<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>90552</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/01/2021 14:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/01/2021 14:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;ครูตั้น&quot;มอบนโยบายบอร์ดกอศ.ฝากกรรมการที่มาจากภาคธุรกิจ นำอาชีวะเชื่อมธุรกิจน้ำมัน ท่าอากาศยาน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
21ม.ค.64- นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวภายหลังการหารือร่วมกับคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (กอศ.) ชุดใหม่ที่มีการประชุมเป็นครั้งแรก ว่า ตามที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้มีมติเห็นชอบแต่งตั้ง กอศ.ชุดนี้ ซึ่งในที่ประชุมตนได้ชี้แจงให้กอศ.ได้รับทราบนโยบายการขับเคลื่อนงานอาชีวศึกษาของรัฐบาลและกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ซึ่งตนตั้งใจที่จะผลักดันงานอาชีวศึกษาให้มีความเข้มข้นและรับทราบถึงแนวทางการสร้างศูนย์ความเป็นเลิศอาชีวศึกษา (Excellent Center) และศูนย์พัฒนาศักยภาพรายบุคคลต้นแบบเพิ่มศักยภาพแรงงานสู่ความเป็นเลิศ (Human Capital Excellence Center : HCEC) แผนพัฒนาครู ที่กำลังจะเกิดขึ้นในอาชีวศึกษา และการผลักดันเรื่องอาชีวศึกษาเกษตร โดย กอศ.ชุดนี้ได้มีข้อเสนอแนะอย่างกว้างขวางและหลากหลาย เช่น แนวทางการทำการเกษตรแม่นยำ ความร่วมมือกับสถานประกอบการในโครงการ 1 วิทยาลัย 1 เอกชนอย่างมีคุณภาพ เป็นต้น &amp;nbsp;ทั้งนี้ที่ประชุมยังได้มีการหารือถึงเรื่องคุณภาพของผู้เรียนอาชีวศึกษา ที่จะต้องทำให้ได้มากกว่าการเน้นเรื่องปริมาณ แต่เรื่องปริมาณผู้เรียนก็ถือเป็นเรื่องสำคัญ เพราะในปัจจุบันจำนวนผู้เรียนในสายอาชีพยังไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ ซึ่งเรื่องคุณภาพ ไม่ว่าจะเป็นความรู้ และทักษะต่างๆ จะเป็นส่วนสำคัญในการสร้างทรัพยากรมนุษย์
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
นายณัฏฐพล กล่าวต่อว่า สำหรับการปรับหลักสูตรอาชีวศึกษาที่ล้าสมัยนั้นถือเป็นเรื่องสำคัญ โดยที่ประชุมมีความเห็นร่วมกันและต้องการให้ปรับหลักสูตรอาชีวศึกษามีความยืดหยุ่นและทันสมัยกับโลกยุคปัจจุบัน ซึ่งขณะนี้ได้มอบหมายให้นายสุเทพ แก่งสันเทียะ เลขาธิการ กอศ.ไปดำเนินการแล้ว รวมถึงการเทียบมาตรฐานคุณวุฒิวิชาชีพให้แก่ผู้เรียนอาชีวศึกษา ซึ่งเมื่อเรียนจบการศึกษาแล้วจะได้ใบผ่านการทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ ของกรมส่งเสริมพัฒนาฝีมือแรงงาน กระทรวงแรงงาน ทันทีโดยที่ไม่ต้องไปฝึกอบรมเพิ่มเติมอีก เพราะเรามองว่าเด็กอาชีวศึกษาได้เรียนตามหลักสูตรมีประสบการณ์ทั้งทฤษฎีและปฏิบัติมาตลอด 3 ปีของการเรียนในสถาบันแล้วจึงถือว่ามีทักษะที่มากพอ โดยไม่จำเป็นต้องไปอบรมใหม่ให้มีความซ้ำซ้อนไปอีก นอกจากนี้จะมีการสร้างธนาคารหน่วยกิต เพื่อให้เด็กนำหน่วยกิตที่สะสมไปศึกษาต่อยอดการเรียนรู้ในอนาคตของตัวเองได้ ซึ่งการทำธนาคารหน่วยกิตจะมีความสะดวกต่อนักศึกษาในการประกอบอาชีพและศึกษาต่อมากที่สุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;อย่างไรก็ตาม การหารือในครั้งนี้ถือว่าเป็นการวางพื้นฐาน สร้างความเข้าใจซึ่งกันและกัน ซึ่งจากนี้ประธาน กอศ.เอง ก็จะมีการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการให้ครอบคลุมงานด้านต่างๆ ของสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ศึกษาและเสนอความคิดเห็นที่เป็นประโยชน์กับการศึกษาด้านอาชีวศึกษา รวมถึงจะมีการการนำประสบการณ์ของกรรมการหลายคน มาแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่อาชีวศึกษามีพร้อมทั้งเชื่อมต่อกับกลุ่มธุรกิจที่ สอศ.ยังไม่มีความสัมพันธ์ เช่น กลุ่มธุรกิจน้ำ หรือ กลุ่มธุรกิจซ่อมบำรุงอากาศยาน ที่เราจะต้องทำงานเชื่อมโยงกับภาคเอกชนต่อไป ทั้งนี้หากเรื่องใดที่เราไม่มีความเชี่ยวชาญก็อย่าทำ ทั้งนี้หากเราทำให้อาชีวศึกษามีคุณภาพได้จริง และได้รับการยอมรับจากทุกฝ่าย ก็น่าจะเพียงพอต่อการประกอบอาชีพของผู้เรียนสายอาชีวะ&amp;rdquo;รมว.ศธ.กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/90552</URL_LINK>
                <HASHTAG>#อาชีวศึกษา, กอศ., ณัฏฐพล  ทีปสุวรรณ, บอร์ดกอศ.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210121/image_big_60092c819af89.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>86425</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/12/2020 18:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/12/2020 18:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“สุเทพ” เผยชง 60 รายชื่อกรรมการบอร์ด กอศ. ให้ “รมว.ศธ.” พิจารณาแล้ว </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
9ธ.ค.63-นายสุเทพ แก่งสันเทียะ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (เลขาฯ กอศ.) กล่าวว่า ตามที่คณะกรรมการการอาชีวศึกษา (กอศ.) ชุดเดิมพ้นจากตำแหน่งตามวาระ &amp;nbsp;และขณะนี้เป็นเวลาเกือบ 3 ปีแล้วที่ สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ไม่มีคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ซึ่งส่งผลให้การพิจารณาอนุมัติหลักสูตรต่างๆ ทำได้ล่าช้าจนได้รับเสียงสะท้อนว่าการขับเคลื่อนงานอาชีวศึกษาดำเนินการได้ไม่ดีเท่าที่ควร เนื่องจากมีภาระงานจำนวนมาก ดังนั้น สอศ. จึงต้องดำเนินการสรรหาประธานกรรมการและกรรมการกอศ.ชุดใหม่ โดยขณะนี้ สอศ.มีการแต่งตั้งคณะกรรมการสรรหาคณะกรรมการกอศ.แล้ว และอยู่ระหว่างการประชุมสรรหา ซึ่งกระบวนการสรรหาในเรื่องนี้นั้นคณะกรรมการสรรหาจะสรรหาเกินสองเท่า เช่น เสนอรายชื่อ กรรมการ กอศ.ไปจำนวน 60 คน เพื่อให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) คัดเลือกเหลือ 30 คน ส่วนประธาน กอศ.นั้น คณะกรรมการสรรหาจะมาคัดเลือกกันเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เท่าที่ทราบขณะนี้คณะกรรมการสรรหาได้รายชื่อครบทุกกลุ่มทุกองค์กรแล้ว ไม่ว่าจะเป็นผู้แทนที่มาจากภาคเอกชน ภาครัฐ ผู้ทรงคุณวุฒิด้านต่างๆ ผู้แทนจากท้องถิ่น รวมถึงเลขาธิการองค์กรหลักของ ศธ.ที่ต้องเป็นคณะกรรมการ กอศ.โดยตำแหน่ง ซึ่งขณะนี้เราได้เสนอรายชื่อให้นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รมว.ศธ. พิจารณาแล้ว อย่างไรก็ตาม หากได้ คณะกรรมการ กอศ.โดยสมบูรณ์แล้วสิ่งที่ตามมา คือ จะปลดล็อกการขับเคลื่อนงานอาชีวศึกษาตามนโยบายอาชีวศึกษายกกำลังสอง และการแต่งตั้งสภาสถาบันอาชีวศึกษาที่หมดวาระลงไปนานแล้ว ซึ่งจะส่งผลให้การเดินหน้าอาชีวศึกษาตามนโยบายรัฐบาลมีควารวดเร็วมากขึ้น&amp;rdquo;เลขาฯ กอศ.กล่าว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/86425</URL_LINK>
                <HASHTAG>บอร์ดกอศ., สอศ., สุเทพ แก่งสันเทียะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200805/image_big_5f2a7d2bc1591.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>8769</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/05/2018 18:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/05/2018 18:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ออกกฎเหล็กเด็กอาชีวะ&quot;ห้ามรับน้อง-ห้ามเล่นพนันบอลโลก-ห้ามตีกัน-ห้ามเสพยาเสพติด&quot;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เลขาฯ กอศ.&amp;rdquo; ออก 4 มาตรการ ห้ามจัดกิจกรรมรับน้องใหม่ ,เฝ้าระวังและแก้ไขปัญหาการทะเลาะวิวาท,ป้องกันยาเสพติด และป้องกันการเล่นพนันในช่วงฟุตบอลโลก 2018 แจ้งสถานศึกษา ในสังกัด ทั้งภาครัฐและเอกชน เผย ปัญหาการทะเลาะวิวาทลดลงต่อเนื่องปี 2561 มีเพียง 1 ครั้ง เชื่อทุกวิทยาลัยพยายามช่วยกันดูแล &amp;nbsp;ลั่นกังวลกรณีมีผู้นำคลิปวิดีโอ ภาพเหตุการณ์ในอดีตมาเผยแพร่ซ้ำ ทำให้เกิดความเข้าใจผิดและทำให้อาชีวะเสียหาย วอน ขอความร่วมมือว่าอย่าทำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุเทพ ชิตยวงษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (เลขาฯ กอศ.) กล่าวภายหลังการประชุมนโยบายมาตรการป้องกันปัญหาการทะเลาะวิวาท มาตรการป้องกันยาเสพติด และมาตรการป้องกันการเล่นพนันในช่วงฟุตบอลโลก 2018 ของนักเรียน นักศึกษาอาชีวศึกษา เพื่อเตรียมการเฝ้าระวังก่อนเปิดภาคเรียน ปีการศึกษา 2561 ว่า เนื่องจากวิทยาลัยสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) จะเปิดภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2561 ในเดือนมิถุนายน ซึ่งเป็นช่วงเดียวกับการเริ่มแข่งขันฟุตบอลโลก ดังนั้นตนจึงได้ลงนามหนังสือแจ้งเกี่ยวกับมาตรการสำคัญไปยังไปสถานศึกษาในสังกัด สอศ. ทั้งรัฐและเอกชน 914 แห่งให้ปฏิบัติตาม 4 มาตรการ ได้แก่ &amp;nbsp;มาตรการห้ามจัดกิจกรรมรับน้องใหม่ ,มาตรการเฝ้าระวังและแก้ไขปัญหาการทะเลาะวิวาท, มาตรการป้องกันยาเสพติด และมาตรการป้องกันการเล่นพนันในช่วงฟุตบอลโลก 2018 โดยมาตรการห้ามจัดกิจกรรมรับน้องใหม่ ของ สอศ. ปีการศึกษา 2561 ได้แก่ 1.ห้ามมิให้สถานศึกษาในสังกัดจัดกิจกรรมรับน้องใหม่ทั้งภายใน และภายนอกสถานศึกษา 2.การจัดกิจกรรมนอกสถานศึกษาต้องปฏิบัติตามระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ ว่าด้วยพานักเรียนนักศึกษาไปไปนอกสถานศึกษา พ.ศ.2548 เช่นต้องได้รับการอนุญาตจากผู้อำนวยการสถานศึกษาก่อน และต้องมีครูควบคุม โดยครู 1 คนต่อนักเรียนหรือนักศึกษาไม่เกิน 30 คน ถ้ามีนักเรียน นักศึกษาหญิงไปด้วยให้มีครูผู้หญิงควบคุมไปด้วย ตามสัดส่วนที่เหมาะสมและต้องได้รับอนุญาตจากผู้ปกครองก่อน 3.ห้ามมิให้นำเครื่องดื่มแอลกอฮอล์หรือของมึนเมาเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการจัดกิจกรรมของสถานศึกษาอย่างเด็ดขาด 4.สถานศึกษาต้องเฝ้าระวัง สอดส่อง ดูแล ติดตาม การจัดกิจกรรมต่างๆของสถานศึกษาอย่างใกล้ชิดเป็นระบบ 5.ให้สถานชี้แจงทำความเข้าใจกับครู นักศึกษาใหม่และนักศึกษาเก่า โดยสถานศึกษาไม่มีนโยบายให้จัดกิจกรรมรับน้องใหม่ หากมีการจัดกิจกรรมเกิดขึ้นในสถานศึกษาหรือนอกสถานศึกษา ผู้เกี่ยวข้องต้องรับโทษตามระเบียบวินัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุเทพ กล่าวต่อว่า สำหรับมาตรการป้องกันปัญหาการทะเลาะวิวาทของนักเรียน นักศึกษาอาชีวศึกษา ปีการศึกษา 2561 ได้แก่ 1.ให้สถานศึกษาประสานงานกับเจ้าหน้าที่หน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้องร่วมกันเฝ้าระวัง ตรวจตามจุดเสี่ยง สม่ำเสมอ และมีเจ้าหน้าที่ตำรวจเฝ้าระวังหน้าประตูสถานศึกษาในช่วงเช้าและช่วงเลิกเรียน 2.จัดประชุมภาคีเครือข่ายเป็นประจำทุกเดือน โดยสถานศึกษาร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 3.การบังคับใช้กฎหมาย ประสานให้เจ้าหน้าที่ตำรวจใช้กฎหมายเข้มงวด หากพบผู้กระทำผิดให้ดำเนินการตามกฎหมายขั้นสูงสุด 4.ให้สถานศึกษาจัดประชุมผู้ปกครองนักเรียน นักศึกษา เพื่อสร้างความเข้าใจและให้ช่วยกันสอดส่องดูแลบุตรหลาน โดยเฉพาะเวลาเดินทางไป-กลับ เพื่อป้องกันเหตุร้ายที่อาจจะเกิดได้ 5.สร้างความรู้ ความเข้าใจกับนักเรียน นักศึกษา และผู้ปกครองตามประกาศคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 30/2559 เรื่อง มาตรการในการป้องกันและแก้ไขปัญหาการทะเลาะวิวาทของนักเรียน นักศึกษา โดยถือปฏิบัติเคร่งครัด 6.อบรมนักเรียน นักศึกษาให้อยู่ในระเบียบวินัยของสถานศึกษาและปฏิบัติตนตามกฎหมายบ้านเมือง 7.ให้สถานศึกษาจัดทำแผนและปฏิทิน กำหนดแผนงาน และวิธีการป้องกันการทะเลาะวิวาทของสถานศึกษาให้ชัดเจน 8.ให้สถานศึกษาสำรวจ เฝ้าระวัง และติดตาม ดูแลพฤติกรรมนักเรียน นักศึกษาที่เสี่ยงต่อการกระทำผิดอย่างใกล้ชิด พร้อมจัดกิจกรรมปรับเปลี่ยนพฤติกรรมอย่างต่อเนื่อง และ9.ให้สถานศึกษาจัดทำแฟ้มประวัตินักเรียน นักศึกษากลุ่มเสี่ยง และครูที่ปรึกษาออกตรวจเยี่ยมบ้านนักเรียน นักศึกษา อย่างทั่วถึง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุเทพ กล่าวอีกว่า ทั้งนี้ในส่วนขงมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในสถานศึกษา ปีการศึกษา 2561 ได้แก่ 1.ผู้บริหารสถานศึกษา ครู และเจ้าหน้าที่ต้องเป็นแบบอย่างที่ดี ไม่ยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด ไม่ยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดรวมถึงจัดสถานศึกษาเป็นเขตปลอดบุหรี่ และสารเสพติดทุกชนิด และต้องส่งเสริม สนับสนุนการดำเนินงานป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดให้เกิดความเข้มแข็งและยั่งยืนในสถานศึกษา 2.สถานศึกษา เน้นการจัดกิจกรรมเชิงลวก กิจกรรมที่สร้างภูมิคุ้มกันให้กับนักเรียนนักศึกษา ให้ความรู้ที่เกี่ยวข้องกับสารเสพติด เช่น ด้านกฎหมาย ภัยยาเสพติด ,คัดกรองนักเรียน นักศึกษาเป็นกลุ่มปกติ กลุ่มเสี่ยง และกลุ่มเสพ,สนับสนุนและให้ความร่วมมือภาคีเครือข่ายที่ดำเนินงานด้านยาเสพติด และต้องมีระบบการติดตามและรายงานผลการดำเนินงานให้หน่วยงานต้นสังกัดและภาคีเครือข่ายอย่างเป็นรูปธรรมและต่อเนื่อง และสุดท้ายมาตรการป้องกันการเล่นพนันทายผลฟุตบอลโลก 2018 ดังนี้ 1. ให้สถานศึกษาแจ้งผู้ปกครอง กวดขัน ดูแล นักเรียน นักศึกษาอย่างใกล้ชิด ทั้งส่วนตัวและการเรียน กวดขันการใช้จ่ายเงินให้รอบคอบและเหมาะสม รวมถึงเฝ้าระวังการใช้โทรศัพท์บ้าน โทรศัพท์มือถือ คอมพิวเตอร์ อินเตอร์เน็ต สื่อสิ่งพิมพ์ต่างๆ &amp;nbsp;เพื่อป้องกันมิให้เป็นช่องทางการเล่นพนันทายผลฟุตบอลโลก &amp;nbsp;2. ให้สถานศึกษาแจ้งผู้ปกครองให้ความสนใจใกล้ชิดนักเรียน นักศึกษาโดยนั่งชมการแข่งขันฟุตบอลโลกร่วมกันภายในบ้าน หรือครอบครัวไม่ปล่อยให้ชมคนเดียวหรือค้างคืนกับเพื่อนเพื่อดูฟุตบอลโลก
&amp;nbsp;3. ให้สถานศึกษาร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและผู้ปกครอง กวดขัน การออกเที่ยวเตร่หรือทำกิจกรรมนอกบ้านของนักเรียน นักศึกษา ในช่วงการแข่งขันฟุตบอลโลก 4. ให้สถานศึกษา สอดส่องดูแลนักเรียน นักศึกษาให้ใกล้ชิดเป็นกรณีพิเศษ โดยเฉพาะการใช้อินเตอร์เน็ตของสถานศึกษา เป็นช่องทางการเล่นพนันทายผลฟุตบอลโลก 5. ให้ผู้อำนวยการสถานศึกษา ถือเป็นนโยบายการป้องกันและปราบปราม &amp;nbsp;มิให้มีการเล่นพนันทายผลฟุตบอลโลกหรือการพนันอื่นใดในสถานศึกษาโดยเด็ดขาด และ6. ให้ครูที่ปรึกษา ครูประจำแผนกวิชา ครูปกครอง จัดตั้งเครือข่ายเพื่อนช่วยเพื่อน มิให้มีการเล่นพนันทายผลฟุตบอลโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;สำหรับปัญหาการทะเลาะวิวาทถือว่าลดลงต่อเนื่องปี 2561 มี 1 ครั้ง ซึ่งผมเชื่อว่าทุกวิทยาลัยพยายามช่วยกันดูแล มีการสร้างความร่วมมือทั้งตำรวจ ศิษย์เก่า พ่อแม่ผู้ปกครองร่วมกันดูแลไม่ให้เกิดเหตุขึ้นอีก แต่สิ่งที่ผมเป็นกังวลคือ กรณีมีผู้นำคลิปวิดีโอ ภาพเหตุการณ์ในอดีตที่เคยเกิดขึ้นทั้งทะเลาะวิวาท และการจัดกิจากรรมรับน้องที่ไม่เหมาะสม มาเผยแพร่ซ้ำ ทำให้เกิดความเข้าใจผิดและทำให้อาชีวะเสียหาย โดยทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แนะนำว่า กรณีนี้ถือเป็นการ หมิ่นประมาททำให้เสียชื่อเสียง ทางสอศ. สามารถพิจารณาใช้มาตรการทางกฎหมายกับผู้ที่นำภาพและคลิปวิดีโอมาเผยแพร่ได้ จึงอยากขอความร่วมมือว่าอย่าทำ&amp;rdquo;นายสุเทพ กล่าว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/8769</URL_LINK>
                <HASHTAG>บอร์ดกอศ., สุเทพ ชิตวงษ์, ห้ามตีกัน, ห้ามรับน้อง, ห้ามเล่นบอลโลก2018, ห้ามเสพยาเสพติด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180212/image_big_5a810eddad467.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>8530</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/05/2018 21:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/05/2018 21:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;หมอธี&quot; โยนบอร์ด กอศ.ขับเคลื่่อนอควาเรียมให้ไปต่อ /เล็งนำเข้าครม.ถ้าเกินอำนาจศธ.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;quot;หมอธี&amp;quot;โยน บอร์ด กอศ. ขับเคลื่อนโครงการอควาเรียมให้ไปต่อ เล็งให้ครม.ตัดสินใจ ถ้าเกินหน้าที่ศธ.ส่วนความคืบหน้ากรณีทุจริต &amp;nbsp; จะมีการรายงาน 9 พ.ค.นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมว.ศึกษาธิการ เปิดเผยความคืบหน้าโครงการก่อสร้างศูนย์ศึกษาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำทะเลสาบสงขลา จังหวัดสงขลา หรือ อควาเรียม ของวิทยาลัยประมงติณสูลานนท์ ในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ว่า ได้รับรายงานจาก นายสุเทพ ชิตยวงษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (เลขาฯ กอศ.) ว่า ได้มีการนำเรื่องการเดินหน้าโครงการอควาเรียมสงขลา เข้าหารือในที่ประชุมคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ซึ่งคณะกรรมการ กอศ.ให้ สอศ.หยุดดำเนินการเนื่องจากไม่มีแผน ไม่มีผู้เชี่ยวชาญ โดยเสนอให้มีบุคคลหรือคณะบุคคลที่มีความเชียวชาญเข้ามาดำเนินการแทน ซึ่งตนได้บอกไปแล้วว่าแค่นี้ไม่เพียงพอ คณะกรรมการ กอศ.ต้องบอกมาด้วยว่าจะทำอย่างไรให้สามารถเดินหน้าต่อไปได้ และองค์ประกอบของคณะบุคคลคือใคร และจะบริหารงานอย่างไร หากเกินหน้าที่ของกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ก็เป็นหน้าที่ของตน ที่จะนำเสนอขอความเห็นชอบจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ข้อเสนอที่จะให้คนนอกเข้ามาบริหารจัดการอควเรียมแทนมีความเป็นไปได้ แต่ต้องผ่านความเห็นชอบจาก ครม.เพราะโครงการนี้ไม่สามารถทำให้เสร็จสิ้นโดย สอศ.ได้ เพราะไม่มีคน แต่ยืนยันว่าโครงการนี้ต้องเดินต่อ ทั้งนี้ สอศ.ต้องเสนอแผนมาให้ตนว่าคนนอกที่ว่าเป็นใคร มาทำอะไร องค์ประกอบของคณะกรรมการเป็นอย่างไร เพราะไม่ใช่หน้าที่ของรัฐมนตรีที่จะเป็นคนหา หน้าที่ของผมคือนโยบายว่าทำได้หรือไม่ได้ ถ้าทำไม่ได้ก็ต้องบอกรายละเอียดและทางแก้ไขมาว่าจะทำอย่างไร เพราะ สอศ.เป็นผู้ก่อปัญหา&amp;rdquo;รมว.ศธ.กล่าวและว่า ส่วนความคืบหน้าการตรจสอบโครงการที่มีการทุจริตกันมาทราบว่าใกล้จะเสร็จสิ้นแล้ว แต่ตนยังไม่ได้รับรายงาน อย่างไรก็ตามในวันที่ 9 พฤษภาคมนี้จะมีการประชุมคณะกรรมการอำนวยการขับเคลื่อนแก้ไขปัญหาการทุจริตใน ศธ. ตนจะให้รายงานต่อที่ประชุม รวมทั้งความคืบหน้าการสอบทุจริตกรณีอื่นๆที่สำคัญ เช่น ทุจริตกองทุนเสมาพัฒนาชีวิต และคดี MOENet ด้วย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/8530</URL_LINK>
                <HASHTAG>#ทุจริตอควาเรียม, นพ.ธีระเกียรติ  เจริญเศรษฐศิลป์, บอร์ดกอศ.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180201/image_big_5a72748ff1501.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
