<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>72664</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/07/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/07/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คดี‘บอส’เขย่ารัฐบาล จี้สะสางเหตุสั่งไม่ฟ้องให้เคลียร์อัยการถกด่วน-ตร.ขีดเส้น15วัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;ldquo;บอสเอฟเฟกต์&amp;rdquo; องค์กรต้านโกง-คณาจารย์ธรรมศาสตร์ร่อนแถลงการณ์จี้สางคดีอัยการ-สตช.สั่งไม่ฟ้องให้ชัดเจน ชี้เป็นการสั่นคลอนกระบวนการยุติธรรมไทยนำไปสู่หายนะ &amp;ldquo;ธนาธร&amp;rdquo; ร่วมแจมบอกระวังแผ่นดินจะเดือดดาล อดีตเด็ก ปชป.แนะ 4 ข้อจับไอ้โม่งช่วยเป่าคดี เตือนหากไม่เร่งเคลียร์ระวังรัฐบาลล้มครืน &amp;quot;หมอพรทิพย์-สุริยะใส&amp;quot; จี้นายกฯ เร่งปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม &amp;ldquo;อัยการ&amp;rdquo; ดีเดย์ประชุม 28 ก.ค.ส่องคำสั่งแต่ไม่ตอบมีผลเปลี่ยนคดีหรือไม่ บิ๊กแป๊ะขีดเส้น 15 วันต้องรู้ผล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันจันทร์ที่ 27 ก.ค.ยังคงมีความต่อเนื่องในกรณีสำนักงานอัยการสั่งไม่ฟ้องนายวรยุทธ อยู่วิทยา หรือบอส ทายาทกระทิงแดง กรณีขับรถเฟอร์รารีชน ด.ต.วิเชียร กลั่นประเสริฐ ตำรวจ สน.ทองหล่อเสียชีวิต และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ไม่แย้งคำสั่งของอัยการนั้น นายประยุทธ เพชรคุณ&amp;nbsp; รองโฆษกอัยการสำนักงานอัยการสูงสุด (อสส.) ชี้แจงถึงกรณี อสส.มีคำสั่งตั้งคณะทำงานตรวจสอบการสั่งคดีของสำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญากรุงเทพใต้ 1 ว่าคณะทำงานทุกคนรับทราบคำสั่งแล้ว&amp;nbsp; โดยประธานได้สั่งให้ตนเองในฐานะผู้ช่วยเลขานุการคณะทำงานเร่งประสานคณะทำงานทุกคนเพื่อประชุมโดยเร็ว คาดว่าอาจนัดประชุมได้ในวันอังคารที่ 28 ก.ค. เพราะอัยการต้องการให้ความจริงปรากฏเร็วที่สุด โดยเบื้องต้นจะศึกษาสำนวนก่อนว่าสั่งคดีอย่างไร ส่วนแนวทางการตรวจสอบประธานคณะทำงานจะเป็นผู้พิจารณา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่าผลการตรวจสอบของคณะทำงานสามารถเปลี่ยนแปลงคำสั่งเดิมได้หรือไม่ นายประยุทธปฏิเสธที่จะแสดงความเห็น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร.กล่าวถึงกรณี พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. มีคำสั่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงเรื่องดังกล่าว โดยมอบหมายให้ พล.ต.อ.ศตวรรษ หิรัญบูรณะ ที่ปรึกษาพิเศษ ตร.เป็นประธานว่า ได้ให้คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงให้แล้วเสร็จภายใน&amp;nbsp; 15 วัน นับแต่วันที่รับทราบคำสั่ง พร้อมรายงานผลให้ทราบเพื่อดำเนินการตามขั้นตอนที่เกี่ยวข้องต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วน พล.ร.อ.ศิษฐวัชร วงษ์สุวรรณ สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะอดีตประธานกรรมาธิการกฎหมาย สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) กล่าวถึงกรณีมีกระแสข่าวว่า ทนายความของนายวรยุทธได้ขอความเป็นธรรมไปยัง กมธ.สนช. ซึ่งกรรมาธิการฯ ได้ทำเรื่องขอให้อัยการส่งกลับคดีให้ตำรวจทบทวนเพราะมีพยานใหม่ จนเป็นจุดเปลี่ยนสั่งไม่ฟ้องคดีดังว่า คาดว่าภายในวันที่ 29-30 ก.ค. นายธานี อ่อนละเอียด&amp;nbsp; ส.ว. ในฐานะอดีต กมธ.จะเป็นผู้แถลงรายละเอียด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกันองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) หรือ ACT ออกแถลงการณ์ในเรื่องนี้ระบุว่า&amp;nbsp; &amp;quot;เป็นการสร้างจุดด่างพร้อยให้ภาพลักษณ์ของประเทศ และยังเป็นการตอกย้ำถึงความล้มเหลวของกระบวนการรักษาความยุติธรรมแห่งชาติ สังคมจะดำเนินต่อไปได้อย่างไรหากผู้รักษาความยุติธรรมไร้ซึ่งจุดยืนที่สังคมจะพึ่งได้ การต่อสู้เพื่อให้สังคมไทยมีการฉ้อโกงน้อยลงคงเป็นไปได้ยาก หากเสาหลักผุกร่อนไร้ศักดิ์ศรีและเกียรติภูมิ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;องค์กรต่อต้านคอร์รัปชันจึงขอเรียกร้องความกระจ่างชัดของคำอธิบายที่จะกอบกู้ความเชื่อมั่นให้กลับมาอีกครั้งจากผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติและอัยการสูงสุดต่อสิ่งที่เกิดขึ้นว่าเป็นไปตามหลักธรรมาภิบาลและความเป็นนิติรัฐเพียงใดหรือไม่ รวมถึงแนวทางการแก้ปัญหาความสั่นคลอนของกระบวนยุติธรรมจากนายกรัฐมนตรีผู้รับผิดชอบการบริหารราชการแผ่นดิน อย่าปล่อยให้ความศักดิ์สิทธิ์ความยุติธรรมถูกลบหลู่ดูแคลนจากทั้งสังคมไทยและสังคมโลก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การโกงความยุติธรรมไปจากชีวิตคนไทยโดยใช้กฎหมายและอำนาจหน้าที่ คือการทำลายความเชื่อมั่นศรัทธาต่อสถาบันหลักของประเทศอันจะนำไปสู่หายนะของชาติ องค์กรต่อต้านคอร์รัปชันจะต่อสู้&amp;nbsp; ปลุกพลังสังคมให้ไม่ยอมรับและต่อต้านกับวิกฤติศรัทธาครั้งนี้อย่างที่สุด เราจะไม่ยอมให้อำนาจอธรรมมีอำนาจเหนือความยุติธรรม&amp;rdquo; แถลงการณ์ระบุ
คณาจารย์ มธ.ออกโรง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านคณาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) รวม 31 รายได้ลงชื่อออกแถลงการณ์เรียกร้องเช่นกัน โดยมีเนื้อหาว่า &amp;quot;เพื่อธำรงไว้ซึ่งหลักความเสมอภาคภายใต้กฎหมายและหลักนิติรัฐ เพื่อกอบกู้ศรัทธาของประชาชนที่มีต่อกระบวนการยุติธรรมของไทย และเพื่อรักษากำลังใจของบุคลากรในกระบวนการยุติธรรมให้ปฏิบัติหน้าที่ต่อไปด้วยความสุจริตเที่ยงธรรมและด้วยความภาคภูมิใจ จึงขอเรียกร้องให้ อสส.และ สตช.ดำเนินการดังนี้ 1.ชี้แจงขั้นตอนการดำเนินการคดีอาญากับนายวรยุทธ โดยละเอียดและอธิบายเหตุผลอย่างชัดเจนถึงผลของคดีที่ขาดอายุความและการใช้ดุลยพินิจไม่ฟ้องคดีอาญา และ 2.ตรวจสอบว่าการดำเนินการและการใช้ดุลยพินิจดังกล่าวถูกต้องตามกฎหมาย สุจริตและโปร่งใสหรือไม่ และหากพบว่ามีการดำเนินการหรือการใช้ดุลยพินิจในขั้นตอนใดไม่เป็นไปตามกฎหมาย ไม่สุจริต หรือไม่โปร่งใส ให้พิจารณาดำเนินการและใช้ดุลยพินิจใหม่ให้ถูกต้อง&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับความคิดเห็นของฝ่ายต่างๆ นั้น พบว่า น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ สมาชิกพรรคพลังประชารัฐ&amp;nbsp; (พปชร.) โพสเฟซบุ๊กว่า &amp;quot;คดีดังกล่าวยังไม่เข้าสู่กระบวนการพิจารณาของศาล หน่วยงานที่เกี่ยวข้องคือ สำนักงานตำรวจแห่งชาติและองค์กรอัยการ จึงควรต้องออกมารับผิดชอบชี้แจงความโปร่งใสของการออกคำสั่งดังกล่าว ซึ่งแม้นายกฯ ไม่มีอำนาจแทรกแซงการทำงานของหน่วยงานดังกล่าว แต่ก็มีอำนาจตรวจสอบการทำงานได้ เพื่อผดุงไว้ซึ่งความยุติธรรม และเพื่อเรียกคืนความเชื่อมั่นของประชาชนและศรัทธาของการบังคับใช้กฎหมาย โดยทั้ง 2 หน่วยงานดังกล่าวต้องออกมาชี้แจงสังคมโดยเร็วที่สุดหลังตั้งคณะทำงานตรวจสอบ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชุมสาย ศรียาภัย รองโฆษกพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวว่า กระบวนการยุติธรรมไทยมาใกล้ถึงจุดวิกฤติศรัทธาแล้ว เพราะผู้คนในสังคมกังขาว่ามีการบังคับใช้กฎหมายอย่างบิดผัน ทำให้ประชาชนทั้งในและต่างประเทศสูญเสียความเชื่อมั่นในฐานะเป็นที่พึ่งสุดท้ายแห่งความยุติธรรมของสังคม ขณะนี้เรามีคณะกรรมการปฏิรูปประเทศ โดยเฉพาะด้านกระบวนการยุติธรรม จึงขอเรียกร้องให้ผู้มีอำนาจหน้าที่เกี่ยวข้องเร่งสังคายนาและปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมอย่างจริงจังทั้งระบบ ทำให้กระบวนการยุติธรรมไทยเป็นเสาหลักสำคัญของประเทศชาติ และเป็นที่พึ่งสุดท้ายของประชาชนอย่างแท้จริง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า กล่าวว่า ประชาชนมีความเคลือบแคลงสงสัยในความสองมาตรฐาน ในแง่หนึ่งเมื่อคนรวยคนมีอำนาจทำผิดกฎหมายไม่ต้องเข้าคุกในประเทศนี้ ขณะเดียวกันคนเล็กคนน้อยคนที่ไม่มีเงินไม่มีอำนาจ ทำผิดกฎหมายก็จะถูกติดคุกติดตะราง ซึ่งความยุติธรรมเป็นเสาหลักสุดท้ายของสังคมในภาวะที่พี่น้องประชาชนหมดศรัทธากับสถาบันองค์กรการเมืองต่างๆ เมื่อพี่น้องประชาชนหมดศรัทธากับความยุติธรรม สังคมมันจะล่มสลาย ความยุติธรรมคือที่พักพิงสุดท้ายของประชาชน การเอากระบวนการยุติธรรมไม่ว่าจะเป็นตำรวจ อัยการ ศาล ราชทัณฑ์ หรือไม่ว่าจะเป็นองค์กรอิสระอย่าง กกต., ป.ป.ช. รวมถึงศาลรัฐธรรมนูญ มาเป็นเครื่องมือทางการเมืองในวันที่ประชาชนไร้สิ้นความหวัง หมดศรัทธากับองค์กรที่เกี่ยวข้องกับความยุติธรรม แผ่นดินจะเดือดดาล
&amp;ldquo;ผมไม่อยากให้สังคมไปถึงจุดนั้น ดังนั้นเรื่องนี้ต้องกลับมาที่รัฐบาลว่า รัฐบาลจะกล้าจริงใจเอาคนผิดมาลงโทษหรือไม่ ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์พูดเสมอว่าขอให้ประชาชนทุกคนทำตามกฎหมาย คำถามคือรัฐบาลทำตามกฎหมายเพื่อยื่นความเป็นธรรมให้กับคนทุกกลุ่มคนในประเทศไทยอย่างเสมอภาคเท่าเทียมกันหรือไม่ อยากฝากคำถามนี้ถึงรัฐบาลด้วยเช่นกัน&amp;rdquo; นายธนาธรกล่าว&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเชาว์ มีขวด อดีตรองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) โพสต์เฟซบุ๊กไล่ลำดับเหตุการณ์คดีก่อนระบุว่า &amp;quot;เรื่องนี้แบ่งออกเป็น 2 ส่วน ส่วนแรกคือคดียุติหรือยัง และส่วนที่สองการตามหาตัวไอ้โม่งที่อยู่เบื้องหลังการยุติความเป็นธรรมครั้งนี้ จึงขอเรียกร้องไปยังทายาท ด.ต.วิเชียรผู้ตาย ให้ออกมาใช้สิทธิทางศาลเพื่อพิสูจน์ความจริงกันให้กระจ่าง ไม่ต้องไปยึดติดกับบันทึกข้อตกลง หากไม่มีทนายก็พร้อมอาสาว่าความให้&amp;quot;
4 แนวทางจับไอ้โม่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ส่วนการตามล่าหาไอ้โม่งนั้นขอเสนอ 4 ข้อทางออก คือ 1.ให้ อสส.เปิดเผยพยานหลักฐานทั้งหมด พร้อมทั้งแจงรายละเอียดถึงที่มาของพยานหลักฐาน ความเห็นของพนักงานสอบสวนและอัยการผู้รับผิดชอบสำนวนทั้งหมด 2.ให้สอบสวนพฤติการณ์การสั่งคดีของนายเนตร นาคสุข รอง อสส.ผู้สั่งคดี 3.สตช.ต้องตอบคำถามให้ได้ว่าทำไมไม่มีความเห็นแย้งคำสั่งไม่ฟ้อง ทั้งที่เคยมีความเห็นควรสั่งฟ้องตามพยานหลักฐานเดิม และ 4.รัฐบาลที่ตอนนี้หนีไม่พ้นข้อครหา เพราะมีการใช้ กมธ.ยุค สนช.รื้อคดีสอบเองจนกลายเป็นจุดเปลี่ยนของคดี ทำให้เกิดคำถามว่ามีบิ๊กคนไหนเข้าไปสร้างกระบวนการฟอกผิดเป็นถูกให้กับทายาทมหาเศรษฐีหรือไม่ เรื่องนี้รัฐบาลจะนิ่งเฉยไม่ได้ เพราะหากไม่รีบหาตัวผู้ใช้อำนาจผิด บิดเบือนความจริงมาลงโทษ เกรงว่านอกจากระบบยุติธรรมสั่นคลอนแล้ว รัฐบาลจะพังครืนลงมาในไม่ช้านี้&amp;quot;
นายสงกานต์ อัจฉริยะทรัพย์ ทนายความและกรรมการปฏิรูปประเทศด้านกระบวนการยุติธรรม กล่าวเรื่องนี้ว่า คณะกรรมการปฏิรูปฯ จะนำเรื่องนี้เสนอที่ประชุมวันที่ 10 ส.ค. โดยขณะนี้กำลังรวบรวมประเด็นต่างๆ ที่ประชาชนสงสัยเสนอที่ประชุมคณะกรรมการปฏิรูปฯ 15 คนพิจารณา เพราะเกี่ยวข้องกับกระบวนการยุติธรรม หน้าที่ของคณะกรรมการปฏิรูปฯ คือเสนอความเห็นควรแก้ไขปรับปรุงอย่างไร จะได้ศึกษาร่วมกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.วิรุตม์ ศิริสวัสดิบุตร คอลัมนิสต์เสียงประชาชนปฏิรูปตำรวจ กล่าวว่า คดีนายวรยุทธถือเป็นรูปธรรมที่สำคัญและชัดเจนของปัญหากระบวนการยุติธรรมอาญาไทยในชั้นสอบสวน ที่รัฐและสังคมปล่อยให้อยู่ในมือของตำรวจเพียงฝ่ายเดียวด้วย การสั่งให้สอบเพิ่มเติมของอัยการก็มีข้อจำกัดอย่างมาก&amp;nbsp; สามารถทำได้เฉพาะจากพยานหลักฐานที่ปรากฏในสำนวนเท่านั้นที่ไม่ปรากฏก็ไม่รู้ บางครั้งต้องหลับหูหลับตาสั่งคดีไปตามที่ตำรวจเสนอ ไม่ว่าจะเป็นคำสั่งฟ้องหรือไม่ฟ้องที่หลายคดีเป็นนิยายการสอบสวน&amp;nbsp; ทำให้ประเทศเรามีผู้บริสุทธิ์ตกเป็นแพะมากมาย &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เป็นปัญหาใหญ่ที่นายกฯ ต้องเร่งแก้ไขและปฏิรูประบบการสอบสวนคดีอาญา ให้มีการตรวจสอบจากภายนอกทั้งโดยฝ่ายปกครอง ผู้ว่าฯ นายอำเภอ รวมทั้งพนักงานอัยการในคดีสำคัญหรือเมื่อมีการร้องเรียนเกิดขึ้น อีกทั้งต้องกำหนดให้มีการบันทึกภาพและเสียงการสอบปากคำบุคคลเป็นหลักฐานประกอบสำนวนการสอบสวนไว้ด้วย ซึ่งสามารถทำได้ด้วยการแก้ไขเพิ่มเติม ป.วิ อาญาที่ผ่านความเห็นชอบในรายงานของสภาผู้แทนฯ ไปเมื่อเดือนที่แล้ว และเวลานี้อยู่ในมือของนายกฯ ที่ต้องเร่งเสนอเข้าสู่สภาตราเป็นกฎหมายโดยเร็ว&amp;quot; พ.ต.อ.วิรุตม์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แพทย์หญิง คุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) และผู้เชี่ยวชาญด้านนิติวิทยาศาสตร์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า &amp;quot;ไม่ปฏิรูปคงไม่ได้แล้ว มีหลักฐานชัดเจนในคดี แต่ผู้ที่ทำสำนวนที่ทำให้เกิดความอ่อน จนท้ายสุดสั่งไม่ฟ้องทั้งผู้บริหารของอัยการ ทั้งตำรวจ ต่างไม่มองที่ความจริง ความยุติธรรม แต่มองที่ข้อกฎหมาย จึงปัดความรับผิดชอบกันให้วุ่นวาย นายกฯ ปรับ ครม.แล้วเห็นทีจะปล่อยเรื่องนี้ให้ผ่านไปเฉยๆ ไม่ได้ เพราะท่านสัญญาต่อสภาว่าจะปฏิรูปตำรวจ ความล้มเหลวของคดีนี้เป็นเรื่องกระบวนการยุติธรรม ต้องคลี่ให้เห็นปัญหาทุกจุด ทุกขั้นตอน&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุริยะใส กตะศิลา คณบดีวิทยาลัยนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า &amp;quot;ปรากฏการณ์ทางสังคมจากกรณีที่อัยการฯ สั่งไม่ฟ้องคดีบอส กระทิงแดงนั้น เป็นปรากฏการณ์ที่สั่นคลอนและไม่ไว้วางใจต่อกระบวนการยุติธรรมรุนแรงที่สุดอีกครั้งหนึ่งในสังคมไทย มากกว่าทุกครั้งด้วยซ้ำไป เพราะข้อพิรุธเบื้องหน้า เบื้องหลัง กระทั่งคำถามมากมายถูกตีแผ่ เปิดโปง ผ่านโซเชียลอย่างเข้มข้น ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ และไฟไหม้ฟางแน่นอน เพราะผู้คนในสังคมที่แม้กำลังประเชิญหน้ากับความขัดแย้งแตกแยกทางความคิดแบบเรื้อรังมายาวนานก็ตามที แต่กับเฉพาะเรื่องนี้ความเห็นเป็นไปในทิศทางเดียวกันทุกกลุ่ม ทุกขั้ว เรื่องนี้จึงไม่ใช่น้ำผึ้งหยดเดียวอีกต่อไป แต่เป็นน้ำผึ้งในโถใบใหญ่ที่สังคมกำลังสาดใส่ผู้เกี่ยวข้องโดยตรง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ทางรอดเดียวที่จะทำให้รัฐบาลจบเรื่องนี้ได้ ต้องฉวยใช้สถานการณ์ในขณะนี้ตัดสินใจอย่างกล้าหาญปฏิรูประบบยุติธรรม ข้อเสนอเรื่องปฏิรูปตำรวจปฏิรูปอัยการฯ หรือการปฏิรูประบบยุติธรรมทั้งระบบมีพิมพ์เขียวมากมาย แต่รัฐบาลนี้ยังไม่นำพาแนวคิด &amp;#39;รวมไทยสร้างชาติ&amp;#39; ที่นายกฯ ชักชวนคนไทย จะมีความหมายอะไร ถ้าชาติไม่เอื้ออำนวยให้กับทุกคน ทุกชนชั้น เข้าถึงกระบวนการยุติธรรม อย่างเสมอหน้าและเท่าเทียมกัน&amp;quot; นายสุริยะใสระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย โพสต์เฟซบุ๊กว่า &amp;quot;นายกฯ ควรใช้อำนาจตามมาตรา 11(6) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน 2534 ในการตั้งกรรมการมาสอบอัยการและตำรวจที่เกี่ยวข้องทั้งหมด จะอ้างว่านายกฯ ไม่ได้เป็นผู้แต่งตั้งอัยการ แล้วจะสั่งให้มีการตรวจสอบการใช้อำนาจของอัยการมิได้นั้น หาชอบด้วยกฎหมายไม่ ส่วนประเด็นการสั่งคดีนี้ของอัยการนั้น แม้รัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 248 วรรคสอง จะให้ความเป็นอิสระของอัยการในการพิจารณาสั่งคดี แต่ก็ต้องปฏิบัติหน้าที่ไปโดยรวดเร็ว เที่ยงธรรม ปราศจากอคติทั้งปวง แต่การประวิงเวลาการสั่งคดีมากว่า 8 ปีย่อมถือได้ว่าไม่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญมาตราดังกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรณีของบอส อยู่วิทยา ความปรากฏว่าอัยการสูงสุดไม่ทราบเรื่องแต่อย่างใด จึงชี้ให้เห็นว่าคำสั่งเด็ดขาดไม่ฟ้องบอสในข้อหาขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย น่าจะไม่ชอบด้วยกฎหมายและขัดต่อรัฐธรรมนูญดังกล่าว&amp;rdquo; นายศรีสุวรรณระบุ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/72664</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระบวนการยุติธรรมไทยนำไปสู่หายนะ, บอสกระทิงแดง, บอสเอฟเฟกต์, ปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อัยการ-สตช.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200727/image_big_5f1ee0adb8280.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
