<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>111144</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/07/2021 12:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/07/2021 12:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อัยการโต้โซเชียลแชร์ข่าวเก่า! ยันสั่งฟ้อง&#039;บอส&#039;ขับชนคนตาย-เสพโคเคน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 ก.ค. 64 - นายประยุทธ เพชรคุณ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด กล่าวถึงกรณีที่มีการเผยเเพร่ข่าวเเละภาพบรรยายว่ารองโฆษกสำนักงานตำรวจเเห่งชาติได้เเถลงข่าวว่าพนักงานอัยการสั่งไม่ฟ้อง นายวรยุทธ อยู่วิทยา หรือบอส อยู่วิทยา ทุกข้อหา จนมีคนสอบถามเข้ามาจำนวนมากว่า จากการตรวจสอบพบว่าที่มีการเเชร์กันในโลกออนไลน์เป็นข่าวเก่าในช่วงวันที่ 24 ก.ค.2563 ซึ่งในครั้งนั้น นายเนตร นาคสุข รองอัยการสูงสุดสั่งไม่ฟ้องคดี&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เเต่ในปัจจุบันนี้ ตนในฐานะคณะทำงานเเละเลขานุการผู้รับผิดชอบคดีนี้ ล่าสุดตามคำสั่งของสำนักงานอัยการสูงสุด ที่มีนายอิทธิพร แก้วทิพย์ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งรองอธิบดีอัยการสำนักงานคดีอาญา เป็นประธานคณะทำงาน ได้มีคำสั่งฟ้อง นายวรยุทธ ในข้อหาเสพโคเคน และขับรถโดยประมาทชนผู้อื่นถึงแก่ความตาย ตามพยานหลักฐานใหม่ ซึ่งนายวรยุทธหลบหนี ศาลอาญากรุงเทพใต้ได้ออกหมายจับ ขณะนี้อยูในขั้นตอนทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ติดตามตัวมาให้พนักงานอัยการฟ้องต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จึงอยากฝากเรื่องการเเชร์ข่าวในลักษณะดังกล่าวต้องควรให้ความระมัดระวังเพราะอาจกระทบกับหลายหน่วยงานรวมถึงทำให้สังคมเข้าใจผิดคลาดเคลื่อนได้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111144</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตร., บอส, ประยุทธ เพชรคุณ, สั่งฟ้องคดี, อัยการสูงสุด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210702/image_big_60df049d06fe1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>79749</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/10/2020 20:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/10/2020 13:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตำรวจโชว์หมายแดงตามล่า&#039;บอส อยู่วิทยา&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 ต.ค.2563 - &amp;nbsp;พล.ต.ท.จารุวัฒน์ ไวศยะ ผู้ช่วย ผบ.ตร.ในฐานะคณะกรรมการตรวจสอบเท็จจริง กรณีอัยการสั่งไม่ฟ้องนายวรยุทธ อยู่วิทยา หรือบอส กล่าวถึงความคืบหน้าของสำนวนคดีว่า หลังอัยการคำสั่งฟ้องนายวรยุทธ ในข้อหาขับรถยนต์โดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย และข้อหาเสพยาเสพติดประเภทที่ 2 คือ โคเคน เมื่อวันที่ 23 กันยายน จากนั้นพนักงานอัยการได้แจ้งคำสั่งฟ้องมายังพนักงานสอบสวน สน.ทองหล่อตามขั้นตอน หลังพนักงานสอบสวนรับทราบคำสั่งฟ้อง ได้ทำหนังสือมายังกองการต่างประเทศ เมื่อวันที่ 25 กันยายน จากนั้นจึงมีการดำเนินการขอหมายแดงไปยังตำรวจสากล ประเทศฝรั่งเศส โดยขณะนี้ตำรวจสากลได้ดำเนินการออกหมายแดง ของตำรวจสากลเรียบร้อยแล้ว ตามหมายแดงเลขที่ A-8289/9-2020 ลงวันที่ 30 กันยายน ทั้งนี้จะได้ประสานเอกอัครราชทูตไทยทั่วโลก ผู้ช่วยทูตฝ่ายตำรวจไทย และเครือข่ายความร่วมมือตำรวจทั่วโลก เพื่อสืบหาถิ่นที่อยู่ของนายวรยุทธ แล้วจะได้ดำเนินการนำตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ส่วนกรณีที่มีการตรวจสอบไปยังระบบยังไม่พบหมายแดงดังกล่าว เนื่องจากเป็นระบบของตำรวจสากล ซึ่งอาจจะอยู่ระหว่างการดำเนินการ แต่ในส่วนของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้หมายแดงเรียบร้อยแล้ว
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
พล.ต.ท.จารุวัฒน์ กล่าวต่อว่า สำหรับความคืบหน้าในการดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จ กรณีข้อเกี่ยวข้องของทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ หลักคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงตรวจพบว่ามีเจ้าหน้าที่ตำรวจบางส่วนบกพร่องในการปฏิบัติหน้าที่ ถึง 20 ราย ทางคณะกรรมการได้ส่งรายชื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเหล่านั้นไปยังกองวินัย และทางกองวินัยได้ตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริง ในกรณีบกพร่อง พร้อมแจ้งคำสั่งไปยังผู้ถูกกล่าวหา เพื่อให้เข้ามาชี้แจงข้อเท็จจริง ภายใน 15 วัน ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการแจ้ง โดยคณะกรรมการชุดของกองวินัย มีการประชุมครั้งแรกเมื่อวันที่ 28 กันยายน ซึ่งขณะนี้ผู้ถูกกล่าวหายังชี้แจงเข้ามาไม่ครบ สำหรับกรณีการตรวจสอบข้อเท็จริง ของนายวิชา มหาคุณ เราได้รับหนังสือผลสรุปข้อบกพร่องของเจ้าหน้าที่ ในหลายๆส่วน เมื่อวันที่ 22 กันยายน เป็นเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ จำนวนกว่า 5,800 หน้า ซึ่งทาง ผบ.ตร.ได้สั่งการให้กองวินัย ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบรับเอกสาร โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการทำให้เป็นเอกสารสิ่งพิมพ์ จากนั้นจะได้นำเสนอให้คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง ซึ่งมี พล.ต.อ.ชนสิษฎ์ วัฒนวรางกูร รอง ผบ.ตร.ทำหน้าที่เป็นประธานกรรมการ
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/79749</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายวรยุทธ อยู่วิทยา, บอส, ผู้ช่วย ผบ.ตร., พล.ต.ท.จารุวัฒน์ ไวศยะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201007/image_big_5f7d60fe45b7e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>79743</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/10/2020 20:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/10/2020 12:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตำรวจหนาวอีกรอบ!ป.ป.ช.เตรียมรื้อคดีบอสใหม่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 ต.ค.2563 - &amp;nbsp;นายนิวัติไชย เกษมมงคล รองเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) กล่าวถึงกรณีคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) ส่งรายงานสำนวนการตรวจสอบข้อเท็จจริงของคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายกรณีคำสั่งไม่ฟ้องคดีนายวรยุทธ อยู่วิทยา หรือบอส มาที่ ป.ป.ช.ว่า รับทราบเรื่องแล้ว โดยจะต้องไปดูสำนวนเดิมที่ ป.ป.ช.เคยวินิจฉัยชี้มูลวินัยเจ้าหน้าที่ตำรวจบางรายไปแล้วนั้น วันนี้จะดูทั้งหมดตั้งแต่เริ่มต้นว่าอะไรที่ ป.ป.ช.วินิจฉัยชี้มูลแล้วมีพยานหลักฐานใหม่ที่ ป.ป.ช.ยังไม่เคยวินิจฉัย เพราะตอนที่ ป.ป.ช.ส่งสำนวนไปนั้นอัยการสูงสุด (อสส.) ยังสั่งฟ้องอยู่ แต่วันนี้เมื่อปรากฏข้อเท็จจริงว่า อสส.สั่งไม่ฟ้อง จึงจะต้องดูขั้นตอนการสั่งไม่ฟ้องถูกต้องหรือไม่ และยังมีกระบวนการที่คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย เสนอพยานหลักฐานเพิ่มเติม จะต้องดูไปพร้อมกัน ต้องดูตั้งแต่ต้นคดี เหตุเกิดที่ไหนอย่างไร มีใครเป็นพนักงานสอบสวน มีการทำสำนวนอย่างไร ส่วนไหนดำเนินคดีได้เพิ่มเติมก็ทำไป แต่ถ้าทำไม่ได้ ไม่มีพยานหลักฐานใหม่ถือว่าสิ้นสุด ส่วนใครจะผิดหรือไม่ผิดยังชี้แจงไม่ได้
&amp;nbsp;
ผู้สื่อข่าวถามว่า หากมีการรื้อคดีขึ้นมาพิจารณาใหม่ นอกจากตำรวจที่ถูกชี้มูลวินัยไปแล้วจะมีคนอื่นเพิ่มเติมหรือไม่ นายนิวัติไชย กล่าวว่า ต้องดูข้อเท็จจริงก่อน เพราะมีคนที่เกี่ยวข้องเยอะ ต้องดูข้อเท็จจริงเป็นเรื่องๆ ไป วันนี้ยังไม่สามารถบอกได้ว่าใครจะเป็นผู้ถูกกล่าวหา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับคดีดังกล่าว ก่อนหน้านี้ ป.ป.ช.มีมติชี้มูลความผิดทางวินัยไม่ร้ายแรง ต่อ พล.ต.ต.กฤษฏิ์ เปียแก้ว เมื่อครั้งดำรงตำแหน่ง ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 5, พ.ต.อ.สุคุณ พรหมายน รองผู้บังคับการตำรวจนครบาล 5, พ.ต.อ.ไตรเมต อู่ไทย รองผู้บังคับการตำรวจนครบาล 5, พ.ต.อ.ชุมพล พุ่มพวง ผู้กำกับการสถานีตำรวจนครบาลทองหล่อ, พ.ต.อ.สัมฤทธิ์ เกตุแย้ม, พ.ต.ท.วิบูลย์ ถิ่นวัฒนากูล และ พ.ต.ท.วิรดล ทับทิมดี กรณีสอบสวนช่วยเหลือนายวรยุทธ อยู่วิทยา ไม่ให้ถูกดำเนินคดีขับรถขณะเมาสุรา ขับรถเร็วเกินกว่าอัตรากฎหมายกำหนด และไม่ดำเนินการออกหมายจับนายวรยุทธ เพื่อให้ได้ตัวมาส่งพนักงานอัยการฟ้องดำเนินคดีตามกฎหมาย เป็นเหตุให้ผู้ต้องหาหลบหนี
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/79743</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ, คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ, นายนิวัติไชย เกษมมงคล, นายวรยุทธ อยู่วิทยา, บอส, ป.ป.ช., ป.ป.ท.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201007/image_big_5f7d55bd26236.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>76211</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/09/2020 08:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/09/2020 08:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ไพศาล&#039;ขีดเส้น3-5วันไม่ลงดาบคดีบอส&#039;อาจารย์วิชา&#039;เปลืองตัวเหนื่อยเปล่า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;02 ก.ย.2563 - &amp;nbsp;นายไพศาล พืชมงคล อดีตกรรมการผู้ช่วยรองนายกรัฐมนตรี โพสต์ข้อความผ่านเพจเฟซบุ๊กระบุว่า ผลการสอบสวนของคณะกรรมการชุดท่านอาจารย์วิชา มหาคุณ &amp;nbsp;ถูกเปิดเผยในรายละเอียดออกสู่สาธารณชนแล้ว &amp;nbsp;เห็นชัดเจนว่ามีใครทำความผิดบ้าง &amp;nbsp;ซึ่งเป็นการทำลายกระบวนการยุติธรรมของประเทศอย่างยับเยินอย่างชัดเจน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คำถามของประชาชนคือแล้วจะอย่างไรกันต่อไป? ให้ดูว่า จะมีเหตุการณ์อย่างนี้เกิดขึ้นใน 3 วัน 5 วันนี้หรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.มีคำสั่งพักราชการผู้กระทำความผิดเอาไว้ก่อนและตั้งคณะกรรมการสอบสวนดำเนินคดี
2.มีการดำเนินคดีเดิม ตามที่คณะกรรมการสอบสวนได้ระบุหรือไม่&amp;nbsp;
3.มีการส่งเรื่องไปให้ ป.ป.ช ไต่สวนดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่ของรัฐที่กระทำความผิดหรือไม่???&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถ้าไม่มี 3 ประการนี้ ท่านอาจารย์วิชา มหาคุณเหนื่อยเปล่าครับ!!!
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/76211</URL_LINK>
                <HASHTAG>บอส, วิชา มหาคุณ, อดีตกรรมการผู้ช่วยรองนายกรัฐมนตรี, เฟซบุ๊ก, โพสต์, ไพศาล พืชมงคล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200814/image_big_5f35df93d8b66.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>76210</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/09/2020 08:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/09/2020 08:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;พี่ศรี&#039;ชวนสังคมจับตาฟัน8กลุ่มอุ้ม&#039;บอส&#039;อย่าปล่อยเป็นมวยล้ม!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;02 ก.ย.2563 - &amp;nbsp;นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย โพสต์เฟซบุ๊กว่า ตามที่นายกรัฐมนตรี และคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย กรณีคำสั่งไม่ฟ้องคดีอาญานายวรยุทธ อยู่วิทยา หรือบอส ที่ขับรถชนตำรวจเสียชีวิต ปี 2555 โดยได้แถลงสรุปผลการค้นหาความจริงทั้งหมดแล้ว และพบว่ามีผู้ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ทั้งหมด 8 กลุ่ม คือ 1.พนักงานสอบสวนซึ่งเกี่ยวข้องกับสำนวน 2.พนักงานอัยการซึ่งปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ 3.ผู้บังคับบัญชาซึ่งแทรกแซงการปฏิบัติหน้าที่ 4.สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ซึ่งแทรกแซงการปฏิบัติหน้าที่ 5.ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองซึ่งแทรกแซงการปฏิบัติหน้าที่ 6.ทนายความซึ่งกระทำผิดกฎหมาย 7.พยานซึ่งให้การเป็นเท็จ และ 8. ตัวการ ผู้ใช้ และผู้สนับสนุนในการกระทำผิดกฎหมายดังกล่าวนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การดำเนินเอาผิดทางวินัย ทางอาญา ทางจริยธรรม จรรยาบรรณ และมรรยาท กับบุคคลทั้ง 8 กลุ่มข้างต้น เป็นสิ่งที่หน่วยงานและองค์กรต้นสังกัด จะต้องเร่งรีบโชว์ผลงานดำเนินการอย่างรวดเร็ว เพื่อฟื้นชื่อเสียงและเกียรติคุณขององค์กรที่เสียหายยับเยินไปเพียงเพราะคนไม่กี่คนที่สมรู้ร่วมคิด และมีเจตนาที่จะช่วยเหลือผู้กระทำความผิดให้รอดพ้นจากกฎหมายอาญาแผ่นดิน โดยไม่เกรงกลัวต่อกฎหมายของบ้านเมือง คนเหล่านี้ต้องถือว่า &amp;ldquo;ประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง&amp;rdquo; ต้องรีบตัดเนื้อร้ายพวกนี้ทิ้งไป โดยการใช้มาตรการทางกฎหมายลงโทษอย่างเด็ดขาด จึงจะชอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ผู้ที่เกี่ยวข้องทั้ง 8 กลุ่ม ส่วนที่เป็นข้าราชการสามารถดำเนินการเอาผิดทางวินัยร้ายแรงและอาญาตามกฎหมายได้เลยโดยใช้ผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงของคณะกรรมการฯ เพราะกฎหมายกำหนดผู้ที่มีอำนาจสั่งลงโทษได้ไว้แล้ว ส่วนนักการเมืองและข้าราชการระดับสูงเป็นอำนาจของ ป.ป.ช. ที่คณะกรรมการทั้ง 9 คนสามารถใช้รายงานผลการตรวจสอบชี้มูลความผิดบุคคลที่เกี่ยวข้องทั้งหมด พร้อมทำสำนวนส่งอัยการฟ้องต่อศาลอาญาและศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองได้เลย โดยไม่ต้องมาตั้งคณะทำงานใหม่เพื่อลากเวลาให้ยืดยาวต่อไปอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนทนายความที่กระทำผิดกฎหมาย สภาทนายความมีคณะกรรมารมรรยาท ตาม พ.ร.บ.ทนายความ 2528 คอยลงโทษทนายความอยู่แล้ว ซึ่งกรณีนี้โทษสูงสุดคือต้องลบชื่อออกจากทะเบียนทนายความเท่านั้น จึงจะชอบ ส่วนพยานซึ่งให้การเป็นเท็จ ตาม ป.อาญา มาตรา 172 และหรือมาตรา 174 ตำรวจและอัยการต้องเร่งทำสำนวนส่งฟ้องศาลเพื่อพิพากษาลงโทษโดยเร็ว แต่ที่สำคัญ คือ ในส่วนของผู้ใช้ และผู้สนับสนุนในการกระทำผิดกฎหมายดังกล่าว น่าจะเป็นหัวใจสำคัญของการทำให้ปัญหานี้เกิดขึ้น ซึ่งมีบุคคลกลุ่มหนึ่งที่ยังไม่ปรากฏต่อสาธารณะเลยว่าตำรวจจะเชิญบิดาและมารดาของนายวรยุทธมาให้ปากคำ หรืออัยการจะสั่งตำรวจย้อนสำนวนให้สอบบุคคลดังกล่าวแต่อย่างใด หรือว่ามีม่านสีเทาปิดกั้นอยู่ หรือมีมือที่มองไม่เห็นคอยสั่งการห้ามแตะต้องบุคคลเหล่านี้อย่างนั้นหรือ ที่สำคัญอย่างให้งานนี้เป็นมวยล้มต้มคนดูก็แล้วกัน ไม่เช่นนั้นรัฐบาลอาจจะล้มไปเพราะคดีนี้ก็เป็นไปได้
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/76210</URL_LINK>
                <HASHTAG>บอส, วรยุทธ อยู่วิทยา, ศรีสุวรรณ จรรยา, เฟซบุ๊ก, เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย, โพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200902/image_big_5f4ef4d40ce3e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>76041</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/08/2020 12:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/08/2020 12:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;วิชา&#039;ส่งรายงานคดีบอสถึงมือ&#039;บิ๊กตู่&#039;แล้ว! ใครผิดมีชื่อชัดรอฟังแถลงพรุ่งนี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;31 ส.ค. 63 - ที่ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล นายวิชา มหาคุณ ประธานคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย กรณีคำสั่งไม่ฟ้องคดีอาญาที่อยู่ในความสนใจของประชาชน เปิดเผยภายหลังนำรายงานฉบับสมบูรณ์ในการค้นหาความจริงกรณีที่อัยการมีคำสั่งไม่ฟ้องคดีที่นายวรยุทธ อยู่วิทยา หรือ บอสขับรถชนตำรวจเสียชีวิตเมื่อปี 2555 เข้าพบนายกรัฐมนตรี โดยใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยนายวิชา กล่าวว่า รายงานที่ส่งให้นายกรัฐมนตรีมีอยู่ประมาณ 100 หน้า แต่ข้อสรุปจริงๆ มีประมาณ 10 หน้าที่จะเป็นรายละเอียดเขียนไว้ชัดเจนว่าเกิดความบกพร่องที่ใคร หน่วยงานไหน ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้นัดหมายให้ตน และคณะกรรมการฯ เข้ารายงานข้อสรุป โดยมีนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เข้าร่วมรับฟังด้วย และนายกรัฐมนตรีได้รับฟังพร้อมจดบันทึกด้วยตัวเอง และบอกชัดเจนว่า วันพรุ่งนี้ (1 ก.ย.) จะนำเข้าคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพราะมีหลายเรื่องเป็นข้อเสนอแนะของคณะกรรมการ ซึ่งเกี่ยวข้องกับหลายฝ่ายหลายหน่วยงานที่จะต้องนำไปปฏิบัติต่อ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอให้พรุ่งนี้รอฟังนายกรัฐมนตรีแถลง ซึ่งนายกรัฐมนตรียังบอกด้วยว่า จะแจกข้อมูลสำคัญที่เป็นเอกสารให้กับสื่อมวลชนนำไปเผยแพร่ เพราะถือว่ากรตรวจสอบของคณะกรรมการฯเป็นการตรวจสอบโดยโปร่งใสไม่มีลับลมคมใน และนายกรัฐมนตรีต้องการนำเรื่องนี้ไปสู่การแก้ไขอย่างแท้จริง โดยเฉพาะข้อเสนอแนะของคณะกรรมการฯที่จะต้องนำไปทำอย่างจริงจัง ขอให้รอพรุ่งนี้ ซึ่งนายกรัฐมนตรีจะแถลงภายหลังการประชุม ครม. และจากนั้นได้มอบหมายให้ตน เปิดการแถลงข่าวที่ตึกสันติไมตรีในทำเนียบรัฐบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ในเอกสารข้อสรุปที่นายกรัฐมนตรีจะนำมาเปิดเผย อ่านดูก็รู้ว่าใครผิด รายละเอียดจะอยู่ในนั้นทั้งหมด ขอให้พวกเราไปติดตามอ่านพรุ่งนี้ ในนั้นจะรู้หมดเลย เขียนชัดเจน ไม่มีกั๊ก มีทั้งชื่อ ทั้งตำแหน่ง ทั้งหน่วยงานอยู่ในนั้นทั้งหมด&amp;rdquo; นายวิชา ระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าก่อนหน้านี้มีการเปิดเผยว่าเรื่องนี้มีคนผิดทั้งวินัย อาญา และจริยธรรม มั่นใจหรือนำไปดำเนินการถึงขั้นเอาผิดให้ได้หรือไม่ นายวิชา กล่าวว่า ในรายงานมีรายละเอียดทั้งหมด และนายกรัฐมนตรีตั้งใจอยู่แล้วว่า จะต้องส่งให้หน่วยงานที่จะรับผิดชอบต่อไป ขอให้รอฟังนายกฯแถลง และพรุ่งนี้ตนก็จะแถลงรายละเอียดต่อทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามย้ำว่าก่อนหน้านี้ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง อดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ นำหลักฐานมายืนยันว่าตนเองอยู่ที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ในช่วงเวลาที่ พ.ต.อ.ธนสิทธิ แตงจั่น ตำรวจพิสูจน์หลักฐาน อ้างว่า พล.ต.อ.สมยศ ได้แนะนำให้รู้จักนักวิชาการ และนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงความเร็วรถนายวรยุทธ นายวิชา ตอบว่า &amp;ldquo;เอาเถอะ เราชัดเจนแล้ว ไปอ่านในสำนวนจะรู้เลยอยู่ในรางาน ไม่มีแทงกั๊ก&amp;nbsp; ในส่วนของคณะกรรมการฯมีความชัดเจน ให้ไปอ่านในรายงานดูก็จะรู้เลยว่าไม่มีแทงกั๊ก ทำอะไรเราต้องโปร่งใส เปิดเผย ตรวจสอบได้ ไม่มีแทงกั๊ก ไม่มีคลุมเครือ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิชา กล่าวด้วยว่า หลังจากนี้คณะกรรมการฯยังคงปฏิบัติหน้าที่ต่ออีก 30 วัน เพื่อนำไปสู่แนวทางการปฏิรูปกฎหมายและกระบวนการยุติธรรมต่อไป.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/76041</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายกฯ, บอส, ผลสอบคดีสั่งไม่ฟ้อง, วรยุทธ อยู่วิทยา, วิชา มหาคุณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200831/image_big_5f4c8f6de0468.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>74908</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/08/2020 13:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/08/2020 12:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ส่งถึงมือจักรทิพย์แล้ว!ลุ้นลงดาบ20ตำรวจพันคดีบอส</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ส.ค.2563 - พล.ต.ท.จารุวัฒน์ ไวศยะ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผู้ช่วย ผบ.ตร.)ในฐานะรองประธานคณะกรรมการตรวจสอบตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ไม่แย้งคำสั่งไม่ฟ้องเด็ดขาดของอัยการ คดีนายวรยุทธ อยู่วิทยา หรือบอสขับรถชนตำรวจเสียชีวิต เมื่อปี 2555 เปิดเผยว่า &amp;nbsp;วันนี้ได้ส่งสรุปผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงให้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.พิจารณาข้อบกพร่องของพนักงานสอบสวนที่ทำคดีนี้ รวม 20 นาย ซึ่งในจำนวนนี้ 11 นายเคยถูกคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ชี้มูลความผิดไปแล้ว ส่วนที่เหลือ 9 นาย คณะกรรมการฯ เพิ่งตรวจสอบความผิดเพิ่มเติม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ตำรวจในกลุ่มนี้ มีตั้งแต่ระดับสารวัตร ถึงผู้บัญชาการ บางส่วนเกษียณอายุราชการไปแล้ว ซึ่งรายชื่อทั้งหมดจะถูกส่งให้กองวินัย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พิจารณาโทษทางวินัยและความผิดทางอาญา หากมีมูลจะส่งต่อให้ ป.ป.ช. ดำเนินการต่อไป&amp;rdquo;พล.ต.ท.จารุวัฒน์กล่าวและว่า ความผิดของพนักงานสอบสวนทั้งหมดนี้ จะให้ ผบ.ตร.พิจารณาว่าเป็นข้อบกพร่องไม่ปฏิบัติหน้าที่สอบสวนคดีโดยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/74908</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะกรรมการตรวจสอบตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ไม่แย้งคำสั่งไม่ฟ้องเด็ดขาดของอัยการ, นายวรยุทธ อยู่วิทยา, บอส, ผู้ช่วย ผบ.ตร., ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ, พล.ต.ท.จารุวัฒน์ ไวศยะ, พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200819/image_big_5f3cb71824513.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
