<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>77450</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/09/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/09/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ขีดเส้น7วันรายงานคดีบอส จี้ฟันแก๊งตำรวจ-‘อัยการช.’</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;quot;วิษณุ&amp;quot; ขีดเส้น 7 วัน 5 องค์กรรายงานความคืบหน้าคดี &amp;quot;บอส&amp;quot; ยันไร้ชื่อ ส.ส.มีเอี่ยว สป.ยธ.ร่อนแถลงการณ์ 2 ฉบับ บี้นายกฯ สั่งให้ออกจากราชการ &amp;quot;ตร.แก๊งอุ้มทายาทกระทิงแดง&amp;quot; กระทุ้ง อสส.พักราชการ &amp;quot;อัยการ ช.&amp;quot; พร้อมตั้ง กก.สอบฟันวินัยร้ายแรง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 14 กันยายน นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงความคืบหน้าผลสอบคดีนายวรยุทธ อยู่วิทยา หรือบอส ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) กำลังพิจารณาในช่วง 10 วันที่ผ่านมาว่า เพิ่งแจ้งไปเมื่อวันที่ 9-10 ก.ย. แต่เขายังไม่ได้รายงานมา โดยให้เวลา 7 วันในการรายงานกลับมาในเบื้องต้น แต่เวลาแค่ 7 วัน แค่อ่านสำนวน อ่านพยาน อ่านหลักฐานก็คงไม่ทัน อย่างน้อยให้บอกกลับมาว่ากำลังทำอะไรอยู่ ซึ่งได้แจ้งไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 5 แห่ง ทั้งสำนักงานอัยการสูงสุด, สำนักงานตำรวจแห่งชาติ, คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.), กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) สภาทนายความ&amp;nbsp; ให้แจ้งความคืบหน้ากลับมาเพื่อรายงานนายกฯ ส่วนจะแถลงต่อสาธารณะหรือไม่ ป.ป.ท.จะเป็นผู้พิจารณา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า ในคดีดังกล่าวมีข้าราชการระดับสูงหรือนักการเมืองเข้าไปเกี่ยวข้องหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ในรายงานผลสอบของคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย กรณีคำสั่งไม่ฟ้องคดีอาญาที่อยู่ในความสนใจของประชาชน ที่มีนายวิชา มหาคุณ เป็นประธานนั้น พบว่าพฤติกรรมบางคนชัดเจน บางคนอาจยังไม่ชัดเจน คณะกรรมการมองอยู่ว่ามีความเกี่ยวข้องหรือไม่ ขณะที่บางคนชัดเจนแต่จะผิดหรือไม่ผิดแต่ละหน่วยงานก็ไปพิจารณาตามกฎหมายของเขา เช่นอัยการก็ใช้กฎหมายของอัยการ ดีเอสไอก็แจ้งไปแล้ว ซึ่งเขาขอเอกสารบางอย่างเพิ่มเติม เป็นเรื่องที่น่าเห็นใจเพราะการอ่านเอกสารแค่ 30-40 หน้าคงไม่ทำให้เข้าใจ และในเมื่อเขาต้องเป็นพนักงานสอบสวนก็ต้องการข้อมูลที่มากกว่านั้นเพื่อที่จะไปสอบใหม่ จึงมอบหมายให้ ป.ป.ท.ไปประสานในเรื่องดังกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนข้อกังวลจะเอาผิดนักการเมืองและบุคคลที่เกี่ยวข้องกับรัฐบาลนี้ได้หรือไม่นั้น รองนายกฯ&amp;nbsp; กล่าวว่า บุคคลที่เกี่ยวข้องรู้อยู่แล้วว่ามี 8 ประเภท มีทั้งนักการเมืองและไม่ใช่นักการเมือง เป็นผู้ที่อยู่ในวิชาชีพเป็นข้าราชการประจำ แต่ขณะนี้ไม่ปรากฏรายชื่อ นักการเมืองที่เป็น ส.ส. ในเวลานี้อยู่เลย แต่ถ้าเป็นสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ชุดที่แล้ว และครบวาระพ้นหน้าที่ไปแล้ว คณะกรรมาธิการบางคนที่พ้นวาระไปแล้ว แม้บางคนจะมานั่งอยู่ในวุฒิสภาขณะนี้ก็ถือว่าเป็นคนละสภากัน สำหรับในแง่ของการสอบสวนจะย้อนหลังได้หรือไม่นั้น-ไม่ทราบ เพราะเวลานี้เจ้าหน้าที่กำลังทำงานประสานกันอยู่ และสภาจะรับเรื่องไว้ได้หรือไม่เพราะการทำหน้าที่จบแล้ว ทั้งนี้เมื่อตั้งเข้ามาใหม่ก็เข้ามาตามรัฐธรรมนูญคนละฉบับและเป็นคนละสภา ก็อาจจะเป็นปัญหาบ้าง แต่ถึงอย่างไรก็อยู่ในอำนาจของ&amp;nbsp; ป.ป.ช.ที่จะสามารถสอบได้ทั้งหมด ที่จะเป็นปัญหาบ้างจะเป็นการสอบในเชิงจริยธรรม เพราะถ้าสอบในกรณีนี้ได้ก็คงสอบ ส.ส.ย้อนหลังไปได้ 3-5 สมัย แต่สภาคงไม่สมัครใจที่จะทำ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน สถาบันเพื่อการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม (สป.ยธ.) ได้ออกแถลงการณ์คดีบอส อยู่วิทยา (ฉบับที่ 2) เรื่องขอให้นายกรัฐมนตรีสั่งให้ตำรวจผู้ร่วมขบวนการสร้างพยานหลักฐานเท็จในคดีนายวรยุทธ อยู่วิทยา ออกจากราชการไว้ก่อนระหว่างการดำเนินคดีอาญาและวินัยร้ายแรง โดยระบุให้ดำเนินการดังนี้ 1.เร่งออกคำสั่งตั้งกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรงข้าราชการตำรวจทุกคนที่ไปร่วมประชุมปรึกษากับสมาชิก สนช. อัยการ อาจารย์มหาวิทยาลัย และทนายความ ตามที่ปรากฏหลักฐานคลิปเสียงการสนทนาในการสร้างพยานหลักฐานเท็จคดีอาญาเพื่อช่วยให้ผู้กระทำผิดไม่ต้องรับโทษ ที่สำนักงานพิสูจน์หลักฐานเมื่อวันที่ 29 ก.พ.59 ซึ่งผู้บังคับบัญชามีอำนาจสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน ระหว่างรอผลการสอบสวนคดีอาญาและวินัยร้ายแรง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหายต่อราชการได้ตาม พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2547 มาตรา 95
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;2.สั่งผู้บัญชาการสำนักงานตำรวจแห่งชาติให้เร่งรัดการสอบสวนทางวินัยให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน&amp;nbsp; โดยรายงานความคืบหน้าให้ทราบผ่านเลขานุการศูนย์อำนวยการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (ศอ.ตช.)&amp;nbsp; ทุก 7 วัน 3.สั่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมควบคุมการปฏิบัติงานของอธิบดีดีเอสไอให้เร่งสอบปากคำ พ.ต.อ.ธนสิทธิ์ แตงจั่น ยืนยันหลักฐานคลิปเสียง และนำไปเสนอศาลออกหมายจับผู้ร่วมกระทำผิดอาญาทุกคนที่อยู่ในการประชุมปรึกษาดังกล่าวโดยเร็วที่สุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;4.ใช้อำนาจตามพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน ออกคำสั่งตั้งปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีเป็นประธานคณะกรรมการตรวจสอบเพิ่มเติมว่า ในกรณีที่เกิดปัญหาการสอบสวนทำลายพยานหลักฐานคดีนี้มาตั้งแต่วันแรกเกิดเหตุและต่อเนื่องมาอีกหลายปี ทั้งการที่ไม่ดำเนินการให้นายวรยุทธเป่าทดสอบความเมาทันทีที่พบตัว การไม่ดำเนินคดีข้อหาเสพโคเคน รวมทั้งการปล่อยให้บางข้อหาขาดอายุความ ตำรวจผู้บังคับบัญชาทุกระดับตั้งแต่สถานีไปจนถึงผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติในแต่ละช่วงเวลา มีใครเป็นผู้รับผิดชอบทางการบริหารในการที่ไม่ตรวจสอบควบคุมหรือแม้กระทั่งรู้เห็นเป็นใจให้มีการกระทำผิดดังกล่าวบ้าง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สป.ยธ.ยังได้ออกแถลงการณ์คดีบอส อยู่วิทยา (ฉบับที่ 3) เรื่อง ขอให้อัยการสูงสุดสั่งพักราชการพนักงานอัยการผู้ร่วมขบวนการสร้างพยานหลักฐานเท็จกับตำรวจในคดีนายวรยุทธ อยู่วิทยา ระหว่างรอผลการดำเนินคดีอาญาและวินัยร้ายแรง โดยระบุว่า ระหว่างนี้พนักงานอัยการ ช. ผู้ถูกระบุว่าได้เข้าไปร่วมสร้างพยานหลักฐานเท็จกับตำรวจในคดีดังกล่าว ยังคงปฏิบัติราชการตามอำนาจหน้าที่อยู่เป็นปกติ ทั้งที่ผลการตรวจสอบได้พบพยานหลักฐานชัดเจนว่าเป็นตัวการร่วมสร้างพยานหลักฐานเท็จคดีอาญา จนนำไปสู่การสั่งไม่ฟ้องของรองอัยการสูงสุดที่สร้างความเสียหายต่อกระบวนการยุติธรรมของชาติอย่างร้ายแรงดังกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เพื่อเป็นการสร้างความเชื่อมั่นต่อประชาชนว่า สำนักงานอัยการสูงสุดมีความจริงใจในการจัดการกับปัญหาการทุจริตของของบุคลากรในองค์กรอย่างจริงจัง จึงขอให้เร่งออกคำสั่งตั้งกรรมการตรวจสอบว่าอัยการ ช.ที่ปรากฏในหลักฐานคลิปเสียงร่วมสนทนากับสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ตำรวจ อาจารย์มหาวิทยาลัย และทนายความ ในการสร้างพยานหลักฐานเท็จคดีอาญา ณ สำนักงานพิสูจน์หลักฐานเมื่อวันที่ 29 ก.พ. 2559 ดังกล่าวคือใคร มีตำแหน่งหน้าที่อะไร และเร่งดำเนินคดีวินัยร้ายแรง แจ้งให้ประชาชนทราบพร้อมทั้ง &amp;#39;สั่งพักราชการ&amp;#39; อัยการคนดังกล่าว เพื่อมิให้เกิดความเสียหายต่อราชการตาม&amp;nbsp; พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการฝ่ายอัยการ พ.ศ. 2553 มาตรา 80 โดยเร็ว&amp;quot; สป.ยธ.ระบุ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/77450</URL_LINK>
                <HASHTAG>บอส เรดบลู, บอสกรทิงแดง, ฟันวินัยร้ายแรง, รายงานความคืบหน้า, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200914/image_big_5f5f7d85e863e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>77095</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/09/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/09/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ดีเอสไอชง‘บอส’คดีพิเศษ เพิ่มพูนยํ้าบริสุทธิ์ไร้เครียด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;quot;ดีเอสไอ&amp;quot; เตรียมชงคดี &amp;quot;บอส&amp;quot; ขับรถชน ตร.ตาย-เสพโคเคนเข้าวงประชุมบอร์ดคดีพิเศษพิจารณารับเป็นคดีพิเศษหรือไม่ พร้อมเชิญ ป.ป.ท.ให้ข้อมูลรายละเอียด 11 ก.ย.นี้ &amp;quot;เพิ่มพูน&amp;quot; ย้ำบริสุทธิ์ &amp;quot;สภาทนายฯ&amp;quot; เร่งหา &amp;quot;ทนาย ธ.&amp;quot; เอี่ยวคดีบอสสอบปากคำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) วันที่ 10 ก.ย. พ.ต.ท.กรวัชร์ ปานประภากร อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) กล่าวถึงคดีนายวรยุทธ หรือบอส อยู่วิทยา ทายาทเครื่องดื่มชูกำลังกระทิงแดง ขับรถชนเจ้าหน้าที่ตำรวจเสียชีวิตว่า เมื่อวันที่ 9 ก.ย.ที่ผ่านมา สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) ได้ส่งรายงานผลการตรวจสอบของคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายกรณีคำสั่งไม่ฟ้องนายวรยุทธ หรือบอส มาให้ดีเอสไอแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.ท.กรวัชร์กล่าวว่า เบื้องต้นได้หารือกับรองอธิบดีและคณะทำงานด้านกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ซึ่งมีเรื่องที่จะต้องพิจารณาใน 2 ประเด็นคือ คดีอาญาดังกล่าวเป็นคดีพิเศษหรือไม่ โดยแยกเป็น 2 ส่วน คือการขับรถประมาทจน ด.ต.วิเชียร กลั่นประเสริฐ เสียชีวิต และการตรวจพบสารโคเคนในร่างกายจะเป็นคดีพิเศษหรือไม่นั้นจะต้องส่งให้คณะกรรมการคดีพิเศษ (กคพ.) เป็นผู้พิจารณา แต่ในส่วนการสรุปภาพรวมของคดีว่าอาจจะมีหรือน่าเชื่อว่ามีเจ้าหน้าที่ของรัฐเข้าไปร่วมกระทำความผิดหรือไม่อย่างไร ประเด็นนี้ได้พิจารณาแล้ว ไม่อยู่ในอำนาจการสอบสวนของดีเอสไอ แต่เป็นอำนาจของ ป.ป.ช.หรือ ป.ป.ท.ที่จะต้องดำเนินการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ในวันที่ 11 ก.ย.นี้ จะเชิญเจ้าหน้าที่ ป.ป.ท.เข้าหารือในรายละเอียดว่าจะดำเนินการอย่างไรได้บ้าง เนื่องจากหนังสือของป.ป.ท.ที่ส่งมาเป็นการสรุปเนื้อความ ไม่ได้มีรายละเอียดรายชื่อของบุคคลที่เกี่ยวข้อง โดยคดีดังกล่าวไม่อยู่ในบัญชีแนบท้าย พ.ร.บ.คดีพิเศษ จึงไม่สามารถดำเนินการได้ทันที แต่ต้องเสนอให้บอร์ด กคพ.เป็นผู้ชี้ขาด เนื่องจากดีเอสไอไม่สามารถพิจารณาและรับคดีได้เอง อย่างไรก็ตาม เนื่องจากคดีดังกล่าวอยู่ในความสนใจของประชาชน ดีเอสไอจะเร่งดำเนินการให้เร็วที่สุด&amp;rdquo; อธิบดีดีเอสไอกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พล.ต.ท.เพิ่มพูน ชิดชอบ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผู้ช่วย ผบ.ตร.) ปฏิเสธที่จะให้ความเห็นกรณีมีรายชื่อปรากฏในผลสอบรายงานคดีนายวรยุทธในคณะทำงานของนายวิชา มหาคุณ เป็นประธานคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย กรณีคำสั่งไม่ฟ้องคดีอาญานายวรยุทธ ที่เสนอให้นายกรัฐมนตรีพิจารณา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ที่ผ่านมาได้ชี้แจงข้อเท็จจริงกรณีการทำหน้าที่ไปหมดแล้ว วันนี้จึงไม่มีอะไรจะพูดอีก และคงไม่สามารถให้รายละเอียดทั้งหมดได้ เพราะทุกอย่างทำไปตามหน้าที่ ยืนยันว่าส่วนตัวไม่เครียด เพราะความสุจริตเป็นเกราะกำบังกาย&amp;quot; พล.ต.ท.เพิ่มพูนกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน ว่าที่ ร.ต.ดร.ถวัลย์ รุยาพร นายกสภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ กล่าวถึงการทำหน้าที่ของสภาทนายความ ในคดีที่อัยการสั่งไม่ฟ้องนายวรยุทธ กรณีมีทนายความชื่อย่อ ธ.เข้าไปพัวพันเกี่ยวข้องว่า ในส่วนของคณะกรรมการของชุดนายวิชาตรวจสอบพบมีผู้มาให้ปากคำหลายปากพาดพิงไปถึงทนายความ 1 คน หรือมากกว่าเข้าไปเกี่ยวข้อง ในจำนวนนี้มีชื่อนาย ธ. อยู่ด้วย คณะกรรมการฯ จึงได้มีหนังสือเชิญนาย ธ. มาให้ปากคำกับคณะกรรมการชุดดังกล่าว แต่นาย ธ.ไม่มา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ต่อมาคณะกรรมการชุดนายวิชาได้มอบหมายให้สภาทนายความดำเนินการในส่วนวิชาชีพทนายความกับนาย ธ. ซึ่งคณะทำงานของสภาทนายความได้แต่งตั้งรองรับคำสั่งของนายกรัฐมนตรี ที่ตั้งคณะกรรมการชุดใหญ่ เพื่อทำงานประสานงานและรับช่วงต่อ มีนายนิพนธ์ จันทเวช เลขาธิการสภาทนายความ เป็นหัวหน้าชุด ออกรวบรวมข้อมูลเตรียมพร้อมตั้งเรื่องไว้แล้ว จากนั้นมีหนังสือเชิญนาย ธ. มาให้การ แต่บัดนี้ก็ยังไม่มา ไม่ทราบตัวอยู่ที่ใด หากมาให้การก็จะพิจารณาต่อไปว่าจะตั้งเรื่องส่งคณะกรรมการมรรยาททนายความพิจารณาโทษทางวิชาชีพหรือไม่&amp;quot; นายกสภาทนายความฯ กล่าว.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/77095</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมสอบสวนคดีพิเศษ, คดีพิเศษ, ดีเอสไอ, บอส เรดบลู, บอสกระทิงแดง, สภาทนาย, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200910/image_big_5f5a3c1c22fc4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>76868</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/09/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/09/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จ่อเปิดชื่อบิ๊กตร.เอี่ยวคดีบอส</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; นายกฯ ยืนยันอีกครั้งรับไม่ได้ &amp;quot;คดีบอส&amp;quot; เผยเดี๋ยวก็รู้รายชื่อบิ๊กตำรวจเอี่ยวคดีมีใครบ้าง หลัง &amp;quot;ป.ป.ท.&amp;quot; เรียกสอบสวน&amp;nbsp; ลั่นผู้เกี่ยวข้องต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย &amp;quot;แก้วสรร&amp;quot; ตอกย้ำผลไม้พิษที่เกิดจากความเน่าเปื่อยของกระบวนการยุติธรรมทั้งระบบต้องปฏิรูป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ถึงกรณีองค์กรต่างๆ เรียกร้องให้เปิดข้อมูลผลสอบคดีนายวรยุทธ อยู่วิทยา รวมถึงคลิปเสียงสนทนาระหว่างอัยการกับบิ๊กตำรวจ ซึ่งมีรายงานว่ามีการส่งข้อมูลให้นายกฯ แล้ว ว่า ยืนยันแล้วว่าตนรับไม่ได้เรื่องบอส และได้ให้มีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบในชั้นต้น ซึ่งข้อมูลต่างๆ ขณะนี้ได้มอบหมายให้นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี รวมทั้งได้พูดคุยกับคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ(ป.ป.ท.) แล้ว ให้นำข้อมูลทั้งหมดไปสังคายนาและสังเคราะห์ออกมา หลังจากนี้ก็จะมีการเรียกบุคคลตามรายชื่อมา และจะมีการเปิดเผยรายชื่อออกมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ไม่ต้องกลัวหรอก จะปิดได้ไง ปิดไม่ได้ ใครเกี่ยวข้องตรงไหนก็ต้องออกมาหมด ป.ป.ท.ก็ต้องรวบรวมบูรณาการก่อน ถ้าเราพูดไปก่อนคงดูไม่ค่อยดี ผมเป็นรัฐบาล เป็นนายกฯ ไปก้าวล่วงเกี่ยวกับเรื่องยุติธรรมมากๆ มันไม่ดี ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเขาเปิด ผมอำนวยความสะดวกให้เขาดำเนินการได้อยู่แล้ว&amp;quot; นายกฯ กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามถึงกระแสสังคมเรียกร้องให้เปิดเผยรายชื่อบิ๊กตำรวจที่เกี่ยวข้องกับคดีดังกล่าว นายกฯ บอกว่า &amp;quot;ก็นี่ไงเล่า เดี๋ยวเขาเปิดเผยรายชื่อมากี่คน บอกตอนนี้ก็เท่ากับผมเอามาพูดเอง มันไม่ใช่ รายชื่อเขาส่งมาผมก็ส่งให้ ป.ป.ท.เขาไป เดี๋ยว ป.ป.ท.เขาเรียกคณะนี้มาสอบ ทั้งตำรวจหรือใครที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ทุกคนก็ต้องมีการดำเนินคดีตามกฎหมาย&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน นายแก้วสรร อติโพธิ นักวิชาการอิสระ ได้เผยแพร่บทความเรื่อง &amp;quot;อำนาจชำระคดีบอสของนายกรัฐมนตรี&amp;quot; โดยมีรายละเอียดดังนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถาม เห็นด้วยหรือไม่กับคณะกรรมการตรวจสอบชุดอาจารย์วิชา ที่ว่าการสั่งไม่ฟ้องคดีบอสเป็นผลไม้พิษที่เกิดจากความเน่าเปื่อย (Corrupt) ของกระบวนการยุติธรรมทั้งระบบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตอบ ชัดเจนว่าเป็นอย่างนั้น เพราะคดีนี้อำนาจทุกระดับถูกบิดเบือนไปเสียทั้งหมดเลยทีเดียว งานที่ต้องทำคือการชำระความผิดทั้งปวง คนผิดต้องถูกลงโทษ ผลไม้พิษคือคำสั่งไม่ฟ้องต้องถูกลบล้างด้วยเหตุทุจริตนั้น ตัวระบบโดยรวมต้องถูกปฏิรูป&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถาม สามงานนี้ เป็นอำนาจความรับผิดชอบของใคร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตอบ ของนายกรัฐมนตรีครับ ลุงตู่จะทำแค่ตั้งคณะกรรมการสอบสวนมาเล่าให้สังคมฟัง แล้วรอให้ ป.ป.ช., คณะกรรมการอัยการ, ผบ.ตร. และกรรมาธิการสภารับลูกทำงานต่อไปเท่านั้นไม่ได้ มันลูบหน้าก็ปะจมูกกันหมดแล้ว ต้องโค่นต้นไม้พิษนี้ด้วยอำนาจนายกฯ เท่านั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถาม ทำไมนายกฯ จะอยู่นิ่งๆ ให้ ป.ป.ช.ตั้งข้อหาตำรวจกับอัยการเองไม่ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตอบ พวกนั้นมันแค่องค์กรพิเศษ องค์กรจริงที่รับผิดชอบตรงต่อบ้านเมืองคืออำนาจบริหาร ถ้าเอาจริง สอบจริง กล่าวหาจริง จับจริง ฟ้องจริง ทำไมจะทำไม่ได้ นายกฯ ส่งรายงานสอบสวนให้ ผบ.ตร. พร้อมกับสั่งให้ลงมือกล่าวโทษเจ้าพนักงานทั้งวินัยและอาญาทั้งหมดไปเลย&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถาม ถ้าลงมือทำคดีจริง คนที่โดน 157 ก็มีแค่พนักงานสอบสวนที่เปลี่ยนความเร็วรถจาก 180 กม./ชม. เป็น 80 กม./ชม. คนเดียวไม่ใช่หรือ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตอบ นั่นเป็นตัวการคนที่ 1 ส่วนคนที่สั่งการ, ร่วมคิดอ่าน,ประสานงานกับสำนักงานอัยการสูงสุด พวกนี้โดนฐานสนับสนุนเจ้าหน้าที่ทุจริตทั้งฝูงเลย จะเป็นกรรมาธิการ สนช., เป็นตำรวจชั้นผู้ใหญ่, เป็น ผบ.ตร.เกษียณ, เป็นอัยการผู้ประสานงาน ที่มารุมมาช่วยกันเปลี่ยนหลักฐาน ทั้งหมดนี้ก็ผิดทั้งสิ้น ที่เป็นข้าราชการอยู่ก็ตั้งข้อหาแล้วก็สั่งพักราชการไปด้วยเลย คดีสมคบคิดระดับสูงหลายฝ่ายหลายอำนาจอย่างนี้ ให้ ป.ป.ช.รับเหมาไปกวาดล้างไม่ไหวหรอกครับ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถาม แล้วอำนาจนายกฯ จะทำอะไรอัยการได้ครับ ในเมื่อระบบกฎหมายได้ให้เขาเป็นองค์กรอิสระไปแล้ว ที่ผ่านมาคณะกรรมการอัยการ (ก.อ.) เขาก็ไม่ยอมโหวตให้สอบสวนอัยการสูงสุดและรองอยู่แล้ว แล้วนายกฯ จะทำอะไรได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตอบ ก็ส่งรายงานสอบสวนไปให้ ก.อ.ก่อน แล้วขอทราบผลใน 2 อาทิตย์ พร้อมกันนั้นตั้งคณะทำงานร่างกฎหมายรื้อกฎหมายอัยการเตรียมไว้พร้อมกัน ถ้า ก.อ.ไม่ยอมทำอะไรให้สมกับความรับผิดชอบ นายกฯ ก็เสนอกฎหมายรื้อ ก.อ. ทำลายอิสระที่ไม่รู้จักรับผิดชอบไปเลย ศาลสูงอเมริกาก็เคยโดนประธานาธิบดีทุบจนรู้สึกตัวมาแล้ว ด้วยวิธีรื้อกฎหมายแบบนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถาม แม้ไปถึงขั้นกล่าวหาเป็นผู้ต้องหาคดีทุจริตได้จริงๆ แล้ว แต่ในที่สุดตำรวจเจ้าของสำนวนก็ต้องส่งคดีให้ ป.ป.ช.อยู่ดีใช่ไหมครับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตอบ ระบบมันเป็นอย่างนั้น ถ้าสำนวนแน่นจริงอย่างที่รายงานได้ชี้ช่องไว้ ป.ป.ช.ก็เอาขึ้นศาลคดีทุจริตได้ในที่สุด &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถาม นายกฯ ลุงตู่จะกล้าใช้อำนาจนี้หรือครับ เพราะเขาเข้ามาเพื่อรักษาความสงบเท่านั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตอบ เป็นนายกรัฐมนตรีแล้วไม่ยอมรับความรับผิดชอบตามตำแหน่งได้อย่างไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถาม อาจารย์ลองอ่านคำยืนยันล่าสุดนี่สิครับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;......มันต้องมองย้อนกลับไป ผมเห็นชาติเป็นอย่างนี้ไม่ปลอดภัย ผมก็ต้องเข้ามา แล้ววันนั้นมันเกิดอะไรขึ้น ท่านลืมหมดแล้วหรืออย่างไร ผมเข้ามาด้วยอะไร เพราะอะไร ทำไมถึงต้องเข้ามา อย่าลืมสิ...
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;...ประเทศไทยเราเป็นประชาธิปไตยที่มีรูปแบบของเรา เราไม่ได้มีจากที่อื่น ทำไมต้องทำเหมือนคนอื่นเขาหมด แล้วความเป็นไทยของเราหายไปไหน ถ้าจะเอาชนะคะคานทางการเมือง ผมว่าประเทศชาติมันล่มสลาย ทุกคนจะต้องอยู่บนแผ่นดินนี้ที่ร้อนระอุ ลุกเป็นไฟ ก็ว่ากันไปแล้วกัน ผมก็สุดกำลังสติปัญญาของผมแล้ว ถ้าจะถึงตอนนั้นอีก&amp;hellip;&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตอบ อำนาจนายกฯ ในปีนี้ เป็นอำนาจที่ได้รับมาจากสภา ไม่ใช่จาก คสช.เหมือน 5 ปีที่ผ่านมา อำนาจนี้มีหน้าที่ต่อสภา และต่อบ้านเมืองตามที่กระบวนการเลือกตั้งได้ชี้ขาดไว้ เมื่อมีหน้าที่ก็ต้องทำไปให้เต็มที่ว่าได้รับผิดชอบชำระคดีบอสอย่างไรบ้าง สภาเขาถามเพื่อความไว้วางใจ นายกฯ ก็ต้องตอบเขาให้ได้ จะบอกว่าผมโผล่มารับงานรักษาความสงบเท่านั้นได้อย่างไร ตอบอย่างนี้ ก็ไม่ต้องรอให้เด็กเขามาไล่หรอกครับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถาม แล้วถ้านายกฯ ทุ่มเทรับผิดชอบจริงๆ จังล่ะครับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตอบ ความชอบธรรมจะฟื้นคืนมา เด็กก็จะถูกโห่ไล่กลับเข้าห้องเรียนไปเอง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/76868</URL_LINK>
                <HASHTAG>บอส เรดบลู, บอสกระทิงแดง, บิ๊กตำรวจ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200908/image_big_5f578ec2e8653.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>76532</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/09/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/09/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จี้นายกฯเปิดชื่อ แก๊งร่วมทำผิด! บอสกระทิงแดง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;quot;อรรถพล&amp;quot; ยันไม่เคยพูด &amp;quot;บิ๊กอัยการ&amp;quot; คดีบอสเผ่นไปนอกแล้ว ชี้ผู้ไม่หวังดีปล่อยข่าวเท็จ ด้านสถาบันเพื่อการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมออกแถลงการณ์ให้นายกฯ เปิดเผยรายชื่อผู้เกี่ยวข้องร่วมคดีบอส กระทิงแดง เร่งปฏิรูปตำรวจ งานสอบสวนและนิติวิทยาศาสตร์ ให้มีมาตรฐานสากลป้องกันการทุจริตประพฤติมิชอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 4 กันยายน นายอรรถพล ใหญ่สว่าง อดีตอัยการสูงสุด ประธานคณะกรรมการอัยการ (ก.อ.) กล่าวถึงการที่มีสำนักข่าวแห่งหนึ่งได้ลงข้อมูลทำนองว่าตนเป็นผู้ให้สัมภาษณ์ว่าพนักงานอัยการที่เข้าไปเกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนความเร็วคดีนายวรยุทธ อยู่วิทยา ทายาทเครื่องดื่มชูกำลังชื่อดัง ได้เดินทางหนีออกนอกประเทศแล้วว่า ภายหลังจากที่มีการนำเสนอข่าวดังกล่าว ปรากฏว่ามีน้องๆ อัยการโทร.เข้ามาสอบถามตนเป็นจำนวนมากว่าอัยการคนดังกล่าวเป็นใคร เดินทางหนีออกนอกประเทศไปแล้วจริงหรือไม่ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมขอยืนยันตรงนี้ว่าข่าวที่ออกไปดังกล่าวไม่เป็นความจริง คือหนึ่ง ผมไม่เคยไปให้สัมภาษณ์ถ้อยคำหรือข้อความดังกล่าว สอง ผมไม่ทราบและไม่รู้จักว่าอัยการที่ถูกกล่าวอ้างเป็นใคร&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อดีตอัยการสูงสุดกล่าวว่า เมื่อทราบว่ามีสำนักข่าวที่มีชื่อเรื่องสืบสวนสอบสวนแห่งหนึ่งได้รายงานข่าวว่าได้สัมภาษณ์ตน ตนก็ได้โทรศัพท์ไปสอบถามนักข่าวอาวุโสคนหนึ่งซึ่งมีตำแหน่งเป็นผู้อำนวยการสำนักข่าวแห่งนั้น ต่อว่าในการนำเสนอข่าวที่ไม่เป็นความจริง โดยผู้อำนวยการสำนักข่าวดังกล่าวยอมรับว่าข่าวดังกล่าวไม่มีต้นตอที่น่าเชื่อถือ โดยคนที่ทำการเผยแพร่ข่าวเป็นลูกน้องในทีม จะดำเนินการลบข่าวให้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เนื่องจากข่าวดังกล่าวถูกแพร่กระจาย มีน้องๆ ที่สำนักงานอัยการโทร.มาถามเป็นจำนวนมาก จึงต้องออกมาชี้แจงข้อเท็จจริงตรงนี้เพื่อป้องกันผู้ไม่หวังดีปล่อยข่าวเท็จ&amp;quot; นายอรรถพลกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่สถาบันเพื่อการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม (สป.ยธ.) ออกแถลงการณ์เรื่อง ขอให้นายกรัฐมนตรีเปิดเผยรายชื่อผู้เกี่ยวข้องร่วมกระทำผิดกรณี &amp;ldquo;การสอบสวนล้มคดีบอส&amp;rdquo; และเร่งดำเนินการปฏิรูปตำรวจ รวมทั้งงานสอบสวนและนิติวิทยาศาสตร์ให้มีมาตรฐานสากล ป้องกันการทุจริตประพฤติมิชอบ มีรายละเอียดดังนี้&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตามที่นายกรัฐมนตรีได้ใช้อำนาจตาม พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงหาตัวเจ้าพนักงานของรัฐผู้ร่วมกระทำผิดในกรณีที่มีการปฏิบัติหน้าที่มิชอบช่วยให้นายวรยุทธ อยู่วิทยา พ้นจากการถูกฟ้องคดีอาญาข้อหาขับรถประมาทเป็นเหตุให้มีผู้ถึงแก่ความตายแล้วหลบหนี ซึ่งตำรวจผู้รับผิดชอบระดับต่างๆ ได้มีการสอบสวนทำลายพยานหลักฐานคดีนี้เป็นระยะๆ ตลอดมา จนกระทั่งทำให้พนักงานอัยการมีคำสั่งเด็ดขาดไม่ฟ้อง โดยมี ศ.ดร.วิชา มหาคุณ เป็นประธาน ซึ่งเมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2563 ศ.ดร.วิชาได้นำผลการตรวจสอบไปรายงานต่อนายกรัฐมนตรีที่ทำเนียบรัฐบาลและออกมาแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนส่วนหนึ่งแล้วนั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เนื่องจากการแถลงข่าวประกอบเอกสารที่เผยแพร่ดังกล่าว แม้จะมีการยืนยันถึงการกระทำผิดของตำรวจผู้ใหญ่ พนักงานสอบสวน สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ทนายความ และพนักงานอัยการ ว่าได้ร่วมกันทำเป็นขบวนการ และเสนอให้มีการดำเนินคดีอาญาและวินัยร้ายแรงกับข้าราชการและผู้เกี่ยวข้องทุกคน แต่กลับไม่มีความชัดเจนเพียงพอที่จะทำให้ประชาชนได้ทราบว่า มีใครบ้างเป็นผู้ร่วมกระทำความผิดที่สร้างความเสียหายต่อกระบวนการยุติธรรมของชาติอย่างร้ายแรงดังกล่าว และรัฐบาลจะดำเนินคดีตามกฎหมาย รวมทั้งการปฏิรูปตำรวจ งานสอบสวนและงานพิสูจน์หลักฐานเพื่อป้องกันมิให้มีการกระทำเช่นนี้เกิดขึ้นได้อีกอย่างไร จึงขอเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีดำเนินการดังนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;1.เปิดเผยรายงานผลการตรวจสอบดังกล่าวให้ประชาชนได้ทราบว่า บุคคลทั้ง 8 กลุ่มที่ถูกระบุว่าร่วมกันกระทำความผิดอย่างเป็นขั้นเป็นตอนดังกล่าวมีผู้ใดบ้าง แต่ละคนมีตำแหน่งหน้าที่อะไรและมีพฤติการณ์ในการกระทำความผิดอาญาหรือวินัยร้ายแรงอย่างไรบ้าง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;2.สั่งอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษให้เป็นผู้รับผิดชอบการสอบสวนคดีนี้ และรีบดำเนินการออกหมายเรียกผู้ที่มีหลักฐานการกระทำผิดตามรายงานดังกล่าวเป็นผู้ต้องหา หรือเสนอศาลออกหมายจับ และรีบจับตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายเหมือนกรณีการดำเนินคดีอาญากับประชาชนผู้กระทำความผิดในคดีต่างๆ สรุปเสนอให้พนักงานอัยการสั่งฟ้องคดีต่อศาลโดยเร็ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;3.ใช้อำนาจทางการบริหารดำเนินการทางปกครองในเบื้องต้นทันที โดยสั่งให้ผู้ร่วมกระทำผิดที่เป็นเจ้าพนักงานของรัฐทุกคนออกจากราชการไว้ก่อน หรือพักราชการ เพื่อมิให้เป็นเยี่ยงอย่างแก่ผู้อื่น และเป็นการส่งสัญญาณถึงความเด็ดขาดจริงจังของรัฐบาลในการปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;4.เร่งดำเนินการปฏิรูปตำรวจ งานสอบสวน และงานนิติวิทยาศาสตร์ ในเบื้องต้นเพื่อป้องกันการทุจริตบิดเบือนคดีหรือประพฤติมิชอบให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากลโดย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;4.1 นำร่าง พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ ฉบับที่นายมีชัย ฤชุพันธุ์ เสนอ รวมทั้งร่าง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาว่าด้วยการสอบสวน ที่ผ่านความเห็นชอบของสภาผู้แทนราษฎรและได้เสนอต่อนายกรัฐมนตรีไปแล้วเข้าสู่สภาเพื่อตราเป็นกฎหมายบังคับใช้โดยเร็ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;4.2 แก้ปัญหางานนิติวิทยาศาสตร์และการพิสูจน์หลักฐานที่อยู่ในสังกัดสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งมีระบบการปกครองแบบมีชั้นยศและวินัยแบบทหาร ด้วยการทำให้เป็นข้าราชการพลเรือน สร้างหลักประกันความเป็นอิสระในการปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรฐานวิชาชีพ โดยตราพระราชกฤษฎีกาโอนสถาบันนิติเวชและสำนักงานพิสูจน์หลักฐาน ไปเป็นหน่วยงานในสังกัดกระทรวงยุติธรรมตามหลักสากลแทน.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/76532</URL_LINK>
                <HASHTAG>บอส เรดบลู, บอสกระทิงแดง, ปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม, วรยุทธ อยู่วิทยา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อัยการ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200904/image_big_5f524c9c5e33e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>76446</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/09/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/09/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> วิชาโยนให้นายกฯ เปิดชื่อแก๊งล้มคดี วิษณุแจกงานปปท.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;quot;วิชา&amp;rdquo; โยน &amp;ldquo;บิ๊กตู่&amp;rdquo; เปิดชื่อตัวละครลับในห้องเปลี่ยนความเร็วรถ ยันต้องล่า &amp;ldquo;บอส&amp;rdquo; มาดำเนินคดีให้ได้ เตรียมกำหนดประเด็นปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมต่อ &amp;quot;วิษณุ&amp;quot; เผยเรียก &amp;quot;ป.ป.ท.&amp;quot; แจกงานตามคดี ประสานหน่วยงานต้นสังกัด 8 กลุ่ม ส่วนคดีอาญามอบดีเอสไอดำเนินการ ชงกฤษฎีกาเขียนคู่มือข้อปฏิบัติการมอบอำนาจให้ชัดเจน กำหนดหลักเกณฑ์ตำรวจจะแย้งหรือไม่แย้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันพฤหัสบดี นายวิชา มหาคุณ ในฐานะประธานคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย กรณีคำสั่งไม่ฟ้องคดีอาญาที่อยู่ในความสนใจของประชาชน กล่าวภายหลังได้แถลงสรุปข้อเท็จจริงกรณีอัยการมีคำสั่งไม่ฟ้องนายวรยุทธ อยู่วิทยา หรือ บอส ที่ขับรถชนตำรวจเสียชีวิตว่า เมื่อคณะกรรมการฯ ได้ส่งรายงานสรุปให้นายกรัฐมนตรีไปเรียบร้อยทั้งหมดแล้ว จากนี้ก็แล้วแต่นายกฯ ที่จะนำข้อสรุปทั้ง 8 ข้อเพื่อรับไปดำเนินการ ซึ่งนายกฯยืนยันหนักแน่นว่าจะรับไปทำอย่างแน่นอน คงต้องใช้เวลา โดยมีสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) ที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ที่กำกับดูแล โดยตกลงเป็นที่เรียบร้อยแล้วว่าจะให้ ป.ป.ท.เป็นคนติดตาม และส่งต่อ ซึ่งจะเป็นผู้จัดการและดำเนินการให้เป็นไปตามแนวทางที่คณะกรรมการฯ ได้มีข้อเสนอแนะเอาไว้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ภาระคณะกรรมการฯ คือการศึกษาและเสนอแนะเรื่องที่เกี่ยวกับการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม เพื่อให้พ้นจากความเสื่อมหรือความไม่แน่นอนที่ผู้คนไม่เชื่อถือ จึงต้องอาศัยการถอดบทเรียนนี้ มาแก้ไขตัวบทกฎหมายในอนาคต กฎหมายใดที่ล้าสมัยหรือจะต้องมีข้อปรับปรุงเปลี่ยนแปลง ก็จะรีบนำเสนอภายใน 30 วัน&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามถึงการตั้งเรื่องส่งฟ้องใหม่จะเริ่มต้นอย่างไร นายวิชากล่าวว่า ต้องเริ่มจากตำรวจ เพราะเขาจะต้องเป็นผู้สอบสวนใหม่ แต่ ผบ.ตร.จะเป็นผู้สั่งเพียงคนเดียวไม่ได้ และคาดว่าจะเป็นภาระของ ผบ.ตร.คนใหม่ที่จะเข้ามาเกี่ยวข้องต่อไป โดยตำรวจจะต้องปรึกษาหารือกับ ป.ป.ท. และนายวิษณุ ที่เป็นผู้กำกับดูแลศูนย์อำนวยการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (ศอตช.) ที่มีผู้เชี่ยวชาญอยู่ในนั้น และ ป.ป.ท.เป็นเลขานุการอยู่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า ในเอกสารที่คณะกรรมการฯ เผยแพร่กับสื่อมวลชนมีตัวละครที่ไม่ได้ระบุชื่อตัวย่อหรือตำแหน่งของตัวละครที่อยู่ในห้องที่มีการเปลี่ยนแปลงความเร็วรถนายวรยุทธ นายวิชากล่าวว่า ทางคณะกรรมการฯ ได้เอ่ยชื่อชัดเจน และเรื่องนี้อยู่ในมือนายกฯหมดแล้ว คณะกรรมการฯ ได้ระบุชื่ออยู่ในรายงานฉบับเต็มที่ส่งถึงนายกฯ เป็นสิทธิ์ของนายกฯ ดังนั้นขอให้สื่อไปถามจากนายกฯ ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบเรื่องนี้ เพราะเชื่อว่านายกฯ จะต้องทำให้เกิดความแน่ใจก่อน แต่ในรายละเอียดทั้งหมดอยู่ในรายงานฉบับเต็มบริบูรณ์ ไม่มีขาดตกบกพร่อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงกรณีที่นายอรรถพล ใหญ่สว่าง ประธานคณะกรรมการอัยการ (ก.อ.) ให้ข้อมูลว่าอัยการคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องในคดีนี้หลบหนีออกนอกประเทศไทยแล้ว นายวิชากล่าวว่า ตนไม่ทราบเหมือนกัน ซึ่งก็ต้องไปตรวจสอบ โดย ป.ป.ท.ก็จะนำประเด็นนี้ไปตรวจสอบต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่าการเปิดเผยรายงานฉบับนี้ดูไม่ชัดเจนในรายละเอียด ทำให้มีความกังวลว่าจะมีแต่ทฤษฎีหรือไม่ นายวิชาตอบว่า &amp;ldquo;90% คิดว่าทำจริงก็พอแล้ว&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า ครบรอบ 8 ปีคดีนี้ และต้องเริ่มต้นใหม่ทั้งหมดบ่งบอกอะไรได้บ้าง นายวิชากล่าวว่า สิ่งที่ผิดพลาด ไม่ว่าระยะเวลายาวนานแค่ไหน ถึงแม้จะหมดอายุความไปแล้วทั้งหมด ตนก็ยืนยันว่าการทำให้กระจ่างชัด ทำให้คนรู้ว่าอะไรผิดอะไรถูก เป็นเรื่องที่สำคัญที่สุด เราจะต้องกล้าหาญเพียงพอที่จะยอมรับในสิ่งที่ผิดพลาด อะไรผิดก็คือผิด what is right, what is wrong มันคนจริยธรรมที่สูงสุดของมนุษย์ โดยเฉพาะคนที่อยู่ในกระบวนการยุติธรรม คนที่อยู่ในระบบบริหารราชการแผ่นดินน่าจะเลี่ยงตรงนี้ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามย้ำว่า ไม่ว่าผู้ต้องหาอยู่ที่ไหน จะต้องตามตัวมาดำเนินคดีให้ได้ใช่หรือไม่ นายวิชากล่าวว่า &amp;ldquo;ก็ต้องอย่างนั้น และนายกรัฐมนตรีก็ยืนยันแล้ว เช่นเดียวกับตำรวจที่บอกว่าหากอัยการรับเรื่อง เขาก็จะดำเนินการต่อ เรื่องออกหมายจับกับอินเตอร์โพล&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนกรอบการประชุมของคณะกรรมการฯ หลังจากนี้ นายวิชา กล่าวว่า วางกรอบไว้ว่าจะต้องดูทุกเรื่อง ไม่ว่าจะมีผู้เสนอหรือคณะกรรมการฯ เห็นสมควร ก็จะมากำหนดประเด็นว่าเป็นประเด็นที่เกี่ยวข้องกับองค์กรใด ไม่ว่าจะตำรวจ พนักงานสอบสวน เพราะพนักงานสอบสวนมีทั้งที่อยู่ในตำรวจ ฝ่ายปกครอง อัยการ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ดังนั้นต้องดูในภาพรวมทั้งหมด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ด้านนายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ กล่าวว่า เมื่อวันที่ 2 ก.ย. ที่ผ่านมา ตนได้เชิญเลขาธิการสำนักงาน ป.ป.ท. และเลขานุการคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายคดีนายวรยุทธ อยู่วิทยา ชุดของนายวิชา มาพบเพื่อตกลงแบ่งงานกัน เนื่องจากคณะกรรมการฯ ชุดนายวิชามีเสนอข้อเสนอแนะเร่งด่วนมา 5 ข้อ ที่ประกอบด้วยการเร่งให้รื้อฟื้นคดีและดำเนินคดีที่ยังไม่ขาดอายุความ โดยเฉพาะคดีขับรถขณะเสพยาเสพติด ซึ่งยังไม่มีการตั้งข้อกล่าวหานี้มาก่อน โดยจะให้ ป.ป.ท.ทำเรื่องส่งไปยังตำรวจ ข้อเสนอที่ 2 การดำเนินการบุคคลที่เกี่ยวข้องกับความรับผิดทางอาญาและวินัย ซึ่งมี 8 กลุ่มที่จะแจ้งไป กลุ่มไหนเป็นตำรวจก็จะแจ้งไปยังสํานักงานตํารวจแห่งชาติ (สตช.) ดำเนินการ ส่วนอัยการก็จะแจ้ง ก.อ.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิษณุกล่าวอีกว่า ส่วนกลุ่มที่เป็นทนายความก็จะส่งให้สภาทนายความ กลุ่มไหนเป็นบุคคลธรรมดาให้ ป.ป.ท.มีอำนาจในการสอบ และเรื่องใดที่คิดว่ามีมูลก็จะส่งให้ ป.ป.ช.ดำเนินการสอบ และเรื่องใดเป็นคดีอาญาให้ดีเอสไอรับเป็นคดีพิเศษ ซึ่งคาดว่าวันที่ 3 ก.ย. ป.ป.ท.จะออกหนังสือประสานไปยังหน่วยงานเหล่านี้ สำหรับข้อ 3 เสนอแนะว่าบางครั้งไม่ใช่เรื่องความรับผิด แต่เป็นเรื่องความรับผิดชอบที่ไม่สามารถเอาเข้าคุกได้ เพราะไม่ใช่คดีอาญา ซึ่งเกี่ยวกันกับคนที่เป็นนักการเมืองที่เป็นกรรมาธิการ ซึ่งยังไม่รู้ใครเกี่ยวหรือไม่เกี่ยว โดยจะส่งเรื่องไปให้ประธานสภาฯ พิจารณาว่าเรื่องใดดำเนินการได้หรือไม่ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ส่วนข้อเสนอที่ 4 เป็นเรื่องการมอบอำนาจ สังเกตจากคดีนายวรยุทธ ที่ระบุว่าเมื่อมอบอำนาจแล้วเป็นการมอบขาด แต่ความจริงไม่มีการมอบอำนาจขาด แต่ความหมายคือมอบให้ไปทำ แต่ผู้มอบอำนาจยังต้องกำกับดูแลและติดตาม หากผิดก็เรียกมาสั่งใหม่ได้ ไม่ใช่มอบแล้วตัดขาดหายไปเลย ดังนั้นเรื่องนี้จะมอบให้คณะกรรมการกฤษฎีกาเขียนเป็นคู่มือระบุให้ชัดถึงการมอบอำนาจว่าผู้มอบ หรือผู้รับมอบจะมีแนวทางปฏิบัติอย่างไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สุดท้ายข้อเสนอที่ 5 การปรับปรุงแก้ไขระเบียบบางอย่าง เช่น อัยการสูงสุดมอบให้รองอัยการสูงสุดคนหนึ่งเป็นผู้รับเรื่องร้องทุกข์ แต่ก็มอบรองอัยการสูงสุดอีกคนหนึ่งทำหน้าที่สั่งฟ้องหรือไม่ฟ้องแทนอัยการสูงสุด เรื่องนี้ไม่ได้ว่าอะไร แต่คนสองคนนี้ไม่ควรเป็นคนเดียวกันเหมือนที่เกิดขึ้นในคดีนี้ที่เป็นคนเดียวกัน จึงไม่มีการคานอำนาจ ดังนั้นเรื่องนี้เป็นข้อเสนอที่ดีต้องแก้ รวมถึงการใช้ดุลยพินิจของอัยการ ซึ่งเป็นเรื่องของเขา ถือเป็นองค์กรอิสระ แต่ตำรวจที่จะแย้งหรือไม่แย้งต้องมีเหตุผลและหลักเกณฑ์ ซึ่งที่ผ่านมายังไม่มีหลักเกณฑ์นี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ส่วนที่มีการเสนอให้คดีอาญาที่ผู้ต้องหาหลบหนีไม่มีการขาดอายุความนั้น ฟังดูเผินๆ เป็นเรื่องดี และเมื่อดีก็ได้แก้ในคดีทุจริตไม่ให้ขาดอายุความไปแล้ว ซึ่งคดีของนายวรยุทธก็ยังเห็นประโยชน์ แต่ถ้าต้องให้ใช้ในทุกคดีต้องมาคิดอีกที ถ้าให้คดีอาญาอื่นๆ ไม่มีอายุความเลยจะเห็นด้วยหรือไม่นั้น ต้องส่งให้คณะกรรมการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมไปศึกษาทั้งระบบต่อไป โดยจะให้ ป.ป.ท.ติดตามทั้งหมด หากมีรายละเอียดอะไรก็จะรายงานให้นายกฯ รับทราบ ส่วนอะไรที่ต้องแก้ระเบียบทันทีหรืออะไรต้องปฏิรูปก็ต้องดำเนินการ&amp;quot; นายวิษณุกล่าว.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/76446</URL_LINK>
                <HASHTAG>บอส เรดบลู, บอสกระทิงแดง, ปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม, วิชา มหาคุณ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เปลี่ยนความเร็วรถ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200903/image_big_5f50f93001055.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>76334</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/09/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/09/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตร.รับลูกตั้งกก.สอบวินัย เพิ่มพูนบกพร่องคดีบอส</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตำรวจรับลูกขยายผลสอบ &amp;quot;วิชา มหาคุณ&amp;quot; สางคดีบอส &amp;quot;บิ๊กแป๊ะ&amp;quot; สั่งตั้งจเรตำรวจประธานสอบวินัย &amp;quot;เพิ่มพูน ชิดชอบ&amp;quot; พร้อมสั่งตำรวจ 21 นายมาช่วยราชการ ขณะที่การออกหมายแดง ต้องรอให้ทางอัยการมีความเห็นสั่งฟ้องก่อน ด้านดีเอสไออ้าแขนรอรับข้อมูลก่อนชงเป็นคดีพิเศษ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันพุธ ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.ท.จารุวัฒน์ ไวศยะ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผู้ช่วย ผบ.ตร.) แถลงความคืบหน้าการดำเนินการในส่วนของตำรวจ หลังนายวิชา มหาคุณ สรุปผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงพบว่ามีขบวนการสมคบคิดเพื่อช่วยเหลือนายวรยุทธ หรือบอส อยู่วิทยา ทายาทเครื่องดื่มชูกำลังให้พ้นผิดว่า ทางตำรวจ สน.ทองหล่อได้ส่งสำนวนพร้อมความเห็นสั่งฟ้องนายวรยุทธ 3 ข้อหา ขับรถประมาทและการกระทำนั้นเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย, ขับรถในทางก่อให้เกิดความเสียหายแก่บุคคล ไม่หยุดรถและให้ความช่วยเหลือตามสมควรแก่ผู้ได้รับความเสียหาย และไม่แจ้งเหตุต่อเจ้าพนักงานในทันที, เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 2 (โคคาอีน) โดยผิดกฎหมาย ให้กับพนักงานอัยการไปเมื่อวันที่ 31 สิงหาคมที่ผ่านมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ท.จารุวัฒน์กล่าวต่อว่า ส่วนการดำเนินการทางวินัยกับตำรวจ 11 นายแรก ได้ส่งให้สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เมื่อปี 2559 ซึ่ง ป.ป.ช.ได้ส่งเรื่องกลับมาว่าเป็นวินัยไม่ร้ายแรง ให้ ตร.ลงโทษ ส่วน 10 นายหลังที่เจอ จะตั้งกรรมการสอบสวนทางวินัย หากพบเป็นคดีอาญา จะต้องส่งไป ป.ป.ช. ขณะที่ 11 นายแรก หากพบมีความผิดใหม่ที่เกิดขึ้นในช่วงหลัง ก็จะส่งให้กองวินัยพิจารณาลงทัณฑ์ และหากพบความผิดเกี่ยวกับมาตรา 157 ก็ต้องส่ง ป.ป.ช. ตามขั้นตอนต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อบกพร่อง พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. เห็นควรให้จเรตำรวจแห่งชาติ เป็นประธานกรรมการสอบสวน เนื่องจากผู้กระทำความผิดอยู่ในหลายสังกัด&amp;nbsp; ส่วนกรณีพิจารณาความบกพร่องของ พล.ต.ท.เพิ่มพูน ชิดชอบ ผู้ช่วย ผบ.ตร. ได้ส่งเรื่องให้กองวินัยตั้งกรรมการสอบวินัย ซึ่งไม่ได้หมายความว่า พล.ต.ท.เพิ่มพูนเกี่ยวข้องหรือมีความผิด แต่เพื่อพิจารณาในข้อเท็จจริงส่วนที่เกี่ยวข้อง&amp;quot; พล.ต.ท.จารุวัฒน์ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ช่วย ผบ.ตร.กล่าวต่อว่า ในเรื่องการมอบอำนาจ หลัง ผบ.ตร. ไปพบคณะทำงานของนายวิชา มหาคุณ ได้ออกคำสั่งจะลงมากำกับดูแลการสั่งคดีด้วยตนเอง ขณะที่เรื่องการออกหมายแดง ต้องรอให้ทางอัยการมีความเห็นสั่งฟ้องก่อน จากนั้นจะส่งมาที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อออกหมายแดง ส่งเข้าระบบอินเตอร์โพล ประกาศหาถิ่นที่อยู่นายวรยุทธ ไปที่ประเทศสมาชิกทั้งหมด 150 ประเทศ หากมีประเทศใดแจ้งกลับมา ก็ต้องไปพิจารณาเรื่องสนธิสัญญาการส่งผู้ร้ายข้ามแดนของประเทศนั้นๆ ต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ท.จารุวัฒน์กล่าวว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติยอมรับผลการตรวจสอบของคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงของนายวิชา มหาคุณ โดย พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ลงมาดูแลการสั่งคดีด้วยตนเอง ส่วนเรื่องการลงโทษทางวินัยกับตำรวจที่เกี่ยวข้องกับการทำคดี เรามีการลงโทษมากกว่าที่คณะกรรมการฯ ชุดนายวิชา ส่วนจะมีการสั่งตำรวจที่ถูกดำเนินการทางวินัยทั้ง 21 นายให้ช่วยราชการหรือไม่ ถ้าพบว่าตำรวจนายใดหากยังปฏิบัติหน้าที่อยู่แล้วทำให้พยานหลักฐานและการสอบสวนเสียหาย ตนก็จะเสนอ ผบ.ตร.ให้มีคำสั่งให้ตำรวจนายดังกล่าวมาช่วยราชการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน นายอรรถพล ใหญ่สว่าง ประธานคณะกรรมการอัยการ (ก.อ.) กล่าวว่า&amp;nbsp; ตนเพิ่งได้รับเอกสารรายงานผลการสอบที่ออกเผยแพร่ถึงบุคคลทั่วไป ซึ่งใช้ยืนยันไม่ได้ แต่ก็พอรู้ประเด็นแล้ว ก.อ.ยังทำอะไรไม่ได้ เพราะต้องรอหนังสือรายงานการสอบข้อเท็จจริงจากนายกรัฐมนตรีก่อน หากได้เอกสารมาแล้ว ทาง ก.อ.จะนำเข้าที่ประชุม เพื่อพิจารณาดำเนินการโดยเร็ว และในส่วนของการเสนอร่างระเบียบคณะกรรมการอัยการว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการสอบสวนทางวินัยสำหรับรองอัยการสูงสุดที่ต้องรอประกาศราชกิจจาฯ นั้น ยังไม่ผ่านออกมาก็เร่งไปแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า จากกรณีที่นายวิชา มหาคุณ ประธานคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายกรณีคำสั่งไม่ฟ้องคดีอาญาที่อยู่ในความสนใจของประชาชน แถลงผลสอบข้อเท็จจริงเปิด ปรากฏหลักฐานอย่างชัดเจนว่ามีบุคคลจำนวนหนึ่งได้ร่วมกันจัดให้รองศาสตราจารย์ ส. ได้พบกับ พ.ต.ท. ชื่อย่อ ธ. เพื่อนำเสนอวิธีการคำนวณความเร็วใหม่ และมีการสอบปากคำ พ.ต.ท. ชื่อย่อ ธ. ภายใต้การกำกับของพนักงานอัยการไม่ทราบชื่อ เพื่อจัดทำพยานหลักฐานเท็จ โดยแก้ไขวันที่สอบปากคำให้เป็นวันที่ 26 ก.พ.2559 และวันที่ 2 มี.ค.2559 สำหรับใช้ในการร้องขอความเป็นธรรม ให้ พ.ต.ท. ธ. ให้การเปลี่ยนความเห็นในเรื่องความเร็วของรถผู้ต้องหาในขณะที่ชนผู้ตายจาก 177 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ตามที่ปรากฏในรายงานการพิสูจน์หลักฐานครั้งแรกเป็นความเร็วที่ไม่เกิน 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เพื่อให้สอดคล้องกับผลการคำนวณความเร็วรถของรองศาสตราจารย์ ส. ซึ่งได้มีการตระเตรียมกันไว้ล่วงหน้า โดยการลงวันที่อันเป็นเท็จดังกล่าวน่าเชื่อว่าเป็นไปเพื่อกันบุคคลบางคนให้ออกจากเรื่องนี้ และเพื่อให้การคำนวณความเร็วรถใหม่ใช้เวลาตามควรเพื่อให้น่าเชื่อถือ นายวิชาระบุว่าการร่วมมือระหว่างทนายความ ผู้ต้องหา ตำรวจชั้นผู้ใหญ่ พนักงานสอบสวน และพนักงานอัยการดังกล่าว ย่อมทำให้การสอบสวนเป็นการสอบสวนที่ไม่สุจริตและไม่ชอบด้วยกฎหมายอย่างชัดแจ้งนั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการตรวจสอบพบว่า พนักงานอัยการที่ถูกกล่าวอ้างว่าเป็นผู้จัดพา พ.ต.ท. ชื่อย่อ ธ. เดินทางไปเปลี่ยนแปลงความเร็วรถ ปัจจุบันเป็นอัยการอาวุโสประจำสำนักงานในกรุงเทพฯ ได้เดินทางไปพร้อมอดีตตำรวจยศ พล.ต.อ.คนหนึ่ง วันที่ 29 ก.พ.2559 โดยมีภาพถ่ายจากกล้องวงจรปิด และเทปบันทึกการสนทนาไว้เป็นหลักฐาน สำหรับพนักงานอัยการคนดังกล่าว เคยปรากฏเป็นข่าวไปพัวพันกับคดีใหญ่คดีหนึ่ง ซึ่งขณะนี้ตัวผู้ต้องหาหนีคดีออกนอกประเทศไปแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) พ.ต.ท.กรวัชร์ ปานประภากร อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) กล่าวว่า ดีเอสไอยังไม่ได้รับรายงานการสอบข้อเท็จจริงคณะกรรมการฯ อย่างเป็นทางการ ไม่แน่ชัดว่าจะเป็นเรื่องคดีอาญาส่วนใด ส่วนที่เจ้าหน้าที่กระทำผิดหรือหรือไม่ หรือการเริ่มต้นทำคดี ดังนั้นคงยังไม่สามารถระบุได้ว่าจะดำเนินเช่นใด ขอรอความชัดเจนอีกครั้ง ทั้งนี้เนื่องจากไม่ใช่ความผิดตามกฎหมายคดีพิเศษกำหนด หรือตามบัญชีแนบท้ายคดีพิเศษ ก็ต้องมีความจำเป็นต้องเสนอให้คณะกรรมคดีพิเศษพิจารณารับเป็นคดีพิเศษ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ในวันนี้ตนได้นัดคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามทางการทุจริตในภาครัฐ หรือ ป.ป.ท. มาเพื่อพูดคุยแจกงานเพื่อสานต่อสิ่งที่คณะกรรมการฯ ได้ทำไว้ รวมถึงการปฏิรูปด้านกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม ซึ่งยังไม่สามารถบอกอะไรได้เพราะขอไปพูดคุยกับ ป.ป.ท.ก่อน.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/76334</URL_LINK>
                <HASHTAG>การออกหมายแดง, จเรตำรวจ, บอส เรดบลู, บอสกระทิงแดง, วิชา มหาคุณ, สอบวินัย, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เพิ่มพูน ชิดชอบ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200902/image_big_5f4fba520093b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>76195</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/09/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/09/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> อัปยศ‘คดีบอส’ คบคิดทำโสมม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;quot;วิชา&amp;quot; เปิดผลสอบคดี &amp;quot;บอส&amp;quot; ใช้อักษรย่อ อ้างเหมือน&amp;ldquo;แฮรี่ พอตเตอร์&amp;rdquo; แม้ไม่ระบุชื่อแต่รู้ว่าใครเกี่ยวข้อง ชี้กระบวนการสอบสวนบกพร่อง ทำลายรูปคดีดังต้นไม้พิษผลไม้ยอมเป็นพิษ&amp;nbsp; การร้องขอความเป็นธรรมครั้งที่ 14 ไม่สุจริต ใช้หลักฐานเดิมสมคบคิดเป็นกระบวนการ เชื่อผู้นำองค์กร ตร.-อัยการผิดจริยธรรมร้ายแรงไม่ต่ำกว่า 10 คน ชง ป.ป.ช.ฟ้องศาลฎีกา พบหลักฐานสอบ &amp;quot;ธนสิทธิ์&amp;quot; เป็นเท็จ ชงสอบ &amp;quot;สมยศ&amp;quot; เพิ่ม &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; เด้งรับ 5 ข้อเสนอส่งต่อ ป.ป.ท.รับไม้ต่อ จี้ ตร.ดำเนินคดีบอส ลั่นต้องไม่ปล่อยให้คนหลุดพ้นจากกระบวนการยุติธรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล วันที่ 1 กันยายน คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย กรณีคำสั่งไม่ฟ้องคดีอาญาที่อยู่ในความสนใจของประชาชน ที่มีนายวิชา มหาคุณ เป็นประธาน แถลงสรุปผลการค้นหาความจริงกรณีอัยการมีคำสั่งไม่ฟ้องนายวรยุทธ อยู่วิทยา หรือ บอส ที่ขับรถชนตำรวจเสียชีวิตปี 2555 ภายหลังยื่นผลสอบให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิชาแถลงว่า คดีนี้เป็นเรื่องที่น่าอับอายสำหรับบุคคลและองค์กรที่อยู่ในกระบวนการยุติธรรม แม้แต่คนไทยเองก็ตามที่ต้องรู้เรื่องจากฝรั่งว่าคดีของนายวรยุทธที่ขับรถชนตำรวจเสียชีวิต จนเกิดผลจากสั่งฟ้องกลายเป็นสั่งไม่ฟ้อง ข้อมูลที่เราได้มายังเป็นข้อมูลที่ไม่ครบถ้วนสมบูรณ์ ซึ่งนายกรัฐมนตรีก็เป็นกังวลว่าหากเผยแพร่หรือเปิดเผยออกไปจะกระทบถึงเขาหรือไม่อย่างไร ฉะนั้นในสรุปรายงานที่ให้กับสื่อมวลชนครบเหมือนที่บอกไว้บอกหมดว่ามีส่วนเกี่ยวข้องอย่างไร เข้ามาในกระบวนการได้อย่างไร มีพฤติกรรมอย่างไรโดยละเอียดทั้งหมด และเป็นสิทธิ์ของนายกฯ ต้องไปดำเนินการต่อ และสิทธิ์ของท่านที่จะพิจารณาเผยแพร่ต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เอกสารที่สรุปให้กับสื่อมวลชนจะทำให้เห็นกระบวนการทั้งหมด แต่ตัวละครต่างๆ จะขอใช้อักษรย่อ พร้อมระบุตำแหน่งให้ แต่เป็นบุคคลที่คุณก็รู้ว่าใคร เหมือนแฮรี่ พอตเตอร์ ซึ่งท่านสามารถไปสืบหาต่อได้เลยว่าเป็นใคร&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิชากล่าวว่า เราเห็นพฤติกรรมที่เริ่มตั้งแต่ทำสำนวนบกพร่อง เพราะการที่ตั้งข้อหาสำหรับคนตาย โดยเฉพาะ ด.ต.วิเชียร กลั่นประเสริฐ ผบ.หมู่งานปราบปราม สน.ทองหล่อ ที่ถูกนายวรยุทธขับรถชนจนเสียชีวิต ถือว่าไม่เป็นธรรมและไม่ถูกต้องตามกฎหมาย เพราะไม่มีสิทธิ์ต่อสู้คดี แม้ว่าเขาจะได้รับเงินเยียวยา แต่ก็ทำให้รูปคดีเสียหายอย่างหนัก กระบวนการเหล่านี้เราเห็นภาพว่าพนักงานสอบสวนไม่ได้ทำอย่างมืออาชีพ เพราะบางข้อกล่าวหาไม่ได้ใส่ไว้ในสำนวนสอบไว้ เพียงแค่ให้รู้ว่าสอบ แต่ไม่ได้จริงจัง และก็สั่งไม่ฟ้องสำหรับข้อกล่าวหานั้น เช่น เรื่องเมาแล้วขับ การใช้ระยะเวลายาวนานมากในการสอบสวน คือกินเวลากว่า 6 เดือน และไม่ได้นำตัวมาส่งฟ้องศาลตามที่อัยการมีความเห็นสั่งฟ้องตั้งแต่แรก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธานคณะกรรมการตรวจสอบฯ กล่าวต่อว่า คดีนี้มีการร้องขอความเป็นธรรม 14 ครั้ง โดยไม่ประสบความสำเร็จ 13 ครั้ง ส่วนการร้องขอความเป็นธรรมครั้งที่ 14 มีการยื่นพยานหลักฐานที่ก่อนหน้านี้ ร.ต.พงษ์นิวัฒน์ ยุทธภัณฑ์บริภาร อดีตอัยการสูงสุด (อสส.) ได้ปฏิเสธพยานหลักฐานที่นำมาร้องขอความเป็นธรรมไปแล้ว นอกจากนั้น น.ส.นิภาพร รุจนรงศ์ รองอัยการสูงสุด ก็ได้ปฏิเสธการร้องขอความเป็นธรรมไปแล้ว 2 ครั้ง และครั้งสุดท้ายอย่างที่เรารู้กันอยู่ว่าท่านรองอัยการสูงสุดที่รับผิดชอบเรื่องนี้หยิบยกพยานหลักฐานที่ถูกปฏิเสธไปแล้วมา ถือว่าเป็นพยานหลักฐานใหม่ที่มั่นคง นอกจากนั้นยังมีอดีต อสส.อีก 4 คนที่ให้ข้อมูลว่าการร้องขอความเป็นธรรมจะต้องใช้พยานหลักฐานใหม่เท่านั้น
วันสอบปากคำ&amp;#39;ธนสิทธิ์&amp;#39;เป็นเท็จ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในการร้องขอความเป็นธรรมครั้งที่ 8 วันที่ 16 มิ.ย.58 เป็นครั้งที่เราถือได้ว่าเป็นการร่วมมือ ร่วมแรงร่วมใจกันจนผิดปกติที่สุดในกระบวนการทำสำนวนในลักษณะของการสมยอมในการสอบสวน&amp;nbsp; และเรายังพบว่าวันที่ก็ผิด ไม่ได้เป็นวันที่จริง เพราะเรารู้กันอยู่ว่า วันที่สอบพยานผู้เชี่ยวชาญทางด้านความเร็ว ซึ่ง พ.ต.อ.ธนสิทธิ์ แตงจั่น ตำรวจพิสูจน์หลักฐานในคดี และนายสายประสิทธิ์ เกิดนิยม อาจารย์ประจำและหัวหน้าศูนย์วิจัยเฉพาะทางวิศวกรรมการประเมินและความปลอดภัยยานยนต์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ ที่ทำให้กลับความเห็นเรื่องความเร็ว ซึ่ง พ.ต.อ.ธนสิทธิ์ยืนยันว่ามันมีการกระทำในลักษณะที่ถูกกดดันด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ต้องขอบคุณ พ.ต.อ.ธนสิทธิ์ และนายสายประสิทธิ์ที่ให้ข้อมูล เพราะวันที่สอบปากคำทั้งวันที่ 26 ก.พ.2559 และ 2 มี.ค.2559 ถือเป็นวันเท็จ เพราะวันที่มีการสอบปากคำจริงๆ คือวันที่ 29 ก.พ.2559 เรามีหลักฐานยืนยันชัดเจนเป็นหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ และทั้งสองคนก็เข้าอยู่กระบวนการคุ้มครองพยานในทันที&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายวิชากล่าวต่อว่า คนที่ให้ข้อมูลที่แท้จริงเรื่องความเร็วคือ นายสธน วิจารณ์วรรณลักษณ์ อาจารย์ประจำภาควิชาฟิสิกส์ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งพนักงานสอบสวนไม่ได้นำเอกสารที่ท่านทดสอบไปใส่ไว้ในสำนวนคดีด้วย จึงเห็นได้ว่าเป็นข้อพิรุธในสำนวน กระบวนการเหล่านี้ เราเห็นว่ามีการหยิบยกพยานหลักฐานที่สร้างขึ้นมาอันเป็นเท็จ ด้วยความร่วมไม้ร่วมมือกันระหว่างเจ้าหน้าที่รัฐ ทนายความ มีอัยการท่านหนึ่งอยู่ในกระบวนการนี้ด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เรื่องนี้เป็นต้นไม้พิษ สร้างผลไม้อันเป็นพิษ บริโภคไม่ได้ ต้องเสียไปทั้งหมด ในทางกระบวนการเราเห็นว่าให้มีการสอบสวนใหม่ ไม่ใช่ว่าสอบสวนพยานหลักฐานใหม่ตาม ป.วิอาญา มาตรา 147 แต่เราเห็นยิ่งกว่านั้น คือต้องนับหนึ่งใหม่ แต่เนื่องจากบางข้อหาขาดอายุความไปแล้ว คงช่วยไม่ได้ในส่วนนี้ เราเสนอว่าต้องแก้โดยเร่งด่วน ให้อายุความหยุดลงเมื่อผู้ต้องหาหลบหนี แบบเดียวกับคดีทุจริต&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิชากล่าวอีกว่า มีเรื่องที่ต้องดำเนินการสำหรับบุคคลที่อยู่ในตำแหน่งสูง และเป็นผู้นำองค์กร เราอาจจะไม่ได้ข้อมูลที่แท้จริงในเรื่องของทางอาญาหรือทางวินัย แต่ว่าเราสามารถดำเนินการได้ในแง่ของจริยธรรม เพราะรัฐธรรมนูญปี 2560 พูดถึงเรื่องจริยธรรมอย่างร้ายแรง โดย ป.ป.ช.เป็นผู้ดำเนินการตรวจสอบ และอาจจะให้พ้นจากตำแหน่งได้โดยศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ซึ่งมีผู้เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ประมาณ 10 คนขึ้นไป&amp;nbsp; &amp;nbsp;
เสนอฟัน 8 กลุ่มตัวการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับข้อเสนอของคณะกรรมการฯ ประกอบด้วย 1.ต้องเริ่มกระบวนการสอบสวนใหม่ให้ถูกต้องในข้อหาที่ยังไม่ขาดอายุความ โดยเฉพาะข้อหายาเสพติดให้โทษ ข้อหาขับขี่รถชนในขณะเมาสุราและเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ข้อหากระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย 2.ต้องมีการดำเนินการทางวินัยและทางอาญาต่อเจ้าหน้าที่ของรัฐและบุคคลอื่นที่ร่วมขบวนการ ซึ่งมีทั้งหมด 8 กลุ่ม ดังนี้ 1.พนักงานสอบสวนซึ่งเกี่ยวข้องกับสำนวน 2.พนักงานอัยการซึ่งปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ 3.ผู้บังคับบัญชาซึ่งแทรกแซงการปฏิบัติหน้าที่ 4.สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติซึ่งแทรกแซงการปฏิบัติหน้าที่ 5.ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองซึ่งแทรกแซงการปฏิบัติหน้าที่ 6.ทนายความซึ่งกระทำผิดกฎหมาย 7 พยานซึ่งให้การเป็นเท็จ 8.ตัวการ ผู้ใช้ และผู้สนับสนุนในการกระทำผิดกฎหมายดังกล่าว &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า การดำเนินการกับบุคคลระดับผู้บังคับบัญชาจะรวมถึงบุคคลที่อยู่ในระดับผู้นำองค์กรด้วยหรือไม่ นายวิชา ตอบว่า ถ้าเผื่อเขาสอบไปว่าถ้ามายุ่งเกี่ยวด้วยก็ต้องเข้าด้วย แล้วแต่ว่ากระบวนการในการสอบสวนหรือไต่สวนในการดำเนินการเพื่อให้ได้ความจริง ยืนยันว่ามีผู้นำองค์กรเข้าไปเกี่ยวข้องด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงการเสียชีวิตของนายจารุชาติ มาดทอง จากการสวบสวนมีความเชื่อมโยงกับนายวรยุทธหรือไม่ นายวิชากล่าวว่า จากที่เราได้มามีความเชื่อมโยงพอสมควร และเป็นที่รู้กันอยู่ เหมือนในโซเชียลมีเดียก็ยังรู้ล่วงหน้าว่าใครเป็นผู้อุปถัมภ์นายจารุชาติ มีทั้งบุคคลที่มีความเกี่ยวพันกับนายวรยุทธ และกับผู้ที่เคยดำรงตำแหน่งทางการเมืองที่ทางภาคเหนือ ซึ่งเราก็รู้กันอยู่ ดังนั้นทางตำรวจภาค 5 กำลังดำเนินการตรวจสอบอยู่ว่าทำไมถึงมีการทำลายมือถือของนายจารุชาติ เพราะมันไม่น่าจะต้องทำลายถึงขนาดนั้น ก็กำลังตรวจสอบอยู่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิชากล่าวด้วยว่า การติดตามตัวนายวรยุทธ ทาง ตม.ได้ยืนยันแล้วว่าเขาจะไม่ลบชื่อออก และจะดำเนินการต่อไปอย่างจริงจัง ซึ่งทางคณะกรรมการฯ ก็จะรอฟังต่อไปว่าจะมีความชัดเจนอย่างไร ส่วนเรื่องการนำตัวนายวรยุทธมาลงโทษ จะต้องไปถามทางอัยการและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพราะเป็นเรื่องของกระบวนการส่งผู้ร้ายข้ามแดน ซึ่งที่ผ่านมามีการประสานไปแบบไม่ประสาน ประสานแบบไม่ค่อยเต็มใจจะประสาน แต่ในรอบใหม่นี้ยังไม่เห็นว่าเขาจะไม่เต็มใจหรือเปล่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่ามีอดีต ผบ.ตร.เกี่ยวข้องหรือไม่ เพราะมีการให้ปากคำวันที่ 29 ก.พ.59&amp;nbsp; นายวิชากล่าวว่า เรารู้อยู่แล้วว่าเป็นใคร ก็ท่านออกมาคัดค้านหรือยอมรับ และขอยืนยันว่าวันที่ 29 ก.พ.ของจริง &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวโทรศัพท์สัมภาษณ์เพิ่มเติมว่า พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง อดีต ผบ.ตร. เป็นหนึ่งในรายชื่อกว่า 10 คนที่เราจะตรวจสอบเพิ่มเติมหรือไม่ นายวิชาตอบว่า พล.ต.อ.สมยศมาให้ข้อมูลเกี่ยวกับการสอบพยานเพิ่มว่ามีขึ้นวันที่ 26 ก.พ.59 เมื่อมีข้อมูลยืนยันว่าการสอบพยานเพิ่มมีขึ้นวันที่ 29 ก.พ.59 ถือว่ายังมีข้อสงสัย ก็ต้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบต่อ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.อ.ประยุทธ์ แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงเรื่องนี้ว่า เป็นคดีที่คาใจประชาชนและสังคม ตนไม่อยากให้ประชาชนเกิดความไม่เชื่อมั่นในระบบและกระบวนการกฎหมาย กระบวนการยุติธรรมของไทย ซึ่งมีการดำเนินคดีมากมาย โดยเฉพาะในคดีลักษณะดังกล่าวมีเป็นพันเป็นหมื่นเป็นแสนคดีในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งคณะกรรมการฯ ทำงานอย่างน่าชมเชย มีการประชุมเกือบทุกวัน ก็ขอชมเชยมา ณ ที่นี้ มีการส่งรายงานมาทุกรอบ 10 วัน และได้พูดคุยทางโทรศัพท์กับตน ปรึกษาหารือกันตลอดเวลา แต่ยืนยันว่าตนจะไม่ไปก้าวล่วงกับใคร เพราะถือว่าตนอยู่ตรงกลาง จะไปก้าวล่วงอัยการก็ไม่ได้ เพราะเป็นองค์กรอิสระ ในส่วนของตำรวจได้สั่งการไปตามข้อเสนอแนะของคณะกรรมการฯ
นายกฯจี้ตร.ดำเนินคดีบอส
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า คณะกรรมการฯ ได้ลงมติเห็นว่าเรื่องนี้ได้ใช้เวลานานถึง 8 ปีเกี่ยวข้องกับบุคคลจำนวนมาก ทั้งตำรวจ อัยการ ทนายความ ฝ่ายการเมือง ดูแล้วสลับซับซ้อนพิกลอยู่ ซึ่งสังคมไม่ไว้วางใจตรงนี้ มีการร้องเรียนขอความเป็นธรรมซ้ำซาก ถึง 14 ครั้ง คณะกรรมการตรวจสอบฯ ใช้คำว่าอาจจะมีการทำเป็นกระบวนการ ซึ่งจะต้องมีการตรวจสอบกันต่อไปให้เกิดความชัดเจนขึ้น ก็ต้องมาดูว่าเราจะทำอย่างไรได้ต่อไป ได้ตรงนี้ อย่าเพิ่งไปดูว่าเป็นใครบ้าง เพราะมันยังต้องเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบอีก ยังไม่อยากระบุรายชื่อตรงนี้ แม้หลายคนอยากจะรู้ ก็ได้แต่เพียงรู้เท่านั้นความขัดแย้งก็จะสูงขึ้นเรื่อยๆ เดี๋ยวถึงเวลาก็จะปรากฏเอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฯ ระบุว่า วันนี้ข้อเสนอแนะ 5 ข้อของคณะกรรมการฯ ที่เสนอมา ประกอบด้วย 1.ยกคดีขึ้นเพื่อดำเนินการใหม่ โดยเฉพาะคดีที่ยังไม่ขาดอายุความ เรื่องนี้ดำเนินการได้อย่างแน่นอน มี 2-3 คดีที่มีอยู่ 2.ดำเนินคดีและดำเนินการทางวินัยกับผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย 3.ในบางเรื่องมีความชัดเจนว่ามีความผิดหรือไม่ แต่ต้องตรวจสอบพฤติการณ์ที่เกี่ยวข้องในเชิงจริยธรรม 4.ซักซ้อมเกี่ยวกับความเข้าใจการมอบอำนาจของผู้บังคับบัญชาว่าจะทำอย่างไร เมื่อรับมอบไปแล้วจะรับผิดชอบอย่างไร ก็ต้องไปดูและแก้ไขกฎระเบียบอีกหลายเรื่อง วิธีปฏิบัติในการมอบอำนาจ สิ่งต่างๆ เหล่านี้จะส่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปดำเนินการตามอำนาจหน้าที่โดยทันที ถ้าเป็นตำรวจตนก็กำกับดูแลอยู่แล้ว ในส่วนอัยการนั้นก็เป็นอิสระ ในส่วนของทนายความก็มีสภาทนายความที่จะไปดูแลว่ามีบุคคลที่เกี่ยวข้องหรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และรัฐบาลจะมอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) เป็นศูนย์กลางติดตามดูแลประสานงานในการดำเนินการความก้าวหน้า พร้อมรายงานให้ประชาชนทราบเป็นระยะ และ 5.ทางคณะกรรมการฯ ขอทำงานต่ออีก 30 วัน เพื่อเสนอแนะการปรับปรุงแก้ไขกฎหมายในเชิงปฏิรูปให้เกิดความชัดเจน โดยได้พูดคุยกันแล้วว่าจะเป็นประโยชน์อย่างแท้จริง ต้องช่วยกันผลักดันต่อไป เพราะฉะนั้นถ้าใครมีเบาะแสหรือข้อเสนอแนะอะไร ก็ขอให้ส่งกับทางคณะกรรมการฯ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ถ้าเราอยู่กันแบบไร้กฎหมายมันไม่ได้ บ้านเมืองจะกลายเป็นอนาธิปไตยทันที ไม่ใช่ประชาธิปไตยแล้ว ถ้าไม่มีกฎหมายเหล่านี้มันอยู่ไม่ได้ หลายอย่างทำให้เกิดความเสียหายต่อประเทศ ความเชื่อมั่นจากต่างประเทศเสียไป เศรษฐกิจก็ไม่มั่นคง การลงทุนก็ลดลง ผมถามว่าเราจะได้อะไร ชัยชนะท่ามกลางซากปรักหักพัง ใครจะได้อะไรขอถามหน่อย&amp;rdquo; พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากนั้นนายกรัฐมนตรีได้ยกมือไหว้ขอบคุณนายวิชาและคณะกรรมการฯ ที่มานั่งฟังการแถลงข่าวของนายกฯ และรอเพื่อชี้แจงในรายละเอียด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ช่วงค่ำ พล.อ.ประยุทธ์โพสต์เฟซบุ๊ก ประยุทธ์ จันทร์โอชา Prayut Chan-o-cha ระบุตอนหนึ่งว่า สิ่งที่ผมสามารถทำได้ - และผมจะทำ - คือ คดีนี้ จะต้องเข้าสู่กระบวนการเร่งด่วน และให้ตำรวจดำเนินคดีต่อ &amp;ldquo;บอส&amp;rdquo; ในคดีที่ยังไม่หมดอายุความ ภายใน 30 วัน เราต้องไม่ปล่อยให้คนหลุดพ้นจากกระบวนการยุติธรรม โดยใช้วิธีถ่วงเวลาให้หมดอายุความ และผมถือว่าการปล่อยให้เกิดความล่าช้าในกระบวนการยุติธรรม เป็นเรื่องที่เลวร้ายด้วยเหมือนกัน และผมจะสั่งการให้เริ่มสอบสวนเจ้าหน้าที่หรือบุคคลที่อาจจะเกี่ยวข้องทำให้เกิดความไม่ถูกต้องในกระบวนการทางกฎหมาย ทั้งจากปฏิบัติหน้าที่ หรือการไม่ปฏิบัติหน้าที่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ให้สัมภาษณ์ว่า จะรับข้อเสนอไปแล้วให้ผู้ที่รับผิดชอบดำเนินการต่อ โดยจะให้คณะกรรมการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม ที่มีนายเข็มชัย ชุติวงศ์ ประธาน ดำเนินการต่อ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/76195</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทำลายรูปคดี, บอส เรดบลู, บอสกระทิงแดง, ผลสอบคดี, ผิดจริยธรรมร้ายแรง, สมคบคิดเป็นกระบวนการ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200901/image_big_5f4e60890632b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
