<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>14251</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/07/2018 09:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/07/2018 09:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ขุนคลังรื้อบอร์ด&#039;ยาสูบ&#039; ไม่ปลื้มทำงานไม่เข้าเป้า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ครม. สั่งรื้อบอร์ด กยท. พร้อมส่งนักการเงินมือดี &amp;ldquo;ระเฑียร&amp;rdquo; นั่งประธานคุมแก้ปัญหาการดำเนินงานครั้งใหญ่ เชื่อ กยท. ยังมีศักยภาพแข่งขันได้ แต่ติดฝ่ายบริหารปรับตัวช้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) สัญจรล่าสุดได้เห็นชอบตามที่กระทรวงการคลังเสนอการแต่งตั้งคณะกรรมการการยาสูบแห่งประเทศไทย (กยท.) ชุดใหม่ โดยให้นายระเฑียร ศรีมงคล อดีตผู้บริการ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) เป็นประธานกรรมการ &amp;nbsp;พร้อมทั้งตั้งนายลวรณ แสงสนิท และนายยุทธนา หยิมการุณ ผู้ตรวจกระทรวงการคลัง เป็นกรรมการ ผู้แทนกระทรวงการคลัง &amp;nbsp;โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ &amp;nbsp;17 ก.ค. 2561เป็นต้นไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;นายอภิศักดิ์ ต้องการให้นายระเฑียร เข้าไปแก้ไขปัญหาการดำเนินการของ กยท. ครั้งใหญ่ เป็นการเร่งด่วน หลังจากแปลงสภาพเป็นนิติบุคคล และที่ผ่านมามีการปรับเพิ่มอัตราภาษีบุหรี่สูงขึ้น ทำให้ยอดขายบุหรี่ลดลง จนทำให้ผลกำไรที่เคยมีจำนวนมากกลายเป็นขาดทุนในอนาคต&amp;rdquo; แหล่งข่าว กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แหล่งข่าว กล่าวอีกว่า นายอภิศักดิ์ เชื่อว่า กยท. ยังมีศักยภาพที่จะแข่งขันได้ แต่ที่ผ่านมาผ่ายบริหารยังปรับตัวช้า และมีผู้บริหารและพนักงานบางส่วนไม่ยอมปรับตัว และพยายามกดดันให้กระทรวงการคลังแก้ไขพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ภาษีสรรพสามิตให้กลับไปเก็บภาษีแบบเดิม หรือขยายเวลาการขึ้นภาษีรอบใหม่ในปีหน้า ซึ่งนายอภิศักดิ์ ไม่เห็นด้วยจึงได้มีการขอ ครม. เปลี่ยนคณะกรรมการใหม่ทั้งชุด และส่งนายระเฑียร เข้าไปเป็นประธานเพื่อดูเรื่องการปรับโครงสร้างทางการเงินและการตลาดของ กยท. ทั้งหมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับปัจจุบันภาษีบุหรี่ตามกฎหมายสรรพสามิตใหม่ปี 2560 เก็บตามปริมาณ 1.20 บาทต่อมวน และตามมูลค่า 20% สำหรับบุหรี่ราคาซองละไม่เกิน 60 บาท และ 40% สำหรับบุหรี่ที่ราคาเกินซองละ 60 บาท และในวันที่ 1 ต.ค. 2562 จะเก็บตามมูลค่าเป็นอัตราเดียวกันหมดที่ 40% ซึ่งหาก กยท. ไม่เร่งปรับโครงสร้างการบริหาร การเงิน และการตลาดเสียใหม่ตั้งแต่วันนี้จะทำให้เกิดปัญหาขึ้นในอนาคต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ที่ผ่านมานายอภิศักดิ์ ยังไม่พอใจการทำงานของผู้บริหาร กยท. ที่ประกาศไม่รับซื้อใบยาสูบจากชาวไร่ จนมีการรวมตัวประท้วงและไปยื่นหนังสือที่ศูนย์ดำรงธรรม ทำให้กระทรวงการคลังต้องสั่้ง กยท. บริหารสต๊อกยาสูบและรับซื้อใบยาจากชาวไร่ตามปกติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกันที่ผ่านมา กยท. ได้แจ้งว่ามีผลการดำเนินงานปี 2560 กำไร 9 พันล้านบาท &amp;nbsp;และคาดว่าในปี 2561 จะขาดทุน 1.5 พันล้านบาท ซึ่งไม่สอดคล้องกับผลประกอบการจริงในรอบครึ่งปีแรกของปีงบประมาณ 2561 ที่มีกำไร 588 ล้านบาท ลดลงจากช่วงเดียวกันปีก่อน 88% ที่มีกำไร 4.72 พันล้านบาท แม้ว่า กยท. จะมีส่วนแบ่งตลาดถึง 60% &amp;nbsp;แต่ได้รับผลกระทบจากการที่กำไรต่อซองลดลง จากเดิม 7 บาท เหลือเพียง 10 สตางค์ ทำให้รายได้ส่วนใหญ่หายไปถึงเกือบ 6 พันล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามล่าสุด กยท. ยังได้ทำเรื่องขอกระทรวงการคลังจ่ายโบนัสให้กับพนักงานสำหรับผลการดำเนินปี 2560 ที่ผ่านมาถึง 4 เดือน เพื่อแลกเปลี่ยนกับการรับซื้อใบยาสูบจากชาวไร่ ทำให้นายอภิศักดิ์ ไม่พอใจ เพราะเห็นว่าเป็นคนละเรื่องกันไม่ควรน่ามาผสมรวมกันทำให้การบริหารงานขององค์กรไม่มีประสิทธิภาพ และไม่เป็นผลดีกับประเทศในที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายกฤษณ์ ผาทอง นายาสมาคมผู้บ่ม และผู้ค้าใบยาสูบ จังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่า หากภายในสิ้นเดือนนี้ กยท. ยังไม่มีความชัดเจนเรื่องการซื้อใบยาจากชาวไร่ ทางตัวแทนจะรวมตันกันเพื่อขอพบผู้บริหาร กยท. เพื่อขอคำชี้แจงในเรื่องดังกล่าว เพราะจะต้องเริ่มกระบวนการเพราะปลูกแล้ว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14251</URL_LINK>
                <HASHTAG>กยท., ครม., นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์, บอร์ดยาสูบ, ระเฑียร ศรีมงคล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180627/image_big_5b3399039afab.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
