<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>91092</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/01/2021 19:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/01/2021 19:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชังชาติเจอตอ! &#039;ทูตนริศโรจน์&#039; แฉขบวนการดิสเครดิตกล่าวหา &#039;บอร์ดภาพยนตร์&#039; ล้าหลังเพื่อนบ้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 ม.ค.64 - นายนริศโรจน์ เฟื่องระบิล อดีตเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงบัวโนสไอเรส ประเทศอาร์เจนตินา ได้โพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊ก ระบุว่า วันนี้ขอแฉเบื้องหลังขบวนการที่ชอบดิสเครดิตเหยียดชาติตัวเอง แล้วอวยประเทศอื่นว่าดีกว่าบ้านเกิดตัวเองสักหน่อย&amp;nbsp;สืบเนื่องจากที่มีเพจนึงเขียนโจมตี Film Board ว่าล้าหลังสู้มาเลเซีย เวียดนามไม่ได้นั้น คือ ทางเรารู้ดีว่าพวกนี้เป็นขบวนการดิสเครดิตประเทศไทยที่ทำกันทุกวิถีทาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เรื่องการถ่ายหนังต่างชาติในไทยเป็น 1 ในเป้าหมายที่เขาโจมตี แต่เผอิญพวกเขาชะล่าใจไม่คิดว่าจะเจอ &amp;ldquo;ตอ&amp;rdquo; ที่พร้อมตอบโต้ด้วยข้อมูลเชิงประจักษ์ !&amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ตอนที่พวกเขาเขียนโจมตีลงในเพจเกี่ยวกับหนังเพจนึง ก็มีคนรุ่นใหม่จำนวนมากที่ไม่รู้ต้นสายปลายเหตุ เข้ามาเม้นท์ด่า Film Board แบบเสียๆหายๆ เช่น เปลืองภาษีกู ไม่ทำห่าอะไร ปล่อยให้มาเลย์ เวียดนามแซงไปได้ แย่งเค้กไปหมด !!!!!&amp;nbsp;
นี่คือสิ่งที่พวกเขาทำสำเร็จในการล้างสมองเด็กรุ่นใหม่ ทั้งๆที่ในความเป็นจริงมันเป็นเรื่องตรงกันข้ามชนิดพลิกหน้ามือเป็นหลัง teen กันเลยทีเดียว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขบวนการดิสเครดิตนี้จะจ้องทำลายหน่วยงานต่างๆทีละภาคส่วน ซึ่งแน่นอนรวมทั้งการดิสเครดิต สยามไบโอไซเอนซ์ตอนนี้ด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไทยเรานั้นมีชื่อเสียงในการเป็นโลเคชั่นถ่ายหนังต่างชาติย้อนไปได้ถึง 50-60 ปี ได้แล้วกระมัง ตั้งแต่สมัยที่มีการถ่ายทำหนังเรื่อง Ugly American&amp;nbsp;ที่มีดาราที่มีชื่อเสียงระดับโลกอย่าง มาร์ลอน แบรนโด เล่นคู่กับ ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช มาแล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตอนนั้นการถ่ายทำหนังต่างชาติยังไม่มีหน่วยงานใดคุมเพราะเป็นเรื่องใหม่ ก็ว่ากันไปตามมีตามเกิด จนมาเข้าที่เข้าทางเมื่อสัก 30 ปีที่ผ่านมานี้เอง Film Board จึงได้ถูกจัดตั้งขึ้น&amp;nbsp;โดยตอนแรก Film Board อยู่ที่ สำนักนายกรัฐมนตรี ต่อมาก็โอนไปที่ กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;จากนั้นก็ไปกระทรวงวัฒนธรรม และล่าสุดมาอยู่ที่ กรมการท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมเองมีส่วนผูกพันกับ Film Board โดยย้อนเวลากลับไปเกือบ 30 ปี ที่ผมได้รับมอบหมายจาก กต.ให้เป็นผู้แทนร่วมในคณะกก. Film Board&amp;nbsp;ผมถูกกต.ส่งให้ไปดูงานด้าน Soft Power ที่ญี่ปุ่นและเกาหลี เพื่อนำกลับมาพัฒนา Soft Power ให้ทันสมัย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมร่วมเป็น 1 ในคณะกรรมการ&amp;nbsp;Film Board ที่ร่วมกันแก้ไขระเบียบที่ล้าสมัย ปรับเปลี่ยนรูปแบบเอกสาร ลดความซ้ำซ้อน ใช้ระบบออนไลน์เข้ามาเสริมช่วยในการขออนุญาต ทำให้รวดเร็วขึ้นกว่าเดิมมาก และที่สำคัญคือ คิดหาวิธีสนับสนุนด้วยการให้ incentive แก่คณะกองถ่ายต่างปท. เพื่อหาทางสร้างรายได้เข้าประเทศจนประสบความสำเร็จอย่างมากในตอนนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตรงนี้จึงตอบข้อสงสัยของเพื่อนบางคนว่าทำไมเมื่อผมเกษียณแล้ว ทาง ก.ท่องเที่ยว จึงได้ขอเชิญตัวมานั่งเป็นประธานของคณะกก. Film Board (คณะที่ 2) เพราะผมมีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ตั้งแต่ยุคต้นๆ
ดังนั้น ผมจึงต้องขอถือโอกาสนี้ชี้แจงเกี่ยวกับเบื้องหลังที่ประเทศไทยประสบความสำเร็จในการเป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศที่ติดอันดับยอดนิยมแห่งหนึ่งของโลกมา ณ ที่นี้อีกครั้งหนึ่ง เพราะผมทนเห็นการกล่าวหาจากฝรั่งและคนไทยบางคนในขบวนการดิสเครดิตบ้านเกิดตัวเองแบบไร้จินตนาการและไม่มีหลักฐานข้อเท็จจริงไม่ได้ครับ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/91092</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองถ่ายต่างประเทศ, กองถ่ายภาพยนตร์, ชังชาติ, นริศโรจน์ เฟื่องระบิล, บอร์ดภาพยนตร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200909/image_big_5f58ed7bed876.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
