<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>112197</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/08/2021 14:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/08/2021 14:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นายกฯ ถกบอร์ด &#039;อีอีซี&#039; ย้ำให้ความสำคัญเดินหน้าปฏิรูปประเทศด้านเศรษฐกิจ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 ส.ค.64 - ที่ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก(กพอ.) ครั้งที่ 2/2564 ผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ โดยมี นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม น.ส.ดวงใจ อัศวจินตจิตร์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยพล.อ.ประยุทธ์ กล่าวถึงการพบปะหารือกับเอกอัครราชทูตหลายประเทศว่า หลายประเทศมีความสนใจที่จะมาร่วมลงทุนในประเทศไทย รวมถึงความร่วมมือในการที่จะถ่ายทอดเทคโนโลยีต่างๆ จึงขอให้ทุกหน่วยติดตามและทำให้เกิดผลเป็นรูปธรรมอย่างแท้จริง รวมทั้งขอให้เร่งประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทราบความถึงผลงานและความก้าวหน้าของโครงการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) โดยเฉพาะประโยชน์ที่ประชาชนในพื้นที่และทั้งประเทศจะได้รับจากโครงการ EEC สำหรับแก้ไขปัญหา อุปสรรคต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นของทุกหน่วยงานบูรณาการการทำงานให้เป็นไปตามกรอบกฎหมายที่เกี่ยวข้องต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกรัฐมนตรียังมอบหมายให้กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เร่งเพิ่มขีดความสามารถของแรงงานในประเทศ ให้เป็นแรงงานที่มีฝีมือสอดคล้องกับความต้องการของตลาดและการพัฒนาประเทศ โดยเฉพาะการดึงคนรุ่นใหม่ หรือ Start Up ที่มีความรู้ความสามารถในแต่ละด้านมาร่วมทำงานด้วย เพิ่มการจ้างงาน ทำให้คนมีรายได้เพิ่มขึ้น รวมทั้งเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยอันส่งผลดีต่อเศรษฐกิจ GDP และเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกรัฐมนตรียังขอบคุณ สทนช. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในดำเนินการเรื่องของการจัดหาแหล่งน้ำรองรับเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก และเตรียมความพร้อมเรื่องน้ำทั้งด้านอุปโภคบริโภค การเกษตร การผลิต และอุตสาหกรรม สำหรับรองรับ EEC ในอนาคต ขณะที่การพัฒนาโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน และการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภา ซึ่งจะส่งผลให้เกิดการพัฒนาเมืองใหม่ที่จะมีประชากรเพิ่มขึ้นให้มีน้ำเพียงพอกับความต้องการของประชาชน อย่างไรก็ตาม การดำเนินการในเรื่องของอุตสาหกรรมต้องไม่ทำให้ส่งผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่ให้มากที่สุดเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความขัดแย้งอันจะทำให้การดำเนินโครงการต่าง ๆ ของรัฐเกิดผลได้เร็วขึ้นและเป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในที่ประชุม นายกรัฐมนตรียืนยันรัฐบาลให้ความสำคัญเดินหน้าปฏิรูปประเทศทั้งด้านเศรษฐกิจ การค้าและการลงทุนในทุกมิติ โครงการ EEC ถือเป็นหนึ่งในโครงการสำคัญเร่งด่วน รัฐบาลทำงานเพื่อวันนี้และอนาคต รองรับโลกยุคใหม่และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ เพื่อเพิ่มมูลค่าการค้าการลงทุนระหว่างประเทศไทยกับต่างประเทศ พร้อมกำชับทุกส่วนราชการเน้นใช้จ่ายงบประมาณต้องเป็นไปด้วยความโปร่งใส ตรวจสอบได้ เกิดความคุ้มค่าและประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ที่ประชุมได้รับทราบความก้าวหน้าโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก และโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112197</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายกรัฐมนตรี, บอร์ด อีอีซี, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, อีอีซี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210804/image_big_610a46f0359e9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>39964</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/07/2019 10:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/07/2019 10:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บอร์ดอีอีซีไม่รับข้อเสนอกิจการค้าร่วมธนโฮลดิ้งฯ ส่งเอกสารสนามบินอู่ตะเภาไม่ทันเวลา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 ก.ค.2562 นายคณิศ แสงสุพรรณ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (กพอ.) หรือบอร์ด อีอีซี เปิดเผยผลการประชุมคณะกรรมการอีอีซี ครั้งที่ 7/2562 ที่มีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ว่า ที่ประชุมรับทราบความคืบหน้าขั้นตอนการดำเนินงานโครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานในเขตอีอีซี รวม 3 โครงการ โดย 1 ใน 3 โครงการ คือ โครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก ซึ่งบอร์ดอีอีซีรับทราบและเห็นด้วยกับความเห็นของคณะอนุกรรมการพิจารณาอุทธรณ์คำสั่งทางปกครองที่มีมติยืนไม่รับพิจารณาข้อเสนอกล่องที่ 6/10 และกล่องที่ 9/10 ของกลุ่มกิจการค้าร่วมธนโฮลดิ้งฯ เนื่องจากยื่นหลังกำหนดเวลาตามเอกสารการคัดเลือกเอกชน โดยจะทำการแจ้งผลต่อกลุ่มกิจการค้าร่วมธนโฮลดิ้งฯ ต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ตอนนี้ต้องรอการพิจารณาของศาลปกครองพิจารณาคำร้องของกลุ่มกิจการค้าร่วมธนโฮลดิ้งฯ ว่า การยื่นข้อเสนอกล่องที่ 6/10 และกล่องที่ 9/10 ของกลุ่มฯ ไม่ได้ล่าช้า แม้จะยื่นล่าช้าไป 9 นาที จากกำหนดเวลาสิ้นสุด 15.00 น. โดยกลุ่มธนโฮลดิ้งฯ ยื่นเมื่อเวลา 15.09 น. หากศาลปกครองมีคำตัดสินใดๆ ออกมา ทางสำนักงานอีอีซีจะเดินหน้าต่อไป หากพิจารณาว่าการยื่นข้อเสนอไม่ยื่นล่าช้า ก็จะเปิดข้อเสนอ และนำไปสู่การประกาศผู้ชนะการประมูลโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภา และเมืองการบินภาคตะวันออกต่อไป&amp;quot;นายคณิศ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน กพอ.รับทราบ ผลการดำเนินงานเพื่อเตรียมการลงนามสัญญาร่วมทุน ได้แก่ 1.การจัดทำเอกสารแนบท้ายร่างสัญญาร่วมลงทุน เรื่องทางเทคนิค การเงิน และกำหนดรายละเอียดเพื่อตรวจสอบหน้าที่ของการรถไฟแห่งประเทศไทย(รฟท.) ในฐานะคู่สัญญาฝ่ายรัฐที่ต้องดำเนินการเป็นการเฉพาะ 2.การเสนอรายงานวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม รฟท. รับความเห็นของคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ประเด็นมาตรการป้องกันลดผลกระทบการเดินรถไฟ ฯ การดำเนินงานศูนย์ร้องเรียน และสอบถามความวิตกกังวลของผู้ได้รับผลกระทบ เป็นต้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.การจัดตั้งหน่วยงานบริหารสัญญาโครงการฯ และ4.การจัดทำแผนส่งมอบพื้นที่ ทั้งนี้ จะกำหนดให้มีการลงนามในสัญญาร่วมลงทุนโครงการฯ ได้ภายในเดือนก.ค. 2562 นี้ ขณะเดียวกันที่ประชุมรับทราบ ความเห็นของกรรมการ กพอ. ต่อร่างสัญญาร่วมลงทุน และคำชี้แจงของ กนอ. ต่อร่างสัญญาร่วมลงทุนโครงการพัฒนาท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด ระยะที่ 3 ช่วงที่ 1 และจะเสนอให้คณะรัฐมนตรี(ครม.)เพื่อทราบต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ยังได้สรุปผลการประชุมคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก(กพอ.) ในรอบ 2 ปี ที่ผ่านมาว่า มีเรื่องพิจารณา 17 ครั้ง อนุมัติเรื่องสำคัญรวม 52 เรื่อง มีการประชุมในปี 2560 (ชื่อเดิม) คณะกรรมการนโยบายพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (กนศ.) จำนวน 3 ครั้ง , ปี 2561 การประชุม แบ่งเป็น กนศ. จำนวน 3 ครั้ง และกพอ.จำนวน 5 ครั้ง , ปี 2562 การประชุม กพอ. จำนวน 6 ครั้ง &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยมีสาระสำคัญ ๆ อาทิ 1.เห็นชอบแผนการพัฒนาพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก ซึ่งมี 8 แผนงาน เห็นชอบหลักการจัดทำข้อเสนอกรอบขั้นตอนการเร่งรัดอนุมัติโครงการร่วมทุนระหว่างรัฐและเอกชนในพื้นที่อีอีซี (PPP EEC Track) เป็นต้น 2.เห็นชอบหลักการโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน โดยพื้นที่ตลอดแนวโครงการตั้งแต่สนามบินดอนเมืองถึงสนามบินอู่ตะเภา เป็น &amp;ldquo;เขตส่งเสริม&amp;rdquo;เห็นชอบแนวทางพัฒนาเมืองใหม่อัจฉริยะน่าอยู่ แผนการพัฒนาเมืองใหม่อัจฉริยะตัวอย่าง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.เห็นชอบแผนภาพรวมการพัฒนาเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก รับทราบความก้าวหน้าโครงการของอีอีซี เช่น โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ศูนย์ซ่อมบำรุงท่าอากาศยานอู่ตะเภา โครงการท่าเรือแหลมฉบัง ระยะที่ 3 และโครงการท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด ระยะที่ 3 และ 4.รับทราบโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ผ่านความเห็นชอบการประเมินผล EIA และรับทราบผลการประชุม ครม.เห็นชอบการคัดเลือก ผลการเจรจาและร่างสัญญาโครงการพัฒนาท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด ระยะที่ 3&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/39964</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณิศ แสงสุพรรณ, บอร์ด อีอีซี, เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (กพอ.), โครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180219/image_big_5a8af46db0be8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
