<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>78370</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/09/2020 15:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/09/2020 15:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กมธ.แรงงาน จ่อทำหนังสือถึงบอร์ดประกันสังคม ท้วงติงลงทุนเครือโรงแรมศรีพันวา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23&amp;nbsp;ก.ย.63 -&amp;nbsp;ที่รัฐสภา นายสุเทพ อู่อ้น ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการแรงงาน กล่าวถึงกรณีกองทุนประกันสังคมเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์โรงแรมศรีพันวา หรือ SRIPANWAว่า ในนามประธานกมธ.การแรงงาน วันนี้ช่วงบ่ายจะมีการประชุมเพื่อติดตามกรณีดังกล่าว เนื่องจากเงินจากผู้ประกันตนมีจำนวนสูงมาก เมื่อเทียบกับกองทุนอื่นๆ โดยคาดว่าจะต้องมีการทำหนังสือไปถึงบอร์ดประกันสังคม เรื่องการใช้อำนาจในการนำเงินของผู้ประกันตนไปลงในตลาดหุ้นต่างๆ ซึ่งกมธ.จะให้ข้อระมัดระวังในการตัดสินใจ เพื่อติติง เพื่อรักษาเงินก้อนใหญ่ไว้ให้ผู้ประกันตน และจะติดตามการบริการจัดการกองทุนประกันสังคมนี้อย่างต่อเนื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ กรณีที่มีประชาชนขอคืน ขอกู้เงินประกันสังคม ซึ่งเป็นเรื่องที่กมธ.เองก็ยังติดตามภาวะการณ์อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะเรื่องเงินบำนาญ ซึ่งเป็นเงินก้อนสุดท้ายที่ผู้ประกันตน 12 ล้านคน ประกอบกับมาตรา 39 แล้วรวมเป็น 16 ล้านคนนั้นต้องระมัดระวัง จึงได้เสนอให้รัฐบาลนำเงินกู้ 4 แสนล้านล้านบาท มาอุดหนุนให้กับผู้ประกันตน เพื่อให้มีรายได้จากส่วนที่ขาดหายไป พร้อมทั้งเสนอให้ประกันสังคมพิจารณาเรื่องของมาตรา 40 ที่ต้องเท่าเทียมกัน ตนอยากเห็นการยกระดับโดยมีรัฐบาลมีส่วนร่วม ให้ประชาชนในบั้นปลายชีวิตมีเงินบำนาญอย่างทั่วหน้า รักษาระบบประกันสังคมให้คงทนยาวนานและยกระดับต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/78370</URL_LINK>
                <HASHTAG>กมธ.แรงงาน, บอร์ดประกันสังคม, สุเทพ อู่อ้น, โรงแรมศรีพันวา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200923/image_big_5f6b06d9744dd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>65557</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/05/2020 17:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/05/2020 17:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;หม่อมเต่า&#039; ถอยยังไม่เสนอครม.ปรับเพิ่มเงินช่วยผู้ประกันตนเป็น 75% ส่วนผู้นำแรงงานความเห็นแตก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;หม่อมเต่า&amp;quot; ถอยยังไม่เสนอครม.ปรับเพิ่มช่วยเหลือผู้ประกันตนได้รับผลกระทบจากโควิดเป็น 75% นักวิชาการแนะให้ฟังมติบอร์ด-ผู้นำแรงงานความเห็นแตก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 พ.ค.63 - นายดวงฤทธิ์ เบ็ญจาธิกุล ชัยรุ่งเรือง ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงแรงงาน ให้สัมภาษณ์ว่า ได้เรียนถาม ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล รมว.แรงงาน ถึงกรณีที่จะนำเรื่องเพิ่มสิทธิประโยชน์ให้ผู้ประกันตนที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 จาก 62% ของเงินเดือน (เพดานขั้นสูงสุด 15,000 บาท)เป็น 75% เข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรีในวันที่ 12 พฤษภาคมนี้หรือไม่ ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานบอกว่าคงต้องหารือกันภายในกระทรวงให้ได้ข้อสรุปเรียบร้อยก่อน ดังนั้นในสัปดาห์นี้จึงยังไม่นำเสนอ ครม. ที่สำคัญคือ ภารกิจเร่งด่วนที่สุดในตอนนี้คือ การจ่ายเงินให้ผู้ประกันตนที่มาลงทะเบียนให้ครบก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายงานข่าวแจ้งว่า ก่อนหน้านี้ภายหลังการประชุมคณะกรรมการประกันสังคม(บอร์ด)มีมติไม่เห็นด้วยที่จะปรับเพิ่มเงินช่วยเหลือผู้ประกันตนที่ได้รับผลกระทบจากไวรัสโควิด-19 เพิ่มขึ้นเป็น 75% ซึ่งขัดแย้งกับการแถลงข่าวของ ม.ร.ว.จัตุมงคล ที่ต้องการให้มีการปรับเพิ่มเป็น 75% อย่างไรก็ตามล่าสุด ม.ร.ว.จัตุมงคล ยอมถอยที่จะไม่น้ำเรื่องเข้าสู่ ครม.เนื่องจากเมื่อพิจารณาตัวเลขที่จะช่วยเหลือผู้ประกันตนเพิ่มขึ้นป็น 75% นั้น จะส่งผลกระทบต่อเงินกองทุนประกันการว่างงานเป็นอย่างมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.อรุณี ศรีโต ผู้นำแรงงาน และกรรมการบอร์ดประกันสังคม กล่าวว่า ยังไม่แน่ใจว่า รมว.แรงงานจะยังเดินหน้าเสนอครม.หรือไม่ ซึ่งหากมีการชงเรื่องให้ครม.จริง ก็เป็นเรื่องที่รัฐมนตรีต้องรับผิดชอบเองเพราะบอร์ดก็ได้แสดงจุดยืนออกไปแล้วว่า ไม่เห็นด้วยเนื่องจากต้องคำนึงถึงผู้ประกันตนทั้ง 15 ล้านคนที่จ่ายเงินเข้ากองทุนประกันการว่างงาน ซึ่งในอนาคตหากพวกเขาตกงานก็ควรมีโอกาสได้ใช้เงินที่เขาจ่ายสมทบทุกเดือนด้วย หากเงินก้อนนี้หมดแล้วจะทำอย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ไม่มีใครไม่เห็นด้วยที่จะให้ลูกจ้างได้รับเงินช่วยเหลือมากขึ้น แต่ไม่ใช่เอางบของประกันสังคมไปทุ่มทั้งหมด เงินกองนี้มี 1.6 แสนล้านบาท ควรใช้เมื่อลูกจ้างตกงานหรือออกจากงานเพื่อประทังความเดือดร้อน 3-6 เดือน เราต้องคำนึงถึงผู้ประกันตนที่เขาจ่ายเงินกันทุกๆเดือนด้วย ถ้าอนาคตถ้าเขาตกงานก็ควรมีสิทธิใช้เงินนี้ จริงๆแล้วหากรัฐบาลต้องการจะช่วยเหลือลูกจ้างมาก 62% ก็น่าจะใช้งบประมาณที่เป็นภาษีของประชาชน&amp;rdquo;น.ส.อรุณี กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.อรุณี กล่าวว่า สิ่งที่น่ากังวลคือหากมีการเพิ่มเงินเช่วยเหลือเป็น 75% ต่อไปนายจ้างที่จะเลิกจ้างงานก็จะโอนภาระทั้งหมดมาให้ประกันสังคม ทั้งๆที่เขายังช่วยเหลือตัวเองได้ ที่สำคัญคือทำให้ลูกจ้างได้รับเงินชดเชยน้อยลงคือแทนที่จะได้ 75% ของเงินเดือน กลับจะมารับเพียง 75%ของเพดานเงินเดือน 15,000 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายมนัส โกศล ประธานสภาองค์การลูกจ้างพัฒนาแรงงานแห่งประเทศไทย และประธานเครือข่ายประกันสังคมคนทำงาน กล่าวว่า เคยแสดงจุดยืนแล้วว่า ไม่เห็นด้วยหากจะมีการปรับเงินช่วยเหลือผู้ประกันตนจากเหตุโควิด-19 เป็น 75% เพราะเรากลัวว่านายจ้างจะเลี่ยงกฎหมายคุ้มครองแรงงานและโอนภาระให้กับกองทุนประกันสังคม ซึ่งตอนนี้เงินของกองทุนประกันการว่างงานก็มีเงินปริ่มๆน้ำอยู่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ผมยังไม่เห็นมีผู้ประกันตนมาร้องเรียนเลยว่า ได้รับเงินว่างงาน 62% นั้นน้อยไป แต่ถ้ารัฐบาลต้องการให้ได้มากขึ้นก็เป็นเรื่องที่ดีแต่ควรเอางบประมาณของรัฐบาลจากภาษีมาจ่าย ไม่ใช่เอาเงินของประกันสังคม&amp;rdquo;นายมนัส กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่า หาก รมว.แรงงานยังยืนยันที่จะนำข้อเสนอปรับเพิ่มเป็น 75% สู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี จะดำเนินการอย่างไร นายมนัสกล่าวว่า โดยมารยาทแล้วไม่เคยมีรัฐมนตรีที่ไม่ฟังมติบอร์ด ขณะที่บอร์ดเองก็ต้องฟังนโยบายจากรัฐมนตรี ซึ่งเรื่องนี้หากรัฐมนตรียังนำเรื่องส่งไปให้ ครม.พิจารณาก็เป็นเรื่องที่น่าห่วงมาก แต่ ครม.อาจจะไม่ผ่านก็ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่นายชาลี ลอยสูง รองประธานคณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย(คสรท.)กล่าวว่า คสรท.ได้รับเรื่องร้องเรียนจากลูกจ้างมาว่าเงินที่ได้รับจากกรณีว่างงานของสำนักงานประกันสังคม(สปส.)ซึ่งจ่าย 62% มีปัญหาเพราะหากเป็นเหตุสุดวิสัยและต้องหยุดงาน นายจ้างจ่ายให้ 75% แต่ถ้ามารับเงินจาก สปส.ได้เพียง 62% ซึ่งต่ำกว่า ดังนั้นควรจ่ายให้ได้รับเท่ากับกฏหมายคุ้มครองแรงงาน ซึ่งเป็นการจ่ายแค่ชั่วคราว ส่วนเรื่องเงินกองทุนว่างงานจะหมดหรือไม่นั้น เป็นอีกเรื่องหนึ่ง กรณีที่เกรงกันว่านายจ้างจะผลักภาระมาให้ สปส.นั้น หากไม่ใช่เหตุสุดวิสัยก็สามารถตรวจสอบกันได้ เราต้องเอาเหตุสุดวิสัยจริงๆ แต่ถ้านายจ้างใช้ช่องทางซิกแซกเป็นหน้าที่รัฐต้องเข้าไปตรวจดูแล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เราอยากพูดเรื่องของคนงานที่กำลังเดือดร้อนและไม่มีอันจะกินของลูกจ้าง เราต้องพยายามหาทางช่วยเหลือพวกเขา ขณะเดียวกันตอนนี้ผู้ประกันตนในมาตรา 33 ยังไม่ค่อยมีคนพูดถึงเพราะไม่ได้ลงไปดูในเนื้องาน จริงๆแล้วคนงานได้รับผลกระทบกันมากมาย มีทั้งการตัดโอที การได้รับเงินตามมาตรา 75 ทำให้พวกเขามีรายได้ลดลงมาก รัฐบาลควรช่วยเหลือเขาบ้าง เช่น เกลี่ยเงินที่กู้ตามพระราชกำหนดมาช่วยเหลือคนงานด้วย&amp;rdquo;นายชาลี กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่นายยงยุทธ แฉล้มวงศ์ นักวิชาการจากสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย หรือ ทีดีอาร์ไอ กล่าวว่า กองทุนประกันสังคมบริหารโดยระบบไตรภาคี ที่ประกอบด้วยผู้แทนของหน่วยงานภาครัฐ ผู้แทนนายจ้าง ลูกจ้าง รวมถึงมีผู้ทรงคุณวุฒิที่มีความเชี่ยวชาญ มีประสบการณ์ในงานประกันสังคม ให้ข้อมูลความเห็นในการตัดสินใจ และลงความเห็นเป็นมติของบอร์ด&amp;nbsp;แม้รมว.แรงงาน ซึ่งเป็นฝ่ายการเมืองที่มีสถานะดูแลกำกับหน่วยงาน ที่ผ่านมาไม่เคยมีครั้งใดที่รมว.แรงงานดำเนินการนอกเหนือจากมติของบอร์ด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ &amp;nbsp;เพราะเป็นเรื่องของกติกา แยกอำนาจหน้าที่ระหว่างข้าราชการประจำและข้าราชการฝ่ายการเมือง จึงเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้องไม่เช่นนั้น ฝ่ายการเมืองแทรกแซงในกองทุนต่างๆ&amp;rdquo;นายยงยุทธกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นักวิชาการจากทีดีอาร์ไอ กล่าวอีกว่า กองทุนประกันการว่างงาน 1.6 แสนล้านบาท มีเจตนาดูแลลูกจ้างที่ตกงาน ถูกเลิกจ้าง ไม่ใช่กลุ่มลูกจ้างที่ถูกปิดงานชั่วคราวจากเรื่องโควิด เนื่องจากทางการสั่งปิดสถานประกอบการชั่วคราวที่รัฐบาลต้องรับผิดชอบ เช่นเดียวกับการช่วยเหลือคนกลุ่มอื่นๆ กรณีนายจ้างสั่งปิดงานชั่วคราวทั้งหมด หรือบางส่วนก็เป็นเรื่องที่นายจ้างต้องดูแล รับผิดชอบลูกจ้าง ตามพรบ.คุ้มครองแรงงาน มาตรา 75&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/65557</URL_LINK>
                <HASHTAG>#โควิด-19, กระทรวงแรงงาน, ชาลี ลอยสูง, บอร์ดประกันสังคม, ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล, มนัส โกศล, ยงยุทธ แฉล้มวงษ์, สำนักงานประกันสังคม, หม่อมเต่า, อรุณี ศรีโต, เยียวยาผู้ประกันตน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200420/image_big_5e9d4a0151312.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>2994</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/02/2018 09:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/02/2018 09:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กอู๋&#039;ชงม.44ผ่าทางตันเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม3พันล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 ก.พ.61- &amp;nbsp;พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าวถึงการเลือกตั้งคณะกรรมการประกันสังคมชุดใหม่ว่า ขณะนี้ฝ่ายที่เกี่ยวข้องกำลังพิจารณาว่าจะดำเนินการอย่างไรเพราะการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมจะต้องใช้งบประมาณสูงถึง 3,000 ล้านบาททั้งนี้ เมื่อผ่านการพิจารณาแล้วจะมีการเสนอขึ้นมาให้พิจารณาว่าจะดำเนินการอย่างไร จะเสนอให้ออกเป็นคำสั่งตามมาตรา 44 หรือไม่ คาดว่าจะมีความชัดเจนในเร็ววันนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ เมื่อเดือน พฤศจิกายน 2558 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช. ใช้อำนาจตามมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญชั่วคราว ตั้งคณะกรรมการ (บอร์ด) ประกันสังคม ที่ปรึกษาของคณะกรรมการประกันสังคม คณะกรรมการการแพทย์ และคณะกรรมการการกองทุนเงินทดแทน แทนคณะกรรมการที่มีอยู่เดิม เป็นเวลา 2 ปี โดยระบุว่าพบปัญหาและข้อขัดข้องในการดำเนินการของระบบประกันสังคมและสำนักงานประกันสังคม ซึ่งมีผลกระทบต่อสิทธิประโยชน์ของนายจ้าง ลูกจ้าง และผู้ประกันตน อันส่งผลไปถึงความเสียหายต่อรัฐด้วย จึงมีความจำเป็นเร่งด่วนที่จะต้องมีการปฏิรูประบบทั้งหมด เพื่อให้มีการดำเนินงานที่โปร่งใส มีธรรมาภิบาล และเกิดประโยชน์สูงสุดแก่นายจ้าง ลูกจ้างและผู้ประกันตน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่พ.ร.บ.ประกันสังคม ฉบับใหม่ซึ่งประกาศใช้เมื่อ 20 ตุลาคม 2558 ที่ผ่านมา กำหนดให้ผู้แทนฝ่ายนายจ้างและฝ่ายผู้ประกันตนในบอร์ดประกันสังคมมาจากการเลือกตั้ง ใน 180 วันหลังประกาศใช้กฎหมาย ซึ่งควรจะเกิดขึ้นเมื่อเดือนเมษายน 2559
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตามปัจจุบันบอร์ดประกันสังคมยังคงเป็นชุดที่ตั้งโดยม.44 ไม่มีการเลือกตั้งแต่อย่างใด เนื่องจากกระทรวงแรงงานอ้างว่าคุยกับคณะกรรมการการเลือกตั้งแล้ว พบว่าอาจต้องใช้งบประมาณสูงถึง 3 พันล้านบาทในการเลือกตั้ง ขณะที่บอร์ดประกันสังคมมีวาระการดำรงตำแหน่งเพียง 2 ปีเท่านั้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บอร์ดประกันสังคมชุดปัจจุบันประกอบด้วย (๑) ปลัดกระทรวงแรงงาน ประธานกรรมการ (๒) ผู้แทนกระทรวงการคลัง กรรมการ (๓) ผู้แทนกระทรวงสาธารณสุข กรรมการ (๔) ผู้แทนสํานักงบประมาณ กรรมการ (๕) นายทวี ดียิ่ง กรรมการ (๖) นายธีระวิทย์ วงศ์เพชร กรรมการ (๗) นายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ กรรมการ (๘) นายมานิตย์ พรหมการีย์กุล &amp;nbsp;กรรมการ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;(๙) นายวาชิต รัตนเพียร กรรมการ (๑๐) นายวันชัย ผุดวารี กรรมการ (๑๑) นายสมพงศ์ นครศรี กรรมการ (๑๒) นายสุวรรณ สุขประเสริฐ กรรมการ (๑๓) นายสุวิทย์ ศรีเพียร กรรมการ (๑๔) นางอรุณี ศรีโต กรรมการ และ(๑๕) เลขาธิการสํานักงานประกันสังคม กรรมการและเลขานุการ
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/2994</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงแรงงาน, บอร์ดประกันสังคม, บิ๊กอู๋, พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว, ม.44</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180213/image_big_5a82525bf1028.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
