<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>76170</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/09/2020 17:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/09/2020 17:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กตู่&#039; โพสต์อ่านรายงานคดีบอสชุด &#039;วิชา&#039; แล้วน่าเศร้ามากสำหรับประเทศไทย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 ก.ย.63 - พล.อ.ประยุทธ์​ จันทร์โอชา​ นายกรัฐมนตรี​ และรมว.กลาโหม​ ได้โพสต์เฟซบุ๊ก​ ประยุทธ์​ จันทร์โอชา​ Prayut Chan-o-cha​ ระบุว่า​ เมื่อวานนี้ ผมได้รับรายงานการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย กรณีสั่งไม่ฟ้อง &amp;ldquo;นายวรยุทธ อยู่วิทยา&amp;rdquo; ที่คุณวิชา มหาคุณ และคณะได้ดำเนินการตรวจสอบ​ ผมได้อ่านเอกสารทุกหน้า และรู้สึกว่าสิ่งที่ได้อ่าน เป็นสิ่งที่น่าเศร้ามากสำหรับประเทศไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมขอเริ่มด้วยการพูดถึงสิ่งที่ผมไม่สามารถทำได้ก่อน​ผมไม่ใช่คนที่จะตัดสินได้ว่า นายวรยุทธ อยู่วิทยา มีความผิดหรือไม่ นั่นเป็นสิ่งที่ศาลและผู้พิพากษาจะเป็นผู้ตัดสิน ตามหลักกฏหมาย และหลักฐานต่างๆ ที่นำมาประกอบคดีอย่างถูกต้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่สิ่งที่ผมสามารถทำได้ &amp;ndash; และผมจะทำ &amp;ndash; คือ​ คดีนี้ จะต้องเข้าสู่กระบวนการเร่งด่วน และให้ตำรวจดำเนินคดีต่อ &amp;ldquo;บอส&amp;rdquo; ในคดีที่ยังไม่หมดอายุความ ภายใน 30 วัน​ เราต้องไม่ปล่อยให้คนหลุดพ้นจากกระบวนการยุติธรรม โดยใช้วิธีถ่วงเวลาให้หมดอายุความ และผมถือว่า การปล่อยให้เกิดความล่าช้าในกระบวนการยุติธรรม เป็นเรื่องที่เลวร้ายด้วยเหมือนกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และมีอีก 2-3 เรื่องที่ผมขอพูด​ ผมขอบอกทุกคนที่เกี่ยวข้องกับการทำคดีเหล่านี้ว่า ขอให้ทำหน้าที่อย่างถูกต้อง และใช้จริยธรรมและศีลธรรมนำทาง นั่นคือวิธีที่ดีที่สุดที่จะทำให้ความยุติธรรมเกิดขึ้นได้ เพราะไม่อย่างนั้นคุณเองก็อาจจะเดือดร้อนด้วย​&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อีกเรื่องหนึ่งคือ ตามที่ผมเคยกล่าวถึงวิธีการทำงานแบบ New Normal ของผม และภาครัฐ ว่าเราจะต้องทำงาน โดยรับผิดชอบกับงานของตัวเอง และรับผิดชอบกับผลที่เกิดขึ้นจากการทำงานของเราด้วย และตามรายงานที่ผมได้รับมาเมื่อวาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมเห็นชัดเจนว่า อาจจะมีบางคนที่ไม่ได้ทำหน้าที่อย่างโปร่งใส หรือใช้จริยธรรมและศีลธรรมนำทางเท่าใดนัก เพราะฉะนั้น ผมจะสั่งการให้เริ่มสอบสวนเจ้าหน้าที่หรือบุคคล ที่อาจจะเกี่ยวข้องทำให้เกิดความไม่ถูกต้องในกระบวนการทางกฏหมาย ทั้งจากปฏิบัติหน้าที่ หรือการไม่ปฏิบัติหน้าที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมขอให้ทุกคนจำกรณีนี้​ เรื่องนี้ มี 2 ผู้เสียหาย​ ผู้เสียหายคนแรก คือ ตำรวจดีๆ ท่านหนึ่ง ที่กำลังปฏิบัติหน้าที่อยู่ในช่วงเช้ามืดของวันนั้น​ ส่วนอีกหนึ่งผู้เสียหาย ก็คือ ประเทศไทยของเราทั้งหมด​ เพราะวิธีการดำเนินคดีในกรณีนี้ ได้ส่งผลกระทบในทางลบอย่างรุนแรง กับพื้นฐานที่สำคัญของสังคม 2 อย่าง นั่นคือ ความไว้วางใจที่ประชาชนมีต่อระบบยุติธรรม และความไว้วางใจที่ประชาชนมีต่อการบังคับใช้กฏหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เรากำลังอยู่ในช่วงเวลาของยุคสมัยใหม่ เป็นยุคสมัยที่คนรุ่นใหม่ต้องการความโปร่งใสมากขึ้น และความรับผิดชอบอย่างเต็มที่มากขึ้น จากผู้นำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมขอขอบคุณ คุณวิชา ที่เสียสละรับภารกิจที่ยากมากนี้ และผมต้องขอขอบคุณผู้เชี่ยวชาญและผู้อาวุโสทุกท่านในคณะ ที่ได้เสียสละทำภารกิจนี้เพื่อประเทศ​&amp;nbsp;สิ่งที่ท่านทั้งหลายทำให้ประเทศในครั้งนี้ จะส่งผลที่ยิ่งใหญ่ มากกว่ากรณีนี้กรณีเดียว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมขอบคุณทุกท่านอีกครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/76170</URL_LINK>
                <HASHTAG>บอส กระทิงแดง, พล.อ.ประยุทธ์​ จันทร์โอชา​, วรยุทธ อยู่วิทยา, วิชา มหาคุณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200901/image_big_5f4e23df0c921.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>76003</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/08/2020 20:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/08/2020 20:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไม่รอด!กรรมการชุด&#039;วิชา&#039;ชงนายกฯ รื้อคดี&#039;บอส กระทิงแดง&#039;ทั้งกระบวนการ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 ส.ค.63- เมื่อเวลา 20.00 น. ที่สำนักงานกฤษฎีกา ท่าพระจันทร์ นายวิชา มหาคุณ ประธานคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายกรณีคำสั่งไม่ฟ้องคดีอาญาที่อยู่ในความสนใจของประชาชน &amp;nbsp;กล่าวภายหลังการประชุมสรุปคดีกรณีอัยการสั่งไม่ฟ้องนายวรยุทธ อยู่วิทยา หรือ บอสที่ขับรถชนตำรวจเสียชีวิตเมื่อปี 2555 ซึ่งใช้เวลากว่า 6 ชั่วโมง ว่า วันนี้มีการสรุปรายงานที่จะนำเสนอนายกรัฐมนตรีในวันที่ 31 ส.ค.ซึ่งขณะนี้ยังไม่ได้มีการนัดเวลา แต่ได้พูดคุยกับนายกฯเรียบร้อยแล้ว ซึ่งก็เป็นไปตามกำหนดเวลา 30 วัน ทั้งนี้ ในส่วนของการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมขยายออกไปอีก 30 วัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิชา ในส่วนของการสรุปรายงานแบ่งเป็น 2 แนวทางคือ แนวทางแรกเป็นการสรุปรายละเอียดว่าได้สอบพยานกี่ปาก ใครบ้าง มีข้อมูลอย่างไร รวมทั้งการลำดับเหตุการณ์ว่าเกิดขึ้นอย่างไร ตั้งแต่เกิดเหตุการณ์จนมีผู้เสียชีวิต และมีผู้ต้องหา มีการทำสำนวนสอบสวนอย่างไร จนเกิดกรณีข้อสงสัยทั้งเรื่องการสั่งฟ้อง คดีขาดอายุความ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิชา กล่าวต่อว่า แม้ว่าจะผ่านเวลามายาวนาน แต่เรามีเอกสารยืนยันบางเรื่องเปลี่ยนจากที่เคยสอบมาแล้ว ซึ่งคณะกรรมการฯ ได้ความจริงว่าเหตุการณ์บางเหตุการณ์ไม่เป็นความจริง เพราะไม่ได้ทำขึ้นในวันที่เกิดเหตุ ดังนั้นเพื่อให้เห็นว่ามีความผิดพลาดคาดเคลื่อนอย่างไรบ้าง ซึ่งผิดพลาดตั้งแต่ทำสำนวน โดยเฉพาะสิ่งที่คณะกรรมการฯติดใจมาก คือทำไมถึงเอาผู้ที่เสียชีวิตซึ่งเป็นตำรวจมาเป็นผู้ต้องหาทั้งที่ตายไปแล้ว ไม่มีสิทธิ์ต่อสู้ ถือเป็นเรื่องผิดปกติเป็นกระบวนการตั้งรูปคดี ที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) ก็เคยสอบว่ามีข้อน่าสงสัยและพิรุธจำนวนมาก ซึ่งก็มีการยึดแนวทางตามข้อยุติของป.ป.ช.ในส่วนหนึ่ง จากนั้นก็มีการสอบเพิ่มเติม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิชา กล่าวต่อว่า ในกระบวนการทั้งหมดเราพบว่า เป็นกระบวนการที่ร่วมมือกันหลายฝ่าย ไม่สามารถเกิดขึ้นจากฝ่ายพนักงานสอบสวนเพียงฝ่ายเดียวหรือพนักงานอัยการคนเดียว &amp;nbsp;ทั้งกระบวนการอัยการและตำรวจไม่ใช่องค์กรไม่ดี แต่ได้รับความเสียหายและผลกระทบจากผู้ที่แสวงหาผลประโยชน์หรือไม่ทำหน้าที่ของผู้บังคับบัญชาหรือผู้ทำหน้าที่ไม่สมบูรณ์ผิดพลาดบกพร่องซึ่งรายงานจะมีรายละเอียดทั้งหมด แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ โดยเฉพาะชื่อหรือบุคคล&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิชา กล่าวต่อว่า จุดมุ่งหมายของคณะกรรมการฯคือต้องหรือคดีนี้ใหม่ทั้งหมด ซึ่งมีแนวคำพิพากษาศาลฎีกาว่าการทำสำนวนคดีในลักษณะสมยอม หรือไม่สุจริตจะเสียกันทั้งระบบ จึงจะมีข้อเสนอให้เริ่มต้นใหม่ทั้งหมดเพื่อความยุติธรรมและเป็นธรรมแต่คงจะได้เฉพาะบางข้อกล่าวหาที่ยังไม่ขาดอายุความ หรือยังไม่เคยตรวจสอบ หรือยังไม่จัดการให้ชัดเจน ซึ่งบางประเด็นทางตำรวจได้พยายามแก้ไขโดยใช้มาตรา 147 แต่คณะกรรมการฯเห็นว่าต้องยิ่งกว่านั้น ซึ่งกระบวนการที่เสนอมีทั้งในส่วนของอาญา วินัย และจริยธรรมครบทั้ง 3 ด้านในส่วนบางคดีที่ขาดอายุความไม่สามารถรื้อกลับมาได้เป็นเรื่องที่ลำบากเพราะกฎหมายไม่ได้เขียนไว้ เพราะยังไม่เคยมีกรณีแบบนี้ ซึ่งมันรุนแรง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าบางกรณีที่สามารถรื้อคดีขึ้นมาใหม่ได้จะสามารถเอาผิดกับบุคคลที่เกี่ยวข้องได้หรือไม่ นายวิชา กล่าวว่า ก็ต้องแยกไปให้กับองค์กรที่เกี่ยวข้องทั้งป.ป.ช. ,ป.ป.ท.,ดีเอสไอ &amp;nbsp;ดำเนินการ ซึ่งส่วนตัวคิดว่าองค์กรยุติธรรมทั้งหมดจะต้องมาร่วมกันประชุมปรึกษาหารือว่าจะต้องทำอะไรบ้าง &amp;nbsp;ทั้งนี้ในรายงานไม่ได้ระบุถึงตัวบุคคล เพียงแต่บอกว่ามีใครเกี่ยวข้องอย่างไร จุดไหน พร้อมทั้งเสนอว่าควรส่งสำนวนไปให้ใครเพื่อดำเนินการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามย้ำว่าในรายงานที่เสนอต่อนายกฯจะเอาผิดต่อองค์กรหรือกระบวนการได้หรือไม่ นายวิชา กล่าวว่า มีทั้งสามารถเอาผิดได้เลยและมีทั้งต้องไปขยายผล ซึ่งในรายงานเขียนไว้อย่างชัดเจนว่าเรามีเวลาจำกัดไม่อาจสอบได้ครบถ้วนทุกปาก ซึ่งพยานยังมีอีกที่สามารถจะชี้ผิดถูกอย่างไร สำหรับความผิดที่ตรวจพบนั้นมีทั้งบุคคลธรรมดา บุคคลผู้ดำรงตำแหน่งในกระบวนการมีเยอะ ถ้าถึงจุดไหนที่เกี่ยวข้องกับบุคคลใดรก็ต้องไปดำเนินการให้ชัดว่ามีความผิดพลาดบกพร่องหรือทุจริตประพฤติมิชอบอย่างไร .&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/76003</URL_LINK>
                <HASHTAG>คกก.ชุดวิชา มหาคุณ, บอส กระทิงแดง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200818/image_big_5f3bb4841cfe9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>74830</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/08/2020 18:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/08/2020 18:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เตรียมออกหมายจับ &#039;บอส กระทิงแดง&#039; เสพโคเคนขณะขับรถ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ส.ค.63 - ผู้สื่อข่าวรายงาน กรณีพบโคเคนในร่างกายนายบอส หรือ วรยุทธ อยู่วิทยา ก่อนหน้านี้ที่พนักงานอัยการมีความเห็นสั่งการให้พนักงานสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม 2 กรณี คือการตรวจวัดความเร็วรถ และการแจ้งข้อหาเพิ่มกรณีพบสารเสพติดประเภท 2 หรือโคเคนในร่างกาย โดยเฉพาะประเด็นพบสารเสพติดประเภท 2 (โคเคน)ในร่างกายนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในวันนี้ (18 ส.ค.) ที่กองบังคับการตำรวจนครบาล 5 (บก.น.5) มีการประชุมของคณะพนักงานสอบสวน บก.น.5 &amp;nbsp;และพนักงานสอบสวน สน.ทองหล่อ เพื่อพิจารณาเตรียมการออกหมายจับนายบอส ข้อหา &amp;ldquo;เสพสารเสพติดประเภท 2 หรือโคเคนขณะขับรถ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/74830</URL_LINK>
                <HASHTAG>บอส กระทิงแดง, บอส อยู่วิทยา, พบสารเสพติด, วรยุทธ อยู่วิทยา, สน.ทองหล่อ, ออกหมายจับ, โคเคน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200803/image_big_5f280e0025360.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>73282</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/08/2020 13:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/08/2020 13:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พิจารณาซ้ำแล้วซ้ำอีก!ตำรวจอ้างใช้ 4 เดือนก่อนมีความเห็นไม่แย้งอัยการสั่งไม่ฟ้องบอส อยู่วิทยา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 ส.ค. 63 - ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ท.จารุวัฒน์ ไวศยะ ผู้ช่วย ผบ.ตร. ซึ่งได้รับมอบหมายดำเนินการประชุมคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง การทำสำนวนคดีของนายวรยุทธ อยู่วิทยา หรือ บอสอยู่วิทยา ที่ขับรถชนตำรวจเสียชีวิตเมื่อปี 2555 เปิดเผยว่า จากการชี้แจงของเจ้าหน้าที่สำนักงานกฎหมายและคดี ที่เรียกมาซักถามตั้งแต่ขั้นตอนการรับความเห็นทางคดีมาจากอัยการ การตรวจสอบข้อเท็จจริง และการประมวลผลตรวจสอบ ก่อนเสนอต่อพล.ต.ท.เพิ่มพูน ชิดชอบ ผู้ช่วย ผบ.ตร. ให้มีความเห็นทางคดี สั่งไม่แย้งอัยการ พบว่าคณะทำงานดังกล่าวได้ใช้เวลาพิจารณาสำนวนและความเห็นไม่ฟ้องนานกว่า 4 เดือน โดยมีการหยิบยกมาพิจารณาซ้ำหลายครั้ง ก่อนจะมีความเห็นทางคดีเห็นพ้องกับอัยการ และสั่งไม่แย้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนการทำงานของคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงของตน ยืนยันว่าไม่ใช่เสือกระดาษ ที่ไม่สามารถนำคนผิดมาลงโทษได้ แต่ต้องขอให้อดใจรอ เพราะเป็นการตรวจสอบย้อนหลังไปถึง 8 ปี เพื่อแสวงหาผู้บกพร่องในการทำหน้าที่และหากพบว่าใครที่บกพร่องต่อหน้าที่ ก็พร้อมเสนอพล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. พิจารณาลงโทษแน่นอน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/73282</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตำรวจ, บอส กระทิงแดง, วรยุทธ อยู่วิทยา, สั่งไม่ฟ้อง, อัยการ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200803/image_big_5f27ac9faca2c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>73151</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/08/2020 09:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/08/2020 09:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นิพิฏฐ์เสนอตั้ง&#039;ศาลจำลอง&#039;ถกสู้อัยการ/ตำรวจเหตุ &quot;สั่งไม่ฟ้อง&quot; ดคีบอส ให้ปชช. เป็นลูกขุน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
2 ส.ค.2563 นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความในเพจเฟซบุ๊ก แสดงความคิดเห็นกรณีคดีนายวรยุทธ อยู่วิทยา โดยระบุว่า &amp;nbsp;
ตั้งศาลจำลองให้ประชาชนเป็นลูกขุน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;-ปกติการว่าความในศาล อัยการ/ตำรวจ จะนำพยานเบิกความพิสูจน์ว่าจำเลยกระทำผิด ส่วนทนายความจะนำพยานเบิกความและซักค้านว่าจำเลยไม่ผิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;-คดี&amp;quot;บอส&amp;quot; วรยุทธ อยู่วิทยา เรากล้าที่จะให้ความรู้แก่ประชาชน เพื่อรักษากระบวนการยุติธรรมไว้ไหมล่ะ &amp;nbsp; ลองกลับหัว กลับหาง ตั้ง&amp;quot;ศาลจำลอง&amp;quot; ให้อัยการ/ตำรวจ มาเบิกความเหตุที่&amp;quot;สั่งไม่ฟ้อง&amp;quot; ผมจะยอมเป็นทนายความซักค้านให้เห็นว่า&amp;quot;ควรสั่งฟ้อง&amp;quot; แล้วให้ประชาชนทั้งประเทศเป็น&amp;quot;ลูกขุน&amp;quot; ตัดสินว่าใครผิด ใครถูก เอาไหมล่ะ??&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/73151</URL_LINK>
                <HASHTAG>นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ, บอส กระทิงแดง, วรยุทธ อยู่วิทยา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200531/image_big_5ed3052a9927e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>73138</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/08/2020 21:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/08/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อย่าเพิ่งเผาพยาน! อัยการลากไส้ตร.‘วิชา’นัดคุย3ส.ค.‘บวรศักดิ์’หวั่นหลักฐานหาย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;วิชา&amp;quot; เรียกประชุมคณะกรรมการสอบคดี &amp;quot;บอส กระทิงแดง&amp;quot; นัดแรก 3 ส.ค. จ่อเชิญบุคคลเกี่ยวข้องแจง ขณะที่อัยการทิ้งบอมบ์ใส่ตำรวจ ยันการสั่งคดีของพนักงานอัยการเป็นไปตามพยานหลักฐานที่ปรากฏในสำนวนการสอบสวน ซึ่งพนักงานสอบสวนเป็นผู้มีอำนาจสอบสวน แฉไม่มีผลตรวจสารเสพติด &amp;quot;บอส&amp;quot; ในสำนวน กมธ.แฉตำรวจไร้ใบรับรองแพทย์ยันบอสใช้โคเคนรักษาฟัน &amp;quot;บวรศักดิ์&amp;quot; วอนอย่าเพิ่งเผาศพ &amp;quot;จารุชาติ&amp;quot; หวั่นหลักฐานถูกทำลาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม นายวิชา มหาคุณ ประธานคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายกรณีคำสั่งไม่ฟ้องคดีอาญานายวรยุทธ หรือบอส อยู่วิทยา ทายาทธุรกิจเครื่องดื่มชูกำลัง ขับรถยนต์ชนตำรวจเสียชีวิต เปิดเผยว่า จะเริ่มประชุมคณะกรรมการฯ นัดแรกในวันที่ 3 ส.ค.นี้ เพื่อรับฟังความคิดเห็นคณะกรรมการฯ แต่ละคนก่อน เพื่อสอบถามถึงประเด็นข้อสงสัยต่างๆ เกี่ยวกับคำสั่งไม่ฟ้องคดีดังกล่าว จะมีการเชิญบุคคลที่เกี่ยวข้องเข้าให้ข้อมูลในประเด็นต่างๆ ให้ครบถ้วนที่สุดตามอำนาจหน้าที่ในคำสั่งที่นายกรัฐมนตรีให้ไว้ ส่วนการจะเชิญบุคคลที่เกี่ยวข้องเข้าให้ข้อมูลนั้น ยังไม่รู้จะเชิญใครมาให้ข้อมูลบ้าง จะต้องรอฟังกรรมการคนอื่นก่อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า การที่นายจารุชาติ มาดทอง หนึ่งในพยานปากสำคัญที่สร้างจุดเปลี่ยนคดีดังกล่าว ประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์เสียชีวิต จะกระทบกับการทำงานของคณะกรรมการตรวจสอบฯหรือไม่ นายวิชากล่าวว่า ไม่เกี่ยว เพราะเราตรวจสอบในส่วนที่เขาเคยให้ถ้อยคำไว้
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.ณัฐวสา ฉัตรไพฑูรย์ อัยการพิเศษฝ่ายสถาบันกฎหมายอาญา ได้ให้ความเห็นข้อกฎหมายเกี่ยวกับเกณฑ์การพิจารณาสั่งคดีอาญาของพนักงานอัยการ ในคดีทายาทเครื่องดื่มชูกำลังขับรถชนตำรวจเสียชีวิต มีข้อความว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;1.เกณฑ์มาตรฐานที่พนักงานอัยการใช้ในการพิจารณาสั่งคดีคือคดีมีพยานหลักฐานพอฟ้องหรือไม่ คำว่า &amp;ldquo;พยานหลักฐานพอฟ้อง&amp;rdquo; ไม่ใช่เรื่องความเชื่อหรือความรู้สึก แต่เป็นการตรวจดูจากในสำนวนการสอบสวนว่ามีพยานหลักฐานเพียงพอที่จะนำไปพิสูจน์ให้ศาลลงโทษจำเลย (ผู้ต้องหา) ตามข้อกล่าวหานั้นหรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;2.คดีนี้ไม่มีประจักษ์พยานในทางยืนยันการกระทำความผิดของผู้ต้องหาหลักฐานสำคัญที่พนักงานสอบสวนใช้ในการดำเนินคดีอาญากับผู้ต้องหา ได้แก่ ภาพเคลื่อนไหวช่วงก่อนเกิดเหตุที่บันทึกจากกล้องวงจรปิดประกอบกับคำให้การของเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญของตำรวจที่คำนวณอัตราความเร็วของรถคันเกิดเหตุระยะครูดของรถจักรยานยนต์บนถนน และสภาพรถคันเกิดเหตุทั้งสองคัน ซึ่งเดิมเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญของตำรวจที่คำนวณอัตราความเร็วของรถคันเกิดเหตุให้การว่าคำนวณอัตราความเร็วของรถยนต์คันเกิดเหตุได้ 177 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แต่ต่อมาเจ้าหน้าที่ดังกล่าวให้การว่าตามที่คำนวณไว้เดิมเป็นการคำนวณผิดที่ถูกต้อง คืออัตราความเร็วของรถยนต์คันเกิดเหตุในขณะเกิดเหตุอยู่ที่ 79 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และปรากฏว่าจากการสอบสวนเพิ่มเติมอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญด้านยานยนต์และการพิสูจน์เหตุจากคณะวิศวกรรมศาสตร์มหาวิทยาลัยพระจอมเกล้าฯ ยืนยันว่าจากการคำนวณตามหลักวิชาการ โดยได้พิจารณาทั้งในเรื่องภาพเคลื่อนไหวที่บันทึกจากกล้องวงจรปิด ระยะครูดของรถจักรยานยนต์บนถนน และสภาพรถคันเกิดเหตุทั้งสองคันอัตราความเร็วของรถยนต์คันเกิดเหตุในขณะเกิดเหตุอยู่ที่ 79 กิโลเมตรต่อชั่วโมงและสำนวนคดีไม่มีพยานหลักฐานอื่นมาหักล้างการคำนวณของผู้เชี่ยวชาญทั้งสองรายดังกล่าว พนักงานอัยการจึงย่อมต้องรับฟังข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานตามคำยืนยันของผู้เชี่ยวชาญดังกล่าวสำนวนคดีจึงไม่มีพยานหลักฐานเพียงพอที่จะยืนยันว่าผู้ต้องหาขับรถด้วยความเร็วสูงในขณะเกิดเหตุ
คนหนึ่งมียศพลอากาศโท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;3.ส่วนประจักษ์พยานสองคนซึ่งมาให้การในชั้นสอบสวนเพิ่มเติมโดยคณะกรรมาธิการของ สนช. ร้องขอให้มีการสอบสวนเพิ่มเติมนั้น นอกจากมีการสอบถามข้อเท็จจริงโดยคณะกรรมาธิการ สนช. อันเป็นการกลั่นกรองมาในระดับหนึ่ง และมีการสอบสวนโดยพนักงานสอบสวนซึ่งพยานทั้งสองคนมีตัวตนและที่อยู่เป็นหลักแหล่ง คนหนึ่งมียศพลอากาศโท ที่สำคัญคือพยานทั้งสองคนย่อมต้องรับผิดชอบตามกฎหมายอันมีโทษทางอาญา หากให้การเท็จต่อพนักงานสอบสวน ดังนั้นเมื่อคดีไม่มีพยานบุคคลอื่นใดที่รู้เห็นเหตุการณ์ในขณะเกิดเหตุมาให้การเป็นอย่างอื่น และไม่มีพยานหลักฐานที่กล่าวอ้างหรือโต้แย้งว่าพยานทั้งสองคนดังกล่าวให้การเท็จ จึงย่อมไม่มีเหตุผลที่พนักงานอัยการจะอนุมานเอาเองได้ว่าพยานทั้งสองคนดังกล่าวให้การเท็จหาก แต่พนักงานอัยการก็ย่อมต้องรับฟังเป็นพยานหลักฐานประกอบกันกับพยานหลักฐานอื่นๆ ในสำนวนคดี และเมื่อพยานทั้งสองคนดังกล่าวต่างให้การว่าตนขับรถตามหลังรถยนต์ที่ผู้ต้องหาขับในช่วงเกิดเหตุในความเร็วระดับเดียวกันไม่เกิน 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และเห็นรถจักรยานยนต์ของผู้ตายขับตัดจากเลนที่หนึ่งจากซ้ายมือมาตัดหน้ารถยนต์ของผู้ต้องหาในเลนที่สามจากซ้ายมือในระยะกระชั้นชิดโดยไม่มีพยานหลักฐานในสำนวนหักล้างหรือโต้แย้งเป็นอย่างอื่นอีกทั้งยังสอดคล้องกับจุดชนที่อยู่เลนที่สามจากซ้ายมือและสอดคล้องกับคำให้การยืนยันของผู้เชี่ยวชาญทั้งสองรายดังกล่าว คดีจึงไม่มีพยานหลักฐานเพียงพอที่จะฟ้องพิสูจน์ให้ศาลลงโทษผู้ต้องหาฐานขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้เฉี่ยวชนผู้อื่นถึงแก่ความตายตามข้อกล่าวหาได้ การสั่งไม่ฟ้องเพราะเหตุพยานหลักฐานไม่พอฟ้อง จึงชอบด้วยเหตุผลและเกณฑ์การสั่งคดีอาญาแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;4.แม้ว่าตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ.2522 มาตรา 74 วรรคสอง บัญญัติว่า ในกรณีที่ผู้ขับขี่หรือผู้ขี่หรือควบคุมสัตว์หลบหนีไปหรือไม่แสดงตัวต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ณ สถานที่เกิดเหตุให้สันนิษฐานว่าเป็นผู้กระทำความผิดก็เป็นเพียงข้อสันนิษฐานเบื้องต้น ซึ่งจะต้องประกอบกับพยานหลักฐานอื่นโดยหากอาศัยลำพังข้อสันนิษฐานดังกล่าวเพียงอย่างเดียว แม้เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถใช้อ้างเป็นเหตุในการดำเนินคดีกับผู้ต้องหาได้ แต่ก็ไม่เพียงพอที่จะใช้เป็นเหตุให้ศาลลงโทษผู้ต้องหาฐานขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นตายนั้นได้ และเมื่อพยานหลักฐานอื่นในสำนวนการสอบสวนมีไม่เพียงพอที่จะฟ้องลำพังข้อสันนิษฐานดังกล่าวไม่ทำให้คดีมีพยานหลักฐานพอฟ้องในความผิดฐานขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นตาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;5.ส่วนประเด็นที่ปรากฏตามข่าวว่ามีหนังสือของมหาวิทยาลัยมหิดลแจ้งพนักงานสอบสวนว่าตรวจพบสารเสพติดในร่างกายของผู้ต้องหานั้น ไม่ปรากฏเอกสารหลักฐานดังกล่าวในสำนวนการสอบสวนแต่อย่างใด และไม่ปรากฏว่าพนักงานสอบสวนได้ดำเนินคดีกับผู้ต้องหาฐานเสพยาเสพติดแต่อย่างใดด้วย
แจ้งข้อหาสารเสพติด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;6.อนึ่ง การสั่งคดีของพนักงานอัยการเป็นไปตามพยานหลักฐานที่ปรากฏในสำนวนการสอบสวนซึ่งพนักงานสอบสวนเป็นผู้มีอำนาจสอบสวน และทำการสอบสวนโดยที่พนักงานอัยการไม่มีอำนาจสอบสวนตามกฎหมายและไม่อาจนำเอาข้อเท็จจริงจากสื่อสารมวลชน หรือจากแหล่งข้อเท็จจริงอื่นใดที่อยู่นอกสำนวนการสอบสวนมาใช้ในการสั่งคดีได้ และแม้พนักงานอัยการมีอำนาจสั่งให้พนักงานสอบสวนทำการสอบสวนเพิ่มเติม ก็ต้องเป็นเวลาภายหลังจากที่พนักงานสอบสวนทำการสอบสวนเสร็จสิ้นแล้ว และส่งเป็นสำนวนการสอบสวนมายังพนักงานอัยการ อีกทั้งการสั่งสอบสวนเพิ่มเติมในทางปฏิบัติย่อมต้องอยู่ในกรอบของข้อเท็จจริงที่เป็นประเด็นปรากฏในสำนวนการสอบสวนหรือจากประเด็นตามการร้องขอความเป็นธรรมเข้ามาในคดี พนักงานอัยการไม่มีอำนาจไปแสวงหาข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานใดๆ ได้เอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;7.อย่างไรก็ดี แม้พนักงานอัยการได้มีคำสั่งเด็ดขาดไม่ฟ้องก็ไม่ตัดสิทธิของผู้เสียหายที่จะยื่นฟ้องต่อศาลเอง นอกจากนี้ในกรณีที่ปรากฏพยานหลักฐานใหม่อันอาจทำให้ศาลลงโทษผู้ต้องหานั้นได้ก็อาจมีการซื้อฟื้นคดีโดยพนักงานสอบสวนทำการสอบสวนพยานหลักฐานใหม่เพื่อดำเนินคดีกับผู้ต้องหานั้นใหม่ได้ตามกฎหมาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.ศตวรรษ หิรัญบูรณะ ที่ปรึกษาพิเศษ ตร. ในฐานะประธานคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง การทำคดีนายวรยุทธ อยู่วิทยา หรือบอส ทายาทเครื่องดื่มกระทิงแดง ขับรถชน ด.ต.วิเชียร กลั่นประเสริฐ ตำรวจ สน.ทองหล่อ เปิดเผยว่า การประชุมวันนี้จะลงลึกในรายละเอียดมากขึ้น โดยเฉพาะประเด็นที่เกี่ยวข้องกับฝ่ายของตำรวจที่ทำการสอบสวนในขณะนั้น อีกทั้งต้องมีการเรียกแพทย์และพยานมาให้ปากคำอีกหลายปาก โดยเฉพาะในประเด็นพบสารโคเคนในเลือดของนายวรยุทธ ซึ่งจะต้องสอบเพิ่มเติม เพราะเมื่อวันที่ 31 ก.ค.ที่ผ่านมา ยังไม่ได้มีการเชิญแพทย์มาสอบปากคำ แต่เป็นการแถลงข้อเท็จจริงตามคำให้การและบันทึกการตรวจร่างกายในสำนวนเก่า ทั้งนี้ หากมีพยานหลักฐานที่ชัดเจนและคดียังไม่หมดอายุความ ก็สามารถแจ้งข้อหาการเสพสารเสพติดเพิ่มเติมได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.อ.ศตวรรษกล่าวถึงกรณีที่พนักงานสอบสวนไม่แจ้งข้อหาตั้งแต่ตรวจพบโคเคนว่า การแจ้งข้อหาขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของพนักงานสอบสวนในการดำเนินการแต่ต้องพิจารณาว่าการใช้ดุลพินิจนั้นถูกต้องหรือไม่ ซึ่งกรณีนี้ ป.ป.ช.ก็ได้มีคำสั่งไปแล้ว ทั้งนี้ คณะกรรมการฯ ยังต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงในประเด็นอื่นเพิ่มเติมอีก และจะพยายามให้สร็จสิ้นภายในระยะเวลา 15 วันตามกรอบที่ ผบ.ตร.กำหนดไว้
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตาม พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ผู้เสพยาเสพติดประเภท 2 (โคเคน) ต้องระวางโทษ จำคุกตั้งแต่ 6 เดือนถึง 3 ปี หรือปรับตั้งแต่หนึ่งหมื่นบาทถึงหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ มีอายุความ 10 ปี
เรียกอัยการให้ข้อมูล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายณัฏฐชนน ศรีก่อเกื้อ ส.ส.สงขลา พรรคภูมิใจไทย ในฐานะโฆษกกรรมาธิการตำรวจ สภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงกรณีฝ่ายตำรวจระบุ กมธ.เข้าใจคลาดเคลื่อน นายวรยุทธมีสารโคเคนในร่างกาย เนื่องจากการใช้ยารักษาฟันที่มีส่วนผสมโคเคนว่า ในวันที่ กมธ.เรียกตำรวจมาชี้แจงนั้น ได้สอบถามประเด็นที่ไม่มีการแจ้งข้อหานายวรยุทธเรื่องการมีสารโคเคนในร่างกาย ตำรวจชี้แจงว่า การพบสารประกอบโคเคนในร่างกายนายวรยุทธมาได้จาก 2สาเหตุคือ 1.มีการเสพโคเคน เมื่อไปผสมกับแอลกอฮอล์ จึงเกิดสารประกอบโคเคนขึ้นมา 2.มาจากการให้ยาที่มีส่วนผสมโคเคนในการรักษาฟัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;แต่ตำรวจไม่มีการแสดงใบรับรองจากแพทย์ที่เป็นคนรักษาว่า แพทย์คนใดเป็นผู้รักษา ให้ยาตัวใด และยาตัวนั้นมีส่วนผสมของโคเคนจริงหรือไม่ มาแสดงต่อ กมธ.ไม่ยอมบอกว่ามีใบรับรองแพทย์ ที่ยืนยันว่ามีการใช้ยาที่มีส่วนผสมโคเคนอยู่ในสำนวนหรือไม่ กมธ.จึงขอให้ตำรวจไปเตรียมเอกสารตัวนี้ไว้ เพราะถึงอย่างไรกมธ.ชุดอื่นๆ ก็ต้องขอดูหลักฐานนี้ว่ามีจริงหรือไม่ จะพิสูจน์ได้ว่า พนักงานสอบสวนมีหลักฐานรับรองจริงๆ หรือเชื่อเพียงแค่คำพูดของแพทย์ โดยไม่มีหลักฐานมายืนยันแล้วนำไปใส่ในสำนวนคดี ถ้าพิสูจน์ว่ามีใบรับรองยืนยันจริงก็จบ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า กมธ.จะเรียกทันตแพทย์ที่เป็นผู้รักษานายวรยุทธมาให้ข้อมูลหรือไม่ นายณัฏฐ์ชนนกล่าวว่า กมธ.ยังไม่ทราบว่าแพทย์คนนั้นคือใคร ต้องรอข้อมูลจากตำรวจก่อน ในการประชุม กมธ. วันที่ 6 ส.ค. เวลา 09.30 น. จะเรียกอัยการมาให้ข้อมูล โดยคิดว่าน่าจะเริ่มเห็นภาพฝ่ายใดหย่อนประสิทธิภาพ หลังจากนั้น กมธ.จะพิจารณาเรียกพยานอื่นๆ เช่น อาจารย์มหาวิทยาลัยที่คำนวณความเร็วรถ แพทย์ ทันตแพทย์ ญาติตำรวจที่เสียชีวิต มาให้ข้อมูล กมธ.ต่อไป.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;-&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/73138</URL_LINK>
                <HASHTAG>คำสั่งไม่ฟ้องคดีอาญา, บอส กระทิงแดง, วรยุทธ อยู่วิทยา, วิชา มหาคุณ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, โคเคนรักษาฟัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200725/image_big_5f1bf7bd2d419.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>73133</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/08/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/08/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บอส กระทิงแดง พุ่งชน “ประยุทธ์ 2/2”  วิกฤติศรัทธา-ซ้ำเติมไฟการเมือง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;ขณะที่แฟลซม็อบภาค 2 นำโดยกลุ่มเยาวชนปลดแอก (FreeYouth) และสหภาพนักเรียน นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทยก่อตัวขยายวงเป็นดาวกระจายไปตามสถาบันการศึกษาต่างๆ เป็นการลงถนนเป็นครั้งแรก เริ่มต้นจากการจัดชุมนุมที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยเมื่อเย็นวันเสาร์ที่ 18 กรกฎาคม ปรากฏการณ์ &amp;ldquo;ไฟลามทุ่ง&amp;rdquo; จากม็อบเยาวชนคนรุ่นใหม่อุบัติขึ้นแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;แต่จนถึงวันนี้ ข้อเรียกร้อง 3 ข้อยังไม่มีการตอบสนองอย่างเป็นกิจจะลักษณะที่พอจะวางใจได้ว่า ผู้ใหญ่ที่เป็นผู้มีอำนาจจะตอบรับด้วยเต็มใจไม่มีเหลี่ยมไม่มีเล่ห์กล&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พลันก็เกิดข่าว อัยการและตำรวจสั่งไม่ฟ้อง นายวรยุทธ อยู่วิทยา หรือบอส ทายาทกระทิงแดง อย่างผิดปกติเป็นที่เคลือบแคลง สร้างความข้องใจให้กับคนทั้งประเทศและทั่วทั้งโลก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายที่อยู่ในสำนวนคดีตั้งแต่เกิดเหตุขับรถชนตำรวจตายโดยประมาทแล้วหนี เมื่อ 3 กันยายน 2555 ได้ถูกกระชากออกมาเปิดเผยเสมือนสาวไส้ให้ฝูงนกกาได้จิกกิน คนผิดรอดพ้นบ่วงกรรมไม่ต้องไปจบที่ศาลอย่างน่าพิศวง&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;หลายข้อกล่าวหาถูกปล่อยให้หมดอายุความได้อย่างไร คณะกรรมาธิการการกฎหมาย กระบวนการยุติธรรมและตำรวจของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ในยุค คสช.เข้ามาเกี่ยวข้องได้อย่างไร อะไรคือเงื่อนงำที่อยู่เบื้องหลังของการเกิดพยานเพิ่มอีก 2 ปาก ที่ทำให้ข้อเท็จจริงในสำนวนเปลี่ยนแปลง ทั้งๆ ที่เหตุการณ์ผ่านมา 7 ปี ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เป็นคำถามที่เขย่าสถาบันตำรวจ อัยการ ทนายความ สนช. และกระบวนการยุติธรรมอย่างรุนแรงราวกับเกิดแผ่นดินไหว &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;แรงสั่นสะเทือนกระทบไปถึงรัฐบาลประยุทธ์ที่ถูกโจมตีว่าล้มเหลวในการปฏิรูปประเทศในทุกด้าน รวมทั้งปฏิรูปตำรวจ ปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;คดีอื่นๆ ที่อยู่ในสำนวนของตำรวจและอัยการ มีหรือจะถูกตรวจสอบแบบนี้ ข้อแก้ตัวที่เป็นสูตรสำเร็จคือ เรื่องอยู่ในสำนวน เปิดเผยไม่ได้ ขอให้การในชั้นศาล &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;มีหรือที่ผู้รับผิดชอบในองค์กรตำรวจและอัยการ และผู้เกี่ยวข้องอื่นๆ จะไปตอบข้อซักถามชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการ สภาผู้แทนฯ ต้องนั่งโต๊ะแถลงข่าวตอบคำถามสื่อมวลชน ต้องไปออกทีวี ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;การตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสอบสวนหาข้อเท็จจริงทั้งในส่วนของตำรวจและอัยการ ขณะเดียวัน พล.อ.ประยุทธ์ก็แต่งตั้งคณะกรรมการอิสระตรวจสอบข้อเท็จจริงและให้ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการแก้ไขกฎหมายและเพื่อปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม มีนายวิชา มหาคุณ เป็นประธาน ให้เวลา 30 วัน ตั้งแต่วันที่ 1-31 สิงหาคม คณะกรรมาธิการของสภาผู้แทนราษฎรเริ่มตรวจสอบ โดยเชิญตำรวจ อัยการ และผู้เกี่ยวข้องมาให้คำชี้แจง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;กรณีนี้คนในสังคมมองไกลไปถึงขั้นว่า ผลสุดท้ายแล้ว จะหาคนกระทำผิด ใช้อำนาจโดยมิชอบที่เป็นตำรวจและอัยการมาดำเนินคดีทางอาญา ฐานปฏิบัติหน้าที่และละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ กระทำการทุจริต และลงโทษทางวินัยได้ไหม และใช้เวลาเท่าไหร่ในการเคลียร์ทุกอย่างให้จบ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;โดยมองข้ามการตรวจสอบของกรรมการฝ่ายตำรวจ ฝ่ายอัยการ ที่มีลักษณะ &amp;ldquo;ตั้งการ์ด&amp;rdquo; เพื่อปกป้องคนในองค์กรและองค์กรตัวเอง และพยายามจะไม่พาดพิงให้ไปกระทบกับองค์กรอื่น เพราะเดี๋ยวจะกลายเป็นการเปิดศึกระหว่างองค์กรด้วยกัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;ความล้มเหลวการปฏิรูปตำรวจและกระบวนการยุติธรรมตั้งแต่ต้นน้ำไปจนถึงปลายน้ำ หากถูกจุดขึ้นมาจากนักศึกษาในเวทีชุมนุม คำพูด &amp;ldquo;คุกมีไว้ขังคนจน&amp;rdquo; แต่คนมีเงินสามารถหลุดรอดไปด้วยวิธีการต่างๆ ทั้งๆ ที่การกระทำนั้นผิดกฎหมาย มีการช่วยเหลือเอื้ออำนวยกันเป็นวงจรเครือข่าย ผิดก็กลายเป็นถูก ดำก็กลายเป็นขาว ซึ่งชาวบ้านธรรมดาทำไม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;กลายเป็นจุด &amp;ldquo;เปราะบาง&amp;rdquo; ของระบบต่างๆ ในประเทศ โดยเฉพาะระบบกฎหมาย และเป็น &amp;ldquo;จุดอ่อน&amp;rdquo; ของรัฐบาลประยุทธ์ที่แก้ได้ยาก หรือแก้ไม่ได้&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;ย้อนกลับไปดูการปฏิบัติงานของตำรวจก่อนหน้านี้ที่ควบคุมตัว ตั้งข้อหานักศึกษา การสกัดกั้นขัดขวางเยาวชน นักกิจกรรมที่ออกมารวมตัวโดยอ้างว่า ฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน อ้างว่าไม่ขออนุญาตใช้เครื่องขยายเสียง อ้างว่าก่อความไม่สงบเรียบร้อย อ้างว่าทำบ้านเมืองไม่สะอาด ฯลฯ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;ล้วนสร้างความแค้นเคืองใจให้กับเยาวชน นักเรียน นิสิตนักศึกษาตลอดมา กระทั่งนำมาเป็น 1 ใน 3 ข้อเรียกร้องในการเคลื่อนไหว คือ หยุดคุกคาม กลั่นแกล้งตั้งข้อหา จับกุม &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;เมื่อผนวกเข้ากับข้อเรียกร้องในมิติทางการเมืองของนักศึกษาข้อที่ 3 ให้แก้ไขรัฐธรรมนูญ ก็ยิ่งเพิ่มน้ำหนักความชอบธรรมในการเคลื่อนไหวของนักเรียน นิสิต นักศึกษา เพราะจนถึงบัดนี้ไม่มีวี่แววว่า รัฐบาลและรัฐสภาจะตอบสนองข้อเรียกร้อง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในส่วนของสภาผู้แทนราษฎร ได้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญไปศึกษาหลักเกณฑ์ วิธีการการแก้ไขรัฐธรรมนูญเมื่อเดือนธันวาคมปีที่แล้ว จนถึงวันนี้ก็ยังไปไม่ถึงไหน ประหนึ่งว่า ไม่ได้เป็นเรื่องเร่งด่วนที่จะต้องดำเนินการ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ล่าสุด พรรคก้าวไกลประกาศว่า จะมีการหารือร่วมกับ ส.ส.เพื่อรวบรวมรายชื่อให้ได้ 1 ใน 5 ให้ได้จำนวน ส.ส.ประมาณ 100 คน เพื่อยื่นต่อที่ประชุมร่วมรัฐสภา เพิ่มเติมหมวดจัดทำแก้ไขรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ และเสนอให้มีการปิดสวิตช์ ส.ว.อย่างเป็นทางการ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;เพื่อป้องกันหากมีการยุบสภาฯ หรือนายกฯ ลาออก ส.ว.ก็จะไม่มีส่วนเข้ามาเลือกนายกรัฐมนตรีได้ ยกเลิกการเข้ามามีส่วนร่วมในการออกกฎหมายปฏิรูประเทศของ ส.ว.ด้วย ซึ่งจะนำมาสู่การปลดล็อกเพื่อเปลี่ยนผ่านทางการเมืองอย่างสันติ เชื่อว่าหากทุกฝ่ายมีความมุ่งมั่นที่จะแก้ไขวิกฤติของบ้านเมืองได้จริง ที่ประชุมสามารถที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญได้ทันในสมัยประชุมสภานี้&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;พร้อมกับเสนอให้แก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยมีการตั้ง ส.ส.ร.ที่มาจากการเลือกตั้ง การแก้ไขรัฐธรรมนูญกระทำใน 5 มาตรา คือ มาตรา 269, 270, 271, 272 ที่เป็นบทเฉพาะกาลเกี่ยวข้องกับสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) และมาตรา 279 ที่ให้การรับรองประกาศ คสช.ที่กระทำก่อนหน้านี้ ชอบด้วยกฎหมาย สำหรับข้อเสนอในการแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้ง 5 มาตรา ที่น่าจะเป็นการหาฉันทามติได้ง่าย เป็นการถอนฟืนออกจากกองไฟ&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นายปิยบุตร แสงกนกกุล แกนนำกลุ่มก้าวหน้าได้เสนอให้แก้ 3 กรณี คือ 1.แก้วิธีการ แก้มาตรา 256 พร้อมเพิ่มบทบัญญัติให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) 2.ระหว่างกระบวนการในข้อหนึ่งที่ใช้เวลานาน ก็ให้แก้ไขบางมาตราที่สามารถทำให้ประเทศกลับสู่สภาวะปกติได้ นั่นคือ มาตรา 279 ที่รับรองประกาศคำสั่ง คสช. ต้องเปิดทางให้คนโต้แย้งได้ เพราะถ้าไม่อย่างนั้นก็จะเหมือนกับว่าเรามีมาตราสุดท้ายนี้ที่ยกเว้น ทั้ง 278 มาตราก่อนหน้าทั้งหมดเมื่อเจอกับประกาศ คำสั่ง คสช. และ 3.ยกเลิก ส.ว.ตามบทเฉพาะกาล มาตรา 269-272 และไปใช้ช่องทางการได้มาซึ่ง ส.ว.ตามระบบปกติ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;ดูแนวโน้มแล้ว ข้อเสนอของพรรคก้าวไกลและกลุ่มก้าวหน้าจะไม่ได้รับการตอบรับ ทั้งจากพรรคร่วมรัฐบาล ส.ว. หรือแม้แต่คณะรัฐมนตรีที่เคยประกาศในการแถลงนโยบายต่อสภาผู้แทนฯ เมื่อเดือนกรกฎาคม 2562 ก็ไม่ได้สนใจ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;ไม่มีการขยับขับเคลื่อนใดๆ โดยที่พรรคประชาธิปัตย์ซึ่งร่วมอยู่ใน ครม.ก็มิได้นำพาแต่อย่างใด ข้อเรียกร้องของกลุ่มนักเรียน นิสิต นักศึกษา เรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญจึงเป็นเพียงละครการเมืองที่ผู้ใหญ่ที่มีอำนาจพยายามซื้อเวลาไปเรื่อยๆ เพื่อหลอกล่อให้เด็กเคลิบเคลิ้มตายใจ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;แต่ถ้าเยาวชนที่ออกมาเคลื่อนไหวรู้ทัน ไม่ปล่อยให้ปัญหาต่างๆ ที่รุมเร้าประเทศ กระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ของเยาวชนและประชาชนทั่วไป ไฟลามทุ่งอาจร้อนแรงจนเผาไหม้เสถียรภาพรัฐบาลและรัฐสภาก็เป็นได้.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/73133</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรองสถานการณ์, บอส กระทิงแดง, บอส กระทิงแดง พุ่งชน “ประยุทธ์ 2/2”  วิกฤติศรัทธา-ซ้ำเติมไฟการเมือง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200801/image_big_5f2567156edf5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
