<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>6269</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/04/2018 13:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/04/2018 13:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>3 เม.ย.รู้ชื่อ&#039;บิ๊กไอ้โม่ง&#039;โกงเงินคนจน!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 เม.ย. 61- พ.ท.กรทิพย์ ดาโรจน์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) กล่าวถึงความคืบหน้าการตรวจสอบทุจริตเงินศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งว่า ในวันที่ 3 เม.ย.นี้ จะทราบถึงตัวตน บุคคลที่อยู่เบื้องหลังการทุจริตเงินศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง ในระดับที่สูงกว่า ผอ.ศูนย์ โดยการตรวจสอบข้อเท็จจริงของ ป.ป.ท.ตลอด 1 เดือนที่ผ่านมา ที่ร่วมตรวจสอบข้อมูลกับสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.)​ และสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) จนได้ข้อมูลหลักฐานที่ชัดเจน ถึงเส้นทางการทุจริต แม้จะมีการจ่ายเงินในรูปแบบของเงินสดก็ตาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ขั้นตอนหลังพบหลักฐาน ที่โยงถึงตัวผู้ทุจริตในระดับสูงกว่าผู้อำนวยการศูนย์ จะเอาผิดทางอาญาโดยการส่งสำนวนการตรวจสอบให้กับสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ปปช.เพื่อไต่สวนต่อ เนื่องจากเกินอำนาจของ ปปท. รวมถึงการเสนอเรื่องให้ต้นสังกัด พิจารณาความผิดทางวินัย ควบคู่ด้วย วันที่ 3 เม.ย.นี จะมีการรายงานผลการตรวจสอบการทุจริตศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง37แห่ง ซึ่งเป็นการตรวจสอบเร่งด่วนของศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง ที่มีการเบิกจ่ายงบประมาณเกิน 1ล้านบาท พร้อมยืนยันว่าการตรวจสอบทุจริตศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งฯ ศูนยพัฒนาราษฎราบสูงที่ นิคมสร้างตนเอง ศูนย์ประสานงานสหกรณ์ ภายใต้สังกัดของกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จะเสร็จสิ้นภายในวันที่ 31 พ.ค.นี้&amp;quot;พ.ท.กรทิพย์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า 53 จังหวัดที่พบการทุจริตงบศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง ประกอบด้วย ขอนแก่น เชียงใหม่ บึงกาฬ หนองคาย สุราษฎร์ธานี ตราด น่าน สระแก้ว อุดรธานี สระบุรี อยุธยา กระบี่ ตรัง ร้อยเอ็ด &amp;nbsp;ยะลา &amp;nbsp;พัทลุง ชุมพร &amp;nbsp;สุรินทร์ &amp;nbsp;อ่างทอง &amp;nbsp;พิษณุโลก ชัยภูมิ บุรีรัมย์ &amp;nbsp;สงขลา &amp;nbsp;นราธิวาสมหาสารคาม ลำพูน นครราชสีมา อำนาจเจริญ ยโสธร อุบลราชธานี นครพนม กาฬสินธุ์ พิจิตร ราชบุรี นครปฐม มุกดาหาร ลำปาง เชียงราย &amp;nbsp;แม่ฮ่องสอน ตาก อุทัยธานี สตูล ลพบุรี หนองบัวลำภู ศรีสะเกษ กำแพงเพชร พังงา สกลนคร จันทบุรี เลย ชลบุรี ภูเก็ต และปัตตานี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ บอร์ด ป.ป.ท. อนุมัติไต่สวนแล้ว 17 จังหวัด คือ เชียงใหม่ ขอนแก่น บึงกาฬ หนองคาย น่าน ตราด สุราษฎร์ธานี เชียงราย อุบลราชธานี ตรัง กระบี่ บุรีรัมย์ สุรินทร์ อำนาจเจริญ กาฬสินธุ์ นครพนม และชัยภูมิ เหลืออีก 23 จังหวัด กำลังตรวจสอบ นอกเหนือจากการตรวจสอบ &amp;quot;การทุจริตงบศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง&amp;quot; ป.ป.ท. ยังมีการตรวจสอบงบอื่นๆ โดย บอร์ด ป.ป.ท. อนุมัติตั้งอนุกรรมการไต่สวนอีก 2 เรื่อง &amp;quot;สหกรณ์สันกำแพง จ.เชียงใหม่&amp;quot; และ &amp;quot;นิคมสร้างตนเองจ.บุรีรัมย์&amp;quot; หลังพบหลักฐานการทุจริตงบประมาณด้วย รวมทั้งหมด 19 เรื่องและ 94 บุคคลที่บอร์ดตั้งอนุกรรมการไต่สวน
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/6269</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทุจริตเงินศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง, บอร์ดป.ป.ท., ป.ป.ท., พ.ท.กรทิพย์ ดาโรจน์, โกงเงินคนจน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180402/image_big_5ac1c832cdafa.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>5454</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/03/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/03/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จิ้มที่ไหนโกงที่นั่น!ระบาดทั่วปท.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; ลั่นไม่เคยละเลยตรวจสอบทุจริต &amp;nbsp;โอ่สั่งเชือดไปหลายราย พร้อมยุบกองทุนซ้ำซ้อนอื้อ &amp;nbsp;&amp;quot;ป.ป.ช.&amp;quot; พบโกงเงินอุดหนุนสงเคราะห์ชาวเขาเขตพื้นที่ภาคเหนือตอนล่างอีก เร่งสอบ จนท.ร่วมเอี่ยว &amp;quot;บอร์ดป.ป.ท.&amp;quot; มีมติตั้งอนุกรรมการไต่สวนทุจริตกองทุนเสมาพัฒนาชีวิต ประสาน &amp;quot;ปปง.&amp;quot; สอบบัญชีทรัพย์สิน-เส้นทางเงินผู้เกี่ยวข้อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอังคาร พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) กล่าวถึงความคืบหน้าการตรวจสอบพบการทุจริตในโครงการของรัฐหลายโครงการว่า เรื่องการแก้ปัญหาทุจริตคอร์รัปชันดำเนินการมาโดยตลอด อยากให้มองว่าไม่ใช่แย่ลง เพิ่มขึ้น หรือดีขึ้น เรายังไม่รู้ทั้งหมด เพราะกลไกการทุจริตมีมากมายในช่วงเวลาที่ผ่านมา ก็อยากให้เปรียบเทียบดูการดำเนินคดีเกี่ยวกับการทุจริตในช่วงรัฐบาลนี้ทำมากน้อยเพียงใด ถึงแม้จะมีอยู่ แต่ก็ดำเนินการต่อเนื่องไป หลายๆ คดีก็มีข้อยุติออกมาแล้ว และมีการพิจารณาใหม่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า การดำเนินคดีเกี่ยวกับการทุจริตส่วนใหญ่อยู่ในกระบวนการตรวจสอบทั้งสิ้น ซึ่งไม่ได้รับการให้ความสนใจ แต่ก็อยู่ในการตรวจสอบจนมีผลสำเร็จหลายราย หรือมีการหลบหนีไปหลายราย ซึ่งต้องไปเปรียบเทียบตรงนี้ โดยเฉพาะกรณีของ 2-3 กระทรวง ก็ได้สั่งการไปแล้ว เบื้องต้นให้พ้นจากหน้าที่ให้หมด และให้ไปสอบสวนโดยเร็ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เรื่องกองทุนต่างๆ ก็เหมือนกัน ผมพยายามไม่ให้เกิดความซ้ำซ้อน หลายกองทุนก็ยุบเลิกไป หลายกองทุนก็ไปพิจารณาใหม่ ไม่ว่าจะเป็นกองทุนเสมาพัฒนาชีวิต กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) คณะกรรมการการศึกษาพิเศษ หรือกองทุนเรียนฟรี 15 ปี ที่ต้องหาวิธีการไม่ให้เกิดความซ้ำซ้อนกัน และเกิดประโยชน์อย่างแท้จริง ไม่ใช่ปล่อยปละละเลย ทำมาทุกอย่าง&amp;quot; นายกฯ กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้บัญชาการทหารบก ในฐานะเลขาธิการ คสช. กล่าวว่า นายกฯ มีนโยบายเร่งรัดแก้ไขปัญหาทุจริตคอร์รัปชัน ถือเป็นนโยบายหลักรัฐบาลชุดนี้ที่เข้ามาแก้ไขปัญหา ในส่วน คสช.มีศูนย์รับแจ้งเรื่องราวร้องทุกข์ หากพบมีประเด็นเกี่ยวกับการทุจริต ก็ต้องเข้าไปดำเนินการให้เป็นรูปธรรม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;กองทัพไม่ได้มีหน้าที่หลักเข้าไปตรวจสอบ แต่ในฐานะ คสช. ที่มีกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย (กกล.รส.) ทุกพื้นที่ หากมีการร้องขอให้เข้าไปช่วยเหลือประเด็นใดก็ตาม เรามีความพร้อมช่วยดำเนินการเต็มที่&amp;quot; &amp;nbsp;เลขาฯ คสช.กล่าว &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กล่าวถึงกรณีทุจริตเงินสงเคราะห์ผู้ยากไร้ของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ว่า ล่าสุด ป.ป.ช.ได้ตรวจสอบพบการทุจริตของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์เพิ่มเติมอีก ในพื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง ซึ่งเป็นการทุจริตที่เกี่ยวข้องกับเงินอุดหนุนสงเคราะห์ชาวเขา จึงสั่งการให้เจ้าหน้าที่ไปแสวงหาข้อเท็จจริง รวบรวมข้อมูล เพื่อเอาผิดกับเจ้าหน้าที่รัฐที่ไปมีส่วนเกี่ยวข้อง &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เบื้องต้นพบมีเส้นทางทุจริตที่ชัดเจน น่าจะเอาผิดกับผู้ทุจริตได้ ส่วนการทุจริตเงินคนไร้ที่พึ่งที่เชื่อมโยงกับศูนย์นิคมช่วยตนเอง ได้สั่งการให้สำนักไต่สวนภาค 3 ไปแสวงหาข้อเท็จจริงแล้ว เบื้องต้นพบการทุจริตมีรูปแบบคล้ายกรณีของสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ซึ่งต้องดูต้นทางการทุจริตว่ามีผู้บริหารระดับสูงเข้าไปเกี่ยวข้องหรือไม่ โดยขณะนี้ยังเร็วเกินไป หากจะเร่งสรุปว่ามีข้าราชการระดับไหนเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องบ้าง เพราะขั้นตอนการตรวจสอบต้องรอบคอบ และประสานข้อมูลอย่างละเอียดกับ ป.ป.ท.&amp;quot; ประธาน ป.ป.ช.กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน นายสุภัทร จำปาทอง เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (เลขาฯ กกอ.) กล่าวถึงการสอบข้อเท็จจริงกรณีอาจารย์หัวหน้าภาควิชามนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม (มมส.) ทุบหลัง น.ส.ปณิตา ยศปัญญา หรือน้องแบม และให้กราบขอโทษผู้กระทำผิดของศูนย์พักพิงคนไร้ที่พึ่งว่า ได้อ่านสำนวนการสอบข้อเท็จจริงกรณีดังกล่าวแล้ว พร้อมทั้งได้ตั้งข้อสังเกตผลการสอบและส่งข้อเสนอแนะ โดยเบื้องต้นได้พูดคุยด้วยวาจากับนายสัมพันธ์ ฤทธิเดช อธิการบดี มมส.แล้ว จากนั้นจะทำหนังสือแจ้งเป็นทางการภายในสัปดาห์หน้า&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุภัทรกล่าวว่า ข้อสังเกตที่พบจากการสำนวนการสอบสวน คือ 1.อาจารย์หัวหน้าภาคซึ่งเป็นอาจารย์ที่ปรึกษาของนิสิตด้วยนั้น ทราบเรื่องที่นิสิตกรอกแบบฟอร์มแทนชาวบ้าน และเกิดความรู้สึกกังวลไม่สบายใจต่อสิ่งที่เกิดขึ้น แต่อาจารย์ใช้เวลา 3-4 สัปดาห์ กว่าที่จะลงพื้นที่ที่ศูนย์พักพิงฯ ถือว่าอาจารย์ที่ปรึกษาสนองตอบต่อปัญหาช้าเกินไป หรือไม่ใส่ใจ ซึ่งความใส่ใจต่อปัญหาคงไม่ใช่แค่ตอบผ่านไลน์ 2.กรณีเมื่ออาจารย์ที่ปรึกษาพบปัญหาแล้ว และได้ลงพื้นที่ที่ศูนย์พักพิงฯ ทั้งมีการสอบถามเจ้าหน้าที่ พม. ซึ่งเป็นอาจารย์ภาคสนาม ใช้เวลา 10 นาที ก็ตัดสินใจให้นิสิตกราบขอโทษโดยยังไม่ได้ตรวจสอบข้อมูลทั้งหมด ทำให้นิสิตเกิดความเครียด อาจเป็นจุดที่ทำให้นิสิตตัดสินใจนำเรื่องแจ้ง ป.ป.ท. 3.กรณีภายหลังจากที่อาจารย์ที่ปรึกษาทราบเรื่องว่า นิสิตแจ้งเรื่องกับ ป.ป.ท.แล้ว และได้เรียกตัวนิสิตทั้ง 4 คนมาพบ และเกิดเหตุการณ์ทุบไหล่นั้น สรุปว่ามีการทุบไหล่จริง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เรื่องการทำพัฒนานิพนธ์ เป็นเรื่องภายในมหาวิทยาลัย แต่จากสำนวนการสอบสวน พบนิสิตไม่ได้เปลี่ยนหัวข้อ แต่เป็นการเปลี่ยนพื้นที่การเก็บข้อมูล โดยนิสิตทั้ง 4 คนยืนยันขออยู่กับอาจารย์ที่ปรึกษาคนเดิม แต่การเปลี่ยนพื้นที่นั้น อาจส่งผลต่อระยะเวลาของการเก็บข้อมูลที่อาจทำให้จบการศึกษาช้าได้ ซึ่งผมได้ขอให้อธิการบดีช่วยดูแล ซึ่งอธิการบดีก็ยืนยันว่าไม่น่าจะมีผลกระทบต่อการจบการศึกษาของนิสิต&amp;quot; เลขาฯ กกอ.กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) นายกิตติ ลิ้มชัยกิจ ประธานคณะกรรมการสำนักงาน ป.ป.ท. (บอร์ดป.ป.ท.) ประชุมบอร์ด ป.ป.ท. เพื่อพิจารณาสำนวนคดีทุจริต โดยวาระแรกมี พ.ต.ท.วันนพ สมจินตนากุล ผู้ช่วยเลขาธิการ ป.ป.ท. และ พ.ต.ท.สิริพงษ์ ศรีตุลา ผอ.กองปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ 2 ได้เสนอสำนวนที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงเบื้องต้นในการทุจริตเงินกองทุนเสมาพัฒนาชีวิต ของกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บอร์ด ป.ป.ท.มีมติตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวนความผิดการทุจริตเงินกองทุนเสมาพัฒนาชีวิต พร้อมประสานสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินและเส้นทางการเงินบุคคลที่เกี่ยวข้อง ในกรณีที่พบทรัพย์สินที่น่าเชื่อว่าทำให้ร่ำรวยผิดปกติ เพื่อรวบรวมข้อมูลส่งต่อให้ ป.ป.ช.ดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.ท.วันนพกล่าวว่า การทุจริตกองทุนเสมาพัฒนาชีวิตนั้น เป็นลักษณะการโอนเงินทุนการศึกษาของกองทุนเสมาพัฒนาชีวิตเข้าบัญชีของบุคคลอื่นที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง ตั้งแต่ปี 2551-2561 ระยะเวลารวม 10 ปี เป็นจำนวนเงินกว่า 88 ล้านบาท ซึ่งผู้ถูกกล่าวหาว่าโกงเงินนั้นเป็นข้าราชการหญิงระดับซี 8 และมีเกี่ยวข้องอีก 4 ราย สำนักงาน ป.ป.ท.จะตรวจสอบและหาข้อมูลการกระทำความผิดข้าราชการคนดังกล่าว รวมไปถึงสอบสวนไปถึงบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้องด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.ปัตตานี เจ้าหน้าที่ ป.ป.ท.เขต 9 จ.สงขลา ลงพื้นที่บ้าน ม.2 ต.ยามู อ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี ตรวจสอบข้อเท็จจริงการโกงเงินชาวบ้าน ในโครงการเงินสงเคราะห์ช่วยเหลือเงินอุดหนุน เงินสงเคราะห์ผู้มีรายได้น้อยและไร้ที่พึ่ง ปี 2560 พบผู้ที่มาให้ข้อมูลไม่เคยส่งเอกสารใดๆเลย และไม่เคยได้รับเงินในโครงการดังกล่าว แต่เมื่อตรวจสอบมีหลักฐาน สำเนาบัตรประชาชน สำเนาทะเบียนบ้าน และใบสำคัญรับเงิน พร้อมเซ็นชื่อและลงชื่อเรียบร้อย ซึ่งผู้ให้ข้อมูลบอกว่าไม่ใช่ลายเซ็นของเจ้าตัวเป็นลายเซ็นปลอม.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/5454</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตรวจสอบทุจริต, บอร์ดป.ป.ท., บิ๊กตู่, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180320/image_big_5ab1215417e73.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
