<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>51554</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/12/2019 08:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/12/2019 08:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> &quot; คุรุสภา&quot;ยกร่างผังการสอบขอ&quot;ตั๋วครู&quot;  เพิ่มจัดสองครั้ง/ปี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;

2ธ.ค.62-คุรุสภา เร่ง ยกร่างผังข้อสอบ เพื่อขอรับ &amp;ldquo;ตั๋วครู&amp;rdquo; คาด เสร็จ ธ.ค.นี้ ก่อน เสนอ สทศ. ดำเนินการออกข้อสอบ &amp;ldquo;วัฒนาพร&amp;rdquo; เผย ปี 63 จัดสอบ 2 ครั้ง เชื่อ วิชาชีพครูยกระดับมากขึ้น รวมถึงเป็นการสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้ใช้ครู

นางวัฒนาพร ระงับทุกข์ รองเลขาธิการสภาการศึกษา (รองเลขาฯ สกศ.) ปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการคุรุสภา (เลขาฯ คุรุสภา) ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการอำนวยการทดสอบเพื่อขอรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ กล่าวว่า เมื่อเร็วๆ นี้ ในที่ประชุมคณะอนุกรรมการอำนวยการทดสอบเพื่อขอรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพได้มีการกำหนดนโยบายเกี่ยวกับการทดสอบเพื่อขอรับใบอนุญาตฯ และแนวทางการจัดการทดสอบ ซึ่งที่ประชุมได้มีมติให้มีการสรรหาผู้ทรงคุณวุฒิ เพื่อที่จะตั้งคณะทำงานจัดทำผังข้อสอบ หรือ Test Blueprint โดยในการสอบเพื่อขอรับใบอนุญาตฯ จะประกอบด้วย 3 หมวด ได้แก่ หมวดทักษะภาษาไทย ภาษาอังกฤษ และทักษะการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล (Digital literacy) 2.หมวดความรู้ทางวิชาชีพครู และ 3.หมวดความรู้วิชาเอก ทั้งนี้ที่ประชุมได้วางคุณสมบัติ&amp;nbsp;และเกณฑ์การคัดเลือกเรียบร้อยแล้ว อย่างไรก็ตาม คาดว่าจะวางผังข้อสอบทั้ง 3 หมวดให้แล้วเสร็จภายในเดือนธันวาคมนี้ เนื่องจากจะต้องมีประกาศให้ผู้ที่เข้ารับการทดสอบได้ทราบถึงผังข้อสอบก่อน และจะเริ่มใช้การทดสอบ เพื่อขอรับใบอนุญาตฯ กับนักศึกษาประกาศนียบัตรบัณฑิต (ป.บัณฑิต) และนักศึกษาศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต ที่จะจบการศึกษาในปีการศึกษา 2563 นี้ ซึ่งเมื่อดำเนินการจัดทำผังข้อสอบเรียบร้อยแล้ว ก็จะส่งให้สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.) ไปดำเนินการออกข้อสอบต่อไป

นางวัฒนาพร กล่าวต่อว่า สำหรับการทดสอบจะมีการจัดให้ทดสอบ 2 ครั้งในปี 2563 คือ ช่วงเดือนพฤษภาคม และเดือนกันยายน ทั้งนี้ทางคุรุสภาได้มีการสำรวจผู้ที่จะเข้าทดสอบเพื่อขอรับใบอนุญาตฯ ในปี 2563 พบว่า จะมีผู้ที่จบใน 23 กลุ่มวิชาเอก จากทั้งหมด 27 กลุ่มวิชาเอก ทั้งนี้ในส่วนของการทดสอบในหมวดที่ 1 เรื่องทักษะภาษาไทย ภาษาอังกฤษ และทักษะการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล คณะทำงานจะต้องจัดทำผังข้อสอบ และกำหนดตัวเทียบเคียงในแต่ละทักษะด้วย เพราะทั้ง 3 ทักษะมีหลายหน่วยงานที่จัดการทดสอบ และมีความเป็นสากล ซึ่งหากผู้รับการทดสอบเพื่อขอรับใบอนุญาตฯ ผ่านการทดสอบที่ได้มาตรฐานและได้คะแนนอยู่ในเกณฑ์ที่สามารถเทียบเคียงได้ ก็นำเอกสารการสอบมายื่นได้ทันทีไม่ได้เข้าสอบการทดสอบ นอกจากนี้ทางคุรุสภาจะมีการเก็บสถิติขอผู้ที่เข้ารับการทดสอบเพื่อขอรับใบอนุญาตฯ ด้วย ว่า เพื่อที่จะเป็นตัวช่วยให้มหาวิทยาลัยใช้ในการพิจารณาประกอบการจัดการเรียนการสอน

&amp;ldquo;เมื่อคุรุสภาจัดให้มีการทดสอบเพื่อขอรับใบอนุญาตฯ ขึ้น แต่ละมหาวิทยาลัยก็จะต้องไปกำหนดหลักสูตร จัดการเรียนการสอนให้สอดคล้อง และเกิดความมั่นใจได้ว่าเมื่อเด็กเรียนจบแล้วจะสามารถสอบเพื่อขอรับใบอนุญาตฯ ได้ และเรื่องนี้ยังจะส่งผลให้วิชาชีพครูยกระดับมากขึ้น รวมถึงเป็นการสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้ใช้ครูด้วย&amp;rdquo;ปฏิบัติหน้าที่เลขาฯ คุรุสภา กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/51554</URL_LINK>
                <HASHTAG>การสอบขอตั๋วครู, บอร์ดคุรุสภา, วัฒนาพร ระงับทุกข์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191022/image_big_5daed41c8efcb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>49192</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/10/2019 15:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/10/2019 15:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บอร์ดคุรุสภา ตั้งอนุกรรมการ 4ชุด ยกเครื่องการรับรองใบอนุญาตครู</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
30 ต.ค.62-นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวภายหลังการประชุมคณะกรรมการการคุรุสภา ว่า ที่ประชุมได้มีมติเห็นชอบแต่งตั้งคณะอนุกรรมการทั้งหมด 4 ชุด ได้แก่ คณะอนุกรรมการการประเมินเพื่อรับรองปริญญาตรีทางการศึกษา (หลักสูตร 5 ปี) คณะอนุกรรมการประเมินเพื่อรับรองปริญญาทางการศึกษา ระดับบัณฑิตศึกษา คณะอนุกรรมการรับรองความรู้วิชาชีพทางการศึกษา และคณะอนุกรรมการอำนวยการทดสอบเพื่อขอรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ เพื่อให้การดำเนินงานต่างๆ สามารถขับเคลื่อนไปได้ตามกฎหมาย อีกทั้งที่ประชุมยังได้มีการหารือถึงแนวทางการผลิตครู ที่เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลจะต้องมีการปรับในเรื่องใดบ้าง ซึ่งตนได้ย้ำว่าการทางเราจะเดินหน้าต่อไป อาจจะต้องมีการปรับเปลี่ยนหลักสูตรให้ทันต่อสถานการณ์ ทั้งความพร้อมเรื่องเทคโนโลยี และการเรียนการสอนที่จะส่งผลให้เด็กและเยาวชนมีการพัฒนาทักษะการเรียนรู้ ทักษะการตัดสินใจมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายณัฏฐพล กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ที่ประชุมยังได้มีการายงานข้อมูลการผลิตครู และข้อมูลความต้องการครูในสาขาวิชาต่างๆ ของทุกหน่วยงาน เพื่อที่จะทำให้เห็นภาพความต้องการครูใน ศธ. ว่าคืออะไรกันแน่ เนื่องจากที่ผ่านมาข้อมูลตรงนี้ยังไม่สามารถจับให้ชนกันได้ เพราะยังมีปัญหาข้อมูลเบื้องต้นอยู่ ซึ่งที่ประชุมก็มีความเห็นว่าคุรุสภาควรที่จะบูรณาการต่อยอดพัฒนาระบบเทคโนโลยีที่มีอยู่ให้ขยายวงกว้าง และเชื่อมต่อกับทุกหน่วยงานอย่างมีประสิทธิภาพ
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/49192</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุรุสภา, ณัฏฐพล  ทีปสุวรรณ, บอร์ดคุรุสภา, อนุกรรมการปรับปรุงใบอนุญาตครู</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191003/image_big_5d95f29eb45a7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>27746</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/01/2019 07:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/01/2019 07:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คุรุสภาเคาะนศ.จบครูต่อไปนี้ต้องสอบเพื่อให้ได้&quot;ตั๋วครู&quot;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29ม.ค.62- บอร์ดคุรุสภา เคาะ นศ.ครู ตั้งแต่ปีการศึกษา 62 ต้องสอบขอตั๋ว &amp;ldquo;หมอธี&amp;rdquo; เผย มีการหารือร่วมทุกฝ่าย หวัง สร้างมาตรฐานวิชาชีพครูที่เป็นระบบ ส่วนประเด็นการปลดล็อค ตั๋วครูช่าง อยู่ระหว่าง กมว. แก้ไขมาตรฐานวิชาชีพครูอาชีวศึกษาอยู่ คาดนำเข้าที่ประชุมคุรุสภาพิจาณาได้ในเร็วๆ นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวภายหลังการประชุมคณะกรรมการคุรุสภา ว่า ที่ประชุมได้มีมติเห็นชอบการทดสอบเพื่อขอรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพทางการศึกษา ตามมติที่คณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพ (กมว.) เสนอ คือ ให้ผู้สำเร็จการศึกษาที่ได้รับปริญญาหรือประกาศนียบัตรที่คุรุสภาให้การรับรองตามประกาศคุรุสภา เรื่อง การรับรองปริญญาหรือประกาศนียบัตรทางการศึกษา เพื่อการประกอบวิชาชีพ พ.ศ.2557 ไม่ต้องผ่านการทดสอบเพื่อขอรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู แต่ต้องผ่านการปฎิบัติการสอนในสถานศึกษาตามหลักสูตรปริญญาทางการศึกษาเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 1 ปีและผ่านเกณฑ์การประเมินปฎิบัติการสอน แต่ให้ดำเนินการทดสอบเพื่อขอรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูกับผู้เข้ารับการศึกษาในหลักสูตรปริญญาทางการศึกษา และประกาศนียบัตรบัณฑิตทางการศึกษาตั้งแต่ปีการศึกษา 2562 เป็นต้นไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.ธีระเกียรติ กล่าวต่อว่า ในอนาคตผู้ที่มาเป็นครูจะต้องสอบเพื่อขอรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู&amp;nbsp; ซึ่งที่ประชุมมีมติให้เริ่มดำเนินการสอบขอใบอนุญาตฯ ตั้งแต่ปีการศึกษา 2562 เป็นต้นไป โดยจะรวมไปถึงนักศึกษาที่เรียนหลักสูตรครู 4 ปี และ หลักสูตรครู 5 ปีด้วยที่จะต้องสอบขอรับใบอนุญาตฯ ทั้งนี้การสอบเพื่อขอรับใบดังกล่าวจะไม่มีการย้อนหลัง แต่จะใช้กับผู้ที่เข้าเรียนตั้งแต่ปีการศึกษา 2562 เป็นต้นไป ดังนั้นผู้ที่เรียนจบออกมาแล้วจะไม่มีทางที่จะได้ใบอนุญาตฯ แบบอัตโนมัติอย่างแน่นอน เรื่องนี้มีการคิดกันมานานแล้ว โดยสภาวิชาชีพครู และหน่วยงานผลิตนักศึกษาครูอย่างสภาคณบดีคณะครุศาสตร์และศึกษาศาสตร์แห่งประเทศไทย คุรุสภา ร่วมกันดำเนินการ เพื่อให้เกิดมาตรฐานวิชาชีพครูที่เป็นระบบ เหมือนกับองค์กรวิชาชีพแพทย์ เนื่องจากปัจจุบันนี้มีการผลิตนักศึกษาครูเป็นจำนวนมาก ส่วนประเด็นการปลดล็อคให้ผู้มีทักษะวิชาชีพต่างๆมาเป็นครูได้โดยไม่ต้องมีใบอนุญาตฯนั้น ยังไม่ได้มีการหารือ โดยคาดว่าจะนำเข้าที่ประชุมคุรุสภาพิจาณาได้ในเร็วๆนี้&amp;nbsp; ซึ่งเท่าที่ทราบขณะนี้คณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพ (กมว.) อยู่ระหว่างการแก้ไขมาตรฐานวิชาชีพครูอาชีวศึกษาอยู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายบูรพาทิศ พลอยสุวรรณ์ รองเลขาธิการคุรุสภา&amp;nbsp; กล่าวว่า&amp;nbsp; สำหรับการปรับปรุงแก้ไขข้อบังคับว่าด้วย ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ เรื่องการสอบรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ และประกาศที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการจัดสอบแบบไหนรูปแบบใดนั้นขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการอยู่ ซึ่งคาดว่าจะได้ข้อสรุปเร็วๆ นี้ โดยเบื้องต้นอาจจะมีหน่วยงานกลางเข้ามาดำเนินการจัดสอบ เช่น สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.) และให้มีการจัดสอบพร้อมกันทั่วประเทศ ทั้งนี้การสอบเพื่อขอรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูนั้นจะครอบคลุมถึงนักศึกษาคุรุศาสตร์ศึกษาศาสตร์ ระดับปริญญาโท และปริญญาเอก หลักสูตรผู้บริหารการศึกษาทั้งหมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/27746</URL_LINK>
                <HASHTAG>การสอบใบอนุญาตครู, ครูรุ่นใหม่ต้องสอบใบอนุญาตตั๋วครู, นพ.ธีระเกียรติ  เจริญเศรษฐศิลป์, บอร์ดคุรุสภา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180809/image_big_5b6c1ccfdf1d1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>26750</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/01/2019 19:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/01/2019 19:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;กมว.&quot;เปิดช่อง&quot;ครูช่าง&quot;ที่ไม่มีตั๋วครูสามารถสอนนักเรียนอาชีวะได้ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16ม.ค.62- กมว. หารือแนวทางเปิดช่อง ให้ครูช่างที่ไม่มีตั๋วครูเข้าสอนได้ แก้ปัญหาอาชีวะขาดครู &amp;ldquo;หมอธี&amp;rdquo; เผยเตรียมชงเข้าบอร์ดคุรุสภา 29 ม.ค.นี้ เชื่อเป็นโอกาสดีของเด็กอาชีวะ ที่จะได้เรียนกับครูช่างที่มีทักษะฝีมือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวว่า ตามที่สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) พบกับปัญหาการขาดครูผู้สอนในรายวิชาที่เป็นวิชาช่าง เนื่องจากผู้ที่มีความเชี่ยวชาญในวิชาการช่าง ไม่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพจึงไม่สามารถเป็นครูได้ ซึ่งขณะนี้คณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพ (กมว.) อยู่ระหว่างการหารือเกี่ยวกับมาตรฐานวิชาชีพครูอาชีวะ โดยจะเปิดกว้างให้ผู้ที่สำเร็จการศึกษาสาขาอื่นและมีความรู้ มีทักษะด้านวิชาชีพช่างต่างๆ ให้มาเป็นครูได้โดยไม่ต้องมีอนุญาตประกอบวิชาชีพครูได้ โดย กมว.กำลังอยู่ระหว่างการดำเนินการรวบรวมข้อมูล หลังจากนั้นจะเสนอให้ที่ประชุมคณะกรรมการคุรุสภา ที่มีตนเป็นประธาน พิจาณาในวันที่ 29 มกราคมนี้ &amp;nbsp;ซึ่งหากคณะกรรมการคุรุสภามีมติเห็นชอบเรื่องดังกล่าวก็จะมอบให้คณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ปรับเกณฑ์มาตรฐานตำแหน่งครูอาชีวะต่อไป ทั้งนี้การแก้ไขหลักเกณฑ์เรื่องใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูอาชีวะครั้งนี้จะเปิดโอกาสให้สอนแต่ทักษะวิชาชีพเท่านั้น หากครูเหล่านี้ต้องการจะไปสอนวิชาสามัญ เช่น คณิตศาสตร์ ภาษาอังกฤษ ภาษาไทย เป็นต้น จะต้องรับเข้ารับและผ่านการประเมินเพื่อขอใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูจากคุรุสภาเหมือนเดิม ทั้งนี้ถือเป็นโอกาสดีของเด็กอาชีวะที่จะได้เรียนกับครูช่างที่มีทักษะฝีมือและสามารถถ่ายทอดประสบการณ์ตรงไปสู่เด็กได้อย่างเต็มที่ อย่างไรก็ตาม คาดว่าเรื่องดังกล่าวจะเริ่มดำเนินการได้ทันเปิดภาคเรียนที่ 2562 นี้อย่างแน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;นอกจากนี้ผมยังได้รายงานให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้รับทราบถึงเรื่องขยายเวลาเกษียณอายุราชการครูจากเดิมเดือนกันยายน เป็นช่วงเดือนมีนาคม เนื่องจากห่วงปัญหาเด็กขาดครู ซึ่งเรื่องนี้เป็นแนวคิดยังไม่ได้ดำเนินการอะไร แต่เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ เนื่องจากมีผู้เชี่ยวชาญได้ตั้งข้อสังเกตว่าอยากจะดำเนินการขยายเวลาอัตรเกษียณของครู เพราะเป็นห่วงนักเรียนจะขาดครู ซึ่งผมเพียงแต่ยกแนวคิดนี้ขึ้นมาพูดอีกครั้ง ว่า จะทำให้เป็นไปได้หรือไม่ โดยจะต้องพิจาณาอย่างรอบคอบ ดังนั้นหากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องเห็นว่าเรื่องนี้เป็นประโยชน์และเดินหน้าไปได้ หรืออะไรที่เดินหน้าไม่ได้ก็ฝากรัฐบาลชุดใหม่เข้ามาสานต่อด้วย เพราะผมคิดว่าการขยายเวลาเกษียณของครูมีประโยชน์ไม่อยากให้มองข้ามไป แต่ทั้งนี้หากจะดำเนินการอะไรไม่ใช่ตัดสินและทำทันทีคงไม่ได้ โดยเราต้องดูข้อกฎหมายประกอบการดำเนินการด้วยว่าจะเลือกปฎิบัติหรือไม่ รวมถึงมีค่าใช้จ่ายเพิ่มอีกเท่าไหร่หากขยายเวลาออกไป ซึ่งต้องวางแผนคิดทั้งระบบให้รอบด้าน&amp;rdquo;รมว.ศธ.กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/26750</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพ (กมว.), ครูช่างสอนอาชีวะได้ไม่ต้องมีตั๋วครู, นพ.ธีระเกียรติ  เจริญเศรษฐศิลป์, บอร์ดคุรุสภา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180927/image_big_5baca95aa809b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>22295</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/11/2018 20:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/11/2018 23:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หดมาตรฐานครูยุคใหม่เหลือ 4ด้าน จากเดิม11ด้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพประกอบจาก pantip .com&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
19พ.ย.61-บอร์ด คุรุสภา เห็นชอบ ปรับแก้มาตรฐานความรู้และประสบการณ์วิชาชีพ หดจาก11ด้าน เหลือ 4 ด้าน เน้น สมรรถนะความรู้ในการสอน และความป็นครู &amp;nbsp;การมีความสัมพันธ์ที่ดีกับชุมชน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.ธีระเกียรติ &amp;nbsp;เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวภายหลังการประชุมคณะกรรมการครุสภา ว่า ที่ประชุมได้มีมติเห็นชอบการปรับแก้มาตรฐานความรู้และประสบการณ์วิชาชีพจากมาตรฐานความรู้ 11 เรื่อง ได้แก่ ความเป็นครู ปรัชญาการศึกษา ภาษาและวัฒนธรรม จิตวิทยาสำหรับครู หลักสูตร การจัดการเรียนรู้และการจัดการชั้นเรียน การวิจัยเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ นวัตกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศทางการศึกษา &amp;nbsp;การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ การประกันคุณภาพการศึกษา และคุณธรรม จริยธรรม และจรรยาบรรณ เป็นการปรับเรื่องความรู้ที่เน้นในเชิงสมรรถนะ และเหลือเพียงมาตรฐาน 4 &amp;nbsp;ด้าน ได้แก่ ค่านิยมและคุณลักษณะความเป็นครู ความรู้และศาสตร์การสอน การปฏิบัติงานในหน้าที่ครู และความสัมพันธ์กับผู้ปกครองและชุมชน &amp;nbsp;ซึ่งถือเป็นการเปลี่ยนรายละเอียด ปรับแก้ให้เป็นภาษาในเชิงสมรรถนะ ซึ่งจะทำให้การดำเนินการจัดการเรียนการสอนเป็นไปตามสมรรถนะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รมว.ศธ.กล่าวอีกว่า คณะกรรมการคุรุสภาไม่ได้ประกาศวิชาชีพใหม่ แต่เป็นการปรับมาตรฐานความรู้และประสบการณ์วิชาชีพ ในพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) สภาครูและบุคลากรทางการการศึกษา พ.ศ. 2556 มาตรา 49 เท่านั้นซึ่งขั้นตอนต่อจากนี้คุรุสภาจะไปดำเนินการแก้ไขรายละเอียดข้อบังคับครุสภาว่าด้วยมาตรฐานความรู้และประสบการณ์วิชาชีพ จาก 11 ด้าน เหลือ 4 ด้าน และยังต้องปรับแก้ประกาศคุรุสภา เรื่อง การรับรองปริญญาและประกาศนียบัตรทางการศึกษาเพื่อการประกอบวิชาชีพ ให้สอดคล้องกับมาตรฐานดังกล่าวต่อไป
&amp;nbsp;ส่วนประเด็น หลักสูตรการผลิตครูว่าจะใช้ 4 ปี หรือ 5 ปีนั้น เรื่องดังกล่าวไม่เกี่ยวกับคุรุสภา &amp;nbsp;เพราะกฎหมายเขียนไว้ชัดว่าใครที่ขึ้นทะเบียนเป็นครูต้องจบปริญญาตรี ส่วนความคืบหน้าเรื่องการทดสอบเพื่อขอใบประกอบวิชาชีพนั้นคณะกรรมการคุรุสภา ได้มอบหมายให้คณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพ (กมว.)พิจารณาเรื่องนี้อยู่ ขอให้ใจเย็นๆ รอให้ชัดเจนก่อน และการดำเนินการตามกฎหมายจะต้องไม่กระทบสิทธิ์ใครอย่างแน่นอน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/22295</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงศึกษาธิการ, บอร์ดคุรุสภา, มาตรฐานวิชาฃีพครู</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181119/image_big_5bf2b7eee1225.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>14349</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/07/2018 10:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/07/2018 10:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คุรุสภารับรองหลักสูตรปริญญาการศึกษา5สถาบัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30ก.ค.-บอร์ด คุรุสภา มีมติรับรองปริญญาทางการศึกษา ป.เอก 1 หลักสูตร ของ มรภ.มหาสารคาม และป.ตรี หลักสูตร 5 ปี 20 หลักสูตร ในสถาบันอุดมศึกษา 5 แห่ง มจร.มากที่สุด พร้อม อนุมัติ ออก ตั๋วครูและบุคคลากรทางการศึกษารวมกว่า 1.8 หมื่นราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสมศักดิ์ ดลประสิทธิ์ รองเลขาธิการสภาการศึกษา (รอเลขาฯ สกศ.) ในฐานะปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการคุรุสภา กล่าวว่า เมื่อเร็วๆ นี้ ในที่ประชุมคณะกรรมการคุรุสภาได้มีการพิจารณาและมีมติอนุมัติให้รับรองปริญญาทางการศึกษาของสถาบันอุดมศึกษาตามมาตรฐานวิชาชีพ ที่ผ่านการประเมินมาตรฐานหลักสูตร มาตรฐานการผลิตและมาตรฐานบัณฑิต โดยการรับรองในระดับปริญญาตรีทางการศึกษา (หลักสูตร ๕ ปี) จำนวน 20 หลักสูตร ของสถาบันอุดมศึกษา 5 แห่ง มีดังนี้ 1.ปริญญาครุศาสตรบัณฑิต หลักสูตรปรับปรุง พ.ศ. 2560 สาขาวิชาภาษาจีน ของมหาวิทยาลัยราชภัฏ (มรภ.) จันทรเกษม 2.ปริญญาครุศาสตรบัณฑิต (หลักสูตรใหม่ พ.ศ.2558) สาขาวิชาการสอนภาษาจีน ของ มรภ.ศรีสะเกษ 3.ปริญญาศึกษาศาสตรบัณฑิต (หลักสูตรใหม่ พ.ศ. 2558) สาขาวิชาศิลปศึกษา ของมหาวิทยาลัยสวนดุสิต (มสด.) 4.ปริญญาศึกษาศาสตรบัณฑิต (หลักสูตรปรับปรุง พ.ศ. 2560) จำนวน 7 สาขาวิชา ได้แก่ วิทยาศาสตร์ศึกษา, คอมพิวเตอร์ศึกษา, สังคมศึกษา, การสอนภาษาไทย, ศิลปศึกษา, การสอนภาษาญี่ปุ่นและพลศึกษาของมหาวิทยาลัยขอนแก่น (มข.) 5.ปริญญาพุทธศาสตรบัณฑิต หลักสูตรปรับปรุง พ.ศ.2556 สาขาวิชาสังคมศึกษา ของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร.) วิทยาเขตหนองคาย 6.ปริญญาพุทธศาสตรบัณฑิต หลักสูตรปรับปรุง พ.ศ.2556 จำนวน 2 สาขาวิชา ได้แก สังคมศึกษาและการสอนภาษาอังกฤษ ของ มจร. วิทยาเขตเชียงใหม่ 7.ปริญญาพุทธศาสตรบัณฑิต หลักสูตรปรับปรุง พ.ศ.2556 จำนวน 2 สาขาวิชา ได้แก่ สังคมศึกษาและการสอนภาษาไทย ของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตขอนแก่น 8.ปริญญาพุทธศาสตรบัณฑิต หลักสูตรปรับปรุง พ.ศ.2556 จำนวน 2 สาขาวิชา ได้แก่ สังคมศึกษาและการสอนภาษาอังกฤษ ของ มจร. วิทยาเขตอุบลราชธานี 9.ปริญญาพุทธศาสตรบัณฑิต หลักสูตรปรับปรุง พ.ศ.2556 จำนวน 2 สาขาวิชา ได้แก่ สังคมศึกษาและการสอนภาษาอังกฤษ ของ มจร. วิทยาเขตแพร่ 10.ปริญญาพุทธศาสตรบัณฑิต หลักสูตรปรับปรุง พ.ศ.2556 จำนวน 2 สาขาวิชา ได้แก่ สังคมศึกษาและการสอนภาษาอังกฤษ ของ มจร. วิทยาเขตสุรินทร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสมศักดิ์ กล่าวต่อว่า 11.ปริญญาพุทธศาสตรบัณฑิต หลักสูตรปรับปรุง พ.ศ.2556 จำนวน 2 สาขาวิชา ได้แก่ สังคมศึกษาและการสอนภาษาไทยของ มจร. วิทยาเขตพะเยา 12.ปริญญาพุทธศาสตรบัณฑิต หลักสูตรปรับปรุง พ.ศ.2556 สาขาวิชาสังคมศึกษา ของ มจร. วิทยาเขตนครสวรรค์ 13.ปริญญาพุทธศาสตรบัณฑิต หลักสูตรปรับปรุง พ.ศ.2556 สาขาวิชาการสอนภาษาไทย&amp;nbsp; ของ มจร. วิทยาลัยสงฆ์เลย 14.ปริญญาพุทธศาสตรบัณฑิต&amp;nbsp; หลักสูตรปรับปรุง พ.ศ.2556 จำนวน 2 สาขาวิชา ได้แก่ สังคมศึกษาและการสอนภาษาอังกฤษของ มจร. วิทยาลัยสงฆ์นครพนม 15.ปริญญาพุทธศาสตรบัณฑิต หลักสูตรปรับปรุง พ.ศ.2556 สาขาวิชาสังคมศึกษา ของ มจร. วิทยาลัยสงฆ์ลำพูน 16.ปริญญาพุทธศาสตรบัณฑิต หลักสูตรปรับปรุง พ.ศ.2556 จำนวน 2 สาขาวิชา ได้แก่ สังคมศึกษาและการสอนภาษาไทย ของ มจร. วิทยาลัยสงฆ์พุทธชินราช 17.ปริญญาพุทธศาสตรบัณฑิต หลักสูตรปรับปรุง พ.ศ.2556 จำนวน 2 สาขาวิชา ได้แก่ การสอนพระพุทธศาสนาและจิตวิทยาการแนะแนวและการสอนภาษาอังกฤษ ของ มจร. วิทยาลัยสงฆ์บุรีรัมย์ 18.ปริญญาพุทธศาสตรบัณฑิต หลักสูตรปรับปรุง พ.ศ.2556 สาขาวิชาการสอนภาษาไทย ของวิทยาลัยสงฆ์นครน่าน มจร.เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี&amp;nbsp; 19.ปริญญาพุทธศาสตรบัณฑิต หลักสูตรปรับปรุง พ.ศ.2556 สาขาวิชาสังคมศึกษา ของ มจร. วิทยาลัยสงฆ์พุทธโสธร และ 20.ปริญญาพุทธศาสตรบัณฑิต หลักสูตรปรับปรุง พ.ศ.2556 สาขาวิชาการสอนพระพุทธศาสนาและจิตวิทยาแนะแนว ของ มจร. วิทยาลัยสงฆ์นครลำปาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และที่ประชุมยังมีมติรับรองหลักสูตรในระดับปริญญาเอก จำนวน 1 หลักสูตร คือ ปริญญาครุศาสตรดุษฎีบัณฑิต หลักสูตรปรับปรุง พ.ศ. 2555 สาขาวิชาการบริหารการศึกษา ของ มรภ.มหาสารคาม นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้มีมติอนุมัติออกใบอนุญาตประกอบวิชาชีพทางการศึกษา ให้แก่ผู้ยื่นคำขอขึ้นทะเบียนรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพทางการศึกษา จำนวน 18,117 ราย แบ่งเป็น ครู 17,448 ราย ผู้บริหารสถานศึกษา 527 ราย ผู้บริหารการศึกษา 55 ราย และ ศึกษานิเทศก์ 87 รายด้วย อย่างไรก็ตาม ในส่วนของกลุ่มครูที่มีการอนุมัติออกใบอนุญาตฯ จำนวนมาก เนื่องจากมีนักศึกษาครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์ที่จบการศึกษายื่นขอรับใบอุญาตด้วย ยังมีผู้ที่ขอรับเพื่อนำไปยื่นในการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครูผู้ช่วย สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ปี 2561 อีกด้วย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14349</URL_LINK>
                <HASHTAG>บอร์ดคุรุสภา, มจร., มรภ.มหาสารคาม, หลักสูตรทางการศึกษา, หลักสูตรปริญญาเอก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180730/image_big_5b5e7ecfe18ee.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>7643</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/04/2018 08:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/04/2018 08:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>  ไม่รับรองหลักสูตรครู2มหา&quot;ลัย/บอร์ดคุรุสภาตรวจพบรับนศ.เกินแผนขออนุมัติ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บอร์ดคุรุสภา ไม่รับรองหลักสูตรศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา ภาคการศึกษาที่ 3 ปีการศึกษา 2556 ของ 2 มหา&amp;#39;ลัย นอร์ทเชียงใหม่และม. เวสเทิร์น เหตุ รับนศ.เกินแผน&amp;nbsp; และรับนศ. กลางปี ไม่เหมาะสม&amp;nbsp; เตรียม พัฒนาระบบบริการ อิเลคทรอนิกส์ให้ผู้ 3 ช่องทาง เชื่อ ลดปริมาณงานเอกสารและเพิ่มความสะดวกให้แก่ผู้ใช้บริการมากขึ้น เริ่มพ.ค.นี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสมศักดิ์ ดลประสิทธิ์ รองเลขาธิการสภาการศึกษา ในฐานะปฏิบัติหน้าที่ เลขาธิการคุรุสภา (เลขาฯ คุรุสภา)&amp;nbsp;กล่าวว่า เมื่อเร็วๆ นี้ ในการประชุมคณะกรรมการคุรุสภา ที่มี นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ&amp;nbsp;&amp;nbsp;(รมว.ศธ.) เป็นประธาน ที่ประชุมมีมติไม่รับรองหลักสูตรศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา ภาคการศึกษาที่ 3 ปีการศึกษา 2556 ของสถาบันการผลิต 2 แห่ง ได้แก่ มหาวิทยาลัยนอร์ท-เชียงใหม่ และมหาวิทยาลัยเวสเทิร์น&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;เนื่องจากมหาวิทยาลัยทั้ง 2 แห่ง รับนักศึกษาเกินแผนการรับนักศึกษา อีกทั้งยังเปิดเรียนในภาคการศึกษาที่ 3/2556 ซึ่งควรที่จะเป็นการรับนักศึกษาใหม่ รหัสนักศึกษาควรเป็น 2557 และการดำเนินการยังไม่สอดคล้องกับการจัดการศึกษาในระบบทวิภาค ซึ่งเปิดเรียนเทอมแรกในภาคฤดูร้อน และเรื่องดังกล่าวมหาวิทยาลัยก็ส่งเอกสารหลักฐาน เพื่อชี้แจง แต่ยังคงมีข้อมูลที่ไม่ชัดเจนเพียงพอ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ตนยังได้รายงานให้ที่ประชุมรับทราบถึงการดำเนินงานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศของสำนักงานเลขาธิการคุรุสภา ตามที่ปีงบประมาณ 60 คุรุสภาได้พัฒนาประสิทธิภาพระบบสารสนเทศผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษาให้รองรับกระบวนงานมาตรฐานวิชาชีพ งานพัฒนาวิชาชีพ งานยกย่องวิชาชีพ งานใบอนุญาตแก่ผู้ขอประกอบวิชาชีพทางการศึกษาทั้งครูไทยและครูต่างชาติ บุคลกรของคุรุสภาที่ปฏิบัติงานทั้งส่วนกลางและภูมิภาค โดยบริการเชื่อมโยงข้อมูลจากหน่วยงานภายในและภายนอกช่วยให้ผู้รับบริการเข้าถึงคุรุสภาด้วยความสะดวกรวดเร็ว และมีประสิทธิภาพผ่านระบบโมบายแอปพลิเคชัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;คุรุสภายังพัฒนาระบบบริการแบบอิเลคทรอนิกส์ให้ผู้บริการแก่ผู้ขอใบประกอบวิชาชีพทางการศึกษา โดยเปิดให้บริการ 3 ช่องทาง คือ บริการผ่านสถาบันผลิตครู ผ่านสถานศึกษา&amp;nbsp;&amp;nbsp;และบริการตนเองผ่านเว็บไซต์คุรุสภา ซึ่งผมเชื่อว่าเราจะลดปริมาณงานเอกสารและเพิ่มความสะดวกให้แก่ผู้ใช้บริการมากขึ้น โดยระบบเทคโนโลยีแบบอีเซอร์วิสจะเริ่มตั้งแต่เดือนพฤษภาคมเป็นต้นไป&amp;quot;ปฏิบัติหน้าที่เลขาฯ คุรุสภา กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;//////////////////&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/7643</URL_LINK>
                <HASHTAG>บอร์ดคุรุสภา, มหาวิทยาลัยนอร์ท เชียงใหม่, มหาวิทยาลัยเวสเทิร์น, สมศักดิ์ ดลประสิทธิ์, หลักสูตรศึกษาศาสตร์มหาบัณฑิต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180423/image_big_5add3b2b23918.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
