<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>47737</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/10/2019 09:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/10/2019 09:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คลังชงตั้งบอร์ดรฟท.ชุดใหม่เคาะไฮสปีด 3 สนามบิน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 ต.ค. 2562 นายอุตตม สาวนายน รมว.การคลัง เปิดเผยว่า กระทรวงการคลัง ได้สั่งการให้สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) เร่งประสานกระทรวงคมนาคม เพื่อดำเนินการแต่งตั้งคณะกรรมการ (บอร์ด) การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ให้เร็วที่สุด หลังจากคณะกรรมการชุดเก่าได้ลาออกไป เพื่อให้สามารถเดินหน้าลงนามในสัญญาการก่อสร้างโครงการลงทุนรถไฟความเร็วสูง (ไฮสปรีดเทรน) เชื่อม 3 สนามบินกับเอกชนได้ตามแผนที่กำหนดไว้

&amp;quot;ยืนยันว่ากระทรวงการคลังพร้อมสนับสนุนเต็มที่ แต่กระทรวงการคลังไม่ใช้หน่วยงานหลักที่ดูแลเรื่องนี้ จึงทำได้เพียงการเร่งให้ตั้งคณะกรรมการของ รฟท.ให้เสร็จโดยเร็วเท่านั้น ซึ่งขณะนี้ได้รายชื่อบอร์ดครบหมดแล้ว มีตัวประธานแล้ว แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยรายชื่อได้ โดยหลังจากนี้จะเร่งดำเนินการตามขั้นตอน ซึ่งอาจจะไม่เร็วนัก เพราะเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับหลายหน่วยงาน&amp;quot; นายอุตตม กล่าว

ส่วนกรณีที่ภาคเอกชนมีข้อเสนอให้ภาครัฐร่วมรับความเสี่ยงจากการลงทุนในไฮสปีดเทรนด้วยนั้น มองว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้มีการประเมินการรับความเสี่ยงดังกล่าวอยู่แล้ว แต่ทุกอย่างต้องอยู่ภายใต้กรอบเงื่อนไขการว่าจ้างการลงทุน (TOR) &amp;nbsp;
ด้านนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมกล่าวถึง โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน &amp;ldquo;ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา&amp;rdquo; ระยะทาง 220 กม. มูลค่า 224,544.36 ล้านบาทว่า เมื่อวันที่ 8 ต.ค. คณะกรรมการคัดเลือกฯได้ประชุมและมีมติในการเลื่อนลงนามสัญญาออกไปเป็นวันที่ 25 ต.ค. 2562 เวลา 12.00 น. ที่การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เนื่องจากต้องรอการเห็นชอบจาก คณะกรรมการ(บอร์ด) รฟท.ก่อน ซึ่งคณะกรรมการคัดเลือกฯ ได้ทำหนังสือแจ้งไปยังกลุ่มกิจการร่วมค้าบริษัทเจริญโภคภัณฑ์โฮลดิ้ง จำกัด และพันธมิตร (กลุ่ม CPH)แล้ว
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
ส่วนการแต่งตั้งบอร์ดรฟท.ชุดใหม่ ทาง สคร. กระทรวงคลัง ได้พิจารณารายชื่อบอร์ดรฟท. และส่งกลับมายังกระทรวงคมนาคมแล้ว จะสามารถเสนอครม.ในวันที่ 15 ต.ค.เพื่อแต่งตั้งบอร์ดชุดใหม่ได้ เพื่อให้เริ่มประชุมทันที
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
ผู้สื่อข่าวถามว่า การกำหนดวันที่ดังกล่าวถูกมองว่าเป็นการบีบบังคับ ให้กลุ่ม CPH มาลงนามสัญญาหรือไม่ นายศักดิ์สยาม กล่าวว่า ไม่เข้าใจคำว่าบีบบังคับ เพราะในขั้นตอนการดำเนินโครงการนั้น จะมีเงื่อนไขเวลา วันที่ 7 พ.ย. 2562 เป็นวันสิ้นสุดการยืนราคา ดังนั้น จึงไม่ใช่การบีบบังคับ เพราะหากบังคับ คงทำไปนานแล้ว

ส่วนหลังลงนามสัญญาไปแล้ว สิ่งใดที่อยู่ในกฎหมายที่รัฐควรดำเนินการให้ จะต้องเร่งดำเนินการ เช่น เรื่องการส่งมอบพื้นที่ ซึ่งขณะนี้มีความพร้อมส่งมอบพื้นที่ 72% &amp;nbsp;อยู่ตรงไหนบ้างเพื่อให้ผู้รับจ้างสามารถวางแผนในการก่อสร้าง ในจุดที่พร้อมส่งมอบได้ก่อน ส่วนพื้นที่ ที่ยังติดการรื้อย้ายสาธารณูปโภค นั้น จะให้หน่วยงานรัฐวิสาหกิจนั้นๆ ได้มาชี้แจงแผนการรื้อย้าย และงบประมาณที่ต้องใช้ ระยะเวลาในการรื้อย้าย ทำทุกอย่างแบบตรงไปตรงมา
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/47737</URL_LINK>
                <HASHTAG>การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.), นายอุตตม สาวนายน, บอร์ดรถไฟ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190926/image_big_5d8c95a4ca010.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>36081</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/05/2019 09:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/05/2019 09:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คมนาคมห่วงร.ฟ.ท.เสียค่าโง่ซ้ำโฮปเวลล์หลังขยายเวลาเช่าเซ็นทรัลหัวหิน1ปีขาดทุน297ล้าน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17พ.ค.62-มีรายงานข่าวจากกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ขณะนี้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ ภายหลังนายวรวุฒิ มาลา รักษาการผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) เตรียมเสนอคณะกรรมการ (บอร์ด) ร.ฟ.ท. ให้ต่อสัญญาเช่าเป็นเวลา 1 ปี &amp;nbsp;ที่ดินหัวหินกับ บจ. เซ็นทรัลหัวหินบีชรีสอร์ท ผู้เช่าอาคารและทรัพย์สิน โรงแรมรถไฟหัวหิน หรือโรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ รีสอร์ท แอนด์ วิลล่า หัวหิน เนื้อที่71.65 ไร่ &amp;nbsp; เพื่อแก้ปัญหาหลังที่ ร.ฟ.ท.ยังไม่สามารถต่อสัญญาเช่าให้ บจ. เซ็นทรัลหัวหินบีชรีสอร์ทไปอีก30ปี &amp;nbsp;หลังสัญญาเช่าเดิมหมดไปในวันที่ 15 พ.ค. 2562&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยประเด็นที่กระทรวงคมนาคมเป็นกังวลคือการต่อสัญญาเช่าไปอีก 1 ปีของร.ฟ.ท. ยังยึดสัญญาเดิมในปี2562 &amp;nbsp;ที่หมดลงไปแล้วใช่หรือไม่ &amp;nbsp;ที่ร.ฟ.ท.จะได้รับค่าเช่าที่ดินติดทะเล 71 .65ไร่ ราคาเพียง 6.8 ล้านบาทต่อปี &amp;nbsp;หรือเดือนละ 5.6 แสนบาทต่อเดือนเท่านั้น &amp;nbsp; &amp;nbsp;จากเดิมหาก ร.ฟ.ท.ต่อสัญญาไป 30ปีทันที &amp;nbsp;รฟท. จะมีรายได้เฉลี่ยปีละ &amp;nbsp;297 ล้านบาท หรือเดือนละ 24 ล้านบาท &amp;nbsp;จากการเทียบเคียงจากสัญญาใหม่ที่รฟท. ได้จ้างที่ปรึกษาประเมินผลตอบแทนของที่ดินหัวหินไว้แล้วเป็นอัตราค่าเช่ารวมตลอด 30ปี ไม่ต่ำกว่า 5,727 ล้านบาท และมีเงื่อนไขว่าเซ็นทรัลจะต้องลงทุน 3,200 ล้านบาทสร้างโรงแรมระดับ 3-4 ดาวเพิ่ม อย่างน้อย 100 ห้อง &amp;nbsp;รวมค่าตอบแทน &amp;nbsp;8,927 &amp;nbsp;ล้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายงานจากกระทรวงคมนาคม กล่าวต่อว่า &amp;nbsp;การต่อสัญญาที่ดินของรฟท. ให้กับ &amp;nbsp;บจ. เซ็นทรัลหัวหินบีชรีสอร์ท ซึ่งอยู่ในกลุ่มบริษัท เซ็นทรัลอินเตอร์พัฒนา จำกัด ก่อนหน้านี้ก็เคยถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก ในเช่าพื้นที่สามเหลี่ยมพหลโยธิน 47.22 ไร่ ซึ่งเป็นพื้นที่เป็นห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล ลาดพร้าว ระยะเวลา 30 ปี ระหว่างปี 2521-2551 &amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ร.ฟ.ท. เก็บค่าเช่าเฉลี่ยเพียงเดือนละ 3-7 แสนบาทเท่านั้น ซึ่งถูกสังคมมองว่าน้อยกว่าความเป็นจริงมาก &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;กระทรวงคมนาคมจึงอยากให้ รฟท. พิจารณาประเด็นเรื่องราคาค่าต่อสัญญา 1 ปี ว่าจะทำให้รัฐเสียเปรียบเอกชนหรือไม่ ในการพิจารณาการประชุม บอร์ด ร.ฟ.ท.ในวันที่ 17พ.ค. &amp;nbsp;เพราะหวั่นกระแสสังคมจะต่อต้าน และห่วงว่ารฟท. อาจจะทำสัญญาซ้ำรอย ค่าโง่ให้แก่ บริษัทโฮปเวลล์อีกหรือไม่ &amp;nbsp;ที่ร.ฟ.ท.ต้องหาเงินมาจ่ายค่าเสียหายทั้งเงินต้นและดอกเบี้ย รวม 25,000 ล้านบาทอยู่ในเวลานี้&amp;rdquo; แหล่งข่าวจากกระทรวงคมนาคม กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายวรวุฒิ &amp;nbsp;มาลา &amp;nbsp;รักษาการผู้ว่าร.ฟ.ท. ยืนยันว่าเป็นไปตามเงื่อนไขในสัญญาเช่า ที่ระบุว่าร.ฟ.ท.จะต้องเจรจากับผู้เช่ารายเดิมก่อน ซึ่งไม่ได้เป็นการเอื้อประโยชน์ให้กลับกลุ่มเซ็นทรัลแต่อย่างใด
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/36081</URL_LINK>
                <HASHTAG>ค่าโง่โฮปเวลล์, บอร์ดรถไฟ, วรวุฒิ  มาลา, เซ็นทรัลหัวหินบีชรีสอร์ท, โรงแรมรถไฟหัวหิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190517/image_big_5cde186cb09c7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>12538</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/07/2018 09:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/07/2018 09:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เร่งปั๊มรายได้ให้การรถไฟฯมั่นใจพลิกกำไรใน10ปี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กุลิศ&amp;#39; กางแผนฟื้นฟูกิจการรถไฟ เร่งปั๊มรายได้ส่งสินค้า-เชิงพาณิชย์ ตั้งเป้าพลิกกำไรภายใน 10 ปี เผยทางคู่เฟส 1-2 ฉุดรายได้โต 300% ทะลุ 2 หมื่นล้านบาทต่อปี เร่งปั้นพื้นที่เชิงพาณิชย์ 3 ทำเลทอง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกุลิศ สมบัติศิริ ประธานกรรมการการรถไฟแห่งประเทศไทย(รฟท.) เปิดเผยว่าแผนฟื้นฟูกิจการของรฟท.นั้นจะเน้นไปที่การเพิ่มรายได้ด้านการขนส่งสินค้าทางรางจากปัจจุบันสัดส่วนรายได้ส่วนใหญ่มาจากการขนส่งผู้โดยสาร ผ่านการพัฒนารถไฟทางคู่เฟส 1 จำนวน 5 เส้นทาง เปิดเดินรถทั้งหมดปี 2565 และรถไฟทางคู่เฟส 2 จำนวน 9 เส้นทางเปิดเดินรถปี 2570 เพื่อรองรับการเป็นฮับการขนส่งสินค้าของภูมิภาคเชื่อมต่อประเทศเพื่อนบ้านกระตุ้นการค้าด่านชายแดนไทย-ลาว ไทย-มาเลเซีย อีอีซี-กัมพูชาและเชื่อมต่อท่าเรือขนาดใหญ่อย่างแหลมฉบัง-ท่าเรือน้ำลึกทวาย ประเทศเมียนมาร์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกุลิศ กล่าวว่าดังนั้นจึงต้องเน้นลงทุนพัฒนาย่านเก็บกองและขนถ่ายสินค้าตู้สินค้า(Container Yard) และศูนย์การขนส่งตู้สินค้าทางรถไฟที่ท่าเรือ (Single Rail Transfer Operator : SRTO) ตามแนวเส้นทางรถไฟทางคู่ ควบคู่ไปกับการเพิ่มรายได้จากการพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์ 3 แปลงใหญ่มูลค่ามากกว่า 4 แสนล้านบาทได้แก่ สถานีกลางบางซื่อ สถานีแม่น้ำและพื้นทีมักกะสัน คาดว่าจะเพิ่มรายได้ให้กับรฟท.อย่างมากในอนาคต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้รฟท.จะพิจารณาเรื่องของการลดรายจ่ายขององค์กรเพื่อแก้ปัญหาหนี้สะสมอย่างเป็นระบบ ดังนั้นจึงเตรียมศึกษาเรื่องต้นทุนมาตรฐานการขนส่งทางรถไฟที่สะท้อนต้นทุนที่แท้จริงในปัจจุบัน เนื่องจากปัจจุบันมีรถไฟบางเส้นทางคิดค่าโดยสารต่ำกว่าต้นทุนจริงมากจนเกิดความไม่คุ้มค่า ทำให้การปรับเพิ่มค่าโดยสารเป็นหนึ่งในประเด็นที่ต้องให้ความสำคัญในแผนฟื้นฟูกิจการ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้รฟท.วางยุทธศาสตร์แผนฟื้นฟูให้ชัดเจนสามารถมองเห็นอนาคตได้ว่าภายใน 5-10 ปี รฟท.จะมีโครงการใดบ้างที่เข้ามาเพิ่มรายได้และมีแผนใดบ้างในการลดรายจ่ายรวมถึงการพัฒนาเส้นทางรถไฟตามแผนยุทธศาสตร์ชาติควรเดินหน้าอย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายงานข่าวจากการรถไฟแห่งประเทศไทย(รฟท.)ระบุว่าประมาณการรายได้ตามแผนการฟื้นฟูกิจการของรฟท.โดยอิงจากค่าโดยสารปัจจุบันได้ระบุว่าองค์กรจะกลับมามีกำไรอีกครั้งภายในเวลา 10 ปี หรือในปี 2570 จากปัจจัยด้านการเพิ่มขึ้นของรายได้การขนส่งสินค้าและผู้โดยสารที่เพิ่มขึ้นหลังจากทยอยเปิดรถไฟทางคู่ประกอบกับรายได้ด้านการพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์สามแปลงใหญ่ซึ่งจะเริ่มรัยรู้รายได้ในช่วงเวลาดังกล่าว ทั้งนี้พบว่ารายได้ในปีดังกล่าวจะอยู่ที่ 4.02 หมื่นล้านบาทประกอบด้วยรายได้เดินรถ 2.46 หมื่นล้านบาทและรายได้เชิงพาณิชย์ 1.55 หมื่นล้านบาท ขณะที่รายได้อยู่ที่ 3.68 หมื่นล้านบาทประกอบด้วยรายจ่ายการเดินรถ 1.83 หมื่นล้านบาท รายจ่ายดอกเบี้ยเงินกู้ 1.55 หมื่นล้านบาทและรายจ่ายค่าบำเหน็จบำนาญ 2.96 พันล้านบาท ส่งผลให้มีกำไรรวมทั้งสิ้น3.17 พันล้านบาท จากปัจจุบันในปี 2560ซึ่งมียอดขาดทุนถึง 1.24 หมื่นล้านบาท คิดเป็นรายได้9.16 พันล้านบาทและรายจ่ายทั้งหมด 2.15 หมื่นล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายงานข่าวกล่าวต่อว่าอย่างไรก็ตามรฟท.มองว่ารายได้ด้านเดินรถจะเติบโตแบบก้าวกระโดดในปี 2565 หลังจากเปิดเดินรถไฟทางคู่เฟสที่ 1 ได้ครบทั้ง 5 เส้นทาง คาดว่าจะมีรายได้ด้านเดินรถในปีดังกล่าวที่ 1.14 หมื่นล้านบาท คิดเป็นการเติบโต 85% จากปัจจุบัน 6.16 พันล้านบาท เช่นเดียวกับรายได้จากการพัฒนาที่ดินเชิงพาณิชย์ซึ่งจะมีความชัดเจนมากขึ้นในปี 2565 ดังทำให้จะมีรายได้เข้ามาราว1.34 หมื่นล้านบาทคิดเป็นการเติบโต 343% จากปัจจุบันซึ่งอยู่ที่ 3.03 พันล้านบาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามในปี 2570 หลังจากที่เปิดเดินรถไฟทางคู่เฟส 2 ครบทั้ง 9 เส้นทางจะทำให้รายได้เดินรถเพิ่มขึ้นเป็น 2.46 หมื่นล้านบาท คิดเป็นการขยายตัวที่ 299% เมื่อเทียบกับปี2560 ส่วนด้านรายได้จากการพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์จะอยู่ที่ 1.55 หมื่นล้านบาทคิดเป็นการเติบโต 15% จากปี 2565&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ด้านอุปสรรคที่จะเข้ามาเป็นตัวฉุดรายได้ในอนาคตนั้นคือดอกเบี้ยเงินกู้ของรฟท.ซึ่งมีปริมาณที่สูงมากขึ้นจากอัตราหนี้สะสมที่เพิ่มขึ้นในแต่ละปีจากภาระค่าโดยสารที่เก็บต่ำกว่าต้นทุนที่แท้จริงโดยพบว่าในระยะเวลา 10 ปีข้างหน้าค่าใช้จ่ายด้านดอกเบี้ยเงินกู้ในแต่ละปีจะสูงถึง 1.55 หมื่นล้านบาทคิดเป็นปริมาณการเติบโต 420% จากปัจจุบันอยู่ที่ 2.98 พันล้านบาท โดยค่าปริมาณการเติบโตดังกล่าวจะเพิ่มสูงขึ้นในปี 2565 คาดว่าจะอยู่ที่ราว 7.71 พันล้านบาทคิดเป็นการเติบโต 158% จากปี 2560&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/12538</URL_LINK>
                <HASHTAG>การรถไฟแห่งประเทศไทย, กุลิศ  สมบัติศิริ, บอร์ดรถไฟ, แผนฟื้นฟูการรถไฟ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180418/image_big_5ad6e425d8c7a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
