วงการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 35 ช่วงต้นเดือน พ.ย.นี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับสัญญาดังกล่าวเปลี่ยนแปลงตัวรถไฟความเร็วสูงให้เป็นรุ่นที่ทันสมัยมากขึ้น รวมทั้งรายละเอียดงานก่อสร้างอุโมงค์ แม้จะเปลี่ยนสัญญา 2.3 ยืนยันว่าจะไม่กระทบวงเงินก่อสร้างทั้งโครงการกว่า 179,412 ล้านบาท หลังจากบอร์ดอนุมัติการแก้ไขสัญญา 2.3 แล้วจะเสนอไปยังกระทรวงคมนาคม เพื่อขอความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) ต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เนื่องจากมีการเปลี่ยนแปลงรายละเอียดวงเงินและเนื้องานจากที่เคยเสนอ ครม.ไว้ จากมีการปรับเปลี่ยนรถไฟความเร็วสูง จากรุ่นเหอเสีย (Hexia) เป็นรุ่นฟู่ซิ่ง (Fuxing) ที่ใหม่กว่า มีเทคโนโลยีทันสมัยและมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น และปรับการก่อสร้างโดยเฉพาะช่วงอุโมงค์ และโยกเนื้องานจากสัญญาโยธา เช่น โรงเชื่อมราง รถซ่อมบำรุง รถตรวจสภาพทาง โดยการปรับเพิ่มวงเงินสัญญา 2.3 ดังกล่าว จะไม่กระทบต่อกรอบวงเงินโครงการลงทุน&amp;rdquo; นายวรวุฒิระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ที่ประชุมได้เห็นชอบผลการประมูลโครงการจัดหาและติดตั้งระบบอาณัติสัญญาณรถไฟทางคู่ตามที่บอร์ดชุดที่แล้วตั้งอนุกรรมการศึกษารายละเอียดเสร็จเรียบร้อย โดยโครงการลงทุนระบบอาณัติสัญญาณและโทรคมนาคม ในโครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ 3 เส้นทาง รวมมูลค่า 11,494.271 ล้านบาท ประกอบด้วย สายเหนือ ช่วงลพบุรี-ปากน้ำโพ ระยะทาง 148 กิโลเมตร จำนวน 20 สถานี ราคากลาง 2,782.843 ล้านบาท, สายอีสาน ช่วงมาบกะเบา-ชุมทางถนนจิระ ระยะทาง 132 กิโลเมตร จำนวน 20 สถานี ราคากลาง 2,460.738 ล้านบาท และสายใต้ ช่วงนครปฐม-ชุมพร ระยะทาง 169 กิโลเมตร จำนวน 59 สถานี ราคากลาง 6,250.65 ล้านบาท หลังจากบอร์ดอนุมัติและเตรียมลงทุนกับเอกชนที่ชนะการประมูล คาดว่าจะสามารถลงนามปี 2562 ถึงต้นปี 2563 เพื่อเร่งรัดโครงการที่ช้ามาระยะหนึ่งให้คืบหน้าได้อย่างรวดเร็ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;กำหนดการก่อสร้างรถไฟทางคู่เส้นทางต่างๆ รฟท.ประเมินว่างานโยธาสายใต้จะเสร็จปี 2564, สายเหนือปี 2565 และสายอีสานปี 2566 แต่ละเส้นทางเมื่อก่อสร้างงานโยธาจะใช้เวลาอีกเส้นทางละ 6 เดือน เพื่อติดตั้งระบบอาณัติสัญญาณตามที่บอร์ดอนุมัติ&amp;rdquo; รักษาการผู้ว่าฯ รฟท.กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายจิรุตม์กล่าวว่า หลังได้รับการแต่งตั้ง บอร์ด รฟท.ได้เร่งประชุมเพื่อพิจารณาโครงการเร่งด่วน ทั้งรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน โครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน และปัญหาคดีโฮปเวลล์เรียบร้อยแล้ว ซึ่งหลังจากนี้บอร์ดจะประชุมเดือนละ 1 ครั้ง แต่หากมีเรื่องเร่งด่วน จะนัดประชุมเพิ่มเติมได้ และได้ตั้งคณะกรรมการบริหาร มีนายอำนวย ปรีมนวงศ์ กรรมการ รฟท. เป็นประธาน นอกจากนี้ยังมีผู้แทนจากกรมการขนส่งทางราง (ขร.) ผู้เชี่ยวชาญทางการเงินและทางกฎหมาย เพื่อทำหน้าที่ในการกลั่นกรองวาระงานต่างๆ ก่อนเสนอบอร์ด รฟท.พิจารณา.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/48286</URL_LINK>
                <HASHTAG>บอร์ด รฟท., รฟท., หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เปลี่ยนรถรุ่นใหม่, ไฮสปีดเทรน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190119/image_big_5c4285ff0b59d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
